วิเคราะห์สถิติ! อุบัติเหตุบนท้องถนนเกิดจากสาเหตุอะไรมากที่สุด

กองบรรณาธิการ
ผู้เขียน: กองบรรณาธิการ Published: สิงหาคม 15, 2022
กองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการ
ทีมกองบรรณาธิการ กลุ่มนักเขียนผู้มีประสบการณ์ด้านรถยนต์ การเงิน และประกันภัย เนื้อหาผ่านการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ประกันวินาศภัย เพื่อให้ข้อมูลถูกต้อง อัปเดตสม่ำเสมอ และมีความน่าเชื่อถือ โดย แรบบิท แคร์ ที่เปิดดำเนินการมาแล้วมากกว่า 10 ปี เป็นนายหน้าประกันภัยที่ได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) มีที่ตั้งสำนักงานชัดเจนและช่องทางติดต่อที่ตรวจสอบได้ (ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย เลขที่ ว00021/2557)
อุบัติเหตุรถชน

รู้หรือไม่ว่าอุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวกว่าที่คุณคิด เพราะในแต่ละวันผู้คนจำนวนมากต่างใช้รถยนต์เดินทางไปทำงานรวมถึงทำธุระต่าง ๆ ยิ่งคนใช้รถมากเท่าไหร่โอกาสเกิดอุบัติเหตุก็ย่อมมากตาม และถ้าเป็นการขับขี่ด้วยความประมาทแล้วก็จะเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุมากขึ้นไปอีกดังที่เราเห็นเป็นข่าวในสื่อแทบทุกวัน เพื่อให้คุณตระหนักถึงความสำคัญของการขับขี่อย่างปลอดภัยน้องแคร์จึงขอรวบรวมสถิติอุบัติเหตุบนท้องถนนในทุก ๆ ด้านมานำเสนอ บอกเลยว่าเป็นข้อมูลเชิงลึกที่เว็บไซต์ไหน ๆ ก็ไม่เคยนำเสนอมาก่อน แล้วคุณจะพบข้อเท็จจริงบนท้องถนนที่คุณจะต้องอึ้ง

เพื่อเป็นการชี้ให้คุณเห็นสถิติอุบัติเหตุบนท้องถนนในแต่ละประเภท น้องแคร์จึงนำข้อมูลอุบัติเหตุรถยนต์ปี 2564 (ซึ่งเป็นข้อมูลล่าสุด) จากสำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม มาวิเคราะห์ข้อเท็จจริงให้คุณได้เห็นในแง่มุมต่าง ๆ และถ้ามีข้อมูลชุดใหม่ ๆ ในอนาคตเราก็จะมาอัพเดทให้คุณได้ทราบก่อนใคร 

ในแต่ละปีมีอุบัติเหตุบนท้องถนนกี่ครั้ง 

จากข้อมูลสถิติอุบัติเหตุรถยนต์ที่บันทึกโดยกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท และการทางพิเศษแห่งประเทศไทยนั้นได้ระบุว่า เมื่อปี พ.ศ 2564 ที่ผ่านมานั้นมีการเกิดอุบัติเหตุรถชนน้อยใหญ่รวมทั้งหมดถึง 20,457 ครั้ง ซึ่งน้อยกว่าปี พ.ศ. 2563 ที่เกิดอุบัติเหตุรวม 21,052 ครั้ง, ส่วนปี พ.ศ. 2562 จะเกิดอุบัติเหตุรวมทั้งสิ้น 19,189 ครั้ง, ซึ่งบ่งบอกได้ว่าในแต่ละปีนั้นมีอุบัติเหตุรถชนกันจำนวนมากเฉลี่ยแล้วประมาณวันละ 50 – 60 ครั้ง เลยทีเดียว 

หมายเหตุ – บันทึกข้อมูลดังกล่าวมาจากกรมทางหลวง โดยเป็นอุบัติเหตุรถชนบนท้องถนนและเป็นคดีความ ยังไม่รวมกับข้อมูลของสำนักงานตำรวจ

สถิติอุบัติเหตุบนถนน

จังหวัดไหนเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนมากที่สุด

จาก 77 จังหวัดในประเทศไทยในปี 2564 เราได้รวบรวมมาให้แล้วว่าจังหวัดไหนเกิดอุบัติเหตุรถยนต์มากที่สุดเรียงตามลำดับข้อมูลมากที่สุดดังนี้

  • กรุงเทพมหานนคร มีอัตราการเกิดอุบัติเหตุบนถนนทั้งสิ้น 1,442 ครั้ง หรือเทียบเป็น 7.04%
  • จังหวัดเชียงใหม่ มีอัตราการเกิดอุบัติเหตุบนถนนทั้งสิ้น 1,103 ครั้ง หรือเทียบเป็น 5.39%
  • จังหวัดชลบุรี มีอัตราการเกิดอุบัติเหตุบนถนนทั้งสิ้น 960 ครั้ง หรือเทียบเป็น 4.69%
  • จังหวัดนครราชสีมา มีอัตราการเกิดอุบัติเหตุบนถนนทั้งสิ้น 825 ครั้ง หรือเทียบเป็น 4.03%
  • จังหวัดสุพรรณบุรี มีอัตราการเกิดอุบัติเหตุบนถนนทั้งสิ้น 783 ครั้ง หรือเทียบเป็น 3.82%

จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนน้อยที่สุดคือ

  • จังหวัดพิจิตร มีอัตราการเกิดอุบัติเหตุบนถนนทั้งสิ้น 40 ครั้ง หรือเทียบเป็น 0.19%
  • จังหวัดระนอง มีอัตราการเกิดอุบัติเหตุบนถนนทั้งสิ้น 41 ครั้ง หรือเทียบเป็น 0.20%
  • จังหวัดอำนาจเจริญ มีอัตราการเกิดอุบัติเหตุบนถนนทั้งสิ้น 50 ครั้ง หรือเทียบเป็น 0.24%

เห็นได้ว่ากรุงเทพฯ ยังคงครองแชมป์อันดับ 1 ของจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุรถชนบ่อยที่สุด ซึ่งอัตราเกิดอุบัติเหตุทั้งหมดนั้นย่อมขึ้นกับจำนวนผู้ใช้รถใช้ถนน จึงไม่แปลกใจว่าจังหวัดใหญ่ ๆ ที่มีการสัญจรหนาแน่นอย่างกรุงเทพฯ เชียงใหม่ ชลบุรี ฯลฯ ย่อมมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ประกอบกับจังหวัดใหญ่ ๆ มักมีแยกเยอะ ซึ่งจุดนี้ก็ทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยได้เช่นกัน ตรงข้ามกับจังหวัดที่มีผู้อาศัยน้อยย่อมเกิดอุบัติเหตุน้อยอย่าง จังหวัดพิจิตร หรือจังหวัดระนองนั่นเอง

อุบัติเหตุบนท้องถนน

ยานยนต์ประเภทไหนเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนบ่อยที่สุด

การเกิดอุบัติเหตุรถชนในแต่ละครั้ง ทางกระทรวงคมนาคมได้มีการบันทึกประเภทของยานยนต์เอาไว้ด้วย ซึ่งสถิติปี 2564 ได้ระบุไว้ว่ามีรถยนต์ที่ประสบอุบัติเหตุรถยนต์รวมทั้งสิ้น 30,869 คัน จากอุบัติเหตุรวมทั้งสิ้น 20,457 ครั้ง โดยแบ่งออกตามประเภทยานยนต์ดังนี้

  • รถกระบะ 4 ล้อเกิดอุบัติเหตุบ่อยที่สุด รวมทั้งหมด 11,012 ครั้ง หรือเทียบเป็น 35.67%
  • รถยนต์ส่วนบุคคล/รถยนต์นั่งสาธารณะ เกิดอุบัติเหตุรวมทั้งหมด 7,522 ครั้ง หรือเทียบเป็น 24.36%
  • รถจักรยานยนต์ เกิดอุบัติเหตุรวมทั้งหมด 5,213 ครั้ง หรือเทียบเป็น 16.88%
  • รถบรรทุกขนาดใหญ่ 10 ล้อขึ้นไป เกิดอุบัติเหตุรวมทั้งหมด 2,500 ครั้ง หรือเทียบเป็น 8.09%
  • รถบรรทุกขนาดเล็ก 6 ล้อ เกิดอุบัติเหตุรวมทั้งหมด 1,231 ครั้ง หรือเทียบเป็น 3.98%

ส่วนยานยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุน้อยที่สุด จะเป็นไปตามสถิติดังนี้

  • รถโดยสารขนาดใหญ่ เกิดอุบัติเหตุรวมทั้งหมด 61 ครั้ง หรือเทียบเป็น 0.19%
  • รถกระบะโดยสาร เกิดอุบัติเหตุรวมทั้งหมด 109 ครั้ง หรือเทียบเป็น 0.35%
  • รถสามล้อ เกิดอุบัติเหตุรวมทั้งหมด 124 ครั้ง หรือเทียบเป็น 0.40%

เห็นสถิติแล้วต้องบอกว่าน่าทึ่งมาก เพราะรถที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยที่สุดนั้นเป็นรถกระบะ 4 ล้อ ซึ่งมากกว่ารถยนต์ทั่วไปตามที่เราคาดการณ์กัน ส่วนรถจักรยานยนต์ก็เองก็นับว่าเกิดอุบัติเหตุบ่อยไม่แพ้รถยนต์เลยทีเดียว(ทั้งนี้ทางกระทรวงคมนาคมอาจบันทึกแต่อุบัติเหตุรถชนใหญ่ ๆ ที่มีการเป็นคดีความ ไม่ได้นับการเฉี่ยวชนเล็กน้อย) ทางด้านรถที่เกิดอุบัติน้อยอย่างรถสามล้อและรถโดยสารนั้นไม่ต้องสงสัยเลยเพราะเป็นประเภทยานยนต์ที่ใช้งานบนนถนนน้อยนั่นเอง

ลักษณะถนนที่เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนบ่อยที่สุด

จากอุบัติเหตุรถยนต์ทั้งหมด 20,457 ครั้ง ในปี 2564 พบว่า

  • ถนนทางตรงที่ไม่มีความลาดชันเกิดอุบัติเหตุบ่อยที่สุด เป็นจำนวน 13,872 ครั้ง หรือมีอัตรา 67.81%
  • ถนนทางโค้งกว้างที่ไม่มีความลาดชัน เกิดอุบัติเหตุจำนวน 2,277 ครั้งหรือมีอัตรา 11.13%
  • ถนนทางโค้งกว้างที่มีทางลาดชันหรือทางขึ้นลงเนินเขา เกิดอุบัติเหตุจำนวน 791 ครั้ง หรือมีอัตรา 3.86%

ในขณะที่บริเวณทางโค้งหักศอก, บริเวณถนนที่มีการเปลี่ยนจำนวนช่องเลน, และบริเวณจุดกลับรถต่างระดับ มีอัตราการเกิดอุบัติเหตุน้อยที่สุดแค่อย่างละ 1 ครั้งในปี 2564 

จากสถิติดังกล่าวนี้แสดงให้เห็นว่าถนนที่เป็นทางตรงธรรมดา ๆ นั่นแหละเป็นจุดที่มักเกิดอุบัติเหตุบ่อยที่สุด เนื่องจากลักษณะท้องถนนในเมืองไทยส่วนใหญ่มักจะเป็นทางตรง อุบัติเหตุบนท้องถนนจึงมักเกิดกับถนนเส้นทางตรง แต่ทั้งนี้ก็ตั้งข้อสังเกตได้ว่าแม้จะเป็นทางตรงขับขี่ง่าย ๆ แต่ผู้ขับขี่ก็ยังขับรถโดยประมาทจนเกิดอุบัติเหตุได้ สะท้อนให้เห็นว่าผู้ขับขี่ทั่วไปขาดวินับทางจราจรอยู่มากนั่นเอง แต่ในทางกลับกันถนนที่เป็นโค้งหักศอกที่เป็นถนนอัตรายกลับมีสถิติเกิดอุบัติเหตุรถชนน้อยมาก อาจเป็นเพราะยิ่งถนนอันตรายผู้ขับก็มักจะตั้งสมาธิและลดความเร็วลงจนทำให้โอกาสเกิดอุบัติเหตุต่ำ

อุบัติเหตุรถยนต์

อุบัติเหตุบนท้องถนนเกิดจากสาเหตุอะไรมากที่สุด?

จากบันทึกของกระทรวงคมนาคมได้มีการทำหลักฐานอธิบายมูลเหตุของการเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ในแต่ละเคสไว้ดังนี้

  • ขับรถเร็วเกิดที่อัตรากำหนด เป็นสาเหตุที่เกิดรถชนบนท้องถนนมากที่สุดซึ่งมีจำนวน 15,305 ครั้ง หรือมีอัตรา 74.81%
  • คน/รถ/สัตว์ วิ่งตัดหน้า จำนวน 1603 ครั้ง หรือมีอัตรา 7.83%
  • หลับใน จำนวน 973 ครั้ง หรือมีอัตรา 4.75%
  • อุปกรณ์ยานพาหนะบกพร่อง จำนวน 769 ครั้ง หรือมีอัตรา 3.75%
  • เมาแล้วขับ จำนวน 316 ครั้ง หรือมีอัตรา 1.54%

ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุน้อยที่สุดได้แก่ มีสิ่งบดบังการมองเห็น, ใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ, ถนนชำรุด ซึ่งทั้งหมดนี้มีอัตราเกิดอุบัติเหตุเพียงประเภทละ 1 ครั้งเท่านั้น 

ส่วนลักษณะการเกิดอุบัติเหตุส่วนมากจะเป็นการพลิกคว่ำหรือตกถนนในทางตรงมากที่สุด โดยเกิดเหตุไปทั้งสิ้นรวม 8,222 ครั้ง, ตามมาด้วยการชนท้าย 5,942 ครั้ง, การพลิกคว่ำหรือตกถนนในทางโค้ง 2,570 ครั้ง, การชนในทิศทางตรงข้าม 950 ครั้ง, และการชนสิ่งกีดขวาง 702 ครั้ง’

จะเห็นได้ว่าจากการเกิดอุบัติเหตุรถชนทั้งหมดนั้นส่วนใหญ่มีมาจากการไม่เคารพกฎจราจรของตัวผู้ขับขี่เอง โดยเฉพาะการใช้ความเร็วเกินกฏหมายกำหนดซึ่งเทียบตามอัตราแล้วมากกว่าสาเหตุใด ๆ รวมกันเสียอีก ขณะที่การหลับในและเมาสุราขณะขับขี่เป็นเป็นสาเหตุต้น ๆ ของการเกิดอุบัติเหตุด้วยเช่นกัน ส่วนปัจจัยอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับผู้ขับขี่อย่างคน/รถ/สัวต์วิ่งตัดหน้า รวมถึงยานพาหนะบกพร่องนั้น ยังนับว่าเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุบนท้องถนนน้อยกว่าความบกพร้องของตัวผู้ขับขี่อยู่มาก

สภาพอากาศแบบไหนเกิดอุบัติเหตุบ่อยที่สุด

จากข้อมูลสถิติที่บันทึกไว้พบว่า อุบัติเหตุบนท้องถนนเกิดขึ้นบ่อยที่สุดในวันที่สภาพอากาศแจ่มใส ซึ่งเกิดขึ้น 17,447 ครั้ง หรือเทียบเป็นอันตรา 85.28%, ตามมาด้วยสภาพอากาศฝนตก ซึ่งมีการเกิดอุบัติเหตุทั้งสิ้น 2,769 ครั้ง หรือเทียบเป็น 13.53%, และอากาศหมอกหนา มีควัน หรือมีฝุ่น ซึ่งเกิดอุบัติเหตุทั้งสิ้น 130 ครั้ง หรือเทียบเป็น 0.63%, ส่วนสภาพอากาศมืดครึ้มมีอุบัติเหตุเกิดรวมดันทั้งสิ้น 74 ครั้ง หรือเทียบเป็น 0.36% 

ดูจากสถิติแล้วนับว่าไม่แปลกใจเท่าไหร่เพราะสภาพอากาศส่วนมากมักจะแจ่มใส่อยู่แล้ว แต่ก็สะท้อนให้คนขับเห็นว่าแม้จะเป็นสภาพอากาศแจ่มใส แต่ถ้าขับรถประมาทหรือไม่ปฏิบัติตามกฎจราจรก็มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุรถชนได้เช่นกัน ในทางกลับกันหากขับรถในสภาพอากาศฝนตก ผู้ขับก็ต้องระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยให้มากขึ้น

อุบัติเหตุบนท้องถนนในแต่ละปี มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตทั้งหมดกี่คน

จากสถิติอุบัติเหตุบนท้องถนนทั้งหมดที่อ้างอิงจากปี พ.ศ. 2564 นั้น มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตรวมทั้งสิ้นดังนี้

  • จำนวนผู้เสียชีวิตรวมทั้งสิ้น 2,726 ราย
  • จำนวนผู้บาดเจ็บสาหัสรวมทั้งสิ้น 2,884 ราย
  • จำนวนผู้บาดเจ็บเล็กน้อยรวมทั้งสิ้น 12,224

ประกันรถยนต์แต่ละชั้นคุ้มครองกรณีอุบัติเหตุบนท้องถนนอย่างไร

ประกันรถยนต์แต่ละชั้นมีความคุ้มครองในกรณีอุบัติเหตุบนท้องถนนที่แตกต่างกันไปตามระดับความคุ้มครอง โดยหลัก ๆ แล้ว การคุ้มครองในกรณีอุบัติเหตุบนท้องถนนสามารถสรุปได้ดังนี้:

1. ประกันรถยนต์ชั้น 1

  • คุ้มครองความเสียหายของรถยนต์: ครอบคลุมทั้งรถของผู้เอาประกันและรถของคู่กรณี ไม่ว่าฝ่ายใดจะเป็นฝ่ายผิด
  • คุ้มครองทุกกรณี: รวมถึงกรณีไม่มีคู่กรณี (เช่น ชนเสา กำแพง หรือสิ่งของ) และกรณีรถชนกัน
  • คุ้มครองทรัพย์สินและบุคคลภายนอก: หากเกิดอุบัติเหตุและมีความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก หรือมีผู้บาดเจ็บ บริษัทประกันจะชดเชยค่าเสียหายให้
  • คุ้มครองชีวิตและร่างกาย: ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร รวมถึงค่าเสียหายในกรณีเสียชีวิต
  • คุ้มครองกรณีชนแล้วหนี: หากไม่สามารถระบุตัวคู่กรณีได้ ประกันรถชั้น1 จะยังคงคุ้มครองรถของผู้เอาประกัน

2. ประกันรถยนต์ชั้น 2+

  • คุ้มครองความเสียหายของรถยนต์: คุ้มครองความเสียหายของรถยนต์ผู้เอาประกันเฉพาะกรณีที่เกิดอุบัติเหตุกับยานพาหนะที่มีคู่กรณี เช่น ชนกับรถคันอื่น
  • ไม่คุ้มครองอุบัติเหตุที่ไม่มีคู่กรณี: หากเป็นการชนสิ่งของหรืออุบัติเหตุที่ไม่สามารถระบุตัวคู่กรณีได้ (เช่น ชนเสา หรือชนต้นไม้) ประกันรถยนต์ 2+ จะไม่ครอบคลุม
  • คุ้มครองทรัพย์สินและบุคคลภายนอก: ครอบคลุมความเสียหายต่อทรัพย์สินและร่างกายของบุคคลภายนอก
  • คุ้มครองชีวิตและร่างกาย: เช่นเดียวกับประกันชั้น 1 คือ คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร

3. ประกันชั้น 2 คุ้มครองอะไรบ้าง

  • คุ้มครองความเสียหายของรถคู่กรณี: หากเกิดอุบัติเหตุ ประกันชั้น 2 ราคาประหยัดจะคุ้มครองความเสียหายของรถคู่กรณีเท่านั้น
  • ไม่คุ้มครองรถของผู้เอาประกัน: รถยนต์ของผู้เอาประกันจะไม่ได้รับการซ่อมแซมจากประกันในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ
  • คุ้มครองทรัพย์สินและบุคคลภายนอก: ความเสียหายต่อทรัพย์สินหรือบุคคลภายนอกจะได้รับการคุ้มครองเช่นเดียวกับชั้น 1 และ 2+
  • คุ้มครองกรณีรถหายและไฟไหม้: คุ้มครองเพิ่มเติมในกรณีที่รถยนต์ถูกโจรกรรมหรือเกิดไฟไหม้

4. ประกันรถยนต์ชั้น 3+

  • คุ้มครองความเสียหายของรถยนต์ผู้เอาประกัน: เฉพาะกรณีที่เกิดอุบัติเหตุกับยานพาหนะที่มีคู่กรณีเท่านั้น
  • ไม่คุ้มครองอุบัติเหตุที่ไม่มีคู่กรณี: เช่นเดียวกับชั้น 2+ ประกันรถยนต์ 3+ จะไม่คุ้มครองหากเกิดอุบัติเหตุที่ไม่มีคู่กรณี
  • คุ้มครองทรัพย์สินและบุคคลภายนอก: คุ้มครองความเสียหายต่อทรัพย์สินและบุคคลภายนอกเช่นเดียวกับประกันชั้นอื่น ๆ

5. ประกันรถยนต์ชั้น 3

  • คุ้มครองเฉพาะความเสียหายของคู่กรณี: หากเกิดอุบัติเหตุ ประกันชั้น 3 คุ้มครองอะไรบ้าง เฉพาะความเสียหายของรถคู่กรณีเท่านั้น
  • ไม่คุ้มครองรถของผู้เอาประกัน: รถของผู้เอาประกันจะไม่ได้รับการคุ้มครองในการซ่อมแซมใด ๆ
  • คุ้มครองทรัพย์สินและบุคคลภายนอก: คุ้มครองในกรณีที่เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินหรือบุคคลภายนอก

จะเห็นได้ว่าจากอัตราการเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ทั้งหมดส่วนมากมักจะเป็นการบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย แต่ถึงกระนั้นผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บสาหัสก็ยังคงมีจำนวนมากนับหลักพันต่อปีเลยทีเดียว จึงไม่แปลกใจเลยที่ทุกวันนี้มีรายงานข่าวอุบัติเหตุและมีผู้เคราะห์ร้ายจากเหตุการณ์อันเศร้าสลดให้ได้เห็นกันอยู่ทุกวัน 

สุดท้ายนี้น้องแคร์ขอฝากให้ทุกคนใช้ถนนอย่างระมัดระวังเพื่อหลักเลี่ยงการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน เพราะหากพลาดพลั้งเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาแล้วย่อมมีการสูญเสียตามมาแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียทรัพย์สินจนถึงสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือชีวิตของคุณเองและชีวิตของคนที่คุณรัก จากสถิติอุบัติเหตุบนถนนที่นำมาให้ดูทั้งหมดนี้จะเห็นได้ว่าเรื่องที่ไม่คาดฝันนั้นเป็นเรื่องใกล้ตัวสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ

สิ่งสำคัญสำหรับผู้ขับรถเลยก็คือประกันรถยนต์ต้องมีติดไว้เสมออย่าขาด เพราะประกันจะช่วยคุ้มครองค่าซ่อมรถยนต์ คุ้มครองค่ารักษาเวลาบาดเจ็บ รวมไปถึงคุ้มครองชีวิตเมื่อเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน หากคุณรู้ตัวว่าประกันรถยนต์กำลังจะหมด อย่ารอช้า! รีบติดต่อมาเช็กความคุ้มครองและตรวจสอบเบี้ยประกันรถยนต์กับเราได้ทันทีกับแรบบิท แคร์ ตลอด 24 ชั่วโมง


บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

  • ทุบสถิติ!! อุบัติเหตุหลังสงกรานต์ 2019
  • 7 ช่องทางที่ทำให้รู้สภาพท้องถนนก่อนออกจากบ้าน
  • รถชนยังไม่ใช่ที่สุด! พบกับ 8 สิ่ง ที่ทำให้เสียชีวิตได้…โดยไม่รู้ตัว
  • ขับรถชนคนเสียชีวิต มีโทษอย่างไรบ้าง มีโอกาสพ้นจากความผิดไหม
  • ขับขี่ปลอดภัย ซื้อประกันง่ายๆ ที่ แรบบิท แคร์

    การขับขี่รถอย่างปลอดภัยไม่ใช่แค่ลดอุบัติเหตุ แต่ยังช่วยประหยัดเบี้ยประกันรถยนต์ ในระยะยาวได้อีกด้วย หากประกันใกล้หมดอายุ เริ่มต้นด้วยการ เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ แล้วดำเนินการ ต่อประกันรถยนต์ออนไลน์ ผ่านระบบ Rabbit Care ที่สะดวก เช็คเบี้ยหลายบริษัทชั้นนำในที่เดียว รองรับทั้ง ประกันรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) และภาคสมัครใจในขั้นตอนเดียว เริ่มเลยวันนี้

     

    บทความแคร์ขับขี่ปลอดภัย

    ความเร็วรถยนต์ตามกฎหมาย ขับเร็วแค่ไหนถึงโดนจับ

    แคร์ขับขี่ปลอดภัย

    ความเร็วรถยนต์ตามกฎหมายไทย ปีล่าสุด ขับเร็วแค่ไหนถึงโดนจับ?

    ในยุคที่ถนนเต็มไปด้วยรถยนต์หลากหลายประเภท การควบคุมความเร็วรถยนต์ จึงเป็นหัวใจสำคัญของการลดอุบัติเหตุ
    กองบรรณาธิการ
    27/02/2026
    เลี้ยว หมายถึง

    แคร์ขับขี่ปลอดภัย

    เลี้ยวรถอย่างมืออาชีพ ด้วยคู่มือฉบับสมบูรณ์เพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน

    การขับรถบนท้องถนนนั้นเต็มไปด้วยความท้าทาย และหนึ่งในทักษะที่สำคัญที่สุดคือการ เลี้ยวรถ ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา หรือการกลับรถ
    Natthamon
    31/03/2025
    ในการบรรทุกสิ่งของ ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไร

    แคร์ขับขี่ปลอดภัย

    ในการบรรทุกสิ่งของ ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไรให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด

    การบรรทุกของไม่ว่าจะเป็นบนรถกระบะ หรือรถบรรทุกขนาดใดก็ตาม กฎหมายมีการระบุเอาไว้อย่างชัดเจน ในเรื่องของระยะความกว้าง ยาว สูง
    Natthamon
    20/03/2025