รถติดเช็คได้! กับ 7 ช่องทางที่ทำให้รู้สภาพท้องถนนก่อนออกจากบ้าน

ONLYWONDER
ผู้เขียน: ONLYWONDER Published: กุมภาพันธ์ 3, 2023
ONLYWONDER
ONLYWONDER
นักเขียนบทความด้านประกันยานยนต์ รถยนต์ การเคลมประกันรถยนต์ ที่ Rabbit Care และ Asia Direct ตั้งใจเขียนงานให้ได้เกินครึ่งจากช่วงเวลาที่หาข้อมูล ยึดถือความถูกต้องเป็นหลัก
ONLYWONDER
แก้ไขโดย: Natthamon Last edited: พฤษภาคม 21, 2024
ONLYWONDER
Natthamon
Natthamon เป็นนักเขียนคอนเทนต์และผู้เชี่ยวชาญด้านประกันรถยนต์ มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ในอุตสาหกรรม FinTech ยานยนต์ และประกันภัย จบการศึกษา MBA สาขาการสื่อสารการตลาด และได้รับใบอนุญาตผู้แนะนำการลงทุน (IC License – Complex 2) รวมถึงเป็นตัวแทนประกันชีวิตที่ได้รับใบอนุญาต ด้วยพื้นฐานด้านการเป็นผู้แนะนำการลงทุนที่ได้รับใบอนุญาต ทำให้ Natthamon มีความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ประกัน ประกันสุขภาพ และบริการทางการเงิน สามารถสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ถูกต้อง น่าเชื่อถือ และตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง เชี่ยวชาญด้านการเขียนบทความประกันรถยนต์ การเปรียบเทียบความคุ้มครอง และการให้ความรู้ด้านประกันในหลากหลายประเภท Natthamon มีประสบการณ์ร่วมงานกับองค์กรชั้นนำ ได้แก่ Rabbit Care, CARSOME, DirectAsia Insurance และ GoBear
รถติดเช็กได้ กับ 7 ช่องทางออนไลน์สุด Easy

ไม่ว่าจะเช้า สาย บ่าย หรือเย็น หากคุณคือคนใช้รถใช้ถนนแล้ว ล้วนมีโอกาสเจอสถานการณ์รถติดได้แทบทุกเวลาสำหรับประเทศไทย โดยเฉพาะเมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานคร ที่สภาพการจราจรในช่วงวันธรรมดานั้นบางทีต้องติดแหงก ชนิดที่ไม่สามารถขยับไปไหนได้เลย ระยะทางเพียงไม่กี่กิโลเมตร แต่กลับต้องใช้เวลาเดินทางนานเกือบชั่วโมง

ด้วยเหตุผลที่ว่ารถติดทำให้เราเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ แรบบิท แคร์ เลยอยากนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการเช็ครถติดผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งปัจจุบันมีให้เราเลือกใช้งานหลายแพลตฟอร์ม ทั้งเว็บไซต์ที่มีสภาพการจราจรอัปเดตตลอดเวลา, มีให้ดูกล้องวงจรปิดบนถนนหลายเส้น, อัปเดตข่าวอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงเวลา และแอปพลิเคชันที่โหลดมาใช้งานได้เหมือนแผนที่ เพียงแต่มีรายงานทั้งหมดเป็นฟีเจอร์นั่นเอง

ปัญหารถติดที่ทำให้การจราจรบนถนนประเทศไทยติดขัด

แล้วทุกคนเคยคิดไหมว่าสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหารถติด หรือการจราจรติดขัดอย่างหนักหน่วงบนท้องถนนประเทศไทย แท้จริงแล้วมาจากเรื่องใดบ้าง? เพราะในทางทฤษฎี มีการตั้งข้อสังเกตใหญ่ได้สัก 5 ข้อ ที่ทำให้ประเทศไทยรถติดในหลายช่วงเวลา โดยเฉพาะชาวกรุงเทพฯ ที่ต้องรับศึกหนักมากกว่าจังหวัดอื่น

ก่อนเข้าไปดูปัญหารถติดจากข้อมูลตามลิสต์ด้านล่าง อยากให้ทุกคนลองคิดในใจเล่น ๆ ว่าจากที่ใช้รถใช้ถนนอยู่ทุกวันนี้ เจอเหตุการณ์อะไรบ้างที่ทำให้การจราจรติดขัด จนขยับไปไหนไม่ได้โดยเฉพาะในช่วงเวลาพีคไทม์อย่างตอนเช้า และตอนเย็น

  • การเติบโตของเมืองที่กระจุกตัวอยู่เพียงบางที่: ทำให้ประชาชนที่ต้องพุ่งตรงเพื่อไปทำงาน มีเป้าหมายเป็นพื้นที่เดียวกัน ทำให้รถติดมากในที่สุด
  • การวางผังเมืองที่ไม่ได้มีแผนรองรับอนาคตตั้งแต่แรก: เพราะหากเทียบขนาดบล็อกในกรุงเทพฯ กับต่างประเทศ เราจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าบล็อกของกรุงเทพฯ นั้นมีขนาดใหญ่ ต้องเดินทางเป็นระยะที่ยาว กว่าจะสามารถเลี้ยวไปทิศทางอื่นได้ บวกกับผังเมืองที่เจริญเพียงบางจุด ดังเหตุผลแรก ทำให้เกิดปัญหารถติดสะสมในที่สุด
  • จำนวนรถไม่สัมพันธ์กับถนน อ้างอิงข้อมูลจากกลุ่มสถิติการขนส่ง: เพราะปัจจุบันมีรถจดทะเบียนสะสมบนท้องถนนกรุงเทพฯ ไปแล้วกว่า 11 ล้านคัน ต่อให้มีซอยทะลุไปได้ แต่สุดท้ายก็ต้องไปโผล่ที่ถนนใหญ่ แล้วเจอรถติดมากเหมือนเดิม
  • ระบบขนส่งสาธารณะที่ไม่พร้อมต่อประชากร: ด้วยจำนวนประชากรของกรุงเทพฯ ประมาณ 5.4 ล้านคน ซึ่งสูงสุดในประเทศ แต่พอเทียบกับรถขนส่งสาธารณะที่มีแค่ประมาณ 2 แสนคัน บวกกับความถี่ในการวิ่งบนท้องถนน ยังไงก็ไม่พอ สุดท้ายผู้คนก็ต้องหันไปใช้รถส่วนตัวเพื่อความสะดวกสบาย จนกลายมาเป็นปัญหารถติดอีกเช่นเดิม
  • สิ่งกีดขวางบนท้องถนนที่คาดเดาไม่ได้: บางครั้งเจอหลุม เจอถนนขรุขระ ถนนที่กำลังอยู่ระหว่างการซ่อมที่เต็มไปด้วยเจ้าหน้าที่ และเครื่องจักรกำลังทำงาน โดยที่ใช้เวลาค่อนข้างนานกว่าจะทำเสร็จในแต่ละเส้นทาง ทำให้เกิดปัญหารถติดสะสมบางพื้นที่ เพราะสิ่งกีดขวางบนถนน

พอเอามาคิดเข้าจริง ๆ แล้วรถติดแบบนี้คงไม่ผิดแปลกอะไรนัก ในเมื่อท้องถนนมีรถเยอะขึ้นทุกปี ผู้คนที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ ก็ยังคงมีจำนวนเท่าเดิม ในขณะที่รถสาธารณะกลับไม่ได้เพิ่มขึ้นตามรถยนต์ส่วนบุคคลเลยแม้แต่น้อย ฉะนั้นสิ่งที่เราพอจะทำให้ได้ คือ เลี่ยงถนนที่มีการจราจรติดขัดในบางช่วงเวลา โดยสามารถเช็ครถติดหรือการทำถนนผ่านแอปพลิเคชั่นหรือช่องทางออนไลน์ได้

แอปเช็กรถติด

เช็ครถติดผ่านแอปพลิเคชั่นและช่องทางออนไลน์

ทีนี้ถึงเวลาแล้วที่เราต้องเอาตัวรอดจากปัญหารถติด บนท้องถนนประเทศไทย หรืออีกนัยหนึ่งคือโดยเฉพาะในกรุงเทพฯ นั่นแหละที่แค่แยกเดียวสามารถติดได้เป็นครึ่งชั่วโมง ต่างจังหวัดอย่างน้อย 10-20 นาที ก็คงหลุดพ้นจากมหากาพย์รถติด หรือหนีไปเส้นทางอื่นได้ทันทีแล้ว งั้นมาเริ่มดูกันว่าจะมีช่องทางเช็ครถติดออนไลน์ให้ใช้งานมากแค่ไหน

1. Traffic Longdo

อันดับที่ 1 แพลตฟอร์มเช็ครถติด รวมถึงสภาพการจราจรทั่วไปบนท้องถนน สามารถดูรายละเอียดค่อนข้างลึกได้ประมาณหนึ่งโดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ไม่ต้องสมัครสมาชิก ไม่ต้องโหลดแอปพลิเคชัน แต่ทุกคนสามารถเข้าไปใช้งานได้ผ่านเว็บไซต์โดยตรง ในด้านฟังก์ชันในสำหรับเช็คการจราจรออนไลน์ จะมีทั้งหมดดังนี้

  • รายงายเหตุการณ์การจราจรล่าสุด
  • ตรวจสอบรถติดผ่านแผนที่หลัก
  • มีฟีเจอร์รายงายคุณภาพอากาศประจำวัน
  • มีแถบนำเสนอข้อมูลจาก Twitter
  • เช็ครถติดออนไลน์ผ่านการดูกล้องวงจรปิดบนถนนเส้นหลัก
  • มีแอปพลิเคชันให้โหลดใช้งาน เช็ครถติดได้ เช็คสภาพการจราจรได้หมด

2. สวพ.FM91

อันดับที่ 2 ถัดมาเป็นสื่อที่พูดถึงเรื่องรถติดและการจราจรบนท้องถนนกรุงเทพฯ เป็นหลัก โดยที่มีช่องทางให้ติดตามอย่างหลากหลาย เช่น เว็บไซต์, Social Media และวิทยุ ความเจ๋งของสื่อนี้จะมีทีมงานภาคพื้นที่ค่อนข้างเยอะ ทำให้การอัปเดตรายชั่วโมงค่อนข้างครบถ้วน มีความต่อเนื่องขอเหตุการณ์

  • รายงานข่าวการจราจรบนแบบทันเหตุการณ์
  • รายงานสภาพปัญหารถติดบนท้องถนนแต่ละสาย
  • ติดตามได้หลายช่องทาง
  • มีข่าวพยากรณ์อากาศให้เช็คทุกวัน
  • อัปเดตข่าวสารทั่วไป
  • มีรับแจ้งของหายได้คืน ที่ไม่ได้จำกัดเฉพาะสิ่งของ แต่รวมถึงสัตว์เลี้ยงด้วย
  • มี Call Center พร้อมตอบรับและโทรฟรี 24 ชั่วโมง

3. 1197 สายด่วนจราจร

อันดับที่ 3 เป็นหน่วยงานกองบังคับการตำรวจจราจร ที่นอกเหนือจากการติดตามเรื่องรถติดแล้ว ยังสามารถติดตามข่าวสาร ๆ พร้อมกับข้อมูลการจราจรต่าง ๆ ได้อย่างครบถ้วน ถือเป็นหนึ่งในการเช็ครถติดออนไลน์ที่ควรรู้จักเอาไว้ เผื่อกรณีมีเหตุฉุกเฉินเราสามารถขอความช่วยเหลือได้ตลอด 24 ชั่วโมง

  • มีเบอร์ติดต่อแบบสายด่วนผ่านเบอร์ 1197
  • เช็คการจราจรออนไลน์ผ่าน Social Media
  • สามารถสอบถามสภาพบนท้องถนนได้ตลอดเวลา
  • เจาะลึกข้อมูลปัญหารถติดได้แบบเฉพาะจุด โดยแจ้งพนักงานได้เลย

4. JS100 (จส.100)

อันดับที่ 4 อีกตัวช่วยในการติดตามเรื่องปัญหารถติดที่เราคิดว่าหลายคน อาจรู้จักอยู่แล้ว เนื่องจากชื่อ จส.100 นั้นค่อนข้างโด่งมากในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะในหมวดหมู่รถแท็กซี่ หรือคนใช้รถทั่วไปก็ยังมีเปิดฟังกันจำนวนมาก เพื่อรับทราบข่าวสารทั้งหมดที่เกิดขึ้นบนท้องถนน แต่ในเมื่อตอนนี้คือยุค 4.0 แล้วทาง JS100 มีการพัฒนาสร้างแอปพลิเคชันขึ้นมาให้ใช้ด้วย

  • แอป JS100 มีแผนที่ให้ใช้งาน แสดงสีเส้นทางเพื่อบอกสถานการณ์รถติด และสภาพการจราจรบนท้องถนน ขยายรายละเอียดด้วยสัญลักษณ์ต่าง ๆ เช่น มีอุบัติเหตุตรงจุดไหน หากเราอยู่ในรัศมีอีก 1 กิโลเมตร ทางแอปจะมีแจ้งเตือนขึ้นมา และสุดท้ายฟีเจอร์ SOS เพื่อแจ้งเหตุฉุกเฉิน
  • มีช่องทาง Social Media ให้เช็ครถติดได้ตลอดเวลา สะดวกแพลตฟอร์มไหนเข้าไปดูได้เลย
  • มีช่องทางวิทยุคลื่น FM100
  • มี LIVE ในบางวัน เหมือนกับการรายงานข่าวสด เช่น มีรถติดมากบนพื้นที่ไหนบ้าง

5. แอปพลิเคชัน Thailand Highway Traffic

อันดับที่ 5 แอปพลิเคชันที่กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคมแนะนำให้ดาวน์โหลดติดมือถือเอาไว้ เพราะนอกจากจะใช้งานง่ายในรูปแบบแอปแล้ว ยังมีรายละเอียดอื่น ๆ ที่นอกเหนือจากการตรวจสอบรถติดให้เช็คเพิ่มเติม

  • สามารถตรวจสอบสภาพการจราจรผ่านภาพจาก CCTV แบบ Real-Time
  • มีฟีเจอร์โชว์ป้าย VMS แสดงข้อมูลสภาพจราจร และระยะเวลาเดินทาง
  • มีแจ้งเตือนจุดก่อสร้าง, จุดซ่อมบำรุง และอุบัติเหตุบนท้องถนน
  • มีหมุดแสดงจุดบริการทางหลวง เผื่อจอดแวะพักระหว่างทาง

6. แอปพลิเคชันท่องทางหลวง (Trips On Thai Highways)

อันดับที่ 6 หากคุณต้องการแอปพลิเคชันที่สามารถใช้เดินทางไกลได้ด้วย จากฟีเจอร์หนึ่งที่ค่อนข้างมีประโยชน์สำหรับคนที่กลัวขับรถแล้วความเร็วเกินกำหนด อย่าลืมติดตั้งแอปพลิเคชันนี้เผื่อเอาไว้ใช้ดูรถติด รวมไปถึงการดูสภาพการจราจรขั้นพื้นฐานด้วย

  • รายงานสถานการณ์การจราจรแบบ Real-Time
  • แจ้งตำแหน่งกล้องตรวจจับความเร็ว
  • มีฟีเจอร์ช่องช่วยเหลือแจ้งสถานที่ หรือจุดสำคัญอีกเพียบ
  • มีระบบแนะนำเส้นทางให้พร้อมสรรพ

7. แอปพลิเคชัน Waze

อันดับที่ 7 รายการสุดท้ายแอปจากต่างประเทศ ที่ไม่ได้มีดีแค่การดูรถติด แต่มันสามารถแจ้งรายละเอียดตำแหน่ง GPS รวมถึงเส้นทางต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยำ มีการรายงานสภาพจราจรแบบเบื้องต้นครบถ้วน

  • ข้อมูลที่แสดงผลเกี่ยวกับการจราจรมีครบทุกข้อที่ต้องการ
  • มีการแจ้งว่าถ้าเราเดินทางไปบนถนนไหน จะสามารถทำความเร็วเฉลี่ยได้เท่าไหร่ รถติดมากไหม จะถึงเป้าหมายเวลาใด
  • รองรับการสั่งการด้วยเสียง
  • สามารถเชื่อมกับแอปพลิเคชัน Music Streaming ได้

ถ้าเผลอไปชนรถคันหน้าระหว่างรถติด เคลมประกันแต่ละชั้นได้อย่างไรบ้าง

หากคุณเผลอชนรถคันหน้าในระหว่างที่รถติด การเคลมประกันรถยนต์จะแตกต่างกันตามประเภทของประกันที่คุณทำไว้ แต่ละชั้นของประกันจะมีการคุ้มครองและการเคลมที่แตกต่างกันดังนี้:

1. ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1

  • ความคุ้มครอง: ประกันชั้น 1 จะคุ้มครองทั้งความเสียหายของรถคุณและรถคู่กรณี ไม่ว่าคุณจะเป็นฝ่ายผิดหรือไม่
  • ค่าซ่อมแซม: บริษัทประกันจะรับผิดชอบค่าซ่อมแซมรถของทั้งคุณและรถคู่กรณีเต็มจำนวนตามมูลค่าความเสียหาย

สรุป: ประกันชั้น 1 คุ้มครองทุกกรณี และการเคลมประกันสามารถทำได้ง่าย ครอบคลุมค่าซ่อมทั้งของคุณและคู่กรณี

2. ประกันรถยนต์ชั้น 2+

  • ความคุ้มครอง: ประกัน 2+ คุ้มครองในกรณีมีคู่กรณี ดังนั้นในกรณีที่คุณชนรถคันหน้า บริษัทประกันจะรับผิดชอบค่าซ่อมแซมทั้งรถของคุณและรถคู่กรณี
  • ค่าซ่อมแซม: ครอบคลุมค่าซ่อมแซมรถของคู่กรณีและรถของคุณ แต่เฉพาะกรณีที่มีคู่กรณี

สรุป: ประกันชั้น 2+ จะคุ้มครองทั้งรถของคุณและรถคู่กรณีในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุชนกับยานพาหนะอื่น

3. ประกันรถยนต์ชั้น 2

  • ความคุ้มครอง: ประกันชั้น 2 จะคุ้มครองเฉพาะรถของคู่กรณีเท่านั้น หากคุณชนรถคันหน้า บริษัทประกันจะชดเชยค่าเสียหายของรถคู่กรณี แต่ไม่คุ้มครองรถของคุณ
  • ค่าซ่อมแซม: ประกันจะครอบคลุมค่าซ่อมแซมรถคู่กรณีเต็มจำนวน แต่คุณต้องรับผิดชอบค่าซ่อมแซมรถของตนเอง

สรุป: ประกัน ประเภท 2 คุ้มครองอะไรบ้าง ประกันชั้น 2 คุ้มครองเฉพาะรถคู่กรณี หากคุณเป็นฝ่ายผิด ต้องซ่อมรถของตนเอง

4. ประกันรถยนต์ชั้น 3+

  • ความคุ้มครอง: ประกันชั้น 3+ คุ้มครองการชนกับยานพาหนะที่มีคู่กรณี ดังนั้นหากคุณชนรถคันหน้า บริษัทประกันจะรับผิดชอบค่าซ่อมแซมรถของทั้งคู่กรณีและรถของคุณ
  • ค่าซ่อมแซม: คุ้มครองทั้งรถของคุณและรถคู่กรณีในกรณีที่เกิดการชนกับรถคันหน้า

สรุป: ประกัน3+ ราคาถูก คุ้มครองทั้งรถของคุณและคู่กรณีในกรณีชนกันกับรถคันอื่น

5. ประกันรถยนต์ชั้น 3

  • ความคุ้มครอง: ประกันภัยชั้น 3 จะคุ้มครองเฉพาะความเสียหายของรถคู่กรณี หากคุณเป็นฝ่ายผิด ประกันจะจ่ายค่าซ่อมแซมรถคู่กรณี แต่ไม่คุ้มครองรถของคุณ
  • ค่าซ่อมแซม: บริษัทประกันจะรับผิดชอบค่าซ่อมรถคู่กรณี แต่รถของคุณจะไม่ได้รับการซ่อมแซมจากประกัน

สรุป: ประกันชั้น 3 คุ้มครองเฉพาะความเสียหายของรถคู่กรณี คุณต้องรับผิดชอบค่าซ่อมรถของตัวเอง

สุดท้ายนี้ขึ้นอยู่กับทุกคนแล้วว่าจะร่วมเดินทางเพื่อหนีรถติด กับช่องทางเช็คการจราจรออนไลน์ช่องทางใด เพราะอย่างน้อยถ้าเรารู้จักสัก 3-4 ช่องทาง ก็นับว่าค่อนข้างครบถ้วนแล้วนั่นเอง และทั้งนี้ในช่วงเวลาเร่งรีบ เราไม่อาจทราบได้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างบนท้องถนน หากมีคนอื่นที่ไม่ระวัง เข้ามาเฉี่ยวชนรถของเรา ในขณะที่เราเองก็รีบไม่ต่างกัน ถ้าไม่อยากที่จะต้องเจอสถานการณ์แบบนั้นอย่างโดดเดี่ยว แถมไม่มีคนคอยช่วยเหลือ

แนะนำว่าควรเสริมความปลอดภัย และความอุ่นใจในทุกการเดินทางของคุณด้วยประกันรถยนต์ ที่สามารถเปรียบเทียบความเหมาะสมกับคุณได้อย่างละเอียด ผ่าน แรบบิท แคร์ ได้โดยตรงที่เว็บไซต์ rabbitcare.com หรือโทรติดต่อได้ที่ 1438 (ตลอด 24 ชั่วโมง) รับรองคุ้มค่ากว่าซื้อเอง แถมมีผ่อน 0% สูงสุด 10 เดือน พร้อมเข้าถึงส่วนลดสูงสุดถึง 70%

  
  

ขับขี่ปลอดภัย ซื้อประกันง่ายๆ ที่ แรบบิท แคร์

การขับขี่รถอย่างปลอดภัยไม่ใช่แค่ลดอุบัติเหตุ แต่ยังช่วยประหยัดเบี้ยประกันรถยนต์ ในระยะยาวได้อีกด้วย หากประกันใกล้หมดอายุ เริ่มต้นด้วยการ เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ แล้วดำเนินการ ต่อประกันรถยนต์ออนไลน์ ผ่านระบบ Rabbit Care ที่สะดวก เช็คเบี้ยหลายบริษัทชั้นนำในที่เดียว รองรับทั้ง ประกันรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) และภาคสมัครใจในขั้นตอนเดียว เริ่มเลยวันนี้

 

บทความแคร์ขับขี่ปลอดภัย

ความเร็วรถยนต์ตามกฎหมาย ขับเร็วแค่ไหนถึงโดนจับ

แคร์ขับขี่ปลอดภัย

ความเร็วรถยนต์ตามกฎหมายไทย ปีล่าสุด ขับเร็วแค่ไหนถึงโดนจับ?

ในยุคที่ถนนเต็มไปด้วยรถยนต์หลากหลายประเภท การควบคุมความเร็วรถยนต์ จึงเป็นหัวใจสำคัญของการลดอุบัติเหตุ
กองบรรณาธิการ
27/02/2026
เลี้ยว หมายถึง

แคร์ขับขี่ปลอดภัย

เลี้ยวรถอย่างมืออาชีพ ด้วยคู่มือฉบับสมบูรณ์เพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน

การขับรถบนท้องถนนนั้นเต็มไปด้วยความท้าทาย และหนึ่งในทักษะที่สำคัญที่สุดคือการ เลี้ยวรถ ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา หรือการกลับรถ
Natthamon
31/03/2025
ในการบรรทุกสิ่งของ ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไร

แคร์ขับขี่ปลอดภัย

ในการบรรทุกสิ่งของ ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไรให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด

การบรรทุกของไม่ว่าจะเป็นบนรถกระบะ หรือรถบรรทุกขนาดใดก็ตาม กฎหมายมีการระบุเอาไว้อย่างชัดเจน ในเรื่องของระยะความกว้าง ยาว สูง
Natthamon
20/03/2025