ประกันรถยนต์ชั้น 2 คุ้มอะไรบ้าง และไม่คุ้มอะไร รู้ก่อนตัดสินใจซื้อ
ประกันรถยนต์ชั้น 2 คืออะไร
ประกันชั้น 2 คุ้มครอง 4 ส่วนหลัก คือ
- รถสูญหาย / ถูกโจรกรรม
- ไฟไหม้ตัวรถ
- ค่าเสียหายทรัพย์สินของคู่กรณี
- ชีวิต/ร่างกายของคู่กรณีและผู้ขับขี่/โดยสาร
แต่ไม่คุ้มครองค่าซ่อมรถของเราไม่ว่ากรณีใดทั้งสิ้น ทั้งที่มีและไม่มีคู่กรณี
ประกันรถยนต์ชั้น 2 คือประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจที่เน้นคุ้มครองรถหายและไฟไหม้ บวกกับความรับผิดต่อคู่กรณี โดยตัดความคุ้มครองซ่อมรถเราออกทั้งหมดเพื่อแลกกับเบี้ยที่ถูกกว่าชั้น 2+
จุดต่างหลักจากชั้น 2+ คือ ชั้น 2+ คุ้มครองซ่อมรถเราเมื่อมีคู่กรณี แต่ชั้น 2 ไม่คุ้มครองซ่อมรถเราเลย ทั้งสองชั้นคุ้มครองรถหายและไฟไหม้เหมือนกัน ชั้น 2 จึงเหมาะกับผู้ขับขี่ที่ชำนาญและยอมรับความเสี่ยงด้านค่าซ่อมได้ แต่ยังต้องการความคุ้มครองกรณีรถสูญหาย
ประกันรถยนต์ชั้น 2 คุ้มครองอะไรบ้าง
ความคุ้มครองหลักของประกันชั้น 2 มี 4 รายการ เน้นรถหาย ไฟไหม้ และความรับผิดต่อคู่กรณี
1. รถสูญหาย / ถูกโจรกรรม – จุดเด่นหลัก
หากรถถูกขโมยหรือสูญหาย บริษัทประกันจ่ายค่าชดเชยตามทุนประกันที่กำหนด เหมือนกับชั้น 1 และ 2+ ต่างจากชั้น 3+ และ 3 ที่ไม่คุ้มครองรถหาย
2. ไฟไหม้ตัวรถ – จุดเด่นหลัก
คุ้มครองความเสียหายจากไฟไหม้ตัวรถ ไม่ว่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ก๊าซรั่ว หรือสาเหตุอื่น ๆ เหมือนชั้น 1 และ 2+ ต่างจากชั้น 3+ และ 3
3. ทรัพย์สินคู่กรณี
ค่าซ่อมรถและทรัพย์สินที่เราไปทำให้คู่กรณีเสียหาย บริษัทประกันรับผิดชอบแทนเรา ลดความเสี่ยงถูกเรียกร้องค่าเสียหายจำนวนมาก
4. ชีวิต/ร่างกายคู่กรณี และ PA คนในรถเรา
ค่ารักษาพยาบาลและค่าชดเชยกรณีบาดเจ็บหรือเสียชีวิตของคู่กรณีและบุคคลภายนอก รวมถึงอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารในรถเรา (วงเงินตามแผน)
ประกันรถชั้น 2 ไม่คุ้มครองอะไร (สำคัญมาก)
จุดนี้คือสิ่งที่ต้องเข้าใจให้ชัดก่อนซื้อ เพราะเป็นเหตุที่ทำให้หลายคนผิดหวังหลังเกิดอุบัติเหตุ
ซ่อมรถเรา (ทุกกรณี)
ไม่ว่าจะชนกับรถคันอื่นและมีคู่กรณีชัดเจน หรือชนเสา ต้นไม้ ตกถนนโดยไม่มีคู่กรณี — ชั้น 2 ไม่คุ้มครองค่าซ่อมรถของเราทั้งสิ้น ต้องออกค่าซ่อมเองทั้งหมด
น้ำท่วม / ภัยธรรมชาติ (มาตรฐาน)
น้ำท่วม พายุ แผ่นดินไหว ไม่ใช่ความคุ้มครองมาตรฐานของชั้น 2 แต่บางบริษัทเสนอเป็น Add-on เสริมได้ ควรถามก่อนซื้อถ้าจอดรถในพื้นที่เสี่ยง
ขับขณะเมาสุรา / ใช้ยาเสพติด
ทุกกรมธรรม์ไม่คุ้มครองหากผู้ขับขี่มีแอลกอฮอล์ในเลือดเกินกฎหมายกำหนด (50 mg%) หรืออยู่ภายใต้ฤทธิ์ยาเสพติด
ใช้รถผิดวัตถุประสงค์
นำรถไปแข่งขันความเร็ว ใช้เป็นรถรับจ้างโดยไม่แจ้งบริษัทประกัน หรือใช้รถผิดประเภทจากที่ระบุในกรมธรรม์
⚠️ ประกันชั้น 2 เหมาะสำหรับคนที่ ยอมรับได้ว่าถ้าชนแล้วต้องออกค่าซ่อมรถตัวเองทั้งหมด แต่ยังต้องการความคุ้มครองกรณีรถหาย ไฟไหม้ และความรับผิดต่อคู่กรณี ถ้ารับความเสี่ยงนี้ไม่ได้ ควรพิจารณาชั้น 2+ แทน
ตารางเปรียบเทียบ ประกันรถชั้น 2 กับชั้นอื่น
สรุปภาพรวมความคุ้มครองทุกชั้นในตารางเดียว เพื่อให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
| ความคุ้มครอง | ชั้น 1 | ชั้น 2+ | ชั้น 2 | ชั้น 3+ | ชั้น 3 |
|---|---|---|---|---|---|
| ซ่อมรถเรา (มีคู่กรณีทางบก) | ✓ | ✓ | ✗ | ✓ | ✗ |
| ซ่อมรถเรา (ไม่มีคู่กรณี) | ✓ | ✗ | ✗ | ✗ | ✗ |
| รถสูญหาย / ไฟไหม้ | ✓ | ✓ | ✓ | ✗ | ✗ |
| น้ำท่วม / ภัยธรรมชาติ | ✓ | ✗ | ✗ | ✗ | ✗ |
| ทรัพย์สินคู่กรณี | ✓ | ✓ | ✓ | ✓ | ✓ |
| ชีวิต/ร่างกายคู่กรณี | ✓ | ✓ | ✓ | ✓ | ✓ |
| ชีวิต/ร่างกายผู้ขับขี่/โดยสาร | ✓ | ✓ | ✓ | ✓ | ✓ |
| ราคาเบี้ย (โดยประมาณ) | สูงสุด | ปานกลาง | ประหยัด | ประหยัด | ต่ำสุด |
✓ = คุ้มครอง | ✗ = ไม่คุ้มครอง | ข้อมูลเป็นภาพรวมทั่วไป เงื่อนไขจริงขึ้นอยู่กับกรมธรรม์ของแต่ละบริษัท
ประกันรถยนต์ชั้น 2 เหมาะกับใคร
ประกันชั้น 2 เหมาะกับคนกลุ่มแคบมาก ต้องตรงโปรไฟล์ทั้ง 3 ข้อจึงจะคุ้มค่า
ขับขี่ชำนาญสูง มั่นใจว่าจะไม่ชนเองหรือยอมรับค่าซ่อมตัวเองได้ถ้าชน ไม่กังวลเรื่องซ่อมรถเรา
จอดรถพื้นที่เสี่ยงขโมย กังวลเรื่องรถหายมากกว่าการชน ต้องการความคุ้มครองรถหาย/ไฟไหม้ในราคาประหยัด
รถอายุ 5–12 ปี มูลค่าลดลงจนค่าซ่อมอาจใกล้เคียงราคาขาย แต่ยังมีทุนประกันรถหายที่คุ้มค่า
ต้องการประหยัดเบี้ยสูงสุด แต่ยังต้องการคุ้มครองรถหายและความรับผิดต่อคู่กรณี ไม่ต้องการซ่อมรถเรา
ถ้ากังวลเรื่องซ่อมรถเราเมื่อมีคู่กรณี
ถ้าขับในเมืองหนาแน่นที่เสี่ยงชนกับรถอื่น ประกันชั้น 2+ เพิ่มความคุ้มครองซ่อมรถเราเมื่อมีคู่กรณี เบี้ยสูงกว่าชั้น 2 เพียง 15–25%
ถ้ามีที่จอดรถปลอดภัย ไม่กังวลรถหาย
ถ้าจอดรถในบ้านหรือที่ปลอดภัยตลอด 24 ชม. ไม่กังวลรถหาย ประกันชั้น 3+ ให้ซ่อมรถเราเมื่อมีคู่กรณีในราคาใกล้เคียงกัน
กรณีพิเศษ: รถถูกขโมย ต้องทำอย่างไรให้เคลมได้
ความคุ้มครองรถหายคือจุดขายหลักของประกันชั้น 2 แต่การเคลมให้สำเร็จต้องทำตามขั้นตอนที่ถูกต้อง น้องแคร์สรุป 5 ขั้นตอนสำคัญ
-
1แจ้งตำรวจทันทีที่รู้ว่ารถหาย ภายใน 24 ชั่วโมง ยื่นแจ้งความที่สถานีตำรวจในพื้นที่เกิดเหตุ ขอใบแจ้งความระบุว่า “รถยนต์ถูกโจรกรรม” ไม่ใช่แค่ “รถหาย” การระบุถ้อยคำให้ถูกต้องมีผลต่อการพิจารณาเคลมโดยตรง
-
2แจ้งบริษัทประกันภายใน 24-48 ชั่วโมง โทรแจ้งบริษัทประกันทันทีหลังแจ้งตำรวจ อย่าปล่อยเวลาผ่านไปนาน เพราะแต่ละกรมธรรม์กำหนดระยะเวลาแจ้งเหตุที่แตกต่างกัน การแจ้งช้าอาจทำให้บริษัทปฏิเสธการเคลม
-
3เตรียมเอกสารให้ครบก่อนยื่นเคลม เอกสารที่ต้องมี: สำเนาบัตรประชาชน, สำเนาทะเบียนรถ, กรมธรรม์ประกันภัย, ใบแจ้งความ, กุญแจรถทั้งหมด (บริษัทประกันมักขอกุญแจสำรองด้วย) และหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง
-
4รอผล 30 วัน บริษัทประกันรอดูว่ารถจะถูกพบหรือไม่ ตามมาตรฐาน คปภ. บริษัทประกันจะรอประมาณ 30 วันหลังแจ้งความก่อนจ่ายค่าชดเชย เพื่อให้ตำรวจมีเวลาตามหารถ ระหว่างนี้ติดตามสถานะเคลมกับบริษัทสม่ำเสมอ
-
5รับค่าชดเชยตามทุนประกัน (ไม่ใช่ราคาซื้อใหม่) บริษัทจ่ายตามทุนประกันที่ระบุในกรมธรรม์ ไม่ใช่ราคารถใหม่ หากทุนประกันต่ำกว่าราคาตลาดปัจจุบัน จะได้รับน้อยกว่าที่คาด ควรตรวจสอบทุนประกันให้ตรงกับราคาตลาดทุกปีตอนต่ออายุ
💡 ติดตั้ง GPS tracker ในรถจะช่วยเพิ่มโอกาสตามรถคืนได้ก่อน 30 วัน และเป็นหลักฐานเสริมให้การเคลมราบรื่นขึ้น บางบริษัทประกันให้ส่วนลดเบี้ยสำหรับรถที่ติด GPS ด้วย
ประกันรถยนต์ชั้น 2 ราคาเบี้ยเท่าไร
ตารางด้านล่างเป็นค่าประมาณการเพื่อใช้ในการวางแผน เปรียบเทียบกับชั้น 2+ และ 3+ ให้เห็นภาพชัด
| รถยนต์ (ตัวอย่าง) | อายุรถ | ชั้น 2 (โดยประมาณ) | ชั้น 2+ (โดยประมาณ) | ชั้น 3+ (โดยประมาณ) |
|---|---|---|---|---|
| Honda City / Toyota Vios | 5–10 ปี | 3,000–5,500 บาท/ปี | 4,000–7,000 บาท/ปี | 2,500–4,500 บาท/ปี |
| Toyota Camry / Honda Accord | 5–10 ปี | 4,500–7,500 บาท/ปี | 6,000–10,000 บาท/ปี | 3,500–6,000 บาท/ปี |
| Toyota Fortuner / Ford Ranger | 5–10 ปี | 5,000–9,000 บาท/ปี | 7,000–12,000 บาท/ปี | 4,000–7,000 บาท/ปี |
ราคาข้างต้นเป็นค่าประมาณการรวมภาษีมูลค่าเพิ่มและอากรแสตมป์แล้ว ราคาจริงขึ้นอยู่กับบริษัทประกัน อายุผู้ขับขี่ ประวัติการเคลม และเงื่อนไขกรมธรรม์ ควรเช็กเบี้ยจากโบรกเกอร์เพื่อราคาที่แม่นยำที่สุด
เช็กลิสต์ก่อนซื้อประกันชั้น 2
ใช้เช็กลิสต์นี้ประกอบการตัดสินใจเพื่อให้ได้แผนที่คุ้มค่าที่สุด
ยืนยันว่ารับได้กับ “ไม่มีซ่อมรถเรา”
ถามตัวเองให้ชัดว่าถ้าชนรถแล้วต้องออกค่าซ่อมเองทั้งหมด รับได้ไหม ถ้าไม่ได้ ควรเลือกชั้น 2+ แทน
ทุนประกันรถหาย
ตรวจสอบว่าทุนประกันกรณีรถหายสะท้อนราคาตลาดปัจจุบันของรถ ทุนต่ำเกินไปจะได้รับค่าชดเชยน้อยกว่ามูลค่าจริง
เปรียบเทียบกับชั้น 3+
ชั้น 2 กับ 3+ เบี้ยใกล้เคียงกัน แต่ครอบคลุมคนละด้าน ถ้าจอดรถในที่ปลอดภัย ชั้น 3+ อาจคุ้มกว่า
เงื่อนไขระยะเวลาแจ้งเหตุรถหาย
แต่ละกรมธรรม์กำหนดต่างกัน บางเจ้ากำหนด 24 ชม. บางเจ้า 48 ชม. ตรวจสอบให้ชัดก่อนเซ็นสัญญา
เปรียบเทียบอย่างน้อย 3 บริษัท
เบี้ยชั้น 2 อาจต่างกันได้ถึง 20–30% ระหว่างบริษัท ใช้โบรกเกอร์ออนไลน์เปรียบเทียบก่อนเสมอ
Add-on น้ำท่วม
ถ้าจอดรถในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม ควรถามบริษัทเรื่อง Add-on คุ้มครองน้ำท่วมเพิ่ม เพราะไม่อยู่ในมาตรฐานชั้น 2
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับประกันชั้น 2
รวมคำถามที่พบบ่อยที่สุดจากผู้ที่กำลังพิจารณาทำประกันชั้น 2
ชั้น 2+ ซ่อมรถเราได้เมื่อมีคู่กรณี ชั้น 2 ไม่ซ่อมรถเราเลย เบี้ยต่างกันประมาณ 15–25%
จุดต่างหลักมีเพียงข้อเดียวคือ ชั้น 2+ คุ้มครองซ่อมรถเราเมื่อมีคู่กรณีเป็นยานพาหนะทางบก ในขณะที่ ชั้น 2 ไม่คุ้มครองซ่อมรถเราเลยไม่ว่ากรณีใด ทั้งสองชั้นคุ้มครองรถหายและไฟไหม้เหมือนกัน เบี้ยชั้น 2 ถูกกว่าชั้น 2+ ประมาณ 15–25% ควรเลือกชั้น 2+ ถ้ายังกังวลเรื่องชนแล้วต้องออกค่าซ่อมเอง
ไม่ครับ ไม่ว่ากรณีใดทั้งสิ้น ต้องออกค่าซ่อมรถตัวเองทั้งหมด
ไม่ครับ นี่คือข้อจำกัดหลักของประกันชั้น 2 ที่ต้องเข้าใจให้ชัดก่อนซื้อ ไม่ว่าจะเป็นการชนกับรถคันอื่นและมีคู่กรณีชัดเจน หรือชนเสา ต้นไม้ ตกถนนโดยไม่มีคู่กรณี — ชั้น 2 ไม่คุ้มครองค่าซ่อมรถของเราทั้งสิ้น ต้องออกค่าซ่อมเองทั้งหมด ถ้าต้องการให้ซ่อมรถเราเมื่อมีคู่กรณีควรเลือกชั้น 2+
ชั้น 2 คุ้มรถหาย/ไฟไหม้ แต่ไม่ซ่อมรถเรา ชั้น 3+ ซ่อมรถเราเมื่อมีคู่กรณี แต่ไม่คุ้มรถหาย เบี้ยใกล้เคียงกัน
ทั้งสองชั้นมีเบี้ยใกล้เคียงกัน แต่คุ้มครองคนละด้าน ชั้น 2 เด่นเรื่องรถหายและไฟไหม้ แต่ไม่ซ่อมรถเราเลย ชั้น 3+ ซ่อมรถเราได้เมื่อมีคู่กรณี แต่ไม่คุ้มครองรถหายและไฟไหม้ เลือกตามความเสี่ยงของตัวเอง: กลัวรถหาย → ชั้น 2, กลัวชนแล้วออกค่าซ่อมเอง → ชั้น 3+
ประมาณ 3,000–9,000 บาท/ปี ถูกกว่าชั้น 2+ ราว 15–25% ถูกกว่าชั้น 1 ราว 50–70%
เบี้ยประกันชั้น 2 โดยประมาณอยู่ที่ 3,000–9,000 บาทต่อปี ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ รุ่น อายุรถ และบริษัทประกัน ถูกกว่าชั้น 2+ ประมาณ 15–25% เพราะตัดความคุ้มครองซ่อมรถเราออก และถูกกว่าชั้น 1 ประมาณ 50–70% ใกล้เคียงกับชั้น 3+ เบี้ยที่ต่างกันระหว่างชั้น 2 และ 3+ คือค่าความคุ้มครองรถหายและไฟไหม้
เหมาะกับรถอายุ 5–12 ปี ที่มูลค่าลดลงจนค่าซ่อมรถเราไม่คุ้มกับเบี้ยที่ต้องจ่าย
โดยทั่วไปรถอายุ 5–12 ปีเหมาะกับชั้น 2 มากที่สุด เพราะมูลค่าลดลงจนการทำชั้น 2+ หรือ 1 ที่มีซ่อมรถเราอาจไม่คุ้มค่าเบี้ย แต่ยังมีมูลค่าพอที่ต้องการความคุ้มครองรถหาย รถอายุน้อยกว่า 5 ปีมักเหมาะกับชั้น 1 หรือ 2+ มากกว่า ส่วนรถอายุเกิน 12 ปีอาจพิจารณาชั้น 3+ หรือ 3
ไม่ใช่มาตรฐาน ต้องซื้อ Add-on เพิ่ม ต่างจากชั้น 1 ที่คุ้มครองน้ำท่วมเป็นมาตรฐาน
น้ำท่วมไม่ใช่ความคุ้มครองมาตรฐานของชั้น 2 ต้องซื้อ Add-on เพิ่มจากบริษัทประกัน โดยมักเพิ่มเบี้ยประมาณ 500–2,000 บาทต่อปีขึ้นอยู่กับมูลค่ารถ ต่างจากชั้น 1ที่คุ้มครองน้ำท่วมเป็นมาตรฐานตาม คปภ. หากบ้านหรือที่จอดรถอยู่ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม แนะนำให้สอบถาม Add-on นี้
เรียกร้องจากประกันของคู่กรณีโดยตรง หรือฟ้องร้องคู่กรณีเป็นรายบุคคล ประกันชั้น 2 ของเราไม่จ่ายค่าซ่อมให้
ถ้าคู่กรณีชนรถเราและเป็นฝ่ายผิด เราสามารถเรียกร้องค่าเสียหายจากบริษัทประกันของคู่กรณีโดยตรง โดยไม่ต้องผ่านประกันของเรา หรือถ้าคู่กรณีไม่มีประกัน ก็ต้องฟ้องร้องคู่กรณีเป็นรายบุคคล ประกันชั้น 2 ของเราไม่เกี่ยวข้องกับค่าซ่อมรถเราเลย ดังนั้นการมีกล้องหน้ารถที่บันทึกทะเบียนและพฤติกรรมการขับขี่จึงสำคัญมากสำหรับผู้ทำประกันชั้น 2
ต้องทำเสมอ พ.ร.บ. เป็นกฎหมายบังคับทุกคัน ไม่ขึ้นกับประกันภาคสมัครใจ
ต้องทำ พ.ร.บ. (ประกันภัยภาคบังคับ) อยู่เสมอ ไม่ว่าจะทำประกันชั้นใดหรือไม่ก็ตาม เพราะเป็นกฎหมายกำหนดให้รถทุกคันต้องมี พ.ร.บ. คุ้มครองเฉพาะชีวิตและร่างกายของผู้ประสบภัยขั้นต้น ส่วนประกันชั้น 2 เป็นประกันภาคสมัครใจที่ซื้อเพิ่มเติม รถที่ขาด พ.ร.บ. มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท
อยากได้ประกันชั้น 2 ที่คุ้มค่าที่สุด ให้แรบบิท แคร์ช่วยเปรียบเทียบให้
เปรียบเทียบแผนประกันชั้น 2 จากบริษัทชั้นนำหลายเจ้าในที่เดียว พร้อมทีมแอดไวเซอร์ช่วยแนะนำว่าชั้น 2 หรือ 2+ คุ้มค่ากว่ากันสำหรับรถและการใช้งานของคุณ ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเปรียบเทียบ
เช็กเบี้ยออนไลน์ได้เลยทันที หรือโทรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่เบอร์ 1438
เช็กเบี้ยประกันชั้น 2 ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
ทีมกองบรรณาธิการ กลุ่มนักเขียนผู้มีประสบการณ์ด้านรถยนต์ การเงิน และประกันภัย เนื้อหาผ่านการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ประกันวินาศภัย เพื่อให้ข้อมูลถูกต้อง อัปเดตสม่ำเสมอ และมีความน่าเชื่อถือ โดย แรบบิท แคร์ ที่เปิดดำเนินการมาแล้วมากกว่า 10 ปี เป็นนายหน้าประกันภัยที่ได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) มีที่ตั้งสำนักงานชัดเจนและช่องทางติดต่อที่ตรวจสอบได้ (ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย เลขที่ ว00021/2557)
แรบบิท แคร์ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยรถยนต์
แรบบิท แคร์ รวบรวมประกันภัยรถยนต์จากหลายบริษัทมาให้คุณเปรียบเทียบประกันรถยนต์ ทั้งราคา ความคุ้มครองประกันรถยนต์ แต่ละประเภท บริการเคลม เลือกแบบที่เหมาะกับการใช้งาน และงบประมาณ คุณสามารถเช็คเบี้ยและเปรียบเทียบประกันรถยนต์ออนไลน์ จากหลายบริษัทได้ทันทีในที่เดียว
- เปรียบเทียบประกันรถยนต์จากหลายบริษัทในหน้าเดียว
- มีทุกชั้นความคุ้มครอง ทั้งชั้น 1, 2+, 3+, และชั้น 3
- มีทีมผู้เชี่ยวชาญช่วยแนะนำตลอดการเลือกซื้อ
บริษัท แรบบิท แคร์ โบรคเกอร์ จำกัด เป็นนายหน้าประกันภัยที่ได้รับใบอนุญาตจาก คปภ. ก่อนตัดสินใจทำประกันภัยโปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นทุกครั้ง

