ผู้หญิงควรรู้ กับวิธีเช็ครถและดูแล ที่สาว ๆ ห้ามพลาด

ใบไม้ร่าเริง
ผู้เขียน: ใบไม้ร่าเริง Published: พฤษภาคม 1, 2020
ใบไม้ร่าเริง
ใบไม้ร่าเริง
มีประสบการณ์สร้างสรรค์ผลงานออนไลน์ 10 ปี เขียนด้านเงิน การลงทุน บทความวิเคราะห์สถานการณ์การเงินในประเทศ และฝากผลงานไว้ที่ Rabbit Care ถึง 4 ปี
ใบไม้ร่าเริง
แก้ไขโดย: Natthamon Last edited: พฤษภาคม 9, 2024
ใบไม้ร่าเริง
Natthamon
Natthamon เป็นนักเขียนคอนเทนต์และผู้เชี่ยวชาญด้านประกันรถยนต์ มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ในอุตสาหกรรม FinTech ยานยนต์ และประกันภัย จบการศึกษา MBA สาขาการสื่อสารการตลาด และได้รับใบอนุญาตผู้แนะนำการลงทุน (IC License – Complex 2) รวมถึงเป็นตัวแทนประกันชีวิตที่ได้รับใบอนุญาต ด้วยพื้นฐานด้านการเป็นผู้แนะนำการลงทุนที่ได้รับใบอนุญาต ทำให้ Natthamon มีความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ประกัน ประกันสุขภาพ และบริการทางการเงิน สามารถสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ถูกต้อง น่าเชื่อถือ และตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง เชี่ยวชาญด้านการเขียนบทความประกันรถยนต์ การเปรียบเทียบความคุ้มครอง และการให้ความรู้ด้านประกันในหลากหลายประเภท Natthamon มีประสบการณ์ร่วมงานกับองค์กรชั้นนำ ได้แก่ Rabbit Care, CARSOME, DirectAsia Insurance และ GoBear
เช็ครถสำหรับผู้หญิง

การเช็ครถสำหรับผู้หญิงไม่ใช่เรื่องที่แปลกอะไร และเป็นเรื่องที่ผู้หญิงและคนใช้รถทุกท่านควรทราบติดตัวไว้ เพื่อที่จะได้เป็นการยืดอายุของรถยนต์ ใช้รถยนต์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งสำหรับสาว ๆ ที่กังวลว่า การดูแลรถสำหรับผู้หญิงจะมีความยุ่งยากอะไรไหม เราต้องบอกเลยว่าการเช็ครถสำหรับผู้หญิงง่ายดายกว่าที่ทุคนคิด ไปดูกันเลยดีกว่าว่าการตรวจเช็ครถยนต์สำหรับผู้หญิงนั้นจะมีอะไรกันบ้าง

1. ความสะอาดของรถ

เป็นสิ่งพื้นฐานสุด ๆ ในการเช็ครถสำหรับผู้หญิง โดยที่ควรทำความสะอาดสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง เพราะแต่ละวันเราใช้รถยนต์ขับขี่ไปในหลากหลายพื้นที่ รถของคุณต้องพบเจอกับสิ่งสกปรกต่าง ๆ มากมาย ถ้าปล่อยไว้คราบฝุ่นอาจฝังลึกจนทำให้สีรถหมองลง ทำให้รถดูเก่าเร็วขึ้น การดูแลรวมถึงเช็ครถสำหรับผู้หญิงในส่วนนี้จึงเป็นสิ่งจำเป็น

นอกจากความสะอาดภายนอกของตัวรถแล้วก็สิ่งที่ต้องเช็ครถสำหรับผู้หญิงก็คือความสะอาดของภายในรถนั่นเอง เก็บขยะต่าง ๆ ให้เรียบร้อย ห้องโดยสารก็ควรดูดฝุ่นอย่างสม่ำเสมอ ยิ่งรถของคุณเป็นเบาะผ้า ยิ่งต้องทำความสะอาดให้บ่อยขึ้น เพื่อลดปริมาณฝุ่นละอองที่อาจจะทำให้คุณเป็นภูมิแพ้ได้ 

ที่สำคัญในส่วนการการเช็ครถสำหรับผู้หญิงและดูแลรถยนต์ในส่วนนี้ ควรใช้น้ำยาฆ่าเชื้อเช็ดทำความสะอาดส่วนต่าง ๆ ในรถ ไม่ว่าจะเป็นพวงมาลัย เกียร์ ประตูรถ รวมทั้งกระจกมองหลังที่คุณอาจเผลอสัมผัสบ่อย ๆ นอกจากจะช่วยให้รถสะอาดแล้ว ยังลดความเสี่ยงในการติดเชื้อโรคต่าง ๆ ได้อีกด้วย

โดยการเช็ครถสำหรับผู้หญิงในเรื่องของความสะอาดทั้งภายในและภายนอกจะนำมาทั้งเรื่องภาพลักษณ์ สุขอนามัยทีดีแล้ว ยังถือว่าเป็นการลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ ดังเช่นในบางกรณีที่มีสิ่งไม่พึงประส่งไปขัดขวางกระบวนการควบคุมรถ ที่ก่อให้เกิดความสูญเสียกันมานับไม่ถ้วน

2. หมั่นเช็คลมยางและสภาพยางรถเสมอ

การเช็ครถสำหรับผู้หญิงในเรื่องการตรวจลมยางต้องขอบอกเลยว่าเป็นเรื่องที่ไม่อยาก ควรเติมลมยางให้มีความดันที่ 25-30 PSI หรือสังเกตรายละเอียดที่ประตูรถฝั่งคนขับ ซึ่งจะบอกความดันของยางหน้าและหลัง ติดตรงขอบประตูรถ

โดยยางรถยนต์มีความสำคัญและผู้ขับขี่ต้องคอยตรวจเช็ครถยนต์ในส่วนนี้อย่างสม่ำเสมอ เพราะถ้ายางอยู่ในสภาพที่สึกหรอ หรือหมดอายุการใช้งาน ก็อาจเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุบนท้องถนนได้เช่นกัน นี่เป็นการเช็ครถสำหรับผู้หญิงที่สำคัญอีกจุดหนึ่ง

วิธีเช็ครถสำหรับผู้หญิงกับสังเกตสภาพยางรถยนต์แบบง่าย ๆ คือให้ลองขับขี่ทางตรงแล้วดูว่ารถส่ายไปมาหรือไม่ และเบี่ยงออกนอกเส้นทางบ้างหรือเปล่า ถ้าเป็นเช่นนั้น แนะนำให้รีบพาไปตรวจสภาพและตั้งศูนย์ถ่วงล้อใหม่จะดีกว่า

3. เช็คที่ปัดน้ำฝนให้ทำงานปกติ

การเช็ครถสำหรับผู้หญิงตรวจที่ปัดน้ำฝนหรือใบปัดน้ำฝนก็ไม่ควรละเลย เพราะที่ปัดน้ำฝนจะช่วยให้ทัศนวิสัยในการขับขี่ดีขึ้นเมื่อยามฝนตก หากยางที่ปัดน้ำฝนเสื่อมสภาพก็จะไม่สามารถเคลียร์น้ำบนกระจกออกไปได้ ทำให้คุณขับขี่ยากขึ้น จนอาจเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ดังนั้นการดูแลรถและการเช็ครถของผู้หญิงในส่วนนี้ก็สำคัญไม่แพ้กัน 

การเช็ครถสำหรับผู้หญิงและดูแลยางปัดน้ำฝนให้ใช้งานได้นาน ๆ ทำได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการเช็ดล้างทำความสะอาด หรือยกที่ปัดน้ำฝนขึ้นเมื่อต้องจอดรถกลางแจ้งเป็นเวลานาน ๆ เพื่อรักษาสภาพยางให้ทนทาน

4. ตรวจระดับหม้อน้ำ

การเช็ครถสำหรับผู้หญิงที่ใช้งานขับขี่รถยนต์เป็นประจำควรตรวจเช็คหม้อน้ำอย่างสม่ำเสมอ ไม่ควรปล่อยให้หม้อน้ำพร่อง ถ้าปริมาณน้ำในหม้อลดลงก็ควรที่จะเติมน้ำสะอาดลงไปให้เต็ม แนะนำให้พกขวดน้ำสำรองติดรถเอาไว้เมื่อต้องขับขี่ทางไกล และต้องระวังการเช็ครถสำหรับผู้หญิงไม่ควรเปิดหม้อน้ำในขณะที่ร้อนจัด เพราะอาจจะทำให้บาดเจ็บได้

5. เช็คน้ำมันเครื่อง

อีกหนึ่งสิ่งที่สาว ๆ ต้องตรวจเช็ครถนั่นก็คือน้ำมันเครื่องนั่นเอง โดยนี่เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะน้ำมันเครื่องจะช่วยในการหล่อลื่นและปกป้องเครื่องยนต์ ให้มีการทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ 

โดยเมื่อใช้ไปสักระยะ น้ำมันเครื่องจะเกิดการเสื่อมสภาพ มีปริมาณที่ลดลงจากการเผาไหม้ดังนั้นเราต้องดูแลรถในส่วนนี้ให้ดี โดยการเช็ครถสำหรับผู้หญิงในส่วนนี้ดึงก้านวัดน้ำมันเครื่องออกมาดู ถ้าอยู่ระดับ F และ L แสดปกติ แต่ถ้าต่ำกว่าตัว L หรือขีดล่างคือเริ่มมีปัญหาแล้ว การดูแลรถสำหรับผู้หญิงในส่วนนี้ก็แค่นำไปเข้าศูนย์ หรืออู่ซ่อมเพื่อทำการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องนั่นเอง

ผู้หญิงดูแลรถ

6. เช็คสภาพแบตเตอรี่

อีกหนึ่งแหล่งพลังงานของรถที่ไม่ควรมองข้ามเมื่อทำการเช็ครถสำหรับผู้หญิงนั่นก็คือแบตเตอรี่รถยนต์นั่นเอง ขอให้สาว ๆเช็ครถโดยหมั่นสังเกตดูตาแมวแบตเตอรี่โดยหากมีสีเขียวหรือน้ำเงินหมายถึงประจุไฟเต็มไฟเต็ม มีสีแดงหรือ ส้มแสดงว่าน้ำกลั่นแห้ง การดูแลรถของผู้หญิงง่าย ๆ ในส่วนนี้คือเติมน้ำกลั่น 

และหากเป็นสีขาวหรือมีความใสแสดงว่าประจุไฟอ่อนควรชาร์จไฟเพิ่ม โดยรายละเอียดเรื่องสีต่าง ๆ จะถูกระบุอยู่บนตัวแบตเตอรี่ โดยนอกจากการเช็ครถสำหรับผู้หญิงแล้วรูปแบบนี้แล้ว ทุกคนที่ใช้รถเป็นประจำควรมีพกสายพ่วงหรือเครื่องมือชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์สำรองไว้ เพื่อในกรณีฉุกเฉินที่แบตเตอรี่รถยนต์เกิดหมดขึ้นมานั่นเอง

7. ไฟโชว์หน้าปัดการเช็ครถสำหรับผู้หญิงที่ง่าย ๆ

เป็นอีกหนึ่งการเช็ครถสำหรับผู้หญิงที่ทำได้ง่าย ๆ เพิ่งแค่ทำความรู้จักกับไฟโชว์หน้าปัดต่าง ๆ ซึ่งสัญลักษณ์ต่าง ๆ ก็จะมีความหมายเฉพาะที่แตกต่างกันออกไป สาว ๆ ทุกควรที่จะมีความรู้ในเรื่องสัญลักษณ์เหล่านี้เอาไว้

8. อย่าลืมสังเกตความผิดปกติอยู่เสมอ

สำหรับสาว ๆ ที่ใช้งานรถอยู่เป็นประจำทุกวัน หากมีอะไรที่ผิดปกติไปเล็กน้อยน่าจะพอจับสัญญาณได้ โดยการเช็ครถสำหรับผู้หญิงวิธีนี้สามารถทำได้ง่าย ๆ โดยการสังเกตถึงความผิดปกติของตัวรถในเรื่องต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น เสียงแปลก ๆ ที่ดังออกมา การควบคุมตัวรถ การสั่นต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น และอีกหลากหลายสิ่งผิดปกติ หากเช็ครถแล้วไม่เหมือนเดิม ควรนำรถเช็คสภาพหรือส่งให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเพื่อความปลอดภัย

เบอร์โทรฉุกเฉินที่ควรมีติดตัวไว้

นอกจากการเช็ครถสำหรับผู้หญิงที่น้องแคร์ได้แนะนำเพื่อน ๆ ไปแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญที่ควรมีติดตัวไว้นั้นก็คือเบอร์ฉุกเฉินไว้ติดต่อขอความช่วยเหลือ เพราะถึงแม้สาว ๆ ทุกคนจะดูแลรถยนต์ดีแค่ไหน แต่ว่าเรื่องไม่คาดฝันสามารถเกิดขึ้นได้ตลอด ไปดูกันว่าเบอร์ติดต่อฉุกเฉินที่น่าสนใจจะมีอะไรบ้าง

  • ติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ – 191
  • ศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ จักรยานยนต์ – 1192
  • กรมทางพิเศษ – 1543
  • ร่วมด้วยช่วยกัน – 1677
  • FM91 สถานีวิทยุเพื่อความปลอดภัยและจราจร – 1644
  • หน่วยแพทย์กู้ชีวิต วชิรพยาบาล – 1554
  • สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ – 1669
  • โรงพยาบาลตำรวจ – 1691
  • หน่วยแพทย์ฉุกเฉิน(มี กทม.) – 1646
  • ตำรวจทางหลวง – 1193
  • ตำรวจท่องเที่ยว – 1155
  • กรมทางหลวงชนบท – 1146
  • ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว – 02-134-4077

สำหรับการเช็ครถสำหรับผู้หญิงที่เราได้รวบรวมมาในวันนี้ก็เป็นหนึ่งสิ่งที่ผู้ใช้รถใช้ถนนควรรู้ติดตัวไว้ ไม่ใช่เฉพาะแต่กับสาว ๆ เท่านั้น โดยการเช็ครถสำหรับผู้หญิงเป็นสิ่งที่ควรทำเป็นประจำเพราะจะช่วยยืดอายุการใช้งานของรถยนต์ อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงการเกิดปัญหาทั้งรถเสียและอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้

เลือกประกันรถยนต์แบบไหนให้ตอบโจทย์การใช้งาน

การเลือกประกันรถยนต์ให้เหมาะกับการใช้งานเป็นเรื่องสำคัญ เพราะแต่ละประเภทให้ความคุ้มครองที่แตกต่างกัน ถ้าคุณเป็นคนใช้รถทุกวันหรือเพิ่งถอยรถใหม่ การเลือกทำประกันชั้น 1 จะช่วยให้ขับขี่อุ่นใจมากขึ้น เพราะให้ความคุ้มครองครอบคลุมทุกกรณี ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ รถชน รถหาย ไฟไหม้ หรือน้ำท่วม ถือเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคนที่ต้องการความคุ้มครองแบบจัดเต็ม แต่ถ้าคิดว่าเบี้ยประกันชั้น 1 สูงเกินไป ทําประกันรถยนต์ 2+ ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะยังคุ้มครองอุบัติเหตุที่มีคู่กรณี รวมถึงรถหายและไฟไหม้ แต่ถ้าขับชนเองแบบไม่มีคู่กรณี ประกันแบบนี้จะไม่คุ้มครอง ในขณะที่ประกันชั้น 3+ จะเหมาะกับคนที่ใช้รถไม่มาก แต่ต้องการคุ้มครองเฉพาะอุบัติเหตุที่มีคู่กรณีเท่านั้น ซึ่งมีค่าเบี้ยถูกลง และถ้าใครใช้รถเก่าหรืออยากได้ประกันราคาประหยัดที่สุด ประกันชั้น 3 อาจเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ เพราะให้ความคุ้มครองแค่คู่กรณีโดยไม่รวมค่าซ่อมรถของตัวเอง สุดท้ายแล้ว การเลือกประกันที่เหมาะกับลักษณะการขับขี่ของคุณจะช่วยให้ได้รับความคุ้มครองที่เพียงพอ และยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้อีกด้วย


และสำหรับผู้หญิงเราแนะนำ ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1 ติดรถไว้ เพราะเป็นแผนที่ให้ความคุ้มครองอาจแนะนำให้ทุกคนได้มีติดรถไว้ ครอบคลุมและรอบด้าน ทั้งตัวคุณและคู่กรณี พร้อมบริการเสริมพิเศษ เช่น บริการรถลากทุกวัน ตั้งแต่เวลา 8.00 น. – 21.00 น. เพื่อช่วยเหลือในยามฉุกเฉิน

หากสนใจประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 หรือกำลังมองหาว่า ประกันรถยนต์ที่ไหนดี แนะนำให้ลองเปรียบเทียบประกันรถยนต์ กับ แรบบิท แคร์ เพื่อเลือกแผนที่ตรงกับความต้องการของคุณมากที่สุด เรามีตัวเลือกจากบริษัทชั้นนำหลากหลาย พร้อมสิทธิพิเศษและความคุ้มครองที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การขับขี่


บทความแนะนำอื่นๆ : การดูแลและบำรุงรักษารถ

วิธีใช้รถยนต์เกียร์ออโต้ ฉบับนักขับมือใหม่ พวงมาลัยสั่น อันตรายไหม เกิดขึ้นจากสาเหตุไหนได้บ้าง

ขับขี่ปลอดภัย ซื้อประกันง่ายๆ ที่ แรบบิท แคร์

การขับขี่รถอย่างปลอดภัยไม่ใช่แค่ลดอุบัติเหตุ แต่ยังช่วยประหยัดเบี้ยประกันรถยนต์ ในระยะยาวได้อีกด้วย หากประกันใกล้หมดอายุ เริ่มต้นด้วยการ เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ แล้วดำเนินการ ต่อประกันรถยนต์ออนไลน์ ผ่านระบบ Rabbit Care ที่สะดวก เช็คเบี้ยหลายบริษัทชั้นนำในที่เดียว รองรับทั้ง ประกันรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) และภาคสมัครใจในขั้นตอนเดียว เริ่มเลยวันนี้

 

บทความแคร์ขับขี่ปลอดภัย

ความเร็วรถยนต์ตามกฎหมาย ขับเร็วแค่ไหนถึงโดนจับ

แคร์ขับขี่ปลอดภัย

ความเร็วรถยนต์ตามกฎหมายไทย ปีล่าสุด ขับเร็วแค่ไหนถึงโดนจับ?

ในยุคที่ถนนเต็มไปด้วยรถยนต์หลากหลายประเภท การควบคุมความเร็วรถยนต์ จึงเป็นหัวใจสำคัญของการลดอุบัติเหตุ
กองบรรณาธิการ
27/02/2026
เลี้ยว หมายถึง

แคร์ขับขี่ปลอดภัย

เลี้ยวรถอย่างมืออาชีพ ด้วยคู่มือฉบับสมบูรณ์เพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน

การขับรถบนท้องถนนนั้นเต็มไปด้วยความท้าทาย และหนึ่งในทักษะที่สำคัญที่สุดคือการ เลี้ยวรถ ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา หรือการกลับรถ
Natthamon
31/03/2025
ในการบรรทุกสิ่งของ ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไร

แคร์ขับขี่ปลอดภัย

ในการบรรทุกสิ่งของ ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไรให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด

การบรรทุกของไม่ว่าจะเป็นบนรถกระบะ หรือรถบรรทุกขนาดใดก็ตาม กฎหมายมีการระบุเอาไว้อย่างชัดเจน ในเรื่องของระยะความกว้าง ยาว สูง
Natthamon
20/03/2025