วิธีใช้รถยนต์เกียร์ออโต้ ฉบับนักขับมือใหม่

Thirakan T
ผู้เขียน: Thirakan T Published: พฤษภาคม 4, 2021
Thirakan T
Thirakan T
Thirakan Thongseenual เป็นนักเขียนที่มีประสบการณ์มากกว่า 3 ปี ที่ RabbitCare และ Asia Direct โดยมีความชำนาญในประกันรถยนต์ เน้นเขียนบทความที่เผยแพร่บน Blog และมีความเชี่ยวชาญด้าน SEO กว่า 4 ปี ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอได้ใช้ในการสร้างความรู้และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของ RabbitCare อย่างมีประสิทธิภาพ จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ปริญญาตรี สาขา Information Technology
เกียร์ออโต้

อย่างที่นักขับทุกท่านทราบกันดีว่ารถยนต์ที่วางจำหน่ายในประเทศเราตอนนี้มีทั้งแบบเกียร์กระปุก และแบบเกียร์ออโต้ แต่ผู้ขับขี่ยานยนต์ที่เป็นคนยุคใหม่นั้นก็นิยมเลือกใช้งานรถยนต์ที่เป็นระบบเกียร์อัตโนมัติ หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่าเกียร์ออโต้ ซึ่งเกียร์ออโต้นั้น ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ขับขี่รถยนต์ ด้วยวิธีการใช้งานที่ง่าย ไม่ซับซ้อนเมื่อเทียบกับเกียร์กระปุก


อย่างที่นักขับทุกท่านทราบกันดีว่ารถยนต์ที่วางจำหน่ายในประเทศเราตอนนี้มีทั้งแบบเกียร์กระปุก และแบบเกียร์ออโต้ แต่ผู้ขับขี่ยานยนต์ที่เป็นคนยุคใหม่นั้นก็นิยมเลือกใช้งานรถยนต์ที่เป็นระบบเกียร์อัตโนมัติ หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่าเกียร์ออโต้ ซึ่งเกียร์ออโต้นั้น ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ขับขี่รถยนต์ ด้วยวิธีการใช้งานที่ง่าย ไม่ซับซ้อนเมื่อเทียบกับเกียร์กระปุก

ถึงแม้จะบอกว่าใช้งานง่าย แต่ก็อย่าประมาทในการใช้งานเชียวนะ โดยเฉพาะมือใหม่หัดขับที่เพิ่งจะได้ลองจับพวงมาลัยมาเป็นเวลาไม่นาน ควรมาทำความเข้าใจกับการใช้งานรถยนต์เกียร์ออโต้กันสักหน่อย เพื่อให้ใช้งานได้อย่างปลอดภัย และรักษาสภาพของเครื่องยนต์เอาไว้ได้นาน ต้องทำยังไงบ้าง ตามมาอ่านกันได้เลย

เกียร์ออโต้

ใช้งานรถยนต์เกียร์ออโต้ให้ปลอดภัย ฉบับมือใหม่หัดขับ

สำหรับผู้ใช้งานรถยนต์ที่มีระบบเกียร์ออโต้นั้น หากผ่านการใช้งานเกียร์กระปุกมาก่อนก็พอจะมีพื้นฐานเรื่องจังหวะการควบคุมเกียร์มาบ้าง แต่กับเพื่อน ๆ นักขับมือใหม่นั้นอาจจะต้องค่อย ๆ ทำความเข้าใจสัญลักษณ์ของตำแหน่งเกียร์รถยนต์เพิ่มเติมกันสักหน่อย ดังต่อไปนี้

ตำแหน่งของเกียร์ออโต้

  • เกียร์ตำแหน่ง P – ใช้งานเมื่อต้องการจอดรถยนต์ในตำแหน่งที่ไม่กีดขวางรถยนต์คันอื่น ไม่จำเป็นต้องเคลื่อนรถยนต์ หรือใช้งานเมื่อมีการจอดรถยนต์ในบริเวณที่ลาดชันเสี่ยงรถไหล
  • เกียร์ตำแหน่ง R – ใช้งานเมื่อต้องการถอยรถ แนะนำให้เหยียบเบรกทุกครั้งที่มีการเข้าเกียร์นี้ เพื่อควบคุมรถยนต์ให้ถอยหลังอย่างช้า ๆ เนื่องจากการถอยรถค่อนข้างเสี่ยงอันตราย
  • เกียร์ตำแหน่ง N – หรือที่เรียกกันว่า “เกียร์ว่าง” ใช้งานเมื่อต้องการหยุดรถยนต์แบบชั่วคราว หรือจอดรถในตำแหน่งมีการกีดขวาง เพื่อให้สามารถเคลื่อนย้ายรถยนต์ในการเปิดทางให้รถยนต์คันอื่น ๆ ได้
  • เกียร์ตำแหน่ง D – ใช้งานในขณะที่กำลังขับขี่รถยนต์ตามปกติ
  • เกียร์ตำแหน่ง 2 – ใช้งานในขณะที่ขับขี่รถยนต์ในเส้นทางที่มีความลาดชัน แต่ไม่สูงมาก และยังสามารถใช้ความเร็วได้พอสมควร
  • เกียร์ตำแหน่ง L – ใช้งานสำหรับเส้นทางที่มีความลาดชันสูง และต้องใช้ความเร็วต่ำในการขับขี่

คำแนะนำสำหรับมือใหม่หัดขับรถยนต์เกียร์ออโต้

การใช้งานรถยนต์เกียร์ออโต้นั้น หากผู้ขับมีความรู้ความเข้าใจในการใช้งานระบบเกียร์แบบอัตโนมัติ ก็จะช่วยให้การขับขี่ในทุก ๆ เส้นทางนั้นง่ายขึ้น และยังช่วยยืดอายุของเครื่องยนต์ให้คงประสิทธิภาพได้ยาวนานขึ้นอีกด้วย เพราะชิ้นส่วนอะไหล่ของเกียร์ออโต้นั้นถือว่ามีราคาสูงทีเดียว คงไม่คุ้มนักที่จะเปลี่ยนบ่อย ๆ ดังนั้น ผู้ขับขี่จึงควรทราบข้อมูลเหล่านี้

ใส่น้ำมันเครื่องรถยนต์

เมื่อสตาร์ทรถยนต์ ให้เข้าเกียร์ P

เมื่อต้องการสตาร์ทรถยนต์ การเข้าเกียร์ในตำแหน่ง P เอาไว้เป็นตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการสตาร์ทรถ เป็นเกียร์ที่ทำให้รถยนต์เกิดการสั่นสะเทือนหรือเคลื่อนไหวน้อยที่สุด เพราะฉะนั้น การเข้าเกียร์ P จึงปลอดภัยที่สุด แต่ผู้ขับก็ต้องระมัดระวังการเข้าเกียร์ อย่าให้อยู่ในจุดที่คร่อมระหว่างเกียร์ P และ เกียร์ตำแหน่ง R เพราะถ้าเกิดมีการเคลื่อนไปที่เกียร์ R ขณะที่สตาร์ทรถยนต์ ก็อาจส่งผลให้รถยนต์พุ่งถอยหลัง จนเกิดอุบัติเหตุหรือความเสียหายต่อสิ่งรอบข้างได้

เหยียบเบรกก่อนเปลี่ยนเกียร์

ในการขับขี่รถยนต์นั้น ผู้ขับจะต้องมีการเปลี่ยนเกียร์ไปตามลักษณะของเส้นทาง เพื่อให้การขับขี่เป็นไปอย่างราบรื่นที่สุด โดยในขณะที่จะเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์นั้น รถยนต์จะมีการกระตุกหรือมีแรงกระชากเล็กน้อยจากการเปลี่ยนเกียร์ ซึ่งสิ่งนี้จะทำให้รถยนต์และผู้ขับเกิดอาการเสียหลักจนเกิดอุบัติเหตุได้ เพราะฉะนั้น การเปลี่ยนเกียร์จึงควรทำให้ขณะที่รถหยุดนิ่ง ไม่ควรเข้าเกียร์ถอยหลังในขณะที่รถยังไม่หยุดนิ่ง อีกวิธีหนึ่งก็คือผู้ขับควรเหยียบเบรกก่อนเปลี่ยนเกียร์เสมอ เพื่อความปลอดภัยนั่นเอง

เปลี่ยนเกียร์ D และ เกียร์ R เมื่อรถหยุด

เกียร์ D และ เกียร์ R เป็นเกียร์ที่ใช้บ่อยในการขับขี่ยานยนต์บนเส้นทางปกติ แต่เมื่อต้องการที่จะสลับเกียร์รถยนต์ 2 เกียร์ดังกล่าว ควรกระทำก็ต่อเมื่อรถยนต์จอดนิ่งแล้วเท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายกับอะไหล่เกียร์นั่นเอง

เกียร์ P และ เกียร์ N สำหรับการจอดรถ

ในกรณีที่ต้องการจอดรถยนต์นั้น ผู้ขับควรสังเกตลักษณะโดยรอบของพื้นที่จอดรถ เพราะเกียร์ N และ P ใช้ในการจอดรถ แต่จะถูกใช้ในกรณีที่แตกต่างกัน หากจอดรถยนต์ในพื้นที่ส่วนตัว ที่สามารถจอดสนิทได้ หรือบนทางลาดชันที่ไม่ต้องการให้รถไหล ให้ใช้เกียร์ P แต่ถ้าจอดรถในพื้นที่สาธารณะ หรือจำเป็นต้องจอดซ้อนกับรถยนต์คันอื่น ๆ ให้ใช้เกียร์ N เพื่อให้สามารถเคลื่อนย้ายรถยนต์ได้ ในกรณีที่รถยนต์คันด้านในต้องการเคลื่อนรถเพื่อขับออกไปก่อน จะได้สะดวกขึ้น

ไม่ควรคิกดาวน์โดยไม่จำเป็น

การคิกดาวน์เป็นการกระทำที่เหมาะกับการที่ผู้ขับต้องการเร่งแซงเมื่อจำเป็นเท่านั้น ไม่ควรทำบ่อย ๆ เพราะจะทำให้เกียร์ทำงานหนักมากเกินไป จนส่งผลให้เกียร์สึกหรอได้เร็วขึ้น หากต้องการถนอมเกียร์ออโต้ แนะนำว่าอย่าคิกดาวน์บ่อยเกินไปจะดีกว่า

เปลี่ยนน้ำมันเกียร์

เหมือนกับรถยนต์ที่ต้องมีการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องอย่างสม่ำเสมอ เพื่อประสิทธิภาพในการใช้งานที่ดี น้ำมันเกียร์เป็นส่วนประกอบสำคัญที่ช่วยในการหล่อลื่นและลดความร้อนในชุดเกียร์ ให้เกียร์ทำงานได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด แนะนำให้เปลี่ยนน้ำมันเกียร์ทุก ๆ 6 เดือน หรือปีละ 2 ครั้ง เพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานของเกียร์

นอกเหนือจากการใช้งานเกียร์ออโต้แล้ว ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด ศึกษาคู่มือการใช้รถยนต์อย่างละเอียด และทำประกันภัยรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นประกันรถชั้น1ประกันภัย2+, 2, ประกัน3+ และ 3 เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการใช้รถยนต์ ด้วยความปรารถนาดี


บทความแนะนำอื่นๆ : การดูแลและบำรุงรักษารถ

คู่มือเช็ครถสำหรับสาว ๆ ทำตามได้ง่าย ห้ามพลาด พวงมาลัยสั่น อันตรายไหม เกิดขึ้นจากสาเหตุไหนได้บ้าง

ขับขี่ปลอดภัย ซื้อประกันง่ายๆ ที่ แรบบิท แคร์

การขับขี่รถอย่างปลอดภัยไม่ใช่แค่ลดอุบัติเหตุ แต่ยังช่วยประหยัดเบี้ยประกันรถยนต์ ในระยะยาวได้อีกด้วย หากประกันใกล้หมดอายุ เริ่มต้นด้วยการ เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ แล้วดำเนินการ ต่อประกันรถยนต์ออนไลน์ ผ่านระบบ Rabbit Care ที่สะดวก เช็คเบี้ยหลายบริษัทชั้นนำในที่เดียว รองรับทั้ง ประกันรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) และภาคสมัครใจในขั้นตอนเดียว เริ่มเลยวันนี้

 

บทความแคร์ขับขี่ปลอดภัย

ความเร็วรถยนต์ตามกฎหมาย ขับเร็วแค่ไหนถึงโดนจับ

แคร์ขับขี่ปลอดภัย

ความเร็วรถยนต์ตามกฎหมายไทย ปีล่าสุด ขับเร็วแค่ไหนถึงโดนจับ?

ในยุคที่ถนนเต็มไปด้วยรถยนต์หลากหลายประเภท การควบคุมความเร็วรถยนต์ จึงเป็นหัวใจสำคัญของการลดอุบัติเหตุ
กองบรรณาธิการ
27/02/2026
เลี้ยว หมายถึง

แคร์ขับขี่ปลอดภัย

เลี้ยวรถอย่างมืออาชีพ ด้วยคู่มือฉบับสมบูรณ์เพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน

การขับรถบนท้องถนนนั้นเต็มไปด้วยความท้าทาย และหนึ่งในทักษะที่สำคัญที่สุดคือการ เลี้ยวรถ ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา หรือการกลับรถ
Natthamon
31/03/2025
ในการบรรทุกสิ่งของ ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไร

แคร์ขับขี่ปลอดภัย

ในการบรรทุกสิ่งของ ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไรให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด

การบรรทุกของไม่ว่าจะเป็นบนรถกระบะ หรือรถบรรทุกขนาดใดก็ตาม กฎหมายมีการระบุเอาไว้อย่างชัดเจน ในเรื่องของระยะความกว้าง ยาว สูง
Natthamon
20/03/2025