การปะยางที่ถูกต้องทำให้ยางกลับมาใช้งานได้ 100%

กองบรรณาธิการ
ผู้เขียน: กองบรรณาธิการ Published: ตุลาคม 20, 2020
กองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการ
ทีมกองบรรณาธิการ กลุ่มนักเขียนผู้มีประสบการณ์ด้านรถยนต์ การเงิน และประกันภัย เนื้อหาผ่านการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ประกันวินาศภัย เพื่อให้ข้อมูลถูกต้อง อัปเดตสม่ำเสมอ และมีความน่าเชื่อถือ โดย แรบบิท แคร์ ที่เปิดดำเนินการมาแล้วมากกว่า 10 ปี เป็นนายหน้าประกันภัยที่ได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) มีที่ตั้งสำนักงานชัดเจนและช่องทางติดต่อที่ตรวจสอบได้ (ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย เลขที่ ว00021/2557)
กองบรรณาธิการ
แก้ไขโดย: Natthamon Last edited: สิงหาคม 9, 2024
กองบรรณาธิการ
Natthamon
Natthamon เป็นนักเขียนคอนเทนต์และผู้เชี่ยวชาญด้านประกันรถยนต์ มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ในอุตสาหกรรม FinTech ยานยนต์ และประกันภัย จบการศึกษา MBA สาขาการสื่อสารการตลาด และได้รับใบอนุญาตผู้แนะนำการลงทุน (IC License – Complex 2) รวมถึงเป็นตัวแทนประกันชีวิตที่ได้รับใบอนุญาต ด้วยพื้นฐานด้านการเป็นผู้แนะนำการลงทุนที่ได้รับใบอนุญาต ทำให้ Natthamon มีความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ประกัน ประกันสุขภาพ และบริการทางการเงิน สามารถสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ถูกต้อง น่าเชื่อถือ และตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง เชี่ยวชาญด้านการเขียนบทความประกันรถยนต์ การเปรียบเทียบความคุ้มครอง และการให้ความรู้ด้านประกันในหลากหลายประเภท Natthamon มีประสบการณ์ร่วมงานกับองค์กรชั้นนำ ได้แก่ Rabbit Care, CARSOME, DirectAsia Insurance และ GoBear
ปะยาง

เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน

สวัสดีครับ วันนี้คิมไทร์บิดกลับมาอีกครั้งครับ มีเพื่อนๆหลายคนถามคิมว่าถ้าเราปะยางแล้ว ยางรถของเราจะใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ 100% เหมือนเดิมไหม คิมต้องบอกว่าถ้าเราปะยางอย่างถูกวิธีการใช้งานจะกลับมา 100% แน่นอนครับ แต่ว่าก็มีหลายๆกรณีโดยคิมจะจำแนกไว้ตามนี้เลยครับ

เรามาจำแนกก่อนเลยครับ ว่าบริเวณไหนที่เราสามารถปะซ่อมได้ และปะซ่อมไม่ได้ บริเวณที่ปะซ่อมยางได้จะเป็นบริเวณหน้ายางครับบริเวณที่แข็งแรงที่สุดโดยเป็นบริเวณที่มีเข็มขัดรัดหน้ายางครับ ส่วนบริเวณที่ปะซ่อมได้แต่ปะซ่อมได้ยากก็จะเป็นบริเวณไหล่ยางที่เป็นส่วนลอยต่อระหว่างหน้ายางกับแก้มยาง ซึ่งบริเวณนี้ถ้าแผ่นปะสามารถติดได้เต็มแผ่นโดยไม่ไปแปะบริเวณที่ติดกับแก้มยางนั้นก็ยังสามารถปะได้อยู่ครับ เพราะบริเวณนี้ยังมีการขยับตัวที่เยอะและไม่มีโครงสร้างรองรับให้มีความแข็งแรงเหมือนเดิม และบริเวณที่ปะซ่อมไม่ได้แน่นอนก็คือบริเวณแก้มยางครับผม ซึ่งเหตุผลที่ไม่สามารถปะซ่อมได้ก็เพราะว่าบริเวณแก้มยางนั้นไม่มีโครงสร้างที่แข็งแรงประกอบกับมีการยืดหดตัวตลอดเวลาทำให้การปะนั้นจะปะไม่อยู่ และจะส่งผลให้แผลรั่วหรือรอยบาดนั้นกว้างขึ้นเรื่อยๆครับ 

เรามาจำแนกต่อว่าวิธีการปะในบ้านเราปัจจุบันมีการซ่อมกี่แบบ ถ้าเพื่อนๆรู้จักกันก็จะมี 4 แบบหลักๆ แทงใยไหม ปะสตรีมร้อน ปะสตรีมเย็น ปะดอกเห็ด ซึ่งการปะแต่ละแบบก็จะมีข้อดีข้อไม่ดีแตกต่างกันไป เดี๋ยวคิมไทร์บิดจะอธิบายเป็นแต่ละอย่างเลยว่าข้อดีข้อเสียเป็นอย่างไรบ้าง

ปะยาง-ยางรถยนต์

วิธีปะยางให้ยางกลับมาใช้ได้ดี

แทงใยไหม

แทงใยไหมเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดครับ ไม่ต้องยางออกจากล้อแค่เอาใยไหมเสียบลงไปบริเวณที่รั่วแล้วปล่อยคาไว้ถือว่าจบ ข้อดี ก็คือรวดเร็ว ใช้ได้สำหรับรูรั่วเล็กๆ ข้อเสียคือ มีโอกาสเสี่ยงที่ปะไม่อยู่บ่อย มีโอกาสทำให้แผลหรือรูรั่วมีรูที่ใหญ่ขึ้น จึงเป็นวิธีที่เหมาะสำหรับชั่วคราวเท่านั้น

ข้อดี ปะสตรีมร้อน

ปะสตรีมร้อน

ปะสตรีมร้อนเป็นวิธีที่นิยมมากที่สุดในบ้านเราครับ ไปร้านไหนๆก็จะปะสตรีมร้อนให้เพราะว่าเป็นวิธีที่ปะได้อยู่ที่สุดเพราะการปะสตรีมร้อนจะทำให้ยางที่นำไปปะกับเนื้อยางเก่าติดกันแน่นที่สุด แต่ไม่ถึงกับเป็นยางชิ้นเดียวกันนะครับ แต่ข้อเสียก็ยังมีอยู่ครับเพราะว่ากรณีที่ปะสตรีมร้อนจะทำให้ยางบริเวณนั้นอาจมีโอกาสเสียหายได้หรือทำให้ใช้งานได้ไม่เต็มสมรรถนะ 100% ครับ

ข้อดี ปะยาง : ปะสตรีมเย็น

ปะสตรีมเย็น

ปะสตรีมเย็น จะมีสองรูปแบบโดยเป็นการใช้แค่แผ่นปะกับการใช้วัสดุที่ชื่อว่าดอกเห็ด (การแปะแบบ PRP) ซึ่งการปะสตรีมเย็นในแบบแผ่นปะนั่นดีในแง่ของทำให้โครงยางไม่เสียครับ แต่ว่ารูด้านนอกที่ไม่ได้ปะนั่นเป็นข้อเสียของการเฉพาะแผ่นปะด้านในเพราะความชื้นจะเข้าไปในรูดังกล่าว ซึ่งส่งผลให้โครงยางนั้นเกิดสนิมและอาจทำให้ยางบวมได้ ส่วนการปะแบบดอกเห็ดหรือ PRP นั้นเป็นวิธีที่ดีที่สุดเพราะว่าทำให้โครงยางนั่นไม่เสียหายและยังมีเดือยที่มาปิดบริเวณรูรั่วซึ่งทำให้ไม่มีความชื้นเข้าในโครงยางไม่ส่งผลเสียต่อยาง ซึ่งจะส่งผลให้ยางนั้นกลับมาใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ 100% 

เพราะฉะนั้น บริเวณที่สามารถปะได้ กับ การปะที่ดีที่สุดนั่นมีส่วนสำคัญที่ทำให้ยางนั้นกลับมาใช้งานได้ 100% เหมือนเดิมครับ ปะยางบริเวณหน้ายาง และ ปะแบบดอกเห็ดนั้นยางกลับมาได้ 100%  ประยางบริเวณไหล่ยางและปะแบบดอกเห็ดยางอาจกลับมาใช้ได้ 50-80% (ขึ้นอยู่กับความใกล้ของแก้มยาง หรือถ้าไม่อยากจะเปลี่ยนยางใหม่แล้วนำไปปะสตรีมร้อนอาจจะเป็นวิธีที่สุดที่ให้ยางใช้ได้ต่อแต่ว่าอาจมีโอกาสเสี่ยงในการที่ปะไม่อยู่หรือว่ายางบวมได้)

แถมให้อีกนิดครับสำหรับยางรันแฟลตนั้น จะสามารถปะซ่อมได้ครั้งเดียวเพราะว่ายางประเภทรันแฟลตนี้ นั้นต้องการความแข็งแรงของโครงยางมากที่สุด ถ้ามีการปะซ่อมบ่อยๆโอกาสทำให้โครงยางรันแฟลตนั้นไม่อยู่ในสภาพใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ ซึ่งหากเกิดการยางระเบิดหรือรั่วโครงยางรันแฟลตอาจจะใช้งานไม่ได้ก็อาจเป็นได้ แต่ถ้าเป็นยางธรรมดาก็ไม่ควรปะซ่อมเกิน 3 แผล และเป็นแผลที่ต้องไปใกล้กัน 

แถมสุดท้าย จริงๆแล้วรูรั่วนั้นก็มีผลต่อการใช้งาน ถ้ารูรั่วใหญ่เกินกว่า 6 มม. ก็จะส่งผลต่อความแข็งแรงของโครงยาง และ ถ้าใหญ่กว่ากว่า 1 เซนติเมตรก็ไม่แนะนำให้ปะซ่อม (ถึงแม้ปะซ่อมได้แต่ก็อาจทำให้ยางไม่แข็งแรงเหมือนเดิมมีโอกาสยางเสียหายได้ง่ายกว่าปกติ) เพราะก่อนที่จะปะซ่อมเราต้องประเมินก่อนว่ารูรั่วของเราเป็นไซส์ขนาดความกว้างเท่าไหร่ครับ หากเพื่อนๆมีข้อสงสัยเรื่องยางหรือต้องการคำปรึกษาเรื่องยางติดต่อเลย Line Official : @tiresbid และสามารถอ่านบทความรู้ไทร์บิดได้ที่ www.tiresbid.com หรือโทรเลย 090-986-8762 วันนี้ขอขอบคุณเพื่อนๆมากครับ

ซื้อประกันรถออนไลน์กับแรบบิท แคร์ ครบทุกความคุ้มครองในที่เดียว

ให้รถของคุณได้รับการดูแลที่ดีที่สุดด้วยประกันรถยนต์จากแรบบิท แคร์! ง่าย ๆ เพียงเปรียบเทียบประกันรถยนต์และเลือกราคาที่เหมาะสม พร้อมเลือกความคุ้มครองที่ตรงใจจากบริษัทประกันชั้นนำหลากหลายแห่งในที่เดียว รับแผนประกันที่ครอบคลุมทั้งอุบัติเหตุ การซ่อมแซม และความเสียหายจากภัยธรรมชาติ

ทำไมต้องเลือกแรบบิท แคร์?

  • แผนประกันหลากหลาย: ครอบคลุมทุกความต้องการ
  • บริการหลังการขาย 24 ชั่วโมง: ทีมงานพร้อมดูแลคุณทุกเวลา
  • ส่วนลดสูงสุด 70%: ความคุ้มค่าที่จับต้องได้

ประเภทประกันรถยนต์ที่คุณเลือกได้

  1. ประกันชั้น 1
    • คุ้มครองครบทุกกรณี เช่น อุบัติเหตุ, ชน, พลิกคว่ำ, ไฟไหม้, น้ำท่วม และรถหาย
    • คุ้มครองบุคคลภายนอก (ชีวิต, ทรัพย์สิน, ร่างกาย)
    • ซ่อมรถผู้เอาประกัน แม้ไม่มีคู่กรณี เช่น รอยขีดข่วน
  2. ประกันชั้น 2+
    • คุ้มครองกรณีชนกับยานพาหนะ (มีคู่กรณี), ไฟไหม้, น้ำท่วม และรถหาย
    • คุ้มครองบุคคลภายนอก
  3. ประกันชั้น 3+
    • คุ้มครองกรณีชนกับยานพาหนะ (มีคู่กรณี)
    • คุ้มครองบุคคลภายนอก
  4. ประกันชั้น 2
    • คุ้มครองรถหายและไฟไหม้
    • ครอบคลุมบุคคลภายนอก (ชีวิต, ทรัพย์สิน, ร่างกาย)
  5. ประกันชั้น 3
    • คุ้มครองเฉพาะบุคคลภายนอก (ชีวิต, ทรัพย์สิน, ร่างกาย)

เริ่มต้นความอุ่นใจวันนี้!
เลือกแผนประกันที่เหมาะกับคุณได้ที่ แรบบิท แคร์ พร้อมให้คำปรึกษาและช่วยเปรียบเทียบแผนประกันในที่เดียว ติดต่อเราได้ตลอด 24 ชั่วโมงที่เบอร์ 1438 และรับข้อเสนอพิเศษทันที!

บทความเกี่ยวกับยางรถยนต์อื่นๆ

 

บทความแคร์รถยนต์

รถ 1 คัน มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง?

แคร์รถยนต์

มีรถ 1 คัน มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง? เจาะลึกทุกค่าใช้จ่ายรถยนต์ที่เจ้าของรถควรรู้

การมีรถยนต์สักคันไม่ใช่แค่เรื่องของค่าใช้จ่ายตอนซื้อเท่านั้น แต่ยังมีค่าใช้จ่ายรถยนต์จิปาถะที่ตามมาอีกมากมายทั้งรายเดือน รายปี
กองบรรณาธิการ
27/02/2026
เอกสารรถยนต์ต้องมีอะไรบ้าง ?

แคร์รถยนต์

เอกสารรถยนต์ต้องมีอะไรบ้าง? คู่มือเจ้าของรถ ฉบับอัปเดตล่าสุด

เอกสารรถเป็นสิ่งที่เจ้าของรถทุกคนควรรู้และต้องไม่มองข้าม เพราะเอกสารเหล่านี้ไม่ใช่แค่เรื่องของความปลอดภัยทางกฎหมาย
กองบรรณาธิการ
27/02/2026
ขับรถลุยน้ำ รถพังหรือไม่ ต้องดูแลอย่างไร

แคร์รถยนต์

ขับรถลุยน้ำ รถพังหรือไม่ ต้องดูแลอย่างไร ?

ในช่วงฤดูฝน หรือเวลาที่เกิดน้ำท่วมเฉียบพลัน หลายคนคงเคยตกอยู่ในสถานการณ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้จำเป็นต้องขับรถลุยน้ำ ไม่ว่าจะเป็นทางกลับบ้าน
กองบรรณาธิการ
26/02/2026