Rabbit Care Logo
ใช้ใจแคร์ ดูแลครบ
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ในการเก็บข้อมูลเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการใช้งาน และเพื่อเก็บข้อมูลสถิติ ท่านสามารถศึกษารายละเอียด เพิ่มเติมได้ที่ นโยบายคุกกี้

เปรียบเทียบสินเชื่อ ง่าย ๆ ภายใน 30 วินาที กับ

Rabbit Care

2023_FEB_072_mobile.jpg

หนี้สินหมุนเวียน คืออะไร? มีกี่ประเภท?

เคยได้ยินคำว่าหนี้สินหมุนเวียนกันมาบ้าง แต่สรุปมันคืออะไรกันแน่นะ? มีกี่ประเภท? แล้วหนี้สินของเราเข้าข่ายในประเภทไหน? อยากรู้ข้อมูลเรื่องนี้เพิ่มเติมไม่ต้องไปหาที่ไหนไกล วันนี้ แรบบิท แคร์ มาฝาก

หนี้สินคืออะไร?

ทั้งนี้ มาทำความรู้จักกันก่อนว่า หนี้สิน หรือที่หลาย ๆ คนรู้จักในชื่อ Debts คือ จำนวนเงินหรือสิ่งของที่ถึงเวลาให้จ่ายหรือส่งคืนให้กับผู้อื่นหรือองค์กรอื่นตามข้อตกลงหรือสัญญาทางการเงิน โดยหนี้สินอาจมีลักษณะต่าง ๆ และมักแบ่งตามระยะเวลาการครบกำหนดชำระได้ คือ

  • หนี้สินหมุนเวียน หรือ หนี้สินระยะสั้น (Current Liabilities)
  • หนี้สินไม่หมุนเวียน หรือ หนี้สินระยะยาว (Non-current Liabilities)
  • หนี้สินโดยประมาณ (Estimated Liabilities)
  • หนี้สินที่อาจเกิดขึ้น (Contingent Liabilities)
  • หนี้สินอื่น (Other liabilities)

โดยในบทความนี้ แรบบิท แคร์ จะพาทุกคนไปรู้จักกับหนี้สินหมุนเวียน และ หนี้สินไม่หมุนเวียน กันก่อน

หนี้สินหมุนวียนคืออะไร ? มีกี่ประเภท?

หนี้สินหมุนเวียน คือ หนี้สินระยะสั้นรูปแบบหนึ่งที่มีรอบชำระไม่เกิน 1 รอบบัญชี หรือในระยะเวลา 1 ปี นับจากวันที่เริ่มเป็นหนี้ หากต้องการใช้บริษัทมีสภาพคล่องทางการเงินที่ดี เจ้าของกิจการต้องบริหารบัญชีให้สามารถชำระหนี้ทั้งหมดให้ตรงตามกำหนดนั่นเอง โดยหนี้สินหมุนเวียนเกิดได้หลายวิธี และมีหลากหลายประเภท โดยประเภทของหนี้สินหมุนเวียนที่หลายคนอาจคุ้นหูหรือเคยใช้บริการ ได้แก่

  • การเงินกู้ระยะสั้นจากธนาคาร ที่มีกำหนดชำระภายใน 1 ปี

  • การเงินกู้ยืมระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายใน 1 ปี การกู้ยืมเงินลักษณะนี้ถือเป็นหนี้สินระยะยาวที่มีกำหนดชำระคืนเป็นจำนวนที่แน่นอนภายใน 1 ปี เช่น กู้ยืมเงินธนาคารมาขยายกิจการเพิ่มเติม จำนวน 250,000 บาท มีระยะเวลาผ่อนนาน 8 ปี โดยผ่อนปีละ 50,000 บาท แสดงว่า คุณต้องเตรียมเงิน 70,000 บาทไว้ชำระตามรอบบัญชี

  • เจ้าหนี้การค้า หรือก็คือ หนี้ที่เกิดจากการที่เราซื้อสินค้ามาแล้วยังไม่ได้จ่ายเงิน โดยหนี้ลักษณะนี้เจ้าของกิจกรรมต้องคุยกับเจ้าหนี้ว่าจะชำระค่าสินค้าหรือบริการเมื่อไหร่ โดยมากระยะเวลาไม่เกิน 12 เดือน

  • ตั๋วเงินจ่าย เป็นหนังสือสัญญาที่ระบุจำนวนเงินที่ต้องจ่ายในอนาคตไว้ชัดเจน

  • เงินปันผลค้างจ่าย เป็นกรณีที่ผู้ประกอบการประกาศว่าจะจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้น แต่ยังไม่ได้จ่ายเงินปันผล ทำให้เงินปันผลกลายเป็นหนี้สินหมุนเวียน ซึ่งมีผู้ถือหุ้นเป็นเจ้าหนี้

  • เงินมัดจำและเงินประกัน เมื่อปฏิบัติตามสัญญาครบถ้วนแล้ว ผู้ประกอบกิจการต้องคืนเงินทั้งหมดหรือบางส่วนภายในไม่เกิน 1 ปี

และหนี้สินหมุนเวียนอื่น ๆ ที่ไม่อยู่ในรายการข้างต้น เช่น เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ซึ่งประเภทหนี้สินหมุนเวียนที่กล่าวในข้างต้น สังกตได้ว่าล้วนมีกำหนดระยะเวลาชำระภายใน 12 เดือน หรือไม่เกิน 1 รอบ ในระยะเวลาดำเนินงานปกติของกิจการ

ดอกเบี้ยค้างจ่าย หนี้สินหมุนเวียน มีสูตรคิดไหม?

การจ่ายดอกเบี้ยค้าง เป็นหนี้สินหมุนเวียนที่ต้องจ่ายในระยะสั้น หนี้สินหมุนเวียนรวมถึงหนี้สินที่ต้องชำระในระยะสั้น เช่น หนี้สินการค้า, หนี้สินลูกหนี้, และดอกเบี้ยค้างจ่าย ซึ่งเป็นดอกเบี้ยที่ยังไม่ได้ชำระในระยะเวลาปัจจุบัน

หากต้องการคำนวณหนี้สินหมุนเวียนที่รวมถึงดอกเบี้ยค้างจ่าย คุณสามารถใช้สูตรอัตราส่วนหนี้สินหมุนเวียน (Current Ratio) โดยรวมดอกเบี้ยค้างจ่ายในหนี้สินหมุนเวียน สูตรนี้คือ

Current Ratio = (สินทรัพย์หมุนเวียน + ดอกเบี้ยค้างจ่าย) / หนี้สินหมุนเวียน

ในสูตรนี้ หมายถึง

  • สินทรัพย์หมุนเวียน (Current Assets) คือ ทรัพย์สินที่สามารถหมุนเวียนในระยะสั้น เช่น เงินสด, บัญชีรับเงินจากลูกหนี้, สินค้าคงคลัง, และการลงทุนในหลักทรัพย์ล่วงหน้า.

  • ดอกเบี้ยค้างจ่าย (Interest Payable) คือ จำนวนเงินที่คุณต้องจ่ายในระยะสั้นเป็นดอกเบี้ยที่ค้างชำระ.

  • หนี้สินหมุนเวียน (Current Liabilities) คือ หนี้สินที่ต้องชำระในระยะสั้น เช่น หนี้สินการค้า, หนี้สินลูกหนี้, และดอกเบี้ยค้างจ่าย.

การคำนวณ Current Ratio ที่รวมดอกเบี้ยค้างจ่าย จะช่วยให้คุณเห็นภาพรวมเกี่ยวกับความสามารถในการจ่ายหนี้ในระยะสั้น แต่ทั้งนี้ควรพิจารณาปัจจัยอื่น ๆ ควบคู่เพิ่มเติมด้วย เพื่อป้องกันปัญหาการชำระหนี้ในอนาคต

นอกจากนี้ ยังมีสูตรอื่น ๆ ที่เราพบเห็นได้บ่อยเกี่ยวกับการคำนวนหนี้สินหมุนเวียน ดังนี้

อัตราส่วนความสามารถในการจ่ายหนี้ (Debt to Equity Ratio)
สูตร = หนี้สินยาวนาน / ทุนเรียนร้อย

อัตราส่วนนี้วัดความเป็นหนี้ขององค์กร ถ้ามีค่ามากกว่า 1 แสดงว่าองค์กรมีระดับหนี้สินมาก

อัตราส่วนความสามารถในการจ่ายหนี้ระยะสั้น (Quick Ratio)
สูตร = (สินทรัพย์หมุนเวียน - สินค้าคงเหลือ) / หนี้สินหมุนเวียน
อัตราส่วนนี้วัดความสามารถในการจ่ายหนี้ในระยะสั้นโดยไม่พิจารณาสินค้าคงเหลือ

อัตราส่วนความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ยและหนี้สิน (Interest Coverage Ratio)
สูตร = กำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษี / ค่าดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย
อัตราส่วนนี้วัดความสามารถขององค์กรในการชำระดอกเบี้ยและหนี้สิน. ถ้ามีค่ามากกว่า 1, แสดงว่าองค์กรสามารถจ่ายดอกเบี้ยและหนี้สินได้

อัตราส่วนความสามารถในการจ่ายหนี้ระยะยาว (Long-Term Debt to Total Capitalization Ratio)
สูตร = หนี้สินยาวนาน / (หนี้สินยาวนาน + ทุนเรียนร้อย)
อัตราส่วนนี้วัดความสามารถขององค์กรในการจ่ายหนี้ยาวนาน. ถ้ามีค่าต่ำกว่า 1, แสดงว่าส่วนใหญ่ของทุนเรียนร้อยเป็นทุนส่วนขององค์กร

อย่างไรก็ตาม สูตรเหล่านี้เพียงแค่เครื่องมือเบื้องต้น ควรพิจารณาสถานการณ์ทางการเงินรวม ๆ และระบบบัญชีขององค์กรเพิ่มเติมเพื่อปรับปรุงการจัดการหนี้สินอย่างเหมาะสม

หนี้สินไม่หมุนเวียนคืออะไร? มีอะไรบ้าง? มีตัวอย่างไหม?

นอกจากหนี้สินหมุนเวียนแล้ว ยังมี หนี้สินไม่หมุนเวียน คือ หนี้สินผูกพันในระยะยาวจากการขอสินเชื่อธนาคารด้วยวงเงินก้อนใหญ่ ซึ่งมีระยะเวลาในการชำระหนี้มากกว่า 1 ปีขึ้นไป มักมีระยะเวลาการชำระที่ยาวนานกว่าหนี้สินหมุนเวียน หรือหนี้สินไม่มีกำหนดการชำระในระยะสั้น ในบางกรณี หนี้สินที่ไม่หมุนเวียนมักเป็นส่วนสำคัญของส่วนทุนและกำไรขององค์กร สำหรับตัวอย่างหนี้สินไม่เหมุนเวียน จะมีดังนี้

  • เงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงินเพื่อซื้อทรัพย์สินในการประกอบกิจการ เช่น กู้ยืมเพื่อสร้างโรงงานหรือซื้อเครื่องจักร ซึ่งมีระยะเวลาการชำระหนี้มากกว่า 1 ปีขึ้นไป

  • ตั๋วเงินจ่ายระยะยาว เอกสารสัญญาเพื่อนำเงินในอนาคตไปใช้ โดยต้องชำระเงินต้นคืนพร้อมดอกเบี้ย ดำเนินการขอกู้ได้ง่าย เพราะไม่ต้องนำไปขายในตลาดหลักทรัพย์

  • หุ้นกู้และพันธบัตร เป็นเงินกู้ยืมระยาวด้วยจุดประสงค์เดียวกับการกู้ยืมจากสถาบันการเงิน แต่เจ้าหนี้คือนักลงทุน หรือประชาชนทั่วไป ซึ่งส่วนใหญ่มีระยะเวลาในการชำระหนี้สั้นกว่าการกู้ยืมจากธนาคาร

  • หนี้จำนอง เป็นการกู้ยืมโดยใช้ทรัพย์สินของกิจการเข้าจำนองกับสถาบันการเงิน เพื่อนำเงินทุนมาหมุนเวียนในกิจการ

  • หนี้สินไม่มีกำหนดการชำระ โดยหนี้สินเหล่านี้อาจรวมถึงค่าสัญญาณที่ยังไม่ได้รับ หรือหนี้สินที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เช่น หนี้สินเพื่อเงินทุนสูงสุด หรือหนี้สินเงินสมทบ

โดยหนี้สินหมุนเวียน และหนี้สินที่ไม่หมุนเวียนมีความสำคัญต่าง ๆ กับเราในฐานะบุคคลทั่วไป ดังนี้

  • เพราะหนี้สินหมุนเวียนและไม่หมุนเวียน ส่งผลต่อการขอกู้สินเชื่อต่าง ๆ หากมีหนี้สินที่ไม่สมดุล หรือเป็นไปตามเงื่อนไขของทางธนาคารหรือสถาบันการเงิน ก็อาจทำให้การขอสินเชื่อต่าง ๆ ลำบากขึ้นได้

  • ช่วยให้เราเลือกวางแผนการเงินต่าง ๆ ได้ เพราะหนี้สินยาวนานมีผลต่อการวางแผนการเงินในระยะยาวนาน หรือวางแผนเพื่อให้สามารถจ่ายหนี้สินหมุนเวียนตรงเวลา

  • การเข้าใจและจัดการทั้งหนี้สินหมุนเวียนและหนี้สินที่ไม่หมุนเวียนเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาความมั่นคงทางการเงินและปรับปรุงสภาพการเงินของเราในระยะสั้นและยาวนาน

จะเห็นได้ว่า หนี้สิน สามารถแบ่งออกได้หลากหลายประเภท และมีจุดประสงค์ที่แตกต่างกันออกไป แน่นอนว่าบางครั้งคนเราก็อาจจะมีปัญหาทางการเงิน จนอาจจะต้องมีหนี้สินทั้งหมุนเวียน ไม่หมุนเวียนบ้าง สำหรับใครที่ต้องการสินเชื่อไว้เพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน ต้องที่นี้เลยสินเชื่อส่วนบุคคล จาก แรบบิท แคร์ สมัครง่าย ไม่ยุ่งยาก รู้ผลอนุมัติไว พร้อมบริการจากแคร์เอเจ้นท์ที่คอยช่วยเหลือ ให้คำแนะนำในการสมัครสินเชื่อตั้งแต่ต้นจนจบ คลิกเลย!

สินเชื่อที่ แรบบิท แคร์ แนะนำ

CardX SPEEDY LOAN
  • ผ่อนนานสูงสุด 24 และ 72 เดือน
  • วงเงินกู้ถึงหลักล้าน
  • อัตราดอกเบี้ย 25% ต่อปี
  • มีอายุงานตั้งแต่ 4 เดือนขึ้นไป
  • มีรายได้ต่อเดือน 15,000 บาทขึ้นไป
สินเชื่อบุคคลซิตี้
  • ผ่อนชิลๆ 60 เดือน
  • อนุมัติวงเงินสูงสุด 2 ล้านบาท
  • มีรายได้ต่อเดือน 20,000 บาทขึ้นไป
  • อายุงานตั้งแต่ 4 เดือนขึ้นไป
  • ไม่เคยยื่นกับ Citi ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา
สินเชื่อส่วนบุคคล Happy Cash ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์

LH Bank

  • ดอกเบี้ยต่ำ 8.88%/ปี*
  • วงเงินสูงสุด 1.5 ล้านบาท*
  • ผ่อนนานสูงสุด 60 เดือน*
  • ไม่ต้องค้ำประกัน
  • อายุงานไม่น้อยกว่า 1 ปีขึ้นไป
  • ทำงานในเขตกรุงเทพ และปริมณฑล
  • รายได้ต่อเดือนขั้นต่ำ 30,000 บาทขึ้นไป
สมัครสินเชื่อส่วนบุคคล TTB Cash2Go
  • อัตราดอกเบี้ยสูงสุด 25% ต่อปี
  • ไม่ต้องค้ำ
  • ดอกเบี้ยพิเศษ ลดต้นลดดอก
  • ผ่อนได้นานสุด 60 เดือน
  • วงเงินอนุมัติสูง 5 เท่าของรายได้

ผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ของเรา