Rabbit Care Logo
ใช้ใจแคร์ ดูแลครบ
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ในการเก็บข้อมูลเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการใช้งาน และเพื่อเก็บข้อมูลสถิติ ท่านสามารถศึกษารายละเอียด เพิ่มเติมได้ที่ นโยบายคุกกี้

หาสินเชื่อรถยนต์ที่โดนใจ
แรบบิท แคร์ ช่วยได้

Leasing

Leasing คืออะไร?


Leasing (ลิสซิ่ง) จะเป็นสัญญาที่ให้นิติบุคคลสามารถนำสินค้าไปใช้ได้ก่อนโดยชำระเงินเป็นงวด ๆ ตามจำนวนเงินและระยะเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญา โดยสามารถเลือกได้ว่าจะซื้อ ต่อสัญญาเช่า หรือว่าส่งคืนสินค้านั้นให้กับผู้ให้เช่า ส่วนใหญ่ผู้ที่เลือกทำสัญญาแบบลิสซิ่งมักจะเป็นบริษัทหรือนิติบุคคลที่ต้องการใช้สินค้าที่มีราคาแพงในปริมาณมาก เช่น เครื่องจักร รถยนต์ เพื่อลดต้นทุนของการซื้อสินค้าดังกล่าวทั้งหมด

นอกจากนี้ Leasing ยังนิยมใช้กับสินค้าเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เช่น คอมพิวเตอร์ เครื่องถ่ายเอกสาร เพราะสัญญาแบบ Leasing จะช่วยให้บริษัทหรือนิติบุคคลสามารถเปลี่ยนเทคโนโลยีที่ใช้งานได้ง่ายกว่าการจ่ายเงินซื้อทั้งหมด เพราะเมื่อหมดสัญญาแล้วก็สามารถส่งคืนสินค้าให้กับผู้ให้เช่าได้

ในกรณีของการ Leasing รถยนต์ ผู้ที่ทำสัญญาสามารถเลือกเงื่อนไขเพิ่มเติมในการบำรุงรักษารถยนต์เพื่อช่วยลดภาระเรื่องค่าซ่อมบำรุงในขณะใช้งานได้อีกด้วย ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการธุรกิจ เพราะไม่ต้องรับภาระค่าซ่อมบำรุงและค่าเสื่อมของอะไหล่ รวมถึงไม่ต้องใช้เงินก้อนใหญ่ในการซื้อรถยนต์แต่เปลี่ยนไปจ่ายเช่าแทน ทำให้บริษัทหรือนิติบุคคลสามารถจัดสรรงบประมาณเพื่อรองรับค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ได้อย่างชัดเจนในทุก ๆ เดือน ทั้งยังลดความยุ่งยากในการจัดหารถยนต์ การซื้อประกันภัย การหาหลักทรัพย์ค้ำประกันในการซื้อรถยนต์อีกด้วย

ดังนั้น การ Leasing รถยนต์จึงเป็นทางเลือกที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้บริษัทหรือนิติบุคคลได้มีรถยนต์ไว้ใช้งานในการทำธุรกิจได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม หากผู้ทำสัญญา Leasing รถยนต์ยกเลิกการเช่าก่อนครบกำหนดสัญญา ก็จะต้องเสียค่าปรับเพื่อชดเชยค่าเสียหายที่เกิดจากการยกเลิกสัญญาให้กับผู้ให้บริการด้วย หรือหากมีการทำสัญญาต่ออาจได้รับการปรับลดค่างวด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับนโยบายการตลาดของบริษัทผู้ให้บริการลิสซิ่ง

Leasing กับเช่าซื้อต่างกันอย่างไร?

Leasing (ลิสซิ่ง) จะมีหลักการคล้ายกับการเช่าซื้อ แต่ไม่เหมือนกันทั้งหมด เนื่องจากการเช่าซื้อจะเป็นการให้ผู้ที่ทำสัญญาสามารถนำสินค้าไปใช้ได้ก่อนแม้จะยังไม่ได้ถือกรรมสิทธิ์ โดยมีข้อตกลงว่าจะชำระเงินเป็นงวด ๆ ตามจำนวนเงินและระยะเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญา เมื่อชำระครบตามที่กำหนดไว้ในสัญญาแล้ว จึงจะได้กรรมสิทธิ์ของสินค้านั้นไป

แต่ Leasing จะแตกต่างออกไปตรงที่เมื่อสิ้นสุดสัญญาแล้ว ผู้ที่ทำสัญญาสามารถเลือกได้ว่าจะซื้อ ต่อสัญญาเช่า หรือว่าส่งคืนสินค้านั้นให้กับผู้ให้เช่า ดังนั้น วัตถุประสงค์ของ Leasing จะแตกต่างจากการเช่าซื้อ โดยวัตถุประสงค์ของการเช่าซื้อจะเป็นเพื่อการเป็นเจ้าของ จึงเป็นสินเชื่อสำหรับการซื้อรถยนต์ที่เป็นที่นิยม ส่วน Leasing จะมีวัตถุประสงค์หลักคือเพื่อการเช่าใช้ทรัพย์สินในระยะยาว

ความแตกต่างอีกข้อหนึ่งของ Leasing และการเช่าซื้อคือผู้ที่สามารถทำสัญญาได้ โดยการเช่าซื้อจะทำได้ทั้งนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา แต่ลิสซิ่งจะทำได้เฉพาะนิติบุคคลเท่านั้น บุคคลทั่วไปจะไม่สามารถทำสัญญาลิสซิ่งเพื่อเช่ารถหรือเครื่องจักรในระยะยาวได้

Leasing มีประโยชน์อย่างไร?

Leasing เป็นอีกทางเลือกสำหรับลูกค้ากลุ่มนิติบุคคล องค์กร และบริษัทที่ต้องการรถยนต์ เครื่องจักร หรือสินค้าอื่น ๆ เป็นจำนวนมากเพื่อใช้ในกิจการ เนื่องจากสินเชื่อ Leasing จะช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้ธุรกิจ เพราะไม่ต้องใช้เงินทุนสูงมาก ​จึงมีเงินทุนมาใช้หมุนเวียนในธุรกิจได้คล่องตัวมากกว่า นอกจากนี้ การลิสซิ่งยังไม่กำหนดให้ต้องหาหลักทรัพย์มาค้ำประกัน เพราะส่วนใหญ่จะใช้บุคคลค้ำประกันและจดทะเบียนเครื่องจักรที่ทำลิสซิ่งเป็นหลักประกันแทน

Leasing ยังช่วยให้คำนวณค่าใช้จ่ายของธุรกิจได้อย่างแม่นยำมากขึ้น เพราะจ่ายค่าเช่าเท่ากันทุกเดือน และยังมีผลประโยชน์เรื่องภาษี เพราะสามารถนำค่าเช่ารายเดือนมาคิดเป็นค่าใช้จ่ายได้ 100% ซึ่งใช้ลดภาระภาษีได้ตามกฎหมาย เมื่อเปรียบเทียบกับการลดหย่อนภาษีของการเช่าซื้อแล้ว การเช่าซื้อจะลดหย่อนภาษีได้น้อยกว่า เพราะไม่ได้มีค่าเช่ามาหักค่าใช้จ่ายในการคำนวณภาษี แต่จะหักค่าใช้จ่ายจากค่าเสื่อมและดอกเบี้ยที่จ่ายแทน

Leasing มีกี่ประเภท?

Leasing ยังแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือสัญญาเช่าทางการเงิน (Financial Lease) และสัญญาเช่าดำเนินงาน (Operating Lease) ซึ่งมีความแตกต่างกันดังนี้

สัญญาเช่าการเงิน (Financial Lease) เป็นสัญญา Leasing ระยะยาวที่ผู้เช่ามีฐานะเหมือนเป็นเจ้าของสินค้า ซึ่งหมายความว่าความเสี่ยงและผลตอบแทนทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมดของสินค้าดังกล่าวจะตกเป็นของผู้เช่าในระยะเวลาที่ทำสัญญา แต่เมื่อครบกำหนดสัญญาลิสซิ่ง กรรมสิทธิ์ของสินค้าดังกล่าวจะยังคงเป็นของผู้ให้เช่าอยู่ โดยผู้เช่าสามารถเลือกซื้อสินค้าที่เช่านั้นหรือไม่ก็ได้ ถ้าหากผู้เช่าตัดสินใจซื้อ มักจะได้ราคาซื้อที่ต่ำกว่าราคาของสินค้านั้นโดยทั่วไป แต่ถ้าหากตัดสินใจไม่ซื้อ ผู้เช่าจะต้องส่งมอบสินค้าคืนกับผู้ให้เช่า โดยทั่วไปแล้ว สัญญาเช่ามักจะให้ผู้เช่าประกันความเสียหายและผู้เช่าจะต้องเสียค่าบำรุงสินค้าที่เช่าเอง นอกจากนี้ ผู้เช่าจะไม่สามารถบอกเลิกสัญญาก่อนครบกำหนดได้หากไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้เช่า

สัญญาเช่าดำเนินงาน (Operating Lease) เป็นสัญญา Leasing ที่ผู้เช่าไม่ได้ต้องการเป็นเจ้าของหรือถือกรรมสิทธิ์ของสินค้า ซึ่งอายุของสัญญาลิสซิ่งในลักษณะนี้ส่วนใหญ่จะสั้นกว่าอายุการใช้งานจริงของสินค้าดังกล่าว ทำให้เมื่อสิ้นสุดสัญญาแล้ว ผู้เช่าอาจจะนำสินค้านั้นไปให้ผู้อื่นเช่าต่ออีกได้ นอกจากนี้ การบำรุงรักษาหรือการซ่อมแซมสินค้าที่เช่าจะเป็นความรับผิดชอบของผู้ให้เช่า และผู้เช่าสามารถบอกเลิกสัญญาก่อนกำหนดได้ถ้าพิจารณาแล้วไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้สินค้าดังกล่าวต่อ

สินเชื่อรถแลกเงินคืออะไร? แตกต่างจากสินเชื่อทั่วไปอย่างไร?

การกู้เงินมีหลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็น การขอสินเชื่อส่วนบุคคล หรือการนำสินทรัพย์ไปจำนำ เช่น การจำนำรถ ซึ่งอีกหนึ่งวิธีที่หลายคนนิยมคงหนีไม่พ้นการขอสินเชื่อนี่เอง เพราะนอกจากง่ายแล้ว ยังสะดวกและรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขอสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ หรือที่รู้จักกันในชื่อ สินเชื่อรถแลกเงิน

สินเชื่อรถแลกเงิน คือ สินเชื่อเงินกู้ชนิดหนึ่งที่ให้คุณสามารถนำรถยนต์ในกรรมสิทธิ์หรือเป็นเจ้าของอยู่ มาใช้เป็นหลักทรัพย์ในการค้ำประกันในการกู้เงินก้อน โดยวงเงินสินเชื่อที่จะได้รับ จะถูกพิจารณาจากประเภทของรถยนต์ ยี่ห้อ รุ่นรถ และอายุการใช้งานของรถยนต์ที่นำมาค้ำประกันคล้ายกับการจำนำรถ แต่เรายังมีรถใช้งานได้อยู่กับตัวเอง

จุดเด่นของสินเชื่อรถแลกเงินนั้น นอกจากเราจะใช้รถเป็นหลักค้ำประกันในการขอเงินก้อนครั้งละมาก ๆ แล้ว สินเชื่อประเภทนี้ อนุมัติรวดเร็ว และดอกเบี้ยถูกกว่า เมื่อเทียบกับการขอสินเชื่อส่วนบุคคล นอกจากนี้ อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยยังต่ำกว่าดอกเบี้ยบัตรเครดิตและบัตรกดเงินสด และไม่ต้องเสี่ยงจำนำรถจนถูกยึดอีกด้วย

ที่สำคัญ คุณยังมีรถไว้คอยขับขี่ใช้งาน เพียงโอนทะเบียนรถไปให้เจ้าของสินเชื่อเป็นการชั่วคราว แล้วเมื่อใช้หนี้หมด กรรมสิทธิ์ในรถยนต์ก็จะกลับมาเป็นของเราตามเดิม โดยเราสามารถจำแนกความแตกต่างของสินเชื่อรถแลกเงิน และ สินเชื่อส่วนบุคคลนั้น ได้ ดังนี้

  • อัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างกัน
  • ลักษณะการค้ำประกัน
  • วงเงินที่ขอในการกู้ยืมสินเชื่อ พิจารณาจากปัจจัยที่แตกต่างกัน

จะเห็นได้ว่า สินเชื่อรถแลกเงินจะเหมาะสำหรับผู้ที่มีรถยนต์เป็นของตัวเอง หรือมีรถยนต์ที่ผ่อนหมดแล้ว นำมาใช้หมุนเวียนแลกเป็นเงินก้อนสำหรับรายจ่ายที่จำเป็น ไม่ว่าจะเป็น การเคลียร์หนี้บัตรเครดิต, การหาเงินก้อนมาต่อยอดธุรกิจส่วนตัว หรือแม้แต่ค่ารักษาพยาบาลเพิ่มเติมหลังจากการเบิกเคลมประกันสุขภาพ เป็นต้น

แต่สำหรับใครที่ไม่มีรถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์ ก็ไม่ต้องกังวลใจไป เพราะทางสถาบันการเงินหลายแห่ง ได้เพิ่มช่องทางสำหรับการขอกู้เงินสดอีกหลากหลายช่องทางที่ไม่ใช่สินทรัพย์ในการค้ำประกัน เช่น สินเชื่อส่วนบุคคล รวมไปถึงบัตรกดเงินสด เป็นต้น

สำหรับใครที่กำลังมองหาสินเชื่อรถแลกเงินที่ไหนดี คลิกเลย แรบบิท แคร์ ที่นี้มีบริการพร้อมให้คำแนะนำสำหรับผู้ที่กำลังมองหาสินเชื่อรถแลกเงิน และสินเชื่อต่าง ๆ ให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณ

สินเชื่อรถแลกเงิน ไม่โอนเล่ม คืออะไร? แตกต่างอย่างไรกับโอนเล่ม?

เบื้องต้นแล้ว นอกจากการเลือกรถแลกเงินที่ไหนดี สินเชื่อรถแลกเงิน ยังสามารถแบ่งได้อีกเป็น 2 ประเภท โดย มีข้อดีที่แตกต่างกันออกไป โดยจะแตกต่างจากการจำนำรถ คือ

  • สินเชื่อรถแลกเงินแบบโอนเล่ม
    คือการขอสินเชื่อที่ต้องโอนเล่มทะเบียนรถยนต์ให้เป็นชื่อของแหล่งสินเชื่อเพื่อค้ำประกัน (การเปลี่ยนชื่อเจ้าของในเล่มทะเบียน) เมื่อผ่อนชำระเสร็จงวดสุดท้าย ทางแหล่งสินเชื่อจะโอนกรรมสิทธิ์คืนให้เจ้าของเดิม แน่นอนว่าค่าใช้จ่ายในการโอนชื่อส่วนใหญ่ทางผู้ขอสินเชื่อเป็นฝ่ายชำระ โดยมีจุดเด่น คือ ผู้กู้จะได้วงเงินสูงกว่า เหมาะสำหรับใครที่อยากได้วงเงินสูง ๆ แลกกับการมีประวัติบนเล่มทะเบียนรถยนต์

  • สินเชื่อรถแลกเงิน ไม่โอนเล่ม
    หรือ การจำนำเล่มทะเบียน คือ การนำเล่มทะเบียนตัวจริงให้แหล่งสินเชื่อเป็นผู้เก็บ โดยไม่ต้องโอนชื่อไปมา ไม่มีบันทึกในเล่มทะเบียนรถยนต์ เมื่อชำระค่างวดครบตามกำหนด ทางแหล่งสินเชื่อก็จะคืนเล่มทะเบียนให้กับผู้กู้


แต่ทางแหล่งสินเชื่ออาจมีข้อตกลงเพิ่มเติม คือ จะให้ผู้กู้ทำหนังสือมอบอำนาจการโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ทิ้งไว้ (หรือโอนลอย) คู่กับการทำสัญญาสินเชื่อรถแลกเงิน หากผู้กู้ไม่ชำระตามข้อตกลง หรือปล่อยให้รถโดนยึด ทางแหล่งสินเชื่อจะนำหนังสือมอบอำนาจ พร้อมเอกสารการกู้ไปโอนกรรมสิทธิ์ภายหลัง

สินเชื่อรถแลกเงิน ไม่โอนเล่ม มีข้อดี คือ ผู้กู้จะไม่โดนเช็กเครดิตบูโร ใช้แค่เล่มทะเบียนแต่รถยังมีขับใช้งาน ของ่าย อนุมัติง่าย และเร็ว แต่อาจจะไม่ได้วงเงินมากตามที่ต้องการ

ก่อนทำสินเชื่อรถแลกเงิน ควรรู้อะไรบ้าง?

สำหรับผู้ที่มีรถยนต์อาจจะสนใจการขอกู้สินเชื่อรถแลกเงิน เพราะนอกจากดอกเบี้ยจะต่ำ ระยะเวลาการผ่อนยาวนาน แถมยังได้เงินก้อนไม่แพ้สินเชื่อประเภทอื่น ๆ แต่ก่อนการเลือกทำสินเชื่อรถแลกเงินที่ไหนดีนั้น มีสิ่งที่คุณควรรู้เพิ่มเติมอีกมากมาย ดังนี้

  • รู้ยอดหนี้ทั้งหมดและวงเงินที่จะได้รับ
    แรบบิท แคร์ แนะนำว่า ก่อนเลือกทำสินเชื่อรถแลกเงินนั้น ควรสำรวจให้ดีก่อนว่า ยอดเงินที่เราต้องจำเป็นจะต้องใช้ มีทั้งหมดเท่าไหร่ และวงเงินที่นำรถไปแลกเงินนั้นเพียงพอหรือไม่ เพราะการขอสินเชื่อในแต่ละครั้ง ควรขอจำนวนเงินให้เพียงพอต่อการใช้งาน เพราะนอกจากจะสะดวกในเวลาชำระหนี้แล้ว ยังไม่เพิ่มภาระทางการเงินด้วยการยืมเงินจากเจ้าอื่น ๆ มาเพิ่มเติมด้วย

  • เปรียบเทียบสินเชื่อให้ดี
    ในขั้นตอนการเลือกรถแลกเงินที่ไหนดี คุณควรพิจารณาเปรียบเทียบกับสินเชื่อประเภทอื่น ๆ ให้มาก โดยเฉพาะผลประโยชน์ อย่าง ได้ดอกเบี้ยถูกกว่า, ค่าใช้จ่ายไม่แพง รวมไปถึงเรื่อง เงื่อนไขต่าง ๆ ของการขอสินเชื่อ เพื่อทื่จะได้ไม่เกิดปัญหาตามมาภายหลัง เช่น อัตราดอกเบี้ย, ระยะเวลาการผ่อน, วงเงิน เลือกแบบรถแลกเงิน ไม่โอนเล่ม หรือโอนเล่ม เป็นต้น

  • คำนวณจำนวนเงินที่ต้องผ่านจ่ายแต่ละงวด
    เพราะการมีหนี้สินที่ดี ต้องวางแผนระยะเวลาว่าสามารถผ่อนได้ในระยะเวลาเท่าไหร่ เพื่อจะได้มีระยะเวลาชัดเจน มีช่วงจังหวะเวลาที่ต้องหาเงินมาผ่อนชำระได้ถูกต้อง เหมาะสม เพราะยิ่งระยะเวลาสั้น ดอกเบี้ยก็จะถูกลงด้วย นอกจากนี้ ยอดเงินในแต่ละเดือนที่ต้องผ่อนชำระนั้น ต้องผ่อนในแต่ละเดือนเท่าไหร่ สามารถผ่อนไหวไหม? เพราะไม่เช่นนั้น อาจเจอปัญหาผ่อนไม่ได้ หาเงินมาหมุนไม่ทัน กลายเป็นหนี้สินทับถมมากกว่าเดิมได้นะ

  • เช็กดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย
    ปกติแล้วอัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อรถแลกเงินจะอยู่ราว ๆ 10% - 17% ต่อปี แต่อย่าลืมว่ากรณีคุณผ่อนระยะยาวเกิน 3 ปี ให้ลองดูอัตราดอกเบี้ย 3 ปีแรกไปก่อนว่ามากน้อยแค่ไหน หากสูงเกินไปก็ควรเปลี่ยนสถาบันการเงิน แต่ถ้าเป็นอัตราดอกเบี้ยเท่ากันตลอดงวดสัญญา ก็อาจต้องพิจารณาเปรียบเทียบให้ดีก่อนตัดสินใจว่าจะเปลี่ยนดีหรือไม่ เพราะการรีไฟแนนซ์ไปที่ใหม่ อาจมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เพิ่มเติมด้วย

  • ระยะเวลาในการอนุมัติทันใช้ไหม
    จริงอยู่ที่สินเชื่อรถยนต์แลกเงินเป็นสินเชื่อที่ทำได้เร็ว แต่การจะได้รับการอนุมัติเร็วนั้น ต้องมาจากความพร้อมต่าง ๆ ทั้งเอกสาร การตรวจสภาพรถยนต์ด้วย ดังนั้นทางที่ดีควรเผื่อระยะเวลาในการขอด้วย โดยอาจจะลองสอบถามสถาบันการเงินดูว่าต้องใช้ระยะเวลาเท่าไหร่ สามารถเร่งเรื่องการอนุมัติได้หรือไม่ จะได้ไม่มีปัญหาสินเชื่ออนุมัติไม่ทันการใช้งาน

สินเชื่อรถยนต์ที่ แรบบิท แคร์ แนะนำ

ธนาคารเกียรตินาคิน สินเชื่อรถยนต์

คาร์ควิกแคช

เกียรตินาคินภัทร

  • รถผ่อนอยู่ หรือผ่อนหมดก็กู้ได้
  • วงเงินอนุมัติสูง ผู้ผลไว
  • อนุมัติสูงสุด 150% ของราคาประเมิน*
  • ผ่อนสบาย ๆ เพียง 0.27%/เดือน*
  • ง่าย ไว ไม่ต้องไปสาขา ลงทะเบียนที่นี่ได้เลย
  • ผู้กู้ต้องมีรายได้ขั้นต่ำ 10,000 บาท /เดือน
  • ผู้กู้ต้องมีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์
UOB Car2Cash_Promotion_Mobile.jpg

Car2Cash รถแลกเงิน

UOB

  • กู้ง่าย ไม่ต้องโอนเล่ม
  • อนุมัติสูงสุด 100% ของราคาประเมิน*
  • ระยะเวลากู้ยืม 12-72 เดือน
  • ดอกเบี้ยลดต้นลดดอก เริ่มต้น 0.45%/เดือน*
  • ผู้กู้ต้องมีรายได้ขั้นต่ำ 15,000 บาท /เดือน
  • ผู้กู้ต้องมีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์
สินเชื่อรถยนต์ จาก SCB My Car My Cash

My Car My Cash

ไทยพาณิชย์

  • เปลี่ยนรถเป็นเงิน รถยังมีขับ
  • วงเงินสูงสุด 5 ล้านบาท*
  • สมัครง่าย อนุมัติไว วงเงินสูง
  • ผ่อนเริ่มต้นแสนละ 2,700 บาท/เดือน
  • รับอายุรถไม่เกิน 15 ปี*
  • ผ่อนนานสูงสุด 84 เดือน
สมัครสินเชื่อรถยนต์ กสิกร

สินเชื่อรถช่วยได้

ลีสซิ่งกสิกรไทย

  • รถผ่อนที่ไหนอยู่ก็กู้ได้
  • มีรายได้ 7,500 บาท/เดือน
  • รับอายุรถไม่เกิน 16 ปี*
  • ผ่อนนานสูงสุด 72 เดือน
  • สมัครง่าย อนุมัติไว วงเงินสูง
  • รายได้ 7,500 บาท/เดือน ก็สมัครได้

ผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ของเรา