Rabbit Care Logo
ใช้ใจแคร์ ดูแลครบ
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ในการเก็บข้อมูลเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการใช้งาน และเพื่อเก็บข้อมูลสถิติ ท่านสามารถศึกษารายละเอียด เพิ่มเติมได้ที่ นโยบายคุกกี้

เปรียบเทียบประกันออมทรัพย์ ง่าย ๆ ภายใน 30 วินาที  กับ  
Rabbit Care

การลงทุนระยะยาว DCA

ทำความรู้จักการลงทุนระยะยาว DCA ควรลงทุนกับหุ้นแบบไหนดี ?

ทุกการลงทุนมีความเสี่ยง หากอยากให้เงินที่ลงทุนงอกงาม เห็นผล จะต้องดูหลากหลายปัจจัยทั้งเวลาในการซื้อขาย แนวโน้มของตลาด demand, Supply และอื่น ๆ อีกมากมาย แต่การลงทุนก็ไม่ได้มีอัตราความเสี่ยงที่เท่ากัน หากใครที่อยากเลือกลงทุนในช่องทางที่ความเสี่ยงต่ำ และสามารถทำได้อย่างง่าย ๆ มาทำความรู้จักกับ DCA (Dollar-Cost Averaging) อีกหนึ่งรูปแบบการลงทุนที่เหมาะมาก ๆ กับนักลงทุนมือใหม่

DCA คือ

DCA หรือ Dollar-Cost Averaging คือรูปแบบการลงทุนระยะยาวโดยใช้เงินที่เท่ากันในแต่ละเดือน คล้าย ๆ รูปแบบการออมหุ้น โดยไม่สนใจว่าจังหวะไหนหุ้นขึ้น หรือหุ้นลง เป็นการทยอยซื้อหุ้นทุกเดือน ด้วยจำนวนเงินที่เท่ากันในทุกเดือน เป็นการลดความเสี่ยงในกรณีที่หุ้นมีความผันผวนอย่างมาก

ตัวอย่างการลงทุนแบบ DCA (Dollar-Cost Averaging)

หลายคนอาจยังไม่เห็นภาพ เราจึงขอยกตัวอย่างด้วยการสมมุติเหตุการณ์ลงทุนแบบ DCA ขึ้นมา โดยทั้งชื่อบุคคล และชื่อหุ้น ไม่มีอยู่จริง และไม่ได้อ้างอิงจากบุคคล หรือหุ้นที่มีอยู่จริงใด ๆ ทั้งสิ้น

  • ‘นางต่าย’ ต้องการลงทุนกับ ‘หุ้นบริษัทดีเลิศ’ ด้วยวิธี DCA
  • ใช้ระยะเวลา 4 เดือน ลงทุนทุกเดือนเท่ากัน เดือนละ 2000 บาท
  • เดือนที่ 1 หุ้นบริษัทดีเลิศ มีมูลค่า 500 บาท นางต่ายซื้อหุ้นไป 4 หุ้น มูลค่า 2,000 บาท
  • เดือนที่ 2 หุ้นบริษัทดีเลิศ มีมูลค่า 400 บาท นางต่ายซื้อหุ้นไป 5 หุ้น มูลค่า 2,000 บาท
  • เดือนที่ 3 หุ้นบริษัทดีเลิศ มีมูลค่า 400 บาท นางต่ายซื้อหุ้นไป 5 หุ้น มูลค่า 2,000 บาท
  • เดือนที่ 4 หุ้นบริษัทดีเลิศ มีมูลค่า 250 บาท นางต่ายซื้อหุ้นไป 8 หุ้น มูลค่า 2,000 บาท

สรุปแล้วนางต่ายจะมีหุ้นบริษัทดีเลิศ 22 หุ้น ด้วยการลงทุน 2,000 บาททุกเดือน เป็นจำนวนเงินรวม 8,000 บาท ซึ่งหากนางตายใช้เงิน 8,000 ไปซื้อหุ้นบริษัทดีเลิศทั้งหมดในเดือนแรก นางตายก็จะได้หุ้นมาเพียง 16 หุ้นเท่านั้น

ข้อดีของ DCA

  • เหมาะกับนักลงทุนมือใหม่ ที่อาจยังไม่แน่ใจว่าจังหวะไหนควรซื้อ ควรขาย การลงทุน DCA จึงเป็นเหมือนกับการทำความรู้จักกับตลาดหุ้น รู้จังหวะการขึ้น และการลงของหุ้น ลงทุนง่าย เมื่อมีความคุ้นเคยกับตลาดก็จะรู้จังหวะว่าตอนไหนควรซื้อให้มากขึ้น หรือตอนไหนควรขายเพื่อสร้างกำไรสูงสุด
  • เป็นการลงทุนระยะยาวที่ไม่ต้องใช้เงินเยอะ กำหนดงบประมาณได้ง่าย ไม่ทำให้งบบานปลาย
  • การลงทุนด้วยเงินเท่า ๆ กันทุกเดือนจะตัดเรื่องอารมณ์ ความรู้สึกในการลงทุนออกไป เพราะเป็นการลงทุนในอัตราที่เท่ากันในทุกเดือน ไม่ว่าหุ้นจะขึ้น หรือหุ้นจะตก จึงจะไม่มีปัญหาของการโดนลากให้ไปลงทุนกับหุ้นเสียเป็นจำนวนที่มาก ๆ ในคราวเดียว

ข้อด้อยของ DCA

  • อาจไม่ได้กำไรที่เยอะเมื่อเทียบกับการซื้อหุ้นทีละเยอะ ๆ เพราะธรรมชาติของหุ้นคือจะมีการค่อย ๆ ขึ้น (คนซื้อ ช้อนหุ้น) และตกลง (คนขาย) ฉะนั้นคนที่ศึกษาหุ้นอย่างจริงจัง อย่างไรก็กำไรมากกว่าหากซื้อหุ้นถูกช่วง ในช่วงที่ราคาหุ้นตกจริง ๆ และรอขายในช่วงที่หุ้นขึ้น
  • การลงทุนยังคงมีความเสี่ยง เพราะแม้จะเป็นการลงทุนแบบ DCA ก็ยังจะต้องเลือกหุ้นที่น่าเชื่อถือ ไม่ได้เป็นหุ้นเสียที่ไม่เติบโต ราคาไม่ขึ้น เพราะครั้นคุณขายไป ก็อาจไม่ได้กำไรที่เยอะ หรือทำได้แค่คืนทุน เป็นต้น

ลงทุน DCA กับหุ้นแบบไหนดี ?

อย่างที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว แม้การลงทุนแบบ DCA จะมีความเสี่ยงที่ต่ำกว่าการลงทุนแบบอื่น ๆ แต่ก็ยังต้องเลือกหุ้นที่จะลงทุนด้วยอย่างละเอียด ซึ่งหุ้นที่เหมาะกับการลงทุน Dollar-Cost Averaging มีดังนี้


  • เป็นหุ้นที่อยู่ในธุรกิจที่ดี มีโอกาสเติบโต : เช่นเป็นธุรกิจที่น่าเชื่อถือ อยู่ในอุตสาหกรรมที่กำลังเป็นที่ต้องการในสังคมทุก ๆ ช่วง เช่นอุตสาหกรรมพลังงาน อุตสาหกรรมการแพทย์ อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมการผลิต และอื่น ๆ อีกมากมาย
  • สภาวะหุ้นดูเป็นธรรมชาติ : ควรลงทุนกับหุ้นของบริษัทที่มีสภาวะขึ้นลงตามธรรมชาติของหุ้นในตลาดที่ขึ้นอยู่กับความต้องการ (demand) และกำลังซื้อ (supply) ของคนในตลาดหุ้น ไม่ใช่หุ้นที่มีความไม่แน่นอน ขึ้นลงเหมือนกับมีการแทรกแซง โดยเฉพาะหุ้นที่มีแต่ราคาจะขึ้น เพราะหากทยอยซื้อ จะได้หุ้นที่น้อยกว่าซื้อทีเดียว ตอนที่หุ้นราคาตกนั่นเอง
  • มีกำไรต่อเนื่องสม่ำเสมอ : ไม่ได้มีกำไรเพียงแค่ช่วงแรก ช่วง IPO แต่เป็นบริษัทที่มีสินค้า หรือบริการจริง ๆ ซึ่งสามารถสร้างผลประโยชน์ให้กับผู้บริโภคจริง ๆ การลงทุน DCA ไม่จำเป็นที่จะต้องลงทุนกับหุ้นจากบริษัทใหญ่โต ให้เน้นหุ้นที่มีคุณภาพ และมีมูลค่าที่สม่ำเสมอ ไม่อิ่มตัวและไม่เป็นขาลง
  • มีฐานะการเงินมั่นคง หนี้เสียน้อย : เพราะ Dollar-Cost Average เป็นการลงทุนระยะยาว ฉะนั้นหุ้นที่ลงทุนจึงควรมาจากบริษัทที่มีความมั่นคง สามารถมีหนี้เสียได้ หากแต่จำเป็นที่จะต้องมีสินทรัพย์ที่มากพอจะมาหนุนธุรกิจให้ก้าวต่อไปในระยะยาว
  • ผู้บริหารบริษัทมีธรรมาภิบาล : สามารถดูให้ลึกถึงผู้บริหารบริษัทนั้น ๆ ว่ามีทิศทาง วิสัยทัศน์ที่ดีหรือไม่ ไปจนถึงหลักคุณธรรมของบริษัท และผู้ดำเนินการ ว่าเหมาะสมกับการลงทุนระยะยาวหรือไม่ ?

ลงทุน DCA กับกองทุนแบบไหนดี ?

นอกจากลงทุนในหุ้นแล้ว รูปแบบการลงทุนแบบ DCA ยังสามารถใช้ได้กับกองทุน นั่นคือการลงทุนกับกองทุนในทุก ๆ เดือน ด้วยเงินที่เท่ากันทุกเดือน สะสมไว้เรื่อย ๆ เพื่อรอปันผล หรือรวมยอดเพื่อเป็นเงินก่อนในท้ายที่สุด ซึ่งวิธีการเลือกกองทุนเพื่อ Dollar-Cost Averaging ก็จะมีดังนี้


  • ลงทุนให้เหมาะกับความเสี่ยงที่คุณรับได้ : เลือกลงทุน DCA กับกองทุนที่ระบุความเสี่ยงไว้ที่หนังสือชี้ชวนของตัวกองทุนนั้นๆ โดยระดับความเสี่ยงที่คุณรับได้เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของคุณมากจนเกินไป สำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้ ขอแนะนำให้ทำการประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
  • เลือกกองทุนที่มีแนวโน้มเติบโตระยะยาว : เนื่องจาก DCA คือการลงทุนที่เป็นการซื้อไปเรื่อย ๆ ด้วยจำนวนเงินที่เท่า ๆ กันในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ดังนั้นถ้าเป็นกองทุนที่มีความผันผวนสูงหรือมีแนวโน้มเติบโตแค่ในช่วงเวลาสั้นๆ DCA (Dollar-Cost Averaging) ก็จะไม่คุ้มค่า
  • เปรียบเทียบผลการดำเนินงานของกองทุน : เมื่อคัดสรรกองทุนมาได้แล้ว ควรเปรียบเทียบผลการดำเนินงานและแนวโน้มความเป็นไปได้ในอนาคตรวมกับเทรนด์ต่างๆ เนื่องจากเป็นสิ่งที่เราจะลงทุนในระยะยาว
  • กระจายการลงทุน : แม้ DCA จะเป็นการลงทุนระยะยาว แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องซื้อกองทุนเพียงกองทุนเดียว ทางที่ดีควรศึกษาและกระจายการลงทุนหลาย ๆ แบบเพื่อกระจายความเสี่ยงและเพิ่มความเป็นไปได้ที่จะได้รับผลตอบแทนมากขึ้น


สรุปแล้วการลงทุนแบบ DCA ก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางสำหรับนักลงทุนที่ต้องการลองตลาด และต้องการออมทรัพย์ในรูปแบบที่เป็นการลงทุนในหุ้น หรือในกองทุน ซึ่งใครอยากทำการออมทรัพย์ เพื่ออนาคตอันสดใส อีกวิธีออมทรัพย์ที่อาจตอบโจทย์ของคุณไม่แพ้รูปแบบอื่น ๆ คือ ประกันสะสมทรัพย์ คุ้มครองยาว แถมได้ลดหย่อนภาษีอีกด้วย สนใจคลิกได้เลย

ผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ของเรา