Rabbit Care Logo
ใช้ใจแคร์ ดูแลครบ
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ในการเก็บข้อมูลเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการใช้งาน และเพื่อเก็บข้อมูลสถิติ ท่านสามารถศึกษารายละเอียด เพิ่มเติมได้ที่ นโยบายคุกกี้

กองทุน SSF กับ RMF ต่างกันอย่างไร?

ในการดำรงชีวิตของคนเรานั้น ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมากที่จะต้องมีการวางแผนชีวิตเอาไว้รองรับตัวเองในอนาคต นอกจากจะต้องมีการวางแผนในเรื่องของการทำงาน ในเรื่องของการใช้ชีวิตประจำวัน หรือแม้แต่ในเรื่องของการลงทุนหรือการเก็บออมต่าง ๆ กองทุน SSF และกองทุน RMF ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่สำคัญสำหรับคนที่อยากจะลงทุนไว้เพื่อการเก็บออม และเพื่อการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีไปได้ในพร้อม ๆ กัน

ซึ่งในแต่ละกองทุนนั้นก็จะมีให้เราได้เลือกอยู่มากมายตามความชอบของแต่ละคน โดยที่เราสามารถซื้อได้กับบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ที่เราสนใจ และที่สำคัญคือเราจะต้องมีการวางแผนในเรื่องของการลงทุนให้ถี่ถ้วนก่อน เพราะทุกการลงทุนย่อมมีความเสี่ยง ดังนั้นเราจะต้องประเมินให้ได้ว่าเรานั้นสามารถรับความเสี่ยงได้อยู่ที่ระดับไหน และหลังจากนั้นจึงค่อยตัดสินใจเลือกลงทุนกับกองทุนในตัวที่เรานั้นจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีได้อย่างเหมาะสม

กองทุน SSF คืออะไร?

กองทุน SSF หรือ Super Saving Fund คือกองทุนรวมที่ไว้ใช้สำหรับการเก็บออมเงินในระยะยาว เพื่อเป็นตัวช่วยในการลดหย่อนภาษี ซึ่งกองทุน SSF นี้มาแทนกองทุน LTF ที่หมดอายุไปเมื่อปี พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา ส่วนกองทุน SSF เริ่มจัดตั้งขึ้นมาเมื่อปี พ.ศ. 2563

กองทุน SSF นั้นมีเงื่อนไขเบื้องต้นในการลงทุนไว้ว่าอย่างไรบ้าง?

  • สำหรับกองทุน SSF นั้นจะสามารถนำมาใช้ลดหย่อนภาษีได้ภายในปี พ.ศ. 2563 - 2567 เท่านั้น
  • จะต้องมีการถือหน่วยลงทุนหุ้นนับตั้งแต่วันแรกที่ซื้อมาไม่ต่ำกว่า 10 ปี
  • สำหรับกองทุน SSF นั้นจะไม่ต้องซื้อทุกปี และจะไม่มีขั้นต่ำในการซื้อ
  • สามารถลงทุนในหลักทรัพย์อะไรก็ได้ เช่น ตราสารหนี้ กองทุนทองคำ หุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ เป็นต้น
  • สำหรับกองทุน SSF นั้นจะสามารถซื้อหน่วยลงทุนสำหรับไว้ใช้ลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 30% ของรายได้ที่จะต้องเสียภาษี และจะต้องไม่เกิน 200,000 บาท โดยที่เมื่อรวมกับค่าลดหย่อนการออมต่าง ๆ แล้วจะต้องไม่เกิน 500,000 บาท

กองทุน SSF มีเงื่อนไขในการถือครองไว้อย่างไรบ้าง?

  • ต้องมีการถือหน่วยลงทุนหุ้นไว้ไม่ต่ำกว่า 10 ปี นับตั้งแต่วันแรกที่มีการซื้อหน่วยลงทุนหุ้น
  • กองทุน SSF จะขายไม่ได้จนกว่าจะถือครบ 10 ปีขึ้นไป เว้นแต่จะเกิดทุพพลภาพหรือเสียชีวิตก่อน
  • สำหรับคำถามที่ว่ากองทุน SSF ถอนได้ไหม คำตอบคือถ้ามีการขายกองทุน SSF ก่อนครบ 10 ปี ก็จะต้องมีการคืนสิทธิ์ยกเว้นภาษีที่เคยได้ใช้ลดหย่อนไปตั้งแต่ตอนที่ซื้อครั้งแรกพร้อมกับเงินเพิ่ม และจะต้องมีการเสียภาษีกำไรที่ได้รับไปจากการขายกองทุน SSF ด้วย
  • กองทุน SSF สามารถที่จะเปลี่ยนไปถือกองทุน SSF กองอื่นแทนกองเดิมได้ โดยที่ไม่ถือว่าเป็นการผิดเงื่อนไขแต่อย่างใด

กองทุน RMF คืออะไร?

กองทุน RMF หรือ Retirement Mutual Fund นั้นจะเป็นกองทุนรวมสำหรับการเลี้ยงชีพหรือกองทุนรวมสำหรับการออมเพื่อเอาไว้ใช้จ่ายเมื่อตอนที่เราเกษียณแล้ว โดยรายละเอียดของกองทุน RMF นั้นจะคล้ายกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของบริษัทเอกชนและกองทุนบำเหน็จบำนาญสำหรับข้าราชการ

แล้วกองทุน RMF นั้นมีเงื่อนไขเบื้องต้นในการลงทุนไว้ว่าอย่างไรบ้าง?

  • จะต้องมีการถือหน่วยลงทุนนับตั้งแต่วันแรกที่ซื้อมาไม่ต่ำกว่า 5 ปี และจะสามารถขายได้เมื่อมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์
  • สำหรับกองทุน RMF นั้นจะต้องซื้อต่อเนื่องทุกปี หรืออย่างน้อยจะต้องซื้อปีเว้นปี และไม่มีขั้นต่ำในการซื้อ
  • สามารถลงทุนในหลักทรัพย์อะไรก็ได้ เช่น ตราสารหนี้ กองทุนทองคำ หุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ เป็นต้น
  • สำหรับกองทุน RMF นั้นจะสามารถซื้อหน่วยลงทุนสำหรับไว้ใช้ลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 30% ของรายได้ที่จะต้องเสียภาษี ซึ่งจะต้องไม่เกิน 500,000 บาท และเมื่อรวมกับการออมต่าง ๆ แล้วจะต้องไม่เกิน 500,000 บาท

กองทุน RMF มีเงื่อนไขในการถือครองไว้อย่างไรบ้าง?

  • กองทุน RMF ขายได้เมื่อไหร่ คำตอบคือสามารถขายคืนได้ทั้งแบบเป็นก้อน (บำเหน็จ) หรือทยอยขายคืน (บำนาญ) ก็ได้เช่นกัน
  • กองทุน RMF สามารถสับเปลี่ยนกับกองทุน RMF ได้เหมือนกัน
  • การสับเปลี่ยนกองทุน RMF นั้นจะไม่นับว่าเป็นการซื้อกองทุน RMF ใหม่

การผิดเงื่อนไขของกองทุน SSF และกองทุน RMF

กองทุน SSF

  • ในกรณีที่มีการซื้อสิทธิเกิน ให้นำกำไรที่ได้จากการขายคืนมารวมเป็นเงินได้เพื่อทำการเสียภาษี
  • ในกรณีที่มีการขายคืนก่อนกำหนด ไม่ว่าจะมีการนำไปลดหย่อนภาษีแล้วหรือว่ายังไม่ได้นำไปลดหย่อนภาษี ก็ควรที่จะขายคืนไป

กองทุน RMF

  • ในกรณีที่มีการซื้อสิทธิเกิน ให้นำกำไรที่ได้จากการขายคืนมารวมเป็นเงินได้เพื่อทำการเสียภาษี
  • ในกรณีที่เว้นการซื้อเกิน 1 ปีติดต่อกัน จะต้องคืนภาษีย้อนหลัง 5 ปี นับจากวันที่ได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีจากกองทุน RMF

กองทุน SSF กับ RMF ต่างกันอย่างไร?

กองทุน SSF

กองทุน RMF

กองทุน SSF เหมาะกับผู้ที่ต้องการลดหย่อนภาษี และลงทุนในระยะยาวมากกว่า 10 ปีขึ้นไปกองทุน RMF เหมาะกับผู้ที่ต้องการลดหย่อนภาษี และออมเงินไว้ใช้ในยามเกษียณ
ไม่มีขั้นต่ำในการลงทุน และไม่ต้องซื้อต่อเนื่องทุกปีไม่มีขั้นต่ำในการลงทุน แต่จะต้องซื้อต่อเนื่องทุกปี หรือปีเว้นปี
กองทุน SSF สามารถลงทุนได้ตลอดทั้งปีกองทุน RMF สามารถลงทุนได้ตลอดทั้งปี
กองทุน SSF สามารถลงทุนได้ทุกหลักทรัพย์กองทุน RMF สามารถลงทุนได้ทุกหลักทรัพย์
สามารถหักภาษีได้ปีต่อปี ในช่วง พ.ศ. 2563 - 2567สามารถลดหย่อนได้ในทุกปีที่เราลงทุน
มีระยะเวลาในการถือครองอย่างน้อย 10 ปีขึ้นไป นับตั้งแต่วันแรกที่ซื้อมีระยะเวลาในการถือครองอย่างน้อย 5 ปีขึ้นไป และจะสามารถขายได้ตอนอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์
สามารถใช้สิทธิกองทุน SSF ลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 30% ของรายได้ทั้งปี โดยที่ไม่เกิน 200,000 บาทสามารถใช้สิทธิกองทุน RMF ลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 30% ของรายได้ทั้งปี โดยที่ไม่เกิน 500,000 บาท
กองทุน SSF มีให้เลือกทั้งแบบปันผลและไม่ปันผลกองทุน RMF ไม่มีปันผล

กองทุน SSF เหมาะกับใคร?

สำหรับกองทุน SSF นั้นจะเหมาะสำหรับผู้ที่มีเงินได้สุทธิมากกว่า 150,000 บาท ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 50 ปี หรือเป็นคนที่มีฐานภาษีสูง เพราะต้องการที่จะให้เงินลงทุนนั้นเติบโตในไประยะยาวโดยที่ไม่เสียโอกาส จึงต้องการที่จะลดหย่อนภาษีด้วยการลงทุน และต้องการที่จะลดหย่อนภาษีเพิ่มเติมจากตัวเลือกอื่น ๆ ไปด้วย เพื่อกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลาย เพราะฉะนั้นจึงไม่เหมาะสำหรับใครที่รู้สึกว่าสภาพคล่องทางการเงินไม่ดี ฐานภาษีไม่สูง หรือรู้สึกว่าการลงทุนมันมีความเสี่ยง

กองทุน RMF เหมาะกับใคร?

ส่วนกองทุน RMF นั้นจะเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการออมเงินเพื่อไว้ใช้ในวัยเกษียณ เช่น ผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระ หรือลูกจ้างที่นายจ้างไม่มีความพร้อมที่จะจัดให้มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพไว้ให้ เพราะว่าไม่มีสวัสดิการที่จะรองรับการออมเงินเพื่อใช้ในวัยเกษียณ และนอกจากนี้ยังเหมาะสำหรับข้าราชการที่มีสวัสดิการออมเงินเพื่อใช้ในวัยเกษียณอยู่แล้ว แต่ยังต้องการที่จะออมเพิ่มเติมก็สามารถที่จะทำได้เช่นเดียวกัน ส่วนในเรื่องของกองทุน RMF กองไหนดีที่ควรเลือกซื้อ ก็ให้พิจารณาดูที่ความเหมาะสมตามเงื่อนไขข้างต้นว่าตนเองนั้นเหมาะกับกองทุนชนิดนี้ไหม

อยากเริ่มต้นลงทุน ควรจะเริ่มจากตรงไหนก่อนดี?

สำหรับมือใหม่หัดลงทุนก็จะแนะนำว่าให้เริ่มต้นเรียนรู้เรื่องการลงทุนให้ดีก่อน อีกทั้งยังควรเลือกลงทุนกับบริษัทที่มีความน่าเชื่อถือ จับต้องได้ อย่างเช่นการเริ่มต้นลงทุนในกองทุนกับบริษัทหลักทรัพย์ RHB Securities เพราะเราจะได้รับความสะดวกสบายโดยที่ไม่ต้องติดตามตลาด ด้วยการทยอยซื้อแบบ DCA ที่เริ่มต้นลงทุนเพียงแค่ 500 บาท หรือสามารถเลือกอ่านบทวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญได้เลยทันที โดยสามารถที่จะเปิดบัญชีลงทุนด้วยตนเองได้ง่าย ๆ เพื่อเป็นการเปิดโอกาสการลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลายให้กับตนเองได้อีกด้วย

ควรเลือกซื้อกองทุนประเภทลดหย่อนภาษีแบบไหนดี?

สิ่งสำคัญที่สุดคือจะต้องเลือกลงทุนให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของตนเอง เพราะทั้งกองทุน SSF และกองทุน RMF ต่างก็มีประโยชน์ในแง่ของการลงทุนและใช้ลดหย่อนภาษีได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นจึงควรศึกษาและพิจารณาให้ละเอียดถี่ถ้วนก่อนทุกครั้ง เพื่อเป้าหมายการลงทุนของตนเองในอนาคต แต่ถ้าหากว่าใครที่ไม่ถนัดจะลงทุนด้วยตัวเอง ก็อาจมีการเลือกเปิดบัญชีลงทุนในกองทุนรวมกับบริษัทหลักทรัพย์ RHB Securities ก็ได้เช่นเดียวกัน เพื่อให้ผู้จัดการกองทุนที่มีความเชี่ยวชาญนั้นได้ช่วยบริหารและจัดการการลงทุนให้เลย ดังนั้นไม่ว่าจะเจอกับสถานการณ์เศรษฐกิจแบบไหน คุณก็สามารถอุ่นใจได้ทันที

ผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ของเรา