ใช้ใจแคร์ ดูแลครบ

รถประเภทใดบ้างตรวจสภาพรถ? รถยนต์กี่ปีต้องตรวจสภาพ?

รถที่ต้องตรวจสภาพรถหรือเช็คสภาพรถ คือ รถที่อยู่ในเกณฑ์ต้องตรวจสภาพรถก่อนเสียภาษีประจำปี ตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก และตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ มีอายุการใช้งานมากกว่า 7 ปีขึ้นไป สำหรับรถยนต์หรือรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล และอายุการใช้งานมากกว่า 5 ปีขึ้นไป สำหรับรถมอเตอร์ไซค์ โดยนับตั้งแต่วันที่จดทะเบียนครั้งแรกถึงวันครบกำหนดเสียภาษีประจำปี

ทั้งนี้ สามารถนำรถตรวจสภาพล่วงหน้าได้ไม่เกิน 90 วัน ก่อนถึงวันสิ้นอายุภาษีประจำปี โดยมีรายละเอียดรถในแต่ละประเภทที่ต้องเช็คสภาพรถจากสถานตรวจสภาพรถ (ตรอ.) ดังต่อไปนี้

รถที่จดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก

  • รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารและรถขนาดเล็ก
  • รถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของ เว้นแต่รถที่ใช้ในการบรรทุกวัสดุอันตรายและรถพ่วง หรือรถกึ่งพ่วง ที่ติดตั้งถังบรรจุวัสดุอันตราย

รถที่จดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์

  • รถยนต์ส่วนบุคคลที่มีอายุใช้งานครบ 7 ปี นับแต่วันที่จดทะเบียนครั้งแรก ได้แก่
  • รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน (รย.1) ที่มีอายุใช้งานครบ 7 ปี ขึ้นไป
  • รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน (รย.2) ที่มีอายุใช้งานครบ 7 ปี ขึ้นไป
  • รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลที่มีน้ำหนักรถไม่เกิน 2,200 กิโลเมตร (รย.3) ที่มีอายุใช้งานครบ 7 ปี ขึ้นไป (ยกเว้นรถที่ได้รับความเห็นชอบการจ
  • ทะเบียนเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคลและรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล)
  • รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล (รย.12) ที่มีอายุการใช้งานครบ 5 ปี นับแต่วันที่จดทะเบียนครั้งแรก
  • รถที่ภาษีขาดเกิน 1 ปี

นอกจากนั้นแล้ว รถที่ต้องเข้ารับการตรวจสภาพรถ คือ รถที่ต้องการทำประกันรถยนต์ชั้น 1 หรือต่ออายุประกัน ซึ่งรายละเอียดการเช็คสภาพรถ หรือบังคับตรวจสภาพรถยนต์ก่อนทำประกันหรือไม่นั้น จะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละบริษัทประกันรถยนต์

ตรวจสภาพรถยนต์ต้องตรวจอะไรบ้าง?

รถยนต์ส่วนบุคคลที่มีอายุจดทะเบียนเกิน 7 ปี ประเภทรถ รย.1 รย.2 และ รย.3 นับแต่วันที่จดทะเบียนครั้งแรกตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ หรือตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก จัดอยู่ในกลุ่มรถยนต์ที่ต้องตรวจสภาพรถก่อนต่อภาษีรถยนตืประจำปี กรณีรถยนต์ส่วนบุคคลที่ค้างชำระภาษีประจำปีเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี สามารถนำรถไปตรวจสภาพได้ที่สำนักงานขนส่ง หรือสถานตรวจสภาพรถที่ได้รับอนุญาต ตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก มีรายละเอียดรายการตรวจสภาพรถยนต์ที่ต้องตรวจเมื่อต้องต่อภาษีรถประจำปีดังต่อไปนี้

1) ตรวจสภาพรถยนต์ภายในรถ

  • ระบบบังคับเลี้ยว, พวงมาลัย
  • มาตรวัด, ไฟสัญญาณ
  • สวิทช์ควบคุมไฟสัญญาณ, แตรสัญญาณ
  • อุปกรณ์ปัดและฉีดทำความสะอาดกระจกกันลมหน้า
  • กระจกกันลมหน้า-หลัง
  • กระจกเงาสำหรับมองหลัง
  • ที่นั่งผู้ขับ, ที่นั่งผู้โดยสาร
  • เข็มขัดนิรภัย

2) ตรวจสภาพรถยนต์ภายนอก

  • โคมไฟพุ่งไกล, โคมไฟพุ่งต่ำ
  • โคมไฟเลี้ยว
  • โคมไฟหรี่, ไฟอื่นๆ
  • กันชน
  • กงล้อ และยาง
  • บังโคลน
  • โครงสร้างและตัวถัง
  • สี
  • ประตู
  • กระจกด้านข้าง
  • กระจกเงาสำหรับมองหลัง
  • โคมไฟท้าย
  • โคมไฟหยุด
  • อุปกรณ์สะท้อนแสง
  • โคมไฟถอยหลัง
  • โคมไฟส่องป้ายทะเบียน
  • โคมไฟแสดงความกว้าง, ความสูง, ไฟอื่นๆ
  • กันชนท้าย

3) ตรวจสภาพรถยนต์ใต้ท้องรถ

  • ระบบบังคับเลี้ยว, กลไกบังคับเลี้ยว
  • ระบบรองรับน้ำหนัก, สปริง, แหนบ, โช๊คอัพ (เครื่องผ่อนการสั่นสะเทือน)
  • เพลาล้อ, กงล้อและยาง
  • อุปกรณ์ระบบห้ามล้อ
  • โครงสร้างตัวถัง, โครงคัสซี
  • ระบบส่งกำลัง, คลัทช์, เกียร์, เพลงกลาง, เฟืองท้าย
  • ระบบไอเสีย, เครื่องระงับเสียง
  • แท่นเครื่อง, ยางแท่นเครื่อง
  • อุปกรณ์ขจัดมลพิษ Catalytic Converter
  • ระบบเชื้อเพลิง, ท่อส่งเชื้อเพลิง, ท่อส่งก๊าซ

ตรวจสภาพรถมอเตอร์ไซค์ตรวจอะไรบ้าง? รถยนต์กี่ปีต้องตรวจสภาพ?

รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลหรือ รถมอเตอร์ไซค์ จัดอยู่ในกลุ่มรถประเภท ร.ย.12 โดยรถมอเตอร์ไซค์ที่มีอายุการใช้งานครบ 5 ปี นับแต่วันที่จดทะเบียนครั้งแรกตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มรถที่อยู่ในข่ายเข้ารับการเช็คสภาพรถจากสถานตรวจสภาพรถ (ต.ร.อ) ทั้งนี้ รถมอเตอร์ไซค์ที่ค้างชำระภาษีประจำปี 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี สามารถนำรถเข้าตรวจสภาพได้ที่สำนักงานขนส่งในจังหวัดหรือในพื้นที่ หรือสถานตรวจสภาพรถที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก มีรายละเอียดรายการตรวจสภาพรถมอเตอร์ไซค์ที่ต้องตรวจเมื่อต้องต่อภาษีรถประจำปีดังต่อไปนี้

1) ตรวจสภาพบนตัวรถมอเตอร์ไซค์

  • การควบคุมรถ
  • ถังเชื้อเพลิง
  • สวิทช์ไฟต่างๆ, มาตรวัดความเร็ว
  • แตรสัญญาณ
  • ระบบรองรับน้ำหนัก
  • ระบบบังคับเลี้ยว
  • คันบังคับเลี้ยว (แฮนด์)
  • แกนบังคับเลี้ยว (ลูกปืนคอบังคับเลี้ยว)

2) ตรวจสภาพด้านหน้ารถมอเตอร์ไซค์

  • โคมไฟหน้า
  • คันบังคับห้ามล้อ (คันเบรกมือ)
  • แม่ปั๊มเบรกหน้า (กรณีเป็นเบรกน้ำมัน)

3) ตรวจสภาพยางหน้ารถมอเตอร์ไซค์

  • การบังคับเลี้ยว
  • ระบบรองรับน้ำหนักหน้า
  • สภาพยางหน้า
  • เบรกที่ล้อหน้า
  • เพลาล้อ, กงล้อ

4) ตรวจสภาพด้านขวาตัวรถมอเตอร์ไซค์

  • โครงสร้างและตัวถังรถ
  • เบาะนั่ง
  • ระบบรองรับน้ำหนักหลัง
  • ห้ามล้อหลัง, คันห้ามล้อ, แม่ปั๊มเบรกหลัง, สายเบรก
  • ที่พักเท้า
  • ท่อไอเสีย

5) ตรวจสภาพล้อหลังรถมอเตอร์ไซค์

  • เพลาล้อ, กงล้อหลัง
  • อุปกรณ์, ห้ามล้อหลัง
  • ยางหลัง
  • ระบบรองรับหน้าหนักหลัง

6) ตรวจสภาพด้านท้ายรถมอเตอร์ไซค์

  • โคมไฟท้าย
  • โคมไฟหยุด
  • โคมไฟส่องป้ายทะเบียน
  • แผ่นสะท้อนแสง

7) ตรวจสภาพด้านซ้ายรถมอเตอร์ไซค์

  • โครงสร้างและตัวถังรถ
  • ท่อไอเสีย
  • ที่พักเท้า
  • บังโซ่, ฝาครอบโซ่
  • ระบบส่งกำลัง, โซ่
  • ขาตั้ง

8) ตรวจศูนย์ล้อของแนวล้อหน้าและล้อหลัง

ตรวจสภาพรถที่ไหนได้บ้าง? รถยนต์กี่ปีต้องตรวจสภาพ?

รถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์ที่จดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกทุกประเภทที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไป ต้องตรวจสภาพรถที่หน่วยงานของกรมการขนส่งทางบกหรือสถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) ที่ได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบก

รถที่สามารถเลือกตรวจสภาพได้กับหน่วยงานของกรมการขนส่งทางบก หรือสถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) มีดังต่อไปนี้

  • รถยนต์ที่มีน้ำหนักรถเปล่าเกิน 1,600 กิโลกรัม
  • รถของส่วนราชการ เช่น รถยนต์รับรองบุคคลในคณะผู้แทนทางการทูต รถยนต์รับคณะผู้แทนทางกงสุล รถยนต์รับรององค์การระหว่างประเทศ

รถที่ต้องนำไปตรวจสภาพหรือเช็คสภาพรถที่หน่วยงานของกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น ไม่สามารถตรวจสถาพรถได้ที่สถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) ได้ มีดังต่อไปนี้

  • รถที่ดัดแปลงหรือเปลี่ยนแปลงสภาพให้ผิดจากที่ได้จดทะเบียนไว้เช่น เปลี่ยนสี เปลี่ยนส่วนใดส่วนหนึ่งของรถ เปลี่ยนเครื่องยนต์ เปลี่ยนลักษณะรถ เปลี่ยนชนิดน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นต้น
  • รถที่มีปัญหาเกี่ยวกับเลขตัวรถหรือเลขเครื่องยนต์ เช่น ไม่ปรากฏตัวเลข หรือมีร่องรอยการแก้ไข ขูด ลบ ลบเลือนหรือตัวเลขชำรุดจนไม่สามารถตรวจสอบความถูกต้องได้
  • รถที่แจ้งการไม่ใช้งาน เช่น แจ้งการไม่ใช้ชั่วคราว หรือแจ้งการไม่ใช้รถตลอดไปไว้
  • รถที่มีเลขทะเบียนรุ่นเก่า เช่น กท-00001, กทจ-0001
  • รถที่ขาดต่อทะเบียนเกิน 1 ปี
  • รถที่ถูกโจรกรรมแล้วได้คืน

ผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ของเรา