Rabbit Care Logo
ใช้ใจแคร์ ดูแลครบ
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ในการเก็บข้อมูลเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการใช้งาน และเพื่อเก็บข้อมูลสถิติ ท่านสามารถศึกษารายละเอียด เพิ่มเติมได้ที่นโยบายคุกกี้

เครื่องมือคำนวนดอกเบี้ยของผลิตภัณฑ์ทางการเงินต่าง ๆ

ตารางการคิดดอกเบี้ยของผลิตภัณฑ์ทางการเงินต่าง ๆ

ประเภทผลิตภัณฑ์ วิธีคิดดอกเบี้ย ลักษณะการคิด ความถี่ในการคิดดอกเบี้ย หมายเหตุเพิ่มเติม
บัตรกดเงินสด ลดต้นลดดอก ดอกเบี้ยรายวัน คิดจากยอดคงค้างจริง สรุปรวมเป็นรายเดือน เสียดอกเบี้ยทันทีที่กดเงิน
บัตรเครดิต ลดต้นลดดอก + ดอกเบี้ยผิดนัด คิดเฉพาะยอดคงค้างรายวัน (ถ้าไม่ชำระเต็ม) รายวัน ฟรีดอกเบี้ยหากชำระเต็มภายในกำหนด
สินเชื่อส่วนบุคคล แบบคงที่ หรือ ลดต้นลดดอก คิดจากยอดกู้เต็ม หรือยอดเงินต้นคงเหลือ รายเดือน ขึ้นกับเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร
สินเชื่อรถยนต์ แบบคงที่เป็นหลัก ดอกเบี้ยคงที่ ค่างวดเท่ากันทุกเดือน รายเดือน มักเป็น Flat Rate แต่รวมค่าธรรมเนียมอื่นด้วย
สินเชื่อบ้าน ลดต้นลดดอกหรือลอยตัว คำนวณจากเงินต้นคงเหลือ / หรือ MRR + spread รายเดือน ดอกเบี้ยมักเปลี่ยนตามรอบระยะเวลา เช่น 3 ปีแรกคงที่ หลังจากนั้นลอยตัว
สรุป: แต่ละผลิตภัณฑ์ทางการเงินมีวิธีการคิดดอกเบี้ยที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับลักษณะของผลิตภัณฑ์และเงื่อนไขของธนาคาร.

คู่มือการคิดดอกเบี้ยฉบับสมบูรณ์

การคิดดอกเบี้ย คือกระบวนการในการคำนวณผลตอบแทนที่เจ้าหนี้จะได้รับจากการให้ยืมเงิน หรือผลต้นทุนที่ลูกหนี้ต้องจ่ายจากการกู้ยืมเงิน โดยทั่วไป ดอกเบี้ยจะคิดตามระยะเวลาและอัตราร้อยละที่ตกลงกันไว้ในสัญญา ซึ่งอาจเป็นรายวัน รายเดือน หรือรายปี ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและประเภทของสินเชื่อ

ประเภทของดอกเบี้ยที่ควรรู้

ดอกเบี้ยแบบคงที่

คิดดอกเบี้ยจากยอดเงินต้นทั้งหมดตลอดสัญญา จำนวนเงินที่จ่ายแต่ละเดือนเท่ากัน

ดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก

คำนวณดอกเบี้ยจากยอดเงินต้นคงเหลือ ดังนั้นเมื่อเงินต้นลดลง ดอกเบี้ยที่จ่ายก็ลดลงด้วย

ดอกเบี้ยลอยตัว

อัตราดอกเบี้ยจะเปลี่ยนแปลงไปตามประกาศอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ธนาคารแต่ละช่วงเวลา

ดอกเบี้ยผิดนัด

ดอกเบี้ยสูงกว่าปกติ เพื่อเป็นการลงโทษผู้ผิดนัด และเป็นสิ่งจูงใจให้ลูกหนี้ชำระหนี้ตรงเวลา

วิธีคิดดอกเบี้ยประเภทต่างๆ

1. วิธีการคิดดอกเบี้ยแบบคงที่

การคิดดอกเบี้ยจากยอดเงินต้นทั้งหมดตั้งแต่วันแรกที่กู้ โดยไม่ลดลงตามยอดเงินต้นที่เหลือ เหมือนในแบบลดต้นลดดอก

ลักษณะสำคัญ

  • ดอกเบี้ยคงที่ตลอดอายุสัญญา
  • ค่างวดรายเดือนเท่ากันทุกเดือน
  • นิยมใช้กับสินเชื่อส่วนบุคคล, สินเชื่อรถยนต์, สินเชื่อเงินด่วน

สูตรการคำนวณดอกเบี้ยแบบคงที่

ดอกเบี้ยรวม = เงินต้น × อัตราดอกเบี้ยต่อปี × จำนวนปี
ค่างวดรายเดือน = (เงินต้น + ดอกเบี้ยรวม) ÷ จำนวนเดือนทั้งหมด

ตัวอย่าง:

คุณกู้เงิน 120,000 บาท
อัตราดอกเบี้ย 8% ต่อปี = 120,000 × 0.08 × 2 = 19,200 บาท
รวมยอดที่ต้องจ่ายทั้งหมด: 120,000 + 19,200 = 139,200 บาท
ค่างวดรายเดือน: 139,200 ÷ 24 = 5,800 บาท/เดือน

2. วิธีการคิดดอกเบี้ยลอยตัว

เป็นอัตราดอกเบี้ยที่ สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามเงื่อนไขของตลาด หรือขึ้นอยู่กับตัวแปรอ้างอิง เช่น อัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ MRR/MOR/MLR ของธนาคารพาณิชย์

ลักษณะสำคัญ

  • ดอกเบี้ยอาจเพิ่มหรือลดได้ในช่วงเวลากู้
  • แบ่งเป็น ช่วงคงที่ และ ช่วงลอยตัว
  • มักใช้ในสินเชื่อระยะยาว เช่น สินเชื่อบ้าน, สินเชื่อธุรกิจ

สูตรการคำนวณเบื้องต้น

อัตราดอกเบี้ยลอยตัว = อัตราดอกเบี้ยอ้างอิง (เช่น MRR) + ส่วนเพิ่ม (Spread)

ตัวอย่าง:

MRR = 7.00%
Spread = -1.50%
อัตราดอกเบี้ยจริง = 7.00% - 1.50% = 5.50%

ถ้า MRR เปลี่ยนเป็น 7.50% ในปีถัดไป
➡️ ดอกเบี้ยจริงกลายเป็น 7.50% - 1.50% = 6.00%

ตัวอย่างสินเชื่อบ้านที่ใช้ดอกเบี้ยลอยตัว

ปีที่ 1–3: ดอกเบี้ยคงที่ 3.00%
หลังจากนั้น: ดอกเบี้ยลอยตัว = MRR - 1.25%

หาก MRR ในปีที่ 4 คือ 6.85%
➡️ ดอกเบี้ย = 6.85% - 1.25% = 5.60%

3. วิธีคิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก

หลักการ
คิดดอกเบี้ยเฉพาะจากยอดเงินต้นคงเหลือ ณ วันชำระแต่ละงวด ไม่คิดจากยอดเงินต้นทั้งหมดเหมือนแบบคงที่

ข้อดีของวิธีนี้

  • จ่ายดอกเบี้ยน้อยลง
  • กระตุ้นให้ผู้กู้จ่ายเกินยอดขั้นต่ำ

ตัวอย่าง:

งวดที่ 1 เงินต้น 100,000 บาท
ดอกเบี้ย = 100,000 × 0.06 ÷ 12 = 500 บาท
งวดที่ 2 เหลือ 90,000 บาท ดอกเบี้ย = 450 บาท

4. ดอกเบี้ยผิดนัด คิดยังไง?

สูตรคำนวณ

ดอกเบี้ยผิดนัด = ยอดเงินที่ค้าง × อัตราดอกเบี้ยผิดนัด × จำนวนวัน ÷365




ตัวอย่าง:

ยอดค้าง 50,000 บาท
อัตราดอกเบี้ย 15% ค้าง 45 วัน
ดอกเบี้ย = 50,000 × 0.15 × 45 ÷ 365 = ประมาณ 924.65 บาท

ตารางเปรียบเทียบดอกเบี้ยแต่ละประเภท

รายการเปรียบเทียบ ดอกเบี้ยแบบคงที่ ดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก ดอกเบี้ยลอยตัว ดอกเบี้ยผิดนัด
วิธีคิด คิดจากเงินต้นทั้งหมดตลอดสัญญา คิดจากยอดเงินต้นคงเหลือในแต่ละงวด อ้างอิงดอกเบี้ยตลาด + ส่วนเพิ่ม คิดจากยอดค้างชำระ × อัตราดอกเบี้ยต่อปี × จำนวนวันที่ค้าง
ดอกเบี้ยรายเดือน เท่ากันทุกงวด ลดลงตามเงินต้นที่ลดลง เปลี่ยนแปลงตามดอกเบี้ยตลาด สูงขึ้นตามจำนวนวันค้าง
ค่าใช้จ่ายรวม สูงกว่าแบบลดต้นลดดอก ประหยัดกว่าในระยะยาว ไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ยตลาด สูงมาก เป็นการลงโทษ
ความโปร่งใส เข้าใจง่าย ต้องคำนวณเพิ่ม ต้องติดตามอัตราอ้างอิง อิงตามประกาศธนาคาร/กฎหมาย
เหมาะกับใคร คนที่อยากผ่อนเท่ากันทุกงวด คนที่สามารถจ่ายเกินขั้นต่ำได้ คนที่กู้ระยะยาว/รีไฟแนนซ์ได้ ใช้ในกรณีผิดนัดเท่านั้น
การเปรียบเทียบนี้ช่วยให้เห็นภาพชัดเจนว่าการเลือกประเภทดอกเบี้ยที่เหมาะสมสามารถช่วยคุณประหยัดเงินได้มากแค่ไหนในระยะยาว

 

 

นอกจากประเภทของดอกเบี้ยที่คุณควรรู้แล้ว ดอกเบี้ยยังมีวิธีการคิดแบบรายเดือนและรายปี การเข้าใจวิธีคิดดอกเบี้ยทั้งรายเดือนและรายปี จะช่วยให้คุณวางแผนทางการเงินได้ดีขึ้น ไม่เสียเปรียบ และเลือกสินเชื่อได้ตรงความต้องการ

วิธีคิดดอกเบี้ยต่อปี

สูตรการคิดดอกเบี้ยรายปี

ดอกเบี้ย = เงินต้น × อัตราดอกเบี้ยต่อปี × ระยะเวลา(ปี)

ตัวอย่าง:

เงินต้น 150,000 บาท
ดอกเบี้ย 7% ต่อปี ระยะเวลา 3 ปี
ดอกเบี้ยรวม = 150,000 × 0.07 × 3 = 31,500 บาท

การคิดแบบนี้เหมาะสำหรับการวางแผนทางการเงินระยะยาว เช่น การขอสินเชื่อเพื่อการศึกษา หรือกู้ซื้อบ้าน

วิธีคิดดอกเบี้ยต่อเดือน

สูตรคำนวณรายเดือน

ดอกเบี้ยต่อเดือน = (เงินต้น × อัตราดอกเบี้ยต่อปี) ÷12

ตัวอย่าง:

กู้ 60,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 6% ต่อปี
ดอกเบี้ยต่อเดือน = (60,000 × 0.06) ÷ 12 = 300 บาท

ข้อแตกต่างระหว่างรายเดือนกับรายปี

รายละเอียดรายเดือนรายปี
ความยืดหยุ่นสูงต่ำกว่า
เหมาะกับผู้ที่มีรายได้ประจำผู้วางแผนระยะยาว
ใช้ในสินเชื่อส่วนบุคคล,บัตรกดเงินสด    กู้ซื้อบ้าน, ลงทุน

ผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ของเรา