ตารางการคิดดอกเบี้ยของผลิตภัณฑ์ทางการเงินต่าง ๆ
คู่มือการคิดดอกเบี้ยฉบับสมบูรณ์
การคิดดอกเบี้ย คือกระบวนการในการคำนวณผลตอบแทนที่เจ้าหนี้จะได้รับจากการให้ยืมเงิน หรือผลต้นทุนที่ลูกหนี้ต้องจ่ายจากการกู้ยืมเงิน โดยทั่วไป ดอกเบี้ยจะคิดตามระยะเวลาและอัตราร้อยละที่ตกลงกันไว้ในสัญญา ซึ่งอาจเป็นรายวัน รายเดือน หรือรายปี ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและประเภทของสินเชื่อ
ประเภทของดอกเบี้ยที่ควรรู้

ดอกเบี้ยแบบคงที่
คิดดอกเบี้ยจากยอดเงินต้นทั้งหมดตลอดสัญญา จำนวนเงินที่จ่ายแต่ละเดือนเท่ากัน

ดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก
คำนวณดอกเบี้ยจากยอดเงินต้นคงเหลือ ดังนั้นเมื่อเงินต้นลดลง ดอกเบี้ยที่จ่ายก็ลดลงด้วย

ดอกเบี้ยลอยตัว
อัตราดอกเบี้ยจะเปลี่ยนแปลงไปตามประกาศอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ธนาคารแต่ละช่วงเวลา

ดอกเบี้ยผิดนัด
ดอกเบี้ยสูงกว่าปกติ เพื่อเป็นการลงโทษผู้ผิดนัด และเป็นสิ่งจูงใจให้ลูกหนี้ชำระหนี้ตรงเวลา
วิธีคิดดอกเบี้ยประเภทต่างๆ
1. วิธีการคิดดอกเบี้ยแบบคงที่
การคิดดอกเบี้ยจากยอดเงินต้นทั้งหมดตั้งแต่วันแรกที่กู้ โดยไม่ลดลงตามยอดเงินต้นที่เหลือ เหมือนในแบบลดต้นลดดอก
ลักษณะสำคัญ
- ดอกเบี้ยคงที่ตลอดอายุสัญญา
- ค่างวดรายเดือนเท่ากันทุกเดือน
- นิยมใช้กับสินเชื่อส่วนบุคคล, สินเชื่อรถยนต์, สินเชื่อเงินด่วน
สูตรการคำนวณดอกเบี้ยแบบคงที่
ค่างวดรายเดือน = (เงินต้น + ดอกเบี้ยรวม) ÷ จำนวนเดือนทั้งหมด
ตัวอย่าง:
คุณกู้เงิน 120,000 บาท
อัตราดอกเบี้ย 8% ต่อปี = 120,000 × 0.08 × 2 = 19,200 บาท
รวมยอดที่ต้องจ่ายทั้งหมด: 120,000 + 19,200 = 139,200 บาท
ค่างวดรายเดือน: 139,200 ÷ 24 = 5,800 บาท/เดือน
2. วิธีการคิดดอกเบี้ยลอยตัว
เป็นอัตราดอกเบี้ยที่ สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามเงื่อนไขของตลาด หรือขึ้นอยู่กับตัวแปรอ้างอิง เช่น อัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ MRR/MOR/MLR ของธนาคารพาณิชย์
ลักษณะสำคัญ
- ดอกเบี้ยอาจเพิ่มหรือลดได้ในช่วงเวลากู้
- แบ่งเป็น ช่วงคงที่ และ ช่วงลอยตัว
- มักใช้ในสินเชื่อระยะยาว เช่น สินเชื่อบ้าน, สินเชื่อธุรกิจ
สูตรการคำนวณเบื้องต้น
ตัวอย่าง:
MRR = 7.00%
Spread = -1.50%
อัตราดอกเบี้ยจริง = 7.00% - 1.50% = 5.50%
ถ้า MRR เปลี่ยนเป็น 7.50% ในปีถัดไป
➡️ ดอกเบี้ยจริงกลายเป็น 7.50% - 1.50% = 6.00%
ตัวอย่างสินเชื่อบ้านที่ใช้ดอกเบี้ยลอยตัว
ปีที่ 1–3: ดอกเบี้ยคงที่ 3.00%
หลังจากนั้น: ดอกเบี้ยลอยตัว = MRR - 1.25%
หาก MRR ในปีที่ 4 คือ 6.85%
➡️ ดอกเบี้ย = 6.85% - 1.25% = 5.60%
3. วิธีคิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก
หลักการ
คิดดอกเบี้ยเฉพาะจากยอดเงินต้นคงเหลือ ณ วันชำระแต่ละงวด ไม่คิดจากยอดเงินต้นทั้งหมดเหมือนแบบคงที่
ข้อดีของวิธีนี้
- จ่ายดอกเบี้ยน้อยลง
- กระตุ้นให้ผู้กู้จ่ายเกินยอดขั้นต่ำ
ตัวอย่าง:
งวดที่ 1 เงินต้น 100,000 บาท
ดอกเบี้ย = 100,000 × 0.06 ÷ 12 = 500 บาท
งวดที่ 2 เหลือ 90,000 บาท ดอกเบี้ย = 450 บาท
4. ดอกเบี้ยผิดนัด คิดยังไง?
สูตรคำนวณ
ตัวอย่าง:
ยอดค้าง 50,000 บาท
อัตราดอกเบี้ย 15% ค้าง 45 วัน
ดอกเบี้ย = 50,000 × 0.15 × 45 ÷ 365 = ประมาณ 924.65 บาท
ตารางเปรียบเทียบดอกเบี้ยแต่ละประเภท
นอกจากประเภทของดอกเบี้ยที่คุณควรรู้แล้ว ดอกเบี้ยยังมีวิธีการคิดแบบรายเดือนและรายปี การเข้าใจวิธีคิดดอกเบี้ยทั้งรายเดือนและรายปี จะช่วยให้คุณวางแผนทางการเงินได้ดีขึ้น ไม่เสียเปรียบ และเลือกสินเชื่อได้ตรงความต้องการ
วิธีคิดดอกเบี้ยต่อปี
สูตรการคิดดอกเบี้ยรายปี
ตัวอย่าง:
เงินต้น 150,000 บาท
ดอกเบี้ย 7% ต่อปี ระยะเวลา 3 ปี
ดอกเบี้ยรวม = 150,000 × 0.07 × 3 = 31,500 บาท
การคิดแบบนี้เหมาะสำหรับการวางแผนทางการเงินระยะยาว เช่น การขอสินเชื่อเพื่อการศึกษา หรือกู้ซื้อบ้าน
วิธีคิดดอกเบี้ยต่อเดือน
สูตรคำนวณรายเดือน
ตัวอย่าง:
กู้ 60,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 6% ต่อปี
ดอกเบี้ยต่อเดือน = (60,000 × 0.06) ÷ 12 = 300 บาท
ข้อแตกต่างระหว่างรายเดือนกับรายปี
รายละเอียด | รายเดือน | รายปี |
ความยืดหยุ่น | สูง | ต่ำกว่า |
เหมาะกับ | ผู้ที่มีรายได้ประจำ | ผู้วางแผนระยะยาว |
ใช้ใน | สินเชื่อส่วนบุคคล,บัตรกดเงินสด | กู้ซื้อบ้าน, ลงทุน |