แคร์สุขภาพ

แพ้ขนแมว มีอาการอย่างไร ? อันตรายหรือไม่ ทดสอบได้อย่างไรว่าแพ้หรือไม่แพ้ขนแมว ?

ผู้เขียน : Nok Srihong

มีประสบการณ์มากกว่า 3 ปี เป็นนักเขียนด้านประกันสุขภาพ ประกันชีวิต เพื่อสุขภาพที่ Rabbit Care และ 12 ปี ในอุตสาหกรรม OTA อย่าง Laterooms.com , Expedia.com จึงมีความเชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยว

close
 
 
Published: January 1,2024

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าหลายคนไม่รู้ตัวว่าตนเองมีอาการแพ้ขนแมว แม้ว่าในความเป็นจริงแล้วอาการแพ้ขนแมวนั้นถือเป็นอาการยอดฮิตที่คนไทยเป็นกันจำนวนมาก ดังที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ให้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ที่แพ้ขนแมวว่า คนไทยนั้นมีอัตราการแพ้ขนแมวมากถึง 10-15% ของจำนวนประชากรทั้งหมดเลยทีเดียว และแน่นอนว่าเมื่อมีคนมากมายไม่รู้ตัวว่าตนเองมีอาการแพ้ดังกล่าว ก็ทำให้มีความเสี่ยงในการสัมผัสสิ่งกระตุ้นอาการแพ้ และไม่ทันระวังตัวไม่ให้เกิดความเสี่ยงได้และอาจเกิดเป็นอันตรายต่อร่างกายได้ในที่สุด

และด้วยเหตุผลเหล่านี้ซึ่ง แรบบิท แคร์ เห็นถึงความสำคัญของการรู้จักร่างกายของตนเองทำให้เลือกที่จะหยิบยกข้อมูลเกี่ยวกับอาการแพ้ขนแมวมาฝาก เพื่อที่จะให้หลายคนได้ศึกษาและสังเกตอาการ เผื่อว่าใครมีทีท่าว่าแพ้ขนแมวจะได้ไปตรวจกันให้แน่ชัดและระมัดระวังตัวเอง

ประกันสุขภาพที่คุณเลือกเองได้ พร้อมชำระได้หลากหลายช่องทาง
icon angle up or down

เลือกแผนประกันสุขภาพที่คุณสนใจ

    ชื่อนามสกุล

    หมายเลขโทรศัพท์

    แพ้ขนแมว อาการ

    ในส่วนของอาการแพ้ขนแมวนั้น โดยทั่วไปแล้วผู้ที่แพ้ขนแมวจะมีอาการบวมและคันบริเวณของเนื้อเยื่อรอบดวงตาและจมูก ซึ่งอาการเหล่านี้จะนำไปสู่การอักเสบของดวงตา นอกจากนี้ผู้ที่มีอาการแพ้ขนแมวบางคนยังอาจมีแพ้ขนแมว ผื่นขึ้นตามบริเวณใบหน้า ลำคอ หน้าอกส่วนบนร่วมด้วย

    ในส่วนอาการที่พบบ่อยและพบได้ง่ายของผู้ที่มีอาการแพ้ขนแมวนั้น ก็คือจะรู้สึกคันจมูก น้ำมูกไหล จามบ่อย และจะมีอาการรู้สึกระคายคอหลังจากที่ได้สัมผัสสารก่อภูมิแพ้จากเจ้าแมว

    อาการซึ่งร้ายแรงสำหรับผู้ที่แพ้ขนแมวและเป็นโรคหอบหืดร่วมด้วยนั้นจะรุนแรงกว่ามาก ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสแมวอย่างเด็ดขาด เพราะหากมีสารก่อภูมิแพ้จากแมวหลุดเข้าไปในหลอดลมจะทำให้อาการรุนแรงขึ้นมาก ซึ่งมีผลการศึกษาว่าผู้ที่เป็นโรคหืด 30% เมื่อสัมผัสกับขนแมวจะมีอาการหนักขึ้น เนื่องจากสารก่อภูมิแพ้จะเข้าไปกระตุ้นแอนติบอดีบางชนิดทำให้ผู้ป่วยมีอาการหายใจลำบาก ไอ หายใจเสียงดัง โดยอาการเหล่านี้ถือเป็นอาการที่แสดงถึงการกำเริบของโรคหอบหืดเฉียบพลัน อีกทั้งยังเป็นสาเหตุของการเป็นหอบหืดเรื้อรังด้วยนั่นเอง

    แพ้ขนแมว สาเหตุ

    สำหรับสาเหตุของการแพ้ขนแมวนั้นความจริงแล้วอาจมีที่มาจากสารก่อภูมิแพ้ที่มาจากน้ำลายและผิวหนังของแมว และสารก่อภูมิแพ้เหล่านั้นได้ติดมากับขนของแมวในขณะที่แมวเลียตัวเอง ดังนั้นเมื่อขนลอยขึ้นไปในอากาศและเราสูดดมสารเหล่านั้นเข้าไปจึงอาจก่อให้เกิดอาการแพ้ได้ นอกจากนี้อนุภาคของสารก่อภูมิแพ้ในแมวหรือสัตว์เลี้ยงชนิดต่าง ๆ นั้นยังสามารถที่จะติดไปกับเสื้อผ้า เฟอร์นิเจอร์ และที่นอน ทำให้หากสัมผัสกับผู้ที่เลี้ยงแมวหรือมีความใกล้ชิดกับแมว ก็อาจเกิดอาการแพ้ได้เช่นกัน

    แพ้คนแมว อันตรายไหม ?

    สำหรับผู้ที่สงสัยว่าอาการแพ้ขนแมวนั้นถือเป็นอาการที่อันตรายไหมนั้น ความจริงแล้วระดับความอันตรายจะขึ้นอยู่กับระดับความร้ายแรงของการแพ้ขนแมวซึ่งแต่ละคนจะมีการแพ้มากน้อยแตกต่างกันไป ดังเช่นการแพ้อื่น ๆ ที่แต่ละคนก็อาจเป็นมากน้อยไม่เท่ากัน ดังนั้นหากรู้ตัวว่าแพ้ก็ควรสังเกตระดับความรุนแรงของการแพ้ของตนเองกันให้ดี หากเป็นมากหรือในระดับร้ายแรงจะได้พยายามหลีกเลี่ยงและป้องกันตัวเองให้ได้มากที่สุด เช่นเดียวกับผู้ที่เป็นโรคหอบหืดที่ต้องระวังและหลีกเลี่ยงการสัมผัสสารก่อภูมิแพ้จากแมวอย่างมาก เพราะจะเป็นการกระตุ้นให้อาการกำเริบอย่างรุนแรงและเกิดอันตรายมากทีเดียว

    วิธีการตรวจสอบว่าแพ้ขนแมวหรือไม่

    วิธีการตรวจสอบว่าตนเองแพ้ขนแมวหรือไม่อย่างเป็นทางการและมีการพิสูจน์ทางการแพทย์ในปัจจุบันนั้นมี 2 วิธีด้วยกัน คือ

    • การทดสอบทางเลือด (ตรวจเลือด) : ซึ่งวิธีทดสอบการแพ้ขนแมววิธีนี้นั้นจะสามารถหาสารก่อภูมิแพ้หลายชนิดได้พร้อมกัน โดยที่ไม่ต้องทำการหยุดยาแก้แพ้ก่อนตรวจ
    • การทดสอบทางผิวหนังโดยวิธีการสะกิด (Skin Prick Test) : วิธีนี้เป็นวิธีการตรวจการแพ้ขนแมวที่มีความรวดเร็ว และมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าวิธีแรกอย่างวิธีการตรวจเลือดเป็นอย่างมาก แต่การตรวจการแพ้ขนแมวด้วยวิธีนี้นั้นจำเป็นที่จะต้องหยุดทานยาแก้แพ้เป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์ก่อนเข้ารับการตรวจ

    และ 2 วิธีเหล่านี้ก็คือวิธีที่สามารถใช้ตรวจอาการแพ้ขนแมวได้อย่างแม่นยำ สำหรับใครที่ยังไม่แน่ใจว่าความจริงแล้วตนเองแพ้ขนแมวหรือไม่ สามารถลองตรวจกันได้ จะได้รู้ไว้และหลีกเลี่ยงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับตนเองได้อย่างทันท่วงที

    วิธีป้องกันอาการแพ้ขนแมว

    สำหรับผู้ที่รู้ตัวแล้วว่าตนเองนั้นแพ้ขนแมว สามารถป้องกันการเกิดอาการแพ้ได้ด้วยวิธีดังนี้

    • หลีกเลี่ยงการสัมผัสและอยู่ใกล้แมว
    • หากบังเอิญสัมผัสแมวต้องรีบล้างมือทุกครั้ง
    • รีบรับประทานยาแก้แพ้เอาไว้เพื่อป้องกัน
    • ไม่พาตัวเองเข้าไปในสถานที่เสี่ยงหรือสถานที่ที่ทราบว่ามีแมว

    เป็นทาสแมวแต่แพ้ขนแมว ต้องทำอย่างไร ?

    แน่นอนว่าแม้บางคนจะรู้ว่าตนเองแพ้ขนแมว แต่ก็ห้ามใจไม่ได้กับความน่ารักและอยากจะมีน้องแมวไว้ในครอบครอง ซึ่งแน่นอนว่าความจริงแล้ววิธีป้องกันตัวเองที่ดีที่สุดสำหรับคนที่มีอาการแพ้เช่นนี้ก็คือการไม่เลี้ยงแมวเอาไว้ในบ้าน แต่หากเป็นกรณีที่ห้ามใจไม่ได้จริง ๆ หรือหลีกเลี่ยงไม่ได้ อีกทั้งยังไม่ได้มีอาการแพ้ที่รุนแรงจนเข้าขั้นอันตราย ก็อาจใช้วิธีเหล่านี้เพื่อให้อยู่ร่วมกันได้ ลองพิจารณากันดู

    • หลีกเลี่ยงการเลี้ยงแมวไว้ในบ้านโดยเฉพาะบริเวณห้องนอน อาจเลือกที่จะเลี้ยงน้องไว้นอกบ้านแทน
    • เมื่อทำการสัมผัสกับแมวต้องรีบล้างมือทุกครั้ง
    • ไม่ควรปูพรมหรือใช้เฟอร์นิเจอร์ที่เป็นขน ๆ ในบ้านเพื่อลดการสะสมของสารก่อภูมิแพ้แมวและขนแมว
    • ควรมีการติดตั้งเครื่องฟอกอากาศไว้ภายในห้องนอนและบริเวณบ้าน
    • หมั่นล้างทำความสะอาดและเปลี่ยนไส้กรองแอร์เป็นประจำ
    • ดูดฝุ่นภายในบ้าน ทำความสะอาดของเล่น ที่นอนของแมวอย่างน้อยอาทิตย์ละ 1 ครั้ง
    • ขณะที่ทำความสะอาดบริเวณต่าง ๆ หรือสัมผัสแมวควรใส่ผ้าปิดจมูกด้วย
    • ควรอาบน้ำให้แมวอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง และทำการแปรงขนแมวทุกวัน
    • ควรเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านที่ทำจากหนัง เพื่อลดการสะสมของสารก่อภูมิแพ้และขนแมว
    • หลีกเลี่ยงการกอดและหอมแมวอย่างเด็ดขาด
    • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง

    นอกจากนี้สำหรับผู้ที่ทราบอยู่แล้วว่าตนเองนั้นมีอาการแพ้ขนแมวแต่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องใกล้ชิดกับแมวอยู่ในทุกวัน แรบบิท แคร์ ก็ขอแนะนำให้ทำประกันสุขภาพเอาไว้ เพราะมีความเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดโรคเรื้อรัง หรือมีอาการป่วยจากโรคทางระบบทางเดินหายใจเพิ่มขึ้นได้ ดังนั้นจึงควรทำประกันไว้เพื่อช่วยดูแลสุขภาพของตนเองในระยะยาว

    เหตุผลที่คนแพ้ขนแมวไม่ควรเลี้ยงแมว

    แน่นอนว่าถ้าใจอยากเลี้ยงบางครั้งเหตุผลก็ไม่อาจเปลี่ยนใจได้ แต่ก็ควรพิจารณาข้อเสียและเหตุผลต่าง ๆ ก่อนที่จะดื้อดึงตัดสินใจ ทำไมคนแพ้ขนแมวถึงไม่ควรเลี้ยงแมว

    • เป็นการทำลายสุขภาพร่างกายของตนเองโดยไม่จำเป็น
    • น้องแมวจะไม่ได้รับความรักและการดูแลเอาใจใส่ที่ควร
    • เสี่ยงที่จะทำลายสุขภาพจิตของทั้งคนและแมว
    • เพิ่มความเสี่ยงที่แมวจะถูกทอดทิ้งในอนาคต
    • เพิ่มโอกาสที่น้องแมวจะต้องย้ายบ้าน และเปลี่ยนเจ้าของใหม่ในอนาคต
    • ต้องให้ความสำคัญในการทำความสะอาดและดูแลเฟอร์นิเจอร์ในบ้านมากกว่าปกติ
    • คุณภาพชีวิตของทั้งคนและแมวจะไม่ดีเท่าที่ควร
    • อาจส่งผลให้อาการแพ้หนักขึ้นได้ในอนาคต
    • อาจเกิดอันตรายจากอาการแพ้ได้จนเป็นสิ่งที่คุกคามความปลอดภัยของร่างกายอย่างรุนแรง

    ทราบเหตุผลเหล่านี้แล้ว ลองพิจารณาก่อนตัดสินใจกันให้ดี เพราะหากนำมาเลี้ยงแล้วดูแลน้องได้ไม่เต็มที่ การรับน้องมาแล้วดูแลน้องไม่ดีก็ถือเป็นการสร้างบาปสร้างกรรม

    สรุป

    และนี่ก็คือข้อมูลที่ควรรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการแพ้ขนแมวที่ไม่ว่าผู้ที่แพ้หรือไม่แพ้ก็ควรจะรู้ติดตัวเอาไว้ เพื่อเป็นการป้องกันเหตุสุดวิสัย สามารถนำไปปรับใช้ทั้งในการดูแลตัวเองหรือคนใกล้ชิดที่แพ้ขนแมวก็ได้ รู้ไว้ไม่เสียหายมีแต่ได้กับได้อย่างแน่นอน


     

    บทความแคร์สุขภาพ

    แคร์สุขภาพ

    โรคพุ่มพวงคืออะไร มีอาการอย่างไร อันตรายถึงชีวิตหรือไม่ ?

    โรคที่คนไทยเรียกกันจนติดปากว่าโรคพุ่มพวง เนื่องจากคนไทยเรารู้จักโรคนี้กันอย่างแพร่หลายเมื่อศิลปินชื่อดังอย่างคุณพุ่มพวง ดวงจันทร์
    Nok Srihong
    23/05/2024