ประกันชีวิต

สงสัยไหม ทำไมต้องวัยเบญจเพส? แก้เคล็ดอย่างไรให้ร้ายเป็นดี!

ผู้เขียน : คะน้าใบเขียว
Published September 02, 2022
วัยเบญจเพส

สงสัยกันไหมว่า ทำไมเมื่อใกล้อายุ 25 ปี ถึงมีหลายคนทักว่าให้ระวังเรื่องวัยเบญจเพส? แล้ววัยเบญจเพสคืออะไร จำเป็นต้องเฉพาะช่วงอายุ 25 ปี จริงหรือ? มีอะไรต้องระวังบ้าง? มีวิธีแก้ร้ายให้เป็นวัยเพญจเพสที่ดีได้ไหม? ไปหาคำตอบพร้อม ๆ กับ แรบบิท แคร์ กันดีกว่า!

วัยเบญจเพส คืออะไร? ทำไมถึงมีคนบอกว่ามีหลายเบญจเพส?

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จัก และเข้าใจให้มากขึ้น กับสิ่งที่เรียกว่า “วัยเบญจเพส” กันดีกว่า! พื้นฐานแล้ว แม้คำว่าวัยเบญจเพสมาจาก “เบญจ” ที่แปลว่าห้า และคำว่า “เพส” ที่แปลว่า 20 ทำให้โหราศาสตร์มองว่า วัย 25 ปี เป็นปีที่ยมบาลหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะคอยดูสิ่งที่เราได้ทำไว้ และสิ่งต่าง ๆ จะเข้าถึงฝ่ายโชคและเคราะห์อันแรงกล้า

ทั้งนี้ หากดวงตกเทวะก็ได้ลาภยศ หากดวงตกมนุษย์ก็ปานกลางไม่ดีไม่ร้าย หากดวงตกเดรัจฉานก็ป่วยหนัก หากดวงตกเปรตก็ถึงตาย หากดวงตกอสุรกายก็อาจพิกลพิการ หมายความว่า วัยเบญจเพสของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน ถ้าไม่แย่ไปเลย ก็อาจพลิกชีวิตจากร้ายกลายเป็นดีเลยก็ได้

สรุปแล้ว ในแง่ของโหราศาสตร์ เป็นปีที่เต็มไปด้วยเคราะห์กรรมจะสำแดงผล ขึ้นอยู่กับดวงชะตาของบุคคลนั้น ๆ ว่าแต่เดิมเคยมีกรรมเก่าใดมาบ้าง

 

และเนื่องจากเราไม่สามารถคาดเดาได้ว่าวัยเบญจเพสจะปรากฎมาในทิศทางไหน ใครจะดวงตก หรือมีคราวเคราะห์อะไร มีจุดเปลี่ยนอะไรในชีวิตแบบไหน ทำให้ผู้เชื่อพยายามหาทางหลีกเลี่ยงเคราะห์กรรมหนักที่อาจเป็นอันตรายต่าง ๆ และพยายามระวังตัวมากเป็นพิเศษ เช่น การเกิดอุบัติเหตุ, การเจ็บป่วยจนต้องเข้าโรงพยาบาล, ตกงาน หรือบางรายอาจร้ายแรงไปถึงเหตุการณ์สูญเสียบุคคลที่รักและมีความสำคัญในชีวิต

โดยทั่วไปแล้ว หลายคนล้วนเข้าใจว่า วัยเบญจเพส คือ ช่วงอายุวัย 25 ปี เมื่อพ้น 25 ปี ก็ถือว่ารอดเบญจเพส แต่หากพูดในหลักของโหราศาตร์สมัยใหม่ได้วิเคราะห์ไว้ว่า วัยเบญจเพสนั้นมีหลายช่วงอายุในชีวิตคนเรา ดังนี้

  • ช่วงที่ 1 อายุ 12 ย่าง 13 ปี

วัยเบญจเพสช่วงแรก โดยวัยนี้ควรจะมีผู้ปกครองดูแลอย่างใกล้ชิด มีความเชื่อว่า หากใครออกนอกลู่นอกทางในช่วงนี้ ส่วนใหญ่แล้วมักกู่ไม่กลับ

  • ช่วงที่ 2 อายุ 24 ย่าง 25-26 ปี

ตามความเชื่อ ในวัยเบญจเพสช่วงที่ 2 ของชีวิต มักเป็นช่วงเวลาที่ต้องพบเจอกับเคราะห์กรรมต่าง ๆ ทั้งร้ายและดี ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิต และดวงชะตาต่อไปในอนาคต เป็นช่วงวัยเบญจเพสที่ต้องระมัดระวังมากเป็นพิเศษ

  • ช่วงที่ 3 อายุ 36 ย่าง 37 ปี

ช่วงวัยเบญจเพสที่ 3 นี้ ส่วนใหญ่แล้วมักจะได้รับผลกระทบในเรื่องของหน้าที่การงานเป็นส่วนใหญ่ ส่วนเรื่องอุบัติเหตุต่าง ๆ มักไม่ค่อยเกิดขึ้น เช่น การเปลี่ยนแปลงงาน, การโยกย้ายตำแหน่ง เป็นต้น

  • ช่วงที่ 4 อายุ 48 ย่าง 49 ปี
  • ช่วงที่ 5 อายุ 60 ย่าง 61 ปี

โดยช่วงที่ 3 และ ช่วงที่ 4 จะเป็นอีกช่วงวัยเบญจเพสที่มักมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของหน้าที่การงาน หรือการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ในชีวิตที่เปลี่ยนแปลงจากเดิมค่อนข้างมาก เช่น การเกษียณอายุงาน หรือแม้แต่เรื่องสุขภาพ รวมไปถึงเริ่มสูญเสียบุคคลรอบตัว เป็นต้น

แก้ปีชง

หมายความว่า ในทุก ๆ 12 ปี บุคคลนั้น ๆ จะเข้าสู่ช่วงวัยเบญจเพส ซึ่งช่วงชีวิตเหล่านี้จะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ทุกครั้ง โดยความเชื่อนี้ มาจากความเชื่อเรื่องธาตุประจำตัวตอนถือกำเนิด และดวงดาวต่าง ๆ ที่ส่งผลและมีอิทธิพลกับชีวิตของเรานั่นเอง

แต่หากมองในมุมกลับกัน บางคนเชื่อว่านี่คือกุศโลบายต่าง ๆ ที่ทำให้คนในแต่ละช่วงวัยระมัดระวังเรื่องต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ในชีวิต เนื่องจากช่วงวัยที่ผลัดเปลี่ยน วัยหัวเลี้ยวหัวต่อ ที่มักมีการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ อยู่เสมอ

เช่น วัย 35-36 ปี มักเป็นวัยที่เริ่มมีเรื่องการงานที่มั่นคงเข้ามาเกี่ยวข้อง ชีวิตเริ่มไม่โลดโผนเท่าสมัยวัยผู้ใหญ่ช่วงแรก แต่มักจะมีปัญหาเรื่องสุขภาพเนื่องจากอายุที่เพิ่มขึ้น และวัยที่เปลี่ยนแปลง ดังนั้น หากเราหมั่นสังเกต ดูแลสุขภาพตนเองให้ดี ซื้อประกันสุขภาพไว้ตั้งแต่ช่วงวัย 25 ปี นอกจากจะได้เบี้ยประกันที่ถูกแล้ว ยังพร้อมสำหรับการใช้งานเมื่อต้องวนมาถึงวัยเบญจเพสใหม่ได้อีกด้วย!

แก้เคล็ดวัยเบญจเพส

แก้เคล็ดรับวัยเบญจเพสอย่างไร ให้ร้ายกลายเป็นดี?

แม้ว่าจะไม่มีอะไรรับประกันว่าในทุก ๆ ช่วงวัยเบญจเพสจะเกิดอะไรขึ้นได้บ้าง แต่ตามตำราโหราศาสตร์ก็ได้ให้คำเตือนในเรื่องที่จะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เบื้องต้นจะจำแนกไว้ตามวันเกิด พร้อมวิธีการแก้เคล็ด ดังนี้ 

คนเกิดวันอาทิตย์

ในวัยเบญจเพสของคนเกิดวันอาทิตย์ ต้องระวังเรื่องการเกิดคดีความ การถูกใส่ร้ายป้ายสี โยกย้ายการงาน เสียทรัพย์ การเงินติดขัด และระวังในรื่องของสุขภาพ แต่ช่วงครึ่งปีหลังเป็นต้นไป เหตุการณ์ร้าย ๆ จะเริ่มคลี่คลายและเบาบางลง

วิธีแก้เคล็ด : กราบไหว้บูชาพระพุทธชินราช หรือทำบุญกับโรงพยาบาลสงฆ์ หรือบริจาคทรัพย์ เพื่อประโยชน์ของผู้อื่นหรือส่วนรวม เช่น การบริจาคให้เด็กยากไร้ การมอบทุนการศึกษา หรือการบริจาคเครื่องมือการแพทย์เพื่อโรงพยาบาลที่ขาดแคลน วิธีนี้เปรียบเสมือนการมอบชีวิตให้ผู้อื่นในทางอ้อม ทำให้ผู้ที่ทำบุญจะได้รับกุศลมหาศาล

คนเกิดวันจันทร์

ในวัยเบญจเพสของคนเกิดวันจันทร์ มักเกิดความวุ่นวายในเรื่องความรัก เรื่องกิเลสราคะ เรื่องชู้สาว ไม่ว่าจะมีคนรักแล้วหรือไม่ก็ตาม มีเกณฑ์เจอเรื่องร้าย

วิธีแก้เคล็ด :  ทำบุญกรวดน้ำติดกันเป็นระยะเวลา 21 วัน เพื่อเสริมสร้างบารมีให้ผู้ทำบุญมีบุญกุศลที่สูงขึ้น แคล้วคลาดจากภัยร้าย และสิ่งไม่ดีที่คอยตามรังควาน ช่วยให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

หรือปล่อยปลาสวายจะเสริมบารมี สำหรับผู้ที่ขอโชคลาภควรเลือกแหล่งน้ำที่มีระดับความลึก และกระแสน้ำไม่แรง อย่างคลองน้ำลึก หรือจะเลือกปลูกต้นรักในวัดเสริมดวงเรื่องความรัก และควรทำบุญไหว้พระองค์ใหญ่ เช่น วัดโพธิ์ สร้างบุญกุศลด้วยการสร้างพระอุโบสถ หรือสร้างโรงพยาบาล

ปีชง

คนเกิดวันอังคาร

สำหรับคนที่เกิดวันอังคาร ในวัยเบญจเพสจะต้องระวังเรื่องของสุขภาพต่าง ๆ ต้องเหตุร้ายเลือดออก อาการเจ็บป่วย  หรืออาจเกิดอุบัติเหตุจนถึงขั้นเข้ารับการผ่าตัด 

วันแรงใครที่วัยครบเบญจเพสโบราณว่า  

วิธีแก้เคล็ด : ทำบุญโลงศพ เพราะเป็นการทำบุญที่ได้กุศลเยอะ จะช่วยให้มีบุญรักษา ไม่เป็นอันตรายง่าย ๆ แม้จะอยู่ในช่วงวัยเบญจเพสก็ตาม หรือจะนั่งสมาธิในวันพระ ฟังเทศน์ สนทนาธรรม นอกจากนี้ยังควรบอกบุญและพบปะผู้คนเพื่อแสวงบุญ ถือเป็นโอกาสเสริมดวงทางการเงินสำหรับคนวันอังคารอีกด้วย

คนเกิดวันพุธ (ทั้งพุธกลางวันและพุธกลางคืน) 

ในช่วงครึ่งปีแรก วัยเบญจเพสของคนเกิดวันพุธ (ทั้งกลางวันและกลางคืน) มักต้องเจอกับปัญหาเรื่องการทำงาน หน้าที่การงาน จะต้องตกระกำลำบาก เหน็ดเหนื่อย หรือเกิดความผิดพลาดในเรื่องของงานอยู่เสมอ

วิธีแก้เคล็ด : โดยวิธีการแก้เคล็ดของคนเกิดวันพุธ จะแยกออกเป็น 2 รูปแบบ คือ 

  • ผู้เกิดวันพุธกลางวัน ควรไหว้บูชาขอพรท้าวเวสสุวรรณ และควรทำบุญโดยการถวายหลอดไฟและเครื่องใช้ไฟฟ้าแก่วัดหรือโรงเรียน หรือบริจาคเครื่องมือแพทย์ให้แก่โรงพยาบาล
  • ผู้เกิดวันพุธกลางคืน ควรกราบไหว้บูชาพระโพธิสัตว์กวนอิม หรือองค์เทพที่เป็นสตรี เพื่อช่วยเสริมเรื่องการงาน

แก้ดวง เบญจเพส

คนเกิดวันพฤหัสบดี 

สำหรับคนที่เกิดวันพฤหัสบดีในวัยเบญจเพส สิ่งที่ต้องระวังมากเป็นพิเศษ คือเรื่องอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปจนถึงอุบัติเหตุใหญ่ ๆ ที่อาจร้ายแรงจนต้องเข้าโรงพยาบาล

วิธีแก้เคล็ด : ควรทำบุญกับวัดพระอารามหลวง เน้นขอพรอธิษฐานในเรื่องความสำเร็จ และความเจริญก้าวหน้าในชีวิอ หรือเลือกทำบุญด้วยการต่อชีวิตสัตว์ หรือผู้อื่น เช่น การปล่อยนก ปล่อยปลา การไถ่ชีวิตโค-กระบือ หรือการช่วยทำทานให้ผู้ยากไร้ เป็นต้น

คนเกิดวันศุกร์ 

ในวัยเบญจเพสของผู้ที่เกิดวันศุกร์ สิ่งที่ต้องระวังเรื่องของคดีความ การขึ้นโรง ขึ้นศาล เรื่องการใส่ร้ายป้ายสี และต้องระวังเรื่องเงินขาดมือ การเงินขัดสนด้วย

วิธีแก้เคล็ด : สักการะพระธาตุสี่มุมเมืองของทั้ง 4 ภาค หรือสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อของพราหมณ์-ฮินดู เช่น พระแม่ลักษมี พระแม่อุมาเทวี และพระพรหม เป็นต้น

หรือเลือกทำบุญแก่ผู้พิการ เพราะจะทำให้การเงินราบรื่นไม่ติดขัด หรือทำบุญด้วยการปล่อยจำนวนสัตว์ตามเลขคู่

คนเกิดวันเสาร์ 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์เมื่อเข้าสู่ช่วงวัยเบญจเพส ต้องระวังเรื่องชู้สาว เรื่องความรัก พลัดพรากคนรักไปอยู่แดนไกล แม้จะเป็นคนโสด ยังไม่มีคนรักก็ต้องระมัดระวัง เพราะอาจเข้าไปเกี่ยวพันกับเรื่องมือที่สามโดยที่ไม่ทันตั้งตัว บางรายอาจดวงตกพบเจอกับความตกต่ำที่สุดของชีวิต พบเจอเรื่องแย่ ๆ รวมถึงอุบัติเหตุที่ร้ายแรงได้

วิธีแก้เคล็ด : ขอพรพระแม่ลักษมี อธิษฐานขอทรัพย์และโชคลาภ สร้างกุศลด้วยการบริจาคเสื้อผ้าจะเสริมชะตาได้เป็นอย่างดี, เลือกทำบุญ 9 วัด หรือการสะเดาะเคราะห์ด้วยการนอนโลงศพ วิธีนี้จะช่วยต่อชะตาชีวิต และเปลี่ยนร้ายให้กลายเป็นดีขึ้นได้

เบญจเพส แก้เคล็ด

นอกจากนี้แล้ว ยังมีเคล็ดลับการแก้เคล็ดวัยเบญจเพสพื้นฐานอื่น ๆ อีก ดังนี้

  • ทำบุญสะเดาะเคราะห์เสริมดวง เชื่อว่าจะช่วยแก้ดวงตก แก้ชง เสริมดวงทำให้เรื่องร้ายกลายเป็นดีได้
  • ไหว้ขอพรพระพรหม ช่วยให้สำเร็จเรื่องงาน เหมาะมากกับคนที่มีปัญหาเรื่องการงาน
  • กราบไหว้เจ้าที่เจ้าทางประจำบ้าน จัดผลไม้ ดอกไม้ ไหว้บูชาพระบนหิ้งที่บ้านเป็นประจำ
  • บริจาคเลือดทุก 3-6 เดือน เป็นการแก้เคล็ดเรื่องสุขภาพและอุบัติเหตุ
  • บริจาคโลงศพ จะช่วยให้เรื่องร้าย ๆ ที่เจอ เปลี่ยนจากหนักมาป็นเบา
  • บริจาคให้โรงพยาบาลหรือมูลนิธิเกี่ยวกับสุขภาพต่าง ๆ เชื่อกันว่าจะช่วยเสริมในเรื่องสุขภาพ
  • ถวายสิ่งของที่เป็นคู่ให้วัด เช่น เทียนคู่, แจกันคู่, ธงคู่, หมอนคู่ หรืออะไรก็ได้ที่เป็นคู่ เพราะตามความเชื่อบอกไว้ว่าการถวายของเป็นคู่จะนำพาสิ่งที่ดีให้เกิดขึ้นกับเราได้
  • หมั่นสวดมนต์ นั่งสมาธิเป็นประจำ เพื่อเตือนให้ตนมีสติอยู่เสมอ

จะเห็นได้ว่า ในแต่ละวันเกิด จะมีเงื่อนไขเรื่องดวง และความสมพงษ์ที่แตกต่างกันไป สำหรับดวงชะตารายบุคคลนั้น อาจจะต้องให้ผู้เชี่ยวชาญด้านโหราศาสตร์เป็นผู้แนะนำจะดีที่สุด แต่ทั้งนี้ก็เป้นเรื่องของความเชื่อ ไม่ควรงมงายมากจนเกินไป

เพราะที่สุดแล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับวัยเบญจเพส คือเรื่องของการมีสติ ระมัดระวังตนเองอยู่เสมอ และคิดดี ทำดีนั่นเอง

เบญจเพส

รู้หรือไม่ ไม่ใช่แค่ที่ไทย แต่ประเทศอื่นก็มีวัยเบญจเพส!

แม้วัยเบญจเพสเป็นความเชื่อที่สุดแสนจะไทย แต่รู้หรือไม่ที่ประเทศอื่น ๆ เอง ก็มีความเชื่อในวัยเบญจเพสเช่นกัน! แต่โดยทั่วไปแล้ว วัยเบญจเพสของฝั่งเอเชียจะถูกเรียกในรูปแบบของ “ปีชง” เสียมากกว่า! 

อย่างที่ประเทศญี่ปุ่น จะเรียกว่า “ยาคุโดชิ” หรือบางคนจะมองว่าปีเบญจเพสก็ได้ นอกจากนี้ยังมีความเชื่อว่า  ปียาคุโดชิจะไม่ได้มีเพียงครั้งเดียวในช่วงชีวิตเช่นเดียวกันกับของคนไทย แต่สิ่งที่แตกต่างกัน คือ คนญี่ปุ่นเชื่อว่า จะยาวนานติดต่อกันราว 3 ปีในแต่ละครั้ง โดยแบ่งเป็นปีก่อนปีชง ปีชง และปีส่งท้ายปีชง โดยปีชงของผู้หญิงกับผู้ชายจะอยู่ในช่วงอายุที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้

  • ปีชงของผู้หญิง จะอยู่ที่อายุ 4 ปี, 13 ปี, 19 ปี, 33 ปี, 37 ปี และ 61 ปี โดยจะมีปีชงที่ต้องระวังเป็นพิเศษ คือ อายุ 30-33 ปี
  • ปีชงของผู้ชาย จะอยู่ที่ช่วงอายุ  4 ปี, 13 ปี, 25 ปี, 42 ปี และ 61 ปี โดยปีชงของผู้ชายที่ว่ากันว่าเป็นช่วงที่ต้องระวังตัวเป็นพิเศษก็คือ อายุ 39-42 ปี ซึ่งว่ากันว่าจะเกิดภัยพิบัติและความโชคร้ายขึ้นได้ง่าย

เมื่ออายุถึงหรือเข้าเกณฑ์ปีชง คนญี่ปุ่นก็จะไปวัดหรือศาลเจ้าที่นับถือเพื่อทำพิธีขจัดโชคร้าย ซึ่งพิธีนั้นก็จะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับวัด หรือศาลเจ้าที่ไป รวมถึงการหาซื้อเครื่องรางแบบกระดาษสำหรับพกติดตัวไว้นั่นเอง

ไหว้พระ แก้เบญจเพส

ในขณะที่เบญจเพสของประเทศจีน ตามหลักศาสนาเต๋านิกายเจิงอี้ จะเป็นช่วงอายุที่ลงท้ายด้วยเลข 3, 6, 9 เป็นหลัก รวมไปถึงทางเกาหลีเองก็มีลักษณะการนับวัยเบญจเพสดั่งกล่าวเช่นกีน ซึ่งจะแตกต่างจากคนไทยโดยสิ้นเชิง เช่น อายุ 13 ปี ,16 ปี ,19 ปี, 23 ปี, 26 ปี, 29 ปี, 33 ปี, 36 ปี หรือ 39 ปี เป็นต้น 

วิธีการนับนั้น จะเริ่มต้นนับอายุกันทันทีที่เกิดมาจะถูกนับอายุทันที 1 ขวบ ซึ่งส่วนมากจะมีการไปทำบุญสะเดาะเคราะห์ตามปีเกิด หมายความว่า หากนับตามหลักสากล ที่เกาหลีและทางจีนเอง ก็มีวัยเบญจเพสที่อายุ 25 เช่นเดียวกัน

ส่วนในฝั่งยุโรปนั้น จะไม่เชื่อเรื่องของปีชง หรือเรื่องของวัยเบญจเพส แต่ส่วนมากจะเชื่อในเรื่องของ Quarter-Life หรือก็คือ สภาวะที่เกิดขึ้นในจิตใจของคน ๆ นึง หรือความรู้สึกของเขาเองต่อชีวิตเสีย ในช่วงอายุ 25 – 33 ปี ซึ่งเป็นช่วงวัย 1 ใน 4 ของชีวิตมนุษย์เสียมากกว่า

โดยผลสำรวจของทาง LinkedIn รายงานว่า 75% ของคนในช่วงอายุ Quarter-Life เป็นช่วงที่มีเรื่องอนาคตให้ต้องคิดเยอะ ทั้งเรื่องการค้นหาเป้าหมาย หรือความต้องการในชีวิต มีความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ จนกระทั่งเกิดเป็นสภาวะความเครียดได้

ทำบุญ เบญจเพส

แต่หากมองอย่างเป็นกลาง เราจะพบว่าช่วงเวลาเบญจเพสต่าง ๆ ในแต่ละประเทศมีความเชื่อที่แตกต่างกันออกไป และหากมองตามหลักการแล้ว วัยเบญจเพสมักจะเป็นช่วงชีวิตเริ่มมีความเปลี่ยนแปลง จากเด็กเป็นวัยรุ่น จากวัยรุ่นเป็นวัยผู้ใหญ่ หรือผู้ใหญ่เป็นผู้สูงวัย นั่นเอง

เพราะทุกความเปลี่ยนแปลงนั่นเกิดขึ้นได้โดยไม่ทันตั้งตัว ไม่ว่าจะเป็นแง่โหราศาสตร์ หรือวิทยาศาสตร์ ต่างเตือนให้เราไม่ประมาทในช่วงอายุนั้น ๆ และจะดีกว่าไหม? ถ้าเพิ่มความมั่นคงให้ชีวิตด้วย ประกันชีวิต จาก แรบบิท แคร์ 

ที่นี้ พร้อมให้บริการคุ้มครองครอบคลุม พร้อมแคร์ให้คำปรึกษาในเรื่องการทำประกันชีวิต ไม่ว่าคุณจะอยู่ในช่วงอายุปีไหน ๆ  มาพร้อมกับประกันอุบัติเหตุที่ให้คุณหมดห่วงไม่ว่าจะเป็นวัยเบญจเพส เจอปีชง หรือเพียงแค่อยากจะลดหย่อนภาษี ที่แรบบิท แคร์มีบริการพร้อม คลิกเลย!

  

คัดมาให้แล้ว! ประกันรถสุดคุ้ม จากกว่า 30 บริษัทชั้นนำ

icon angle up or down

    เลือกยี่ห้อรถของคุณ

    ชื่อนามสกุล

    หมายเลขโทรศัพท์

      

    บทความประกันชีวิต

    Rabbit Care Blog Image 80763

    ประกันชีวิต

    ดูแลแผลรอยสักอย่างไร ให้ปลอดภัย ไม่เป็นอันตราย!

    หากย้อนกลับไปในอดีต รอยสักอาจเป็นหนึ่งในเรื่องของความเชื่อ บางคนเชื่อว่าการสักจะช่วยเสริมดวงชะตา หรือช่วยในเรื่องคาถาอาคมต่าง ๆ แต่ในปัจจุบัน
    คะน้าใบเขียว
    25/11/2022
    Rabbit Care Blog Image 80672

    ประกันชีวิต

    เช็กลิสต์! ปีชง 2566 ปีนักษัตรไหนบ้าง? ต้องรีบแก้ปีชง เสริมดวง

    เตรียมนับถอยหลังเข้าสู่ปีพุทธศักราชใหม่ในอีกไม่กี่วัน อีกสิ่งหนึ่งที่สายมูไม่ควรพลาดเตรียมความพร้อมรับมือก็คือ “ปีชง”
    Watcharaporn Phinyo
    17/11/2022