
ต้องมีงบเยอะไหม ? ต่อพรบ+ภาษี รถเก๋ง ราคาเท่าไหร่ ?
ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์อันก่อให้เกิดความเสียหายแก่รถยนต์หรือตัวผู้ใช้งานรถยนต์ แล้วมีการแจ้งความประสงค์ที่จะขอเคลมเพื่อเรียกร้องเงินชดเชยค่าเสียหายตามขอบเขตความคุ้มครองของประกันภัยรถยนต์ที่ซื้อเอาไว้ แต่ถ้าเกิดว่ามีการยื่นเคลมบ่อยเกินไป ก็อาจจะส่งผลกระทบต่อบริษัทฯ ได้ ทำให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ต้องให้ความเป็นธรรมกับบริษัทประกันภัยรถยนต์ด้วย เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้บริษัทฯ ถูกเอาเปรียบจากลูกค้ามากจนเกินไป
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทางประกันฯ จะพบกับลูกค้าหัวใสหลาย ๆ คนที่ทำเรื่องขอเคลมบ่อยครั้ง จนได้รับเงินชดเชยเกินขอบเขตของเบี้ยประกันรถยนต์ที่ชำระ โดยที่ทางประกันรถยนต์ไม่สามารถทำการพิสูจน์ได้ว่าร่องรอยความเสียหายที่ปรากฏอยู่บนรถยนต์นั้น เป็นความเสียหายที่มาจากการโดนกระทำจริงหรือไม่ กล่าวคือ มีหลักฐานน้อยเกินที่จะสรุปสาเหตุความเสียหายได้ จึงมีคนที่อาศัยช่องโหว่ตรงนี้มาขอเคลมประกันบ่อย ๆ เพื่อรับเงินคุ้มครองนั่นเอง
หากถามว่าต้องขอเคลมมากแค่ไหนถึงเรียกว่าบ่อย กล่าวคือ การเคลมบ่อย ๆ ถึงขั้นสุดที่เรียกได้ว่า ขอเคลมประกันจนติด Black List หมายความว่า ขอเคลมเกิน 200% ของเบี้ยประกันภัยต่อปี แบบที่ผู้ขอเคลมเองไม่สามารถระบุคู่กรณีได้ ยกตัวอย่างเช่น ขับรถชนกระถางต้นไม้ หรือมีวัตถุตกกระแทกรถ ต้องซ่อมสี ซ่อมรอยบุบ โดยทำประกันรถไว้ 10,000 บาท แต่ซ่อมสีซ่อมทุกอย่างเกิน 2 ล้านบาท หากเจอกรณีแบบนี้ ทางบริษัทฯ จะไม่รับทำประกันรถยนต์ต่อในปีหน้าอย่างแน่นอน ซึ่งในความเป็นจริงการอนุมัติวงเงินให้เคลมเกิน 200% มีความเป็นไปได้น้อยมาก
หากเจอผู้ขอเคลมประกันบ่อยเกินไป กรณีแบบนี้ ทางบริษัทประกันเจ้าเดิมมีสิทธิ์ที่จะไม่ต่ออายุให้ผู้ที่เรียกเคลมสินไหมเกิน 200% แบบระบุคู่กรณีไม่ได้ตามที่กล่าวข้างต้น
ในขณะเดียวกัน ทางผู้เอาประกันท่านนั้น ๆ ก็สามารถย้ายค่ายไปต่อประกันรถยนต์ภาคสมัครใจกับบริษัทประกันรายอื่นได้ แต่ก็คงไม่สามารถต่อใหม่ได้ง่ายนัก เพราะมีประวัติการขอเคลมเยอะนั่นเอง
ถึงแม้คุณจะบอกว่า ก็เคลมประกันบ่อยนะ แต่ทางประกันรถยนต์ยังไม่ได้ว่าอะไรเลย แต่อย่าลืมว่าในแต่ละครั้งที่ทำเรื่องเคลม ทุกอย่างจะถูกบันทึกเอาไว้ และคุณจะถูกคิดบัญชีอีกในไม่ช้า หากยังทำการเคลมบ่อย ๆ ด้วยเหตุผลในลักษณะที่กล่าวไปในข้างต้น จะมีผลต่อตัวคุณในอนาคตอย่างแน่นอน
หากมีการต่ออายุประกันรถยนต์ในปีต่อไป แล้วทางบริษัทฯ ตรวจสอบประวัติพบว่าก่อนหน้านี้ ทางผู้เอาประกันทำการยื่นเคลมบ่อยครั้ง ก็บ่งบอกได้หลายอย่าง เช่น การใช้รถยนต์อย่างไม่ระมัดระวัง, แนวโน้มเป็คนขับขี่อย่างประมาทมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุสูง รวมไปถึงการตั้งใจขอเคลมเพื่อรับเงินคุ้มครอง ซึ่งส่งผลให้เบี้ยประกันรถยนต์มีราคาสูงขึ้น เพราะมีความเสี่ยงสูงนั่นเอง
บริษัทประกันรถยนต์หลายแห่งจะมี “ส่วนลดประวัติดี” ให้กับรถยนต์ที่ไม่มีประวัติเสียหาย อุบัติเหตุ หรือขอเคลมก็เป็นกรณีที่เป็นฝ่ายถูก และขอเคลมในวงเงินไม่เกิน 200% ของประกัน แต่ถ้าเป็นรถยนต์ที่มีประวัติอุบัติเหตุบ่อย หรือขอเคลมบ่อย ๆ จนเกิน 200% ของวงเงิน ก็หมดโอกาสที่จะได้รับส่วนลดประวัติดี และเจอเบี้ยประกันราคาสูงไปอีก
หากผู้เอาประกันท่านใดที่มีการขอเคลมบ่อย ๆ หรือกระทำในสิ่งที่ผิดปกติ ไม่ตรงตามข้อตกลงที่ให้ไว้กับทางประกันฯ ทางบริษัทฯ จะบันทึกข้อมูล พฤติกรรมที่น่าสงสัย และอาจมีการส่งต่อข้อมูลให้กับบริษัทประกันรถยนต์เจ้าอื่น ๆ เพื่อเป็นข้อมูลในการพิจารณาความคุ้มครองในปีต่อ ๆ ไป
ตามปกติแล้ว ก่อนที่จะทำข้อตกลงเพื่อรับความคุ้มครองจากประกันภัยรถยนต์ ทางประกันฯ จะแจ้งเงื่อนไขเอาไว้แล้วในกรมธรรม์ ซึ่งผู้เอาประกันควรอ่านรายละเอียดและเงื่อนไขความคุ้มครองของประกันรถยนต์ในแผนความคุ้มครองนั้น ๆ ให้ละเอียด ก่อนที่จะตัดสินใจ อย่างเช่นในกรณีขอเคลมประกัน ที่ทางประกันจะไม่รับเคลม หากนำรถยนต์ไปใช้ในกรณีต่อไปนี้
หากใครมีข้อสงสัย สามารถสอบถามกับสายด่วนประกันภัยได้ที่ 1186 หรือ 02-547-4524
อยากซื้อรถยนต์ อัปเดตเรื่องราวรถยนต์ใหม่ และซื้อขายสะดวกสบาย ราคาเป็นมิตร ที่ one2car.com สนับสนุนบทความดี ๆ โดย Autospinn อย่าลืมติดตามเรื่องรถใหม่-รถมือสองก่อนใครที่นี่ อย่าลืม ประกันรถยนต์ข้อเสนอพิเศษ คลิกเลย! Rabbit Care
ทีมกองบรรณาธิการ กลุ่มนักเขียนผู้มีประสบการณ์ด้านรถยนต์ การเงิน และประกันภัย ของ แรบบิท แคร์ ที่เปิดดำเนินการมาแล้วมากกว่า 10 ปี
บทความแคร์เรื่องประกันยานยนต์
ต้องมีงบเยอะไหม ? ต่อพรบ+ภาษี รถเก๋ง ราคาเท่าไหร่ ?
ตัวอย่าง พรบ รถยนต์ สำเนาทะเบียนรถ ใบภาษีรถยนต์ แต่ละอย่างเหมือนกันหรือไม่ ต่างกันอย่างไร ?
ต่อพรบ+ภาษี รถกระบะ ราคาเท่าไหร่ แพงหรือไม่ ?