บีบแตรแบบไหนมีโทษทางกฎหมาย ? รวมเรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับการบีบแตร

Natthamon
ผู้เขียน: Natthamon Published: สิงหาคม 26, 2024
Natthamon
Natthamon
Natthamon เป็นนักเขียนคอนเทนต์และผู้เชี่ยวชาญด้านประกันรถยนต์ มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ในอุตสาหกรรม FinTech ยานยนต์ และประกันภัย จบการศึกษา MBA สาขาการสื่อสารการตลาด และได้รับใบอนุญาตผู้แนะนำการลงทุน (IC License – Complex 2) รวมถึงเป็นตัวแทนประกันชีวิตที่ได้รับใบอนุญาต ด้วยพื้นฐานด้านการเป็นผู้แนะนำการลงทุนที่ได้รับใบอนุญาต ทำให้ Natthamon มีความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ประกัน ประกันสุขภาพ และบริการทางการเงิน สามารถสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ถูกต้อง น่าเชื่อถือ และตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง เชี่ยวชาญด้านการเขียนบทความประกันรถยนต์ การเปรียบเทียบความคุ้มครอง และการให้ความรู้ด้านประกันในหลากหลายประเภท Natthamon มีประสบการณ์ร่วมงานกับองค์กรชั้นนำ ได้แก่ Rabbit Care, CARSOME, DirectAsia Insurance และ GoBear
บีบแตร

การบีบแตรรถยนต์นั้นนอกจากจะมีจุดประสงค์ในการใช้ส่งสัญญาณเตือนเพื่อความปลอดภัย ในปัจจุบันหลายคนมักใช้แตรรถผิดจุดประสงค์หลักกันอย่างมากมาย ทั้งการบีบแตรเพื่อตำหนิหรือต่อว่าผู้ร่วมใช้รถใช้ถนน ระบายอารมณ์ กวนโทสะ ยั่วยุทางอารมณ์ ทำให้หลายครั้งเราได้เห็นข่าวการทะเลาะวิวาทที่เริ่มต้นมาจากการบีบแตร 

ไม่หมดเพียงเท่านั้น ยังมีบางคนที่ทำการปรับแต่งเสียงแตรรถ หรือชอบบีบแตรเล่นเพื่อความสนุกสนานอีกด้วย ซึ่งทุกสิ่งที่ได้กล่าวมาล้วนเป็นการใช้แตรรถที่ผิดจุดประสงค์ อีกทั้งแม้หลายคนอาจจะยังไม่ทราบแต่หลายพฤติกรรมยังผิดข้อกำหนดทางกฎหมาย ดังนั้น แรบบิท แคร์ จึงได้นำข้อมูลเกี่ยวกับการบีบแตรรถมาให้ ว่าแบบไหนที่ผิดกฎหมาย เราควรบีบแตรอย่างไร จึงจะเป็นผู้ร่วมใช้รถใช้ถนนที่ดี

แตรรถยนต์

แตรรถยนต์ ถือเป็นอุปกรณ์ที่มีความสำคัญอย่างมากต่อการขับขี่รถในชีวิตประจำวัน โดยมีจุดประสงค์ในการใช้เพื่อส่งเสียงสื่อสารกับผู้ร่วมใช้ถนนคนอื่น ๆ ได้ทราบถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการส่งสัญญาณให้รถคันอื่นไหวตัวหรือตื่นตัวเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินตรงหน้า ส่งสัญญาณเตือนก่อนที่อุบัติเหตุจะเกิดขึ้น ส่งสัญญาณหยุดรถ ส่งสัญญาณห้ามทาง ไปจนถึงส่งสัญญาณให้อีกฝ่ายรู้ว่ากำลังจะชนโดนรถของเรา ฯลฯ

บีบแตรผิดกฎหมายหรือไม่ ?

อย่างที่ได้ทราบจุดประสงค์หลักของการใช้งานไปแล้ว และหลายคนคงอาจได้ยินกันมาบ้างแล้วว่าการบีบแตรรถบางลักษณะนั้นมีความผิดทางกฎหมาย แล้วสรุปว่าการบีบแตรนั้นผิดกฎหมายหรือไม่ ? จริง ๆ แล้วการบีบแตรรถโดยทั่วไปนั้นไม่ได้มีโทษทางกฎหมายแต่อย่างใด แต่จะต้องบีบแตรอย่างสุภาพและใช้ตามจุดประสงค์ตั้งต้นของการบีบแตรตามกฎหมาย ซึ่งจะกล่าวถึงการบีบแตรรถที่ถูกต้องเหมาะสม และการบีบแตรรถที่ผิดกฎหมายรวมถึงมีบทลงโทษทางกฎหมายในหัวข้อต่อ ๆ ไปนั่นเอง

บีบแตร 3 ครั้ง

ควรบีบแตรในสถานการณ์ไหน ?

ถึงแม้ว่าจะทราบถึงจุดประสงค์ของการใช้งานแตรรถยนต์กันไปแล้ว แต่แน่นอนว่าบางคนก็ยังนึกไม่ออกว่าควรจะบีบแตรในสถานการณ์ไหนบ้างถึงจะเป็นไปตามกฎกติกามารยาท และไม่ผิดกฎหมาย โดยการบีบแตรรถนั้นควรบีบเมื่ออยู่ในสถานการณ์ ดังนี้

  • บีบแตรเมื่อต้องการส่งสัญญาณเตือนแก่รถรอบข้างให้ทราบถึงอันตรายหรือเหตุฉุกเฉินที่เกิดขึ้น เพื่อเป็นการเตือนให้รถรอบข้างที่อยู่ในวิถีเปลี่ยนเส้นทาง ป้องกันอุบัติเหตุ
  • บีบแตรให้สัญญาณเตือนเมื่อรถของตนเองตกอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น รถหลุดการควบคุม เพื่อขอทางและขอความช่วยเหลือ (การบีบแตร 3 ครั้ง ภายในหนึ่งวินาทีอาจคาดการณ์ได้ว่ามีสถานการณ์ฉุกเฉินเร่งด่วนเกิดขึ้น)
  • บีบเพื่อเตือนให้รถที่อาจมองไม่เห็นหรือไม่ทันระวังรถของเราทราบว่ามีรถของเราอยู่เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ เช่น เมื่อมีรถถอยหลังมาจะชนเรา หรือมีรถขับกินเลนออกมา
  • บีบเพื่อเป็นการเตือนให้รถคันอื่นรู้สึกตัวในสถานการณ์จำเป็น เช่น รถคันหน้าจอดแช่ทิ้งไว้ในขณะที่ไฟเขียวแล้ว เป็นสัญญาณเตือนให้ออกตัว
  • ใช้แตรเพื่อเตือนให้อีกฝ่ายรู้ตัวว่าพฤติกรรมการขับขี่ของเขาอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ เช่น เมื่อโดนรถตัดหน้าเข้ามาในเลนส์ของเราอย่างกะทันหันโดยไม่เปิดไฟเลี้ยว
  • ใช้แตรเมื่อขับผ่านบริเวณโค้งหักศอก หรือทางโค้งที่เป็นมุมอับสายตาที่ยากแก่การมองเห็นรถที่จะสวนมา เป็นการส่งสัญญาณเตือนเพื่อลดโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุ

สถานการณ์เหล่านี้เป็นสถานการณ์ที่สมควรบีบแตรและสามารถบีบแตรได้อย่างไม่ผิดกฎหมาย ทั้งนี้ไม่ว่าจะอย่างไรก็ต้องพึงระลึกไว้ว่าการบีบแตรนั้นใช้เพื่อเป็นการส่งสัญญาณเตือนเพื่อความปลอดภัย และป้องกันการเกิดอุบัติเหตุเพียงเท่านั้น

บีบแตรแบบไหนมีโทษทางกฎหมาย ?

หลังจากที่ได้ทราบเกี่ยวกับลักษณะการบีบแตรที่ถูกกฎหมายกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สิ่งต่อไปที่ควรทราบก็คือการบีบแตรอย่างไรถือเป็นการใช้แตรรถที่ผิดกฎหมายและมีโทษทางกฎหมาย โดยการบีบแตรที่ห้ามทำเพราะจะผิดกฎหมาย มีดังนี้

  • การบีบแตรเสียงดังลากยาว การบีบแตรเสียงดังลากยาวหรือการส่งสัญญาณเสียงแตรที่เกินกว่าเหตุจำเป็น (มักเกิดขึ้นในกรณีบีบเพื่อต่อว่าหรือเกิดข้อพิพาทกับรถอีกคันหนึ่ง) ถือว่าเป็นการผิดกฎหมายการบีบแตร เนื่องจากพระราชบัญญัติการจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 14 ระบุไว้ว่า การใช้เสียงสัญญาณ ผู้ขับขี่จะใช้ได้เฉพาะเมื่อจำเป็นหรือป้องกันอุบัติเหตุเท่านั้น แต่จะใช้เสียงยาวหรือซ้ำเกินควรไม่ได้ ซึ่งหากทำผิดมาตรา 14 วรรค 2 จะมีบทลงโทษตามมาตรา 150 (1) โดยมีโทษปรับ 500 บาท
  • การบีบแตรเป็นจังหวะสามช่า การบีบแตรในลักษณะนี้ก็ถือเป็นการใช้แตรอย่างผิดจุดประสงค์เช่นกัน โดยจะผิดกฎหมายข้อเดียวกับการบีบแตรเสียงดังลากยาว คือพระราชบัญญัติการจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 14 การใช้เสียงสัญญาณ ผู้ขับขี่จะใช้ได้เฉพาะเมื่อจำเป็นหรือป้องกันอุบัติเหตุเท่านั้น แต่จะใช้เสียงยาวหรือซ้ำเกินควรไม่ได้ ซึ่งจะมีบทลงโทษตามมาตรา 150 (1) โดยมีโทษปรับ 500 บาท

การบีบแตรรถใน 2 ลักษณะดังกล่าวนอกจากจะผิดกฎหมายแล้วยังเสี่ยงต่อการเกิดข้อพิพาท เป็นต้นเหตุของการทะเลาะวิวาทจนเรื่องราวบานปลายใหญ่โตได้ ดังนั้นต้องหมั่นเตือนสติตัวเองเอาไว้ ใช้แตรรถอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และขับรถอย่างมีสติ ใจเย็นอยู่เสมอนั่นเอง

ข้อกฎหมายอื่น ๆ ที่ต้องทราบเกี่ยวกับแตรรถ

นอกจากจะมีการกำหนดลักษณะของการบีบแตรรถที่ผิดกฎหมายและมีบทลงโทษอย่างชัดเจนแล้ว ก็ยังมีข้อกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับแตรรถที่เราทุกคนควรที่จะรู้เอาไว้และควรปฏิบัติตามอย่างมีระเบียบวินัย โดยกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการใช้แตรรถที่ควรรู้ไว้มีดังนี้ 

  • ห้ามแต่งเสียงแตรรถ/ห้ามใช้เสียงแตรรถเป็นเสียงไซเรน สำหรับบางคนที่ชื่นชอบความสนุกสนานแปลกใหม่ หรือต้องการให้การใช้แตรของตนเองนั้นโดดเด่นตกเป็นจุดสนใจจึงไปปรับแต่งเสียงแตรรถให้กลายเป็นเสียงอื่น ๆ หลากหลาย หรือบางรายอาจถึงขั้นปรับแต่งให้แตรรถกลายเป็นเสียงไซเรนเช่นเดียวกับรถตำรวจหรือรถพยาบาลนั้นถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย เป็นการผิด พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 ตามมาตรา 13 ที่กำหนดไว้ว่า ห้ามใช้เสียงไซเรน เสียงนกหวีด เสียงที่แตกพร่า หรือเสียงหลายเสียงที่ผสมกัน และมีความดังมากเกินไป จะมีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท เนื่องจากเสียงที่มีลักษณะดังที่กล่าวไป ใช้ได้เฉพาะกับรถที่เป็นรถในราชการ รถฉุกเฉิน รถพยาบาล หรือรถตำรวจเท่านั้น เพื่อป้องกันการสับสนเวลาเร่งด่วน และกำหนดให้รถของบุคคลทั่วไปต้องใช้เสียงแตรที่มากับรถเท่านั้น ห้ามมีการปรับแต่งเพิ่มเติม
  • แตรรถจะต้องได้ยินในระยะที่ไม่น้อยกว่า 60 หรือก็คือระดับความดังของแตรรถที่ถูกต้องตามกฎหมายนั้นจะต้องมีความดังที่ทำให้รถคันอื่น ๆ สามารถได้ยินภายในระยะที่ไม่น้อยกว่า 60 เมตร เพื่อเหตุผลทางด้านความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนนและผู้สัญจรริมทาง ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 12 ที่ได้กำหนดเอาไว้ว่า เสียงแตรรถยนต์หรือรถมอเตอร์ไซค์ ต้องได้ยินในระยะที่ไม่น้อยกว่า 60 เมตร ถ้าฝ่าฝืนมีโทษปรับ 200 บาท กล่าวได้ว่าหากแตรรถของเราเสีย เสื่อมสภาพ ทำให้เสียงแตรไม่ดังแล้วนำรถมาใช้งานก็ถือว่าผิดกฎหมายนั่นเอง

แตรรถยนต์

ข้อกฎหมายเหล่านี้ถือเป็นข้อกฎหมายพื้นฐานที่ควรทราบ ไม่อย่างนั้นด้วยความไม่รู้อาจทำให้เผลอทำเรื่องผิดกฎหมายลงไปโดยไม่รู้ตัว ถึงเวลารับโทษมาการบอกว่าไม่รู้นั้นฟังไม่ขึ้นอย่างแน่นอน

และนี่ก็คือข้อกฎหมายที่ควรรู้เกี่ยวกับการใช้แตรรถยนต์ในชีวิตประจำวันของเรา ซึ่งเมื่อรู้ดังนี้แล้วก็ควรปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้เพื่อเป็นการดูแลรถยนต์ของเรา ต้องไม่ลืมที่จะทำประกันรถยนต์ กับ แรบบิท แคร์ เอาไว้ ไม่ว่าจะเกิดอุบัติเหตุฉุกเฉินแค่ไหน ก็ไม่ต้องกังวลใจเรื่องความเสียหาย เพราะมี แรบบิท แคร์ ช่วยดูแล

สรุป

การบีบแตรเสียงดังลากยาว, การบีบแตรเป็นจังหวะสามช่า เหล่านี้จะถูกนับว่าเป็นการบีบแตรอย่างผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติการจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 14 วรรค 2 จะมีบทลงโทษตามมาตรา 150 (1) โดยมีโทษปรับ 500 บาท โดยการบีบแตรจะต้องใช้ในสถานการณ์จำเป็นหรือป้องกันอุบัติเหตุเท่านั้น ส่วนข้อกฎหมายอื่น ๆ ที่ควรรู้ เจ้าของรถห้ามแต่งเสียงแตรรถ, ห้ามใช้เสียงแตรรถเป็นเสียงไซเรน แต่ในขณะเดียวกัน แตรรถจะต้องได้ยินในระยะที่ไม่น้อยกว่า 60 ด้วย

ที่มา

ขับขี่ปลอดภัย ซื้อประกันง่ายๆ ที่ แรบบิท แคร์

การขับขี่รถอย่างปลอดภัยไม่ใช่แค่ลดอุบัติเหตุ แต่ยังช่วยประหยัดเบี้ยประกันรถยนต์ ในระยะยาวได้อีกด้วย หากประกันใกล้หมดอายุ เริ่มต้นด้วยการ เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ แล้วดำเนินการ ต่อประกันรถยนต์ออนไลน์ ผ่านระบบ Rabbit Care ที่สะดวก เช็คเบี้ยหลายบริษัทชั้นนำในที่เดียว รองรับทั้ง ประกันรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) และภาคสมัครใจในขั้นตอนเดียว เริ่มเลยวันนี้

 

บทความแคร์ขับขี่ปลอดภัย

ความเร็วรถยนต์ตามกฎหมาย ขับเร็วแค่ไหนถึงโดนจับ

แคร์ขับขี่ปลอดภัย

ความเร็วรถยนต์ตามกฎหมายไทย ปีล่าสุด ขับเร็วแค่ไหนถึงโดนจับ?

ในยุคที่ถนนเต็มไปด้วยรถยนต์หลากหลายประเภท การควบคุมความเร็วรถยนต์ จึงเป็นหัวใจสำคัญของการลดอุบัติเหตุ
กองบรรณาธิการ
27/02/2026
เลี้ยว หมายถึง

แคร์ขับขี่ปลอดภัย

เลี้ยวรถอย่างมืออาชีพ ด้วยคู่มือฉบับสมบูรณ์เพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน

การขับรถบนท้องถนนนั้นเต็มไปด้วยความท้าทาย และหนึ่งในทักษะที่สำคัญที่สุดคือการ เลี้ยวรถ ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา หรือการกลับรถ
Natthamon
31/03/2025
ในการบรรทุกสิ่งของ ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไร

แคร์ขับขี่ปลอดภัย

ในการบรรทุกสิ่งของ ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไรให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด

การบรรทุกของไม่ว่าจะเป็นบนรถกระบะ หรือรถบรรทุกขนาดใดก็ตาม กฎหมายมีการระบุเอาไว้อย่างชัดเจน ในเรื่องของระยะความกว้าง ยาว สูง
Natthamon
20/03/2025