เรื่องควรรู้เกี่ยวกับ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ

ใบไม้ร่าเริง
ผู้เขียน: ใบไม้ร่าเริง Published: กุมภาพันธ์ 16, 2021
ใบไม้ร่าเริง
ใบไม้ร่าเริง
มีประสบการณ์สร้างสรรค์ผลงานออนไลน์ 10 ปี เขียนด้านเงิน การลงทุน บทความวิเคราะห์สถานการณ์การเงินในประเทศ และฝากผลงานไว้ที่ Rabbit Care ถึง 4 ปี
พ.ร.บ.รถยนต์

จากข้อมูลของบริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พบว่าในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิต อุบัติเหตุทางถนน ที่ไม่ได้รับความคุ้มครองเยียวยาเพราะรถไม่มีการทำประกันภัย พ.ร.บ. เกือบร้อยละ 50 ของผู้เสียชีวิต ดังนั้นเราจะมาทำความเข้าใจกันว่าเพราะอะไร พ.ร.บ.ถึงเป็นเรื่องใกล้ตัวที่สำคัญและไม่ควรมองข้ามไปของผู้ใช้รถใช้ถนน

พ.ร.บ.รถยนต์

พ.ร.บ.รถยนต์ คืออะไร

คำว่า “พ.ร.บ.” คงเป็นคำที่หลายๆคนเคยได้ยินหรือรู้จักกันมาบ้าง แต่คงไม่ใช่ทุกคนที่เข้าใจว่า “พ.ร.บ.” มีความสำคัญและเกี่ยวข้องกับชีวิตเราได้อย่างไร วันนี้เรามีคำตอบมาให้ทุกคนได้รู้จักกันมากขึ้น “พ.ร.บ.” ที่เรามักจะได้ยินเมื่อทำประกันภัยรถยนต์ หมายถึง พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 ซึ่งเป็นกฎหมายที่กำหนดให้รถยนต์ทุกคันที่จดทะเบียนกับกรมขนส่งทางบกต้องจัดให้มีประกันภัยอย่างน้อยที่สุด คือ การทำประกันภัยภายใต้ข้อบังคับของพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ หรือที่เรียกกันว่า ประกันภัย พ.ร.บ.รถยนต์โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความคุ้มครองแก่บุคคลผู้ประสบอุบัติเหตุจากการใช้รถได้อย่างทันท่วงที โดยไม่คำนึงถึงว่าบุคคลที่ประสบอุบัติเหตุดังกล่าวเป็นผู้กระทำผิดหรือไม่

ประการแรกต้องทราบว่า “ใครมีหน้าที่ต้องทำประกันภัย พ.ร.บ.?”

ผู้มีหน้าที่ต้องทำประกันภัย คือ เจ้าของรถทุกคนหรือผู้มีสิทธิครอบครองรถตามสัญญาเช่าซื้อ และผู้นำรถที่จดทะเบียนในต่างประเทศเข้ามาใช้ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว

หากไม่ทำถือว่าเป็น “โทษของการฝ่าฝืนไม่ทำประกันภัยตามกฎหมาย”

เจ้าของรถหรือผู้มีสิทธิครอบครองรถตามสัญญาเช่าซื้อหากไม่ทำประกันภัยเพื่อคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท และหากผู้ใดนำรถที่ไม่มีประกันภัยมาใช้ ก็จะมีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาทด้วยเช่นกัน ซึ่งถ้าเป็นเจ้าของรถแล้วไม่ทำประกันภัยและนำรถที่ไม่มีประกันภัยนี้ไปใช้จะมีโทษปรับทั้ง 2 กระทงความผิด 

เมื่อเกิดอุบัติเหตุจากรถต้อง “ทำอย่างไรเมื่อมีผู้ประสบภัยจากรถ”

อย่าลืมว่าทันทีที่ได้รับอุบัติเหตุจากรถหรือเป็นผู้เห็นเหตุการณ์ ขอให้รีบนำผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาล,สถานพยาบาลที่ใกล้และสะดวกที่สุดเพื่อรับการรักษาโดยเร็ว โดยแจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่าผู้บาดเจ็บได้รับอุบัติเหตุจากรถ และถ้ามีเวลาให้ตรวจดูว่ารถคันที่เกิดเหตุมีประกันภัยหรือไม่ กับบริษัทอะไร เพื่อที่ จะแจ้งโรงพยาบาลและบริษัทได้ถูกต้อง และอย่าลืมแจ้งอุบัติเหตุนั้นให้ตำรวจท้องที่ที่เกิดเหตุด้วย หรือโทรแจ้งเหตุที่ บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด Call Center 1791 ตลอด 24 ชั่วโมง

พ.ร.บ.รถยนต์

มี พ.ร.บ. อุ่นใจ เพราะมี “ความคุ้มครองประกันภัย พ.ร.บ. อุบัติเหตุจากรถ (ตั้งแต่ 1 เมษายน 2563)”

เมื่อจัดทำประกันภัย พ.ร.บ. ผู้ประสบภัยจากรถคันเอาประกันภัยจะได้รับความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัย ซึ่งผู้ขับขี่รถคันที่เอาประกันภัยต้องรับผิดตามกฎหมายต่อผู้ประสบภัย คุ้มครองเป็นค่ารักษาพยาบาลตามจริง สูงสุดไม่เกิน 80,000 บาทต่อคนสำหรับความเสียหายต่อร่างกาย หรืออนามัย หรือ 500,000 บาทต่อคนสำหรับความเสียหายต่อชีวิต สูญเสียอวัยวะหรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงแล้วแต่กรณี 

ใช้สิทธิโดยทุจริต… “กฎหมายลงโทษ”

ผู้ประสบภัยหรือทายาท ผู้ใดยื่นคำขอรับค่าเสียหายโดยทุจริตหรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จ เพื่อขอรับค่าเสียหายตาม พ.ร.บ.นี้ มีความผิดมีโทษทางอาญา คือ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

พ.ร.บ. รถยนต์ เคลมอะไรได้บ้างเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

1.ค่าเสียหายในเบื้องต้น

  • บาดเจ็บ กรณีที่ได้รับการบาดเจ็บจากการขับขี่รถยนต์ สามารถเคลมค่ารักษาพยาบาลได้ โดยทาง พ.ร.บ. จะจ่ายตามที่ได้จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 30,000 บาทต่อคน และหากในระยะเวลาต่อมา เกิดการทุพพลภาพขึ้น ทางบริษัทก็จะจ่ายให้อีก แต่รวมแล้วไม่เกิน 65,000 บาทต่อคน
  • ทุพพลภาพ กรณีที่เกิดการทุพพลภาพทันทีหลังเกิดอุบัติเหตุ ก็สามารถเคลมค่าเสียหายได้ แต่ทาง พ.ร.บ. จะจ่ายค่าเสียหายในเบื้องต้นให้ไม่เกินจาก 35,000 บาทต่อคน
  • เสียชีวิต กรณีที่เสียชีวิตทันทีหลังจากเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ ทาง พ.ร.บ. จะจ่ายเงินชดใช้ค่าปลงศพให้ โดยจะจ่ายที่ 35,000 บาทต่อคน แต่หากเสียชีวิตหลังจากการรักษาพยาบาลตามข้อ 1 ทาง พ.ร.บ. ก็จะจ่ายแบบเหมารวมไม่เกิน 65,000 บาท

2.ค่าเสียหายส่วนเกิน

  • กรณีบาดเจ็บ กรณีที่เกิดการบาดเจ็บ จะจ่ายชดเชยค่ารักษาพยาบาลรวมค่าสินไหมทดแทนให้ ไม่เกิน 80,000 บาท
  • กรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพหรือสูญเสียอวัยวะ จ่ายชดเชยให้ทั้งหมดเป็นจำนวน 300,000 บาท ซึ่งหมายรวมถึงค่ารักษาพยาบาลด้วยหากมี
พ.ร.บ.รถยนต์

ขั้นตอนการเคลมค่าเสียหายที่เกิดขึ้น

1.การเคลมค่าเสียหายกรณีบาดเจ็บ

การเคลมค่าเสียหายจากการบาดเจ็บจะต้องนำเอกสารไปยื่นกับทางบริษัท เพื่อขอเคลม โดยมีเอกสารที่ต้องใช้ยื่นดังนี้

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
  • ใบเสร็จจากโรงพยาบาล
  • ใบรับรองแพทย์ (กรณีทุพพลภาพ)
  • บันทึกประจำวันของพนักงานสอบสวน (กรณีทุพพลภาพ)

2.การเคลมค่าเสียหายจากการเสียชีวิต

การเคลมค่าเสียหายจากการเสียชีวิต จะต้องนำเอกสารดังต่อไปนี้ ไปยื่นกับทางบริษัท ซึ่งได้แก่

  • สำเนาบันทึกประจำวันพนักงานสอบสวน
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
  • สำเนาใบมรณบัตร

สำหรับผู้ประสบภัยจากรถทุกคน จะได้รับสิทธิความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถเกิดอุบัติเหตุจากรถ ผู้ประสบภัยต้องแจ้งเหตุทันที ที่บริษัทกลางฯ โทร 1791 ตลอด 24 ชั่วโมง

อัปเดตรถยนต์ใหม่ ราคาโดน ๆ พร้อมโปรโมชั่นสุดคุ้ม ต้องนึกถึง one2car.com และอย่าลืม เปรียบเทียบประกันรถยนต์ หรือซื้อประกันภัยรถยนต์จาก Rabbit Care

สนับสนุนบทความดี ๆ โดย Autospinn และติดตามเรื่องรถใหม่ก่อนใคร


บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

ขับขี่ปลอดภัย ซื้อประกันง่ายๆ ที่ แรบบิท แคร์

การขับขี่รถอย่างปลอดภัยไม่ใช่แค่ลดอุบัติเหตุ แต่ยังช่วยประหยัดเบี้ยประกันรถยนต์ ในระยะยาวได้อีกด้วย หากประกันใกล้หมดอายุ เริ่มต้นด้วยการ เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ แล้วดำเนินการ ต่อประกันรถยนต์ออนไลน์ ผ่านระบบ Rabbit Care ที่สะดวก เช็คเบี้ยหลายบริษัทชั้นนำในที่เดียว รองรับทั้ง ประกันรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) และภาคสมัครใจในขั้นตอนเดียว เริ่มเลยวันนี้

 

บทความแคร์ขับขี่ปลอดภัย

ความเร็วรถยนต์ตามกฎหมาย ขับเร็วแค่ไหนถึงโดนจับ

แคร์ขับขี่ปลอดภัย

ความเร็วรถยนต์ตามกฎหมายไทย ปีล่าสุด ขับเร็วแค่ไหนถึงโดนจับ?

ในยุคที่ถนนเต็มไปด้วยรถยนต์หลากหลายประเภท การควบคุมความเร็วรถยนต์ จึงเป็นหัวใจสำคัญของการลดอุบัติเหตุ
กองบรรณาธิการ
27/02/2026
เลี้ยว หมายถึง

แคร์ขับขี่ปลอดภัย

เลี้ยวรถอย่างมืออาชีพ ด้วยคู่มือฉบับสมบูรณ์เพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน

การขับรถบนท้องถนนนั้นเต็มไปด้วยความท้าทาย และหนึ่งในทักษะที่สำคัญที่สุดคือการ เลี้ยวรถ ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา หรือการกลับรถ
Natthamon
31/03/2025
ในการบรรทุกสิ่งของ ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไร

แคร์ขับขี่ปลอดภัย

ในการบรรทุกสิ่งของ ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไรให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด

การบรรทุกของไม่ว่าจะเป็นบนรถกระบะ หรือรถบรรทุกขนาดใดก็ตาม กฎหมายมีการระบุเอาไว้อย่างชัดเจน ในเรื่องของระยะความกว้าง ยาว สูง
Natthamon
20/03/2025