Rabbit Care Logo
ใช้ใจแคร์ ดูแลครบ
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ในการเก็บข้อมูลเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการใช้งาน และเพื่อเก็บข้อมูลสถิติ ท่านสามารถศึกษารายละเอียด เพิ่มเติมได้ที่ นโยบายคุกกี้

เปรียบเทียบบัตรเครดิต ง่าย ๆ ภายใน 30 วินาที กับ

Rabbit Care

2023_Feb_096_desktop (1).jpg

รวมเรื่องบัตรเดบิตที่ควรรู้ ตอบทุกข้อสงสัย

บัตรเดบิต หรือ Debit Card เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ถูกสรรค์สร้างขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตของทุกคน น้องแคร์เชื่อเหลือเกินว่ามีหลายคนที่เกิดความสงสัยว่าเรื่องว่าบัตรเดบิต คืออะไร? กันอย่างแน่นอน ซึ่งในวันนี้จะขออาสาพาทุกคนไปรู้จักกับบัตรประเภทนี้กันให้มากขึ้นทั้งที่ว่าบัตรใบนี้คืออะไร? บัตรเดบิต คือ บัตร atm หรือไม่? ไปจนถึงเรื่องรายละเอียดปลีกย่อยต่าง ๆ ที่เป็นข้อสงสัยของใครหลาย ๆ คน รับรองได้เลยว่าเมื่ออ่านเนื้อหานี้จบทุกคนจะรู้จักกับบัตรเดบิตกันมากขึ้นอย่างแน่นอน

บัตรเดบิต คืออะไร? สามารถใช้ทำอะไรได้บ้าง?

บัตรเดบิต คือ บัตรที่ทางธนาคารออกให้โดยที่บัตรนี้ถูกผูกโยงไว้กับบัญชีเงินฝากของผู้ถือ Debit Card ซึ่งตัวบัตรเดบิตสามารถใช้ทำธุรกรรมการเงินต่าง ๆ ทางการเงินผ่านเครื่อง ATM ไม่ว่าจะเป็นการถอนเงิน โอนเงิน สอบถามยอดบัญชีคงเหลือ และสามารถนำไปชำระค่า​สินค้าและบริการไม่ว่าจะเป็นที่ร้านค้าที่รองรับการใช้งานบัตรเดบิต หรือว่าจะเป็นช่องทางออนไลน์ในรูปแบบต่าง ๆ โดยไม่ต้องใช้เงินสด ซึ่งเป็นกระบวนการการหักเงินออกจากบัญชีเงินฝากแบบอัตโนมัติ ซึ่งผู้ที่ถือหรือใช้บัตรเดบิตจะต้องเสียค่าธรรมเนียมรายปี ตามอัตราต่าง ๆ ที่ธนาคารเป็นคนกำหนด

ข้อดีของบัตรเดบิต

  • ไม่ต้องพกเงินสดติดตัวเป็นจำนวนมาก ช่วยลดความเสียหายจากเหตุไม่คาดฝัน
  • ช่วยให้การใช้จ่ายทางธุรกรรมเป็นเรื่องง่าย สะดวก รวดเร็ว
  • สามารถนำไปใช้ในต่างประเทศได้ไม่ว่าจะเป็นการกดเงินสดหรือชำระสินค้า
  • เหมาะกับคนที่ต้องการควบคุมการใช้จ่ายของตัวเอง

ข้อเสียของบัตรเดบิต

  • อาจเกิดความเสียหายจากกรณีที่มีผู้อื่นนำบัตรไปใช้ชำระเงิน

บัตรเดบิตเหมาะกับใครบ้าง

เหมาะกับคนที่อยากควบคุมค่าใช้จ่ายไม่ให้เกินจากที่กำหนดไว้ เพราะการใช้จ่ายจะตัดผ่านยอดเงินในบัญชีทันทีไม่สามารถใช้เงินเกินที่ตัวเองมีได้ เหมาะกับคนที่ยังไม่อยากทำบัตรเครดิต หรือยังไม่สามารถทำบัตรเครดิตได้ เนื่องจากเพียงแค่คุณมีอายุ 15 ปีขึ้นไป และมีบัญชีเงินฝากธนาคารอยู่คุณก็สามารถเปิดบัตรเดบิตได้กับธนาคารดังกล่าวแล้ว ซึ่งง่ายกว่าการสมัครบัตรเครดิตที่มีเงื่อนไขซับซ้อนกว่า

บัตรเดบิต คือ บัตร ATM ใช่หรือไม่ เหมือนหรือต่างกันอย่างไร?

บัตรเดบิต (Debit Card) ถ้าจะให้พูดอย่างเข้าใจได้ง่าย ๆ นั่นก็คือบัตร ATM ที่ได้มีการเพิ่มคุณสมบัติการใช้งานเข้ามา โดยที่บัตรทั้งสองประเภทนี้ต่างเป็นบัตรที่ออกโดยธนาคาร และผูกไว้กับบัญชีเงินฝากทั้งคู่ และนอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติการใช้งานที่เหมือนกันตรงที่สามารถใช้ทำธุรกรรมผ่านช่องทางในรูปแบบต่าง ๆ ผ่านเครื่อง ATM หรือระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ แต่ก็มีข้อแตกต่างที่บัตร Debit สามารถทำได้ดังต่อไปนี้

  • บัตรเดบิตสามารถที่จะใช้รูดซื้อสินค้าหรือบริการต่าง ๆ ได้
  • สามารถนำไปชำระค่าสินค้าหรือบริการทางออนไลน์ได้
  • สามารถนำบัตรเดบิตไปใช้ในต่างประเทศได้ไม่ว่าจะเป็นการกดเงินสดหรือรูดจ่ายค่าสินค้าและบริการ ในขณะที่บัตร ATM สามารถกดเงินได้แค่ภายในประเทศ

บัตรเดบิตหรือบัตร ATM หายต้องทำอย่างไรบ้าง?

บัตรเดบิตเป็นบัตรที่ควรรักษาไว้กับตัวอย่างดี แต่ถ้าหากเกิดเหตุไม่คาดฝันบัตรหายหรือถูกขโมยไปคงเป็นเรื่องไม่ดีแน่ อย่างแรกที่ควรปฏิบัติคือตั้งสติก่อนลองค้นหาดูอีกรอบว่าบัตรหายไปจริง ๆ หรือไม่ ซื้อถ้ายืนยันได้ว่าบัตรนั้นหายไปจริง ๆ ก็มีขั้นตอนในการปฏิบัติดังนี้

  • ติดต่อทางธนาคารทำเรื่องอายัดบัตรไม่ว่าจะเป็นการโทรไปที่ธนาคาร ดำเนินการผ่านแอปพลิเคชันซึ่งสามารถทำได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือจะเดินทางไปที่ธนาคารเพื่อทำการอายัดบัตรก็ได้
  • ดำเนินการสมัครบัตรใหม่

ซึ่งถ้าหากบัตรเดบิตถูกนำไปใช้ชำระเงินโดยบุคคลอื่น ให้คุณทำการรวบรวมหลักฐานการใช้บัตรไว้ให้มากที่สุด เพื่อทำการยืนยันว่าในขณะนั้นตัวคุณไม่ได้เป็นคนใช้บัตรที่หายไป จากนั้นไปแจ้งความเพื่อลงบันทึกประจำวันได้

วงเงิน บัตรเดบิต คือ อะไร? ใช้เงินเกินได้หรือไม่?

วงเงินบัตรเดบิตคือจำนวนเงินสูงสุดที่ถูกจำกัดการใช้ในแต่ละวันไม่ให้เกินจำนวนเงินดังกล่าวนั่นเอง เช่นถ้าเรามีเงินเป็นจำนวน 10,000 บาท แต่วงเงินบัตรเดบิตถูกจำกัดไว้ที่ 6,000 บาท เราจะไม่สามารถใช้ได้เงินจำนวนนี้ โดยวงเงินการใช้บัตรเดบิตธนาคารจะกำหนดมาเป็นวงเงินจำนวนหนึ่ง ผู้ที่ถือบัตรเดบิตสามารถปรับแก้ในภายหลังได้ ซึ่งถือว่าเป็นการคุมค่าใช้จ่ายและยังเป็นการจำกัดความเสียหายเมื่อบัตรถูกขโมยหรือถูกใช้โดยผู้อื่นอีกด้วย

แต่ก็อย่าลืมว่า Debit Card เป็นบัตรที่ผูกไว้กับบัญชีธนาคารของผู้ถือบัตร ทุกการใช้จ่ายที่เกิดขึ้นมาไม่ว่าจะเป็นรูปแบบไหนก็ตามจะเป็นการดึงเอาเงินในบัญชีที่ผูกไว้ออกมาใช้จ่าย หรืออาจจะสรุปได้ว่าเราไม่สามารถใช้บัตรเดบิตได้เกินวงเงินในบัญชีที่ตัวเองมีนั่นเอง จึงเหมาะกับคนที่ต้องการคุมการใช้จ่ายอยู่ในงบที่กำหนด

CVV บัตรเดบิต คืออะไร? มีไว้ใช้ทำอะไรได้บ้าง?

CVV บัตรเดบิต คือ ชุดตัวเลขที่อยู่บนบัตรเดบิตโดยมาจากคำเต็มคือ Card Verification Value เป็นตัวเลขที่สถาบันการเงินกำหนดขึ้นเพื่อความปลอดภัยในการชำระค่าสินค้าหรือบริการ โดยจะใช้เพื่อตรวจสอบยืนยันตัวตนเมื่อมีการทำธุรกรรมออนไลน์ทางการเงินด้วยบัตรเดบิตนั่นเอง

โดยตัวเลขชุดนี้จะเป็นตัวเลขจำนวน 3 ตัว อยู่ที่ด้านหลังของ Debit Card บริเวณด้านขวาของแถบเซ็นลายมือชื่อนั่นเอง ซึ่งเลข CVV บัตรเดบิตเปรียบเสมือนกับเลขประจำตัวของบัตร ที่ทางธนาคารจะเป็นผู้กำหนดเอาไว้ ผู้ใช้บัตรไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้นั่นเอง

ซึ่งการใช้ตัวเลขชุดนี้ในกรณีชำระค่าใช้จ่ายออนไลน์ โดยหลังจากที่กรอกตัวเลย 16 หลักที่บัตร และวันหมดอายุของบัตรลงไปในระบบแล้ว ก็ถึงคราวของการกรอกตัวเลข 3 หลักนี้

บัตรเดบิต Visa และ Mastercard คืออะไร? เหมือนหรือต่างกันอย่างไรบ้าง?

บัตรเดบิต Visa และ Mastercard คือ Debit Card ที่ออกให้โดยสถาบันทางการเงินหรือธนาคาร โดยที่ร่วมมือกับเครือข่ายทางการเงินอย่าง Visa และ Mastercard ซึ่งหน้าที่ของเครือข่ายทางการเงินของทั้ง 2 บริษัทจะเป็นการทำหน้าที่ในการเชื่อมต่อระหว่างร้านค้าหรือบริการต่าง ๆ กับธนาคารเข้าไว้ด้วยกัน ช่วยให้ธุรกรรมทางการเงินเป็นเรื่องที่ง่าย

ตัว VISA เป็นผู้ให้บริการเครือข่ายสำหรับการชำระเงินผ่านบัตรจากประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งการใช้บัตรเดบิต Visa จะให้ความปลอดภัยทางการเงินแก่ผู้ใช้งาน นอกจากนี้ยังได้รับการยอมรับในการชำระเงินทั่วโลก ทำให้เมื่อเดินทางไปต่างประเทศเพื่อน ๆ สามารถใช้บัตร Visa กับร้านค้าที่รับบัตรกว่า 28 ล้าน ร้านค้า สามารถกดเงินสดได้กว่า 2 ล้านตู้จาก 200 ประเทศทั่วโลก

ส่วน Mastercard ก็เป็นเครือข่ายทางการเงินที่มาจากประเทศสหรัฐอเมริกาเหมือนกับ VISA โดยอำนวยความสะดวกสบายด้านการเงิน รวมถึงให้ความปลอดภัยเมื่อทำธุรกรรมต่าง ๆ จนเป็นอีกหนึ่งเครือข่ายที่ได้รับการยอมรับจากกว่า 30 ล้าน ร้านค้าทั่วโลก เมื่อถึงเวลาเดินทางไปต่างประเทศก็สามารถใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิต Mastercard ได้อย่างสบายใจ

Card Holder Name บัตรเดบิต คืออะไร?

Card Holder Name บัตรเดบิต คือ ชื่อของเจ้าของบัญชีที่ผูกกับบัตร Debit ไว้ โดยเราจะต้องใช้เวลาที่เราจะต้องชำระเงินค่าสินค้าหรือบริการออนไลน์ โดยจะต้องการชื่อบัญชีของเจ้าของบัตรให้ถูกต้องนั่นเอง

บัตรเดบิตก็เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่จะมาช่วยอำนวยความสะดวกให้กับการทำธุรกรรมทางการเงินของเพื่อน ๆ ให้ง่ายขึ้น แต่ก็ยังมีข้อจำกัดบางอย่างในเรื่องอย่างการจำกัดจำนวนเงิน ที่เราจะสามารถใช้ได้ไม่เกินจำนวนเงินที่มีในบัญชีเงินฝากของเรา ซึ่งต่างจากบัตรเครติดตรงที่วงเงินที่ใช้ได้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินในบัญชีของเรา และทุกการใช้จ่ายของบัตรเครดิตยังมาพร้อมกับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ มากมายให้คุณได้เลือกใช้ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ไม่ว่าจะเป็นเครดิตเงินคืน ส่วนลดค่าน้ำมัน บริการพิเศษที่สนามบิน ซึ่งที่ยกมาเป็นเพียงแค่บางส่วนของสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับเท่านั้น หากสนใจสมัครบัตรเครติดก็สามารถมาสมัครได้ที่แรบบิท แคร์ กันได้เลย

ผลิตภัณฑ์บัตรเครดิต

บัตรเครดิตซิตี้ แคชแบ็ก

ซิตี้ แคชแบ็ก

Citibank / Mastercard

  • เครดิตเงินคืน 10% ที่รถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน
  • เครดิตเงินคืน 5% 7-Eleven, Grab, Watsons
  • เครดิตเงินคืน 1% สำหรับยอดใช้จ่ายอื่นๆ
  • เครดิตเงินคืน 1% ที่ปั๊ม Shell ทุกสาขา
  • รับเครดิตเงินคืน 2,000 บาท สำหรับการสมัครบัตรเครดิตซิตี้ แคชแบ็ก ผ่านทางออนไลน์
บัตรเครดิต-KTC-VISA-PLATINUM

เคทีซี วีซ่า แพลตทินั่ม

KTC / VISA

  • ทุก 25 บาท ที่ใช้จ่ายผ่านบัตรฯ รับ 1 คะแนน KTC FOREVER
  • ผ่อนชำระสินค้า/บริการด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% สูงสุด 10 เดือน
  • ใช้จ่ายสบายเพียงผูกบัตรและแตะจ่ายผ่าน Google pay
  • ไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปีตลอดชีพ
บัตรเครดิตซิตี้ แกร็บ

บัตรเครดิตซิตี้ แกร็บ

ซิตี้แบงก์ / VISA

  • รับคะแนนสะสมซิตี้ รีวอร์ด X10 ทุกการใช้จ่าย 25 บาทบนบริการ Grab
  • รับคะแนนสะสมซิตี้ รีวอร์ด X3 ในหมวดร้านอาหารและค่าสมาชิกบริการออนไลน์รายเดือน และช้อปปิ้งออนไลน์
  • รับส่วนลดการเดินทาง 15% เมื่อใช้บริการ Grab
  • รับส่วนลดค่าส่ง GrabFood และ GrabMart
  • รับเครดิตเงินคืน 1,000 บาท
  • รับส่วนลด Grab มูลค่า 2,400 บาท
บัตรเครดิต เคทีซี อโกด้า แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด

บัตรเครดิต เคทีซี อโกด้า แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด

กรุงไทย / Mastercard

  • สิทธิพิเศษที่มากกว่า สเปเชียลอัพเกรด เป็นสมาชิก AgodaVIP Platinum
  • รับเพิ่ม KTC FOREVER โบนัส 250 คะแนน
  • ไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปีตลอดชีพ
  • 800 KTC FOREVER = 100 บาท AgodaCash
บัตรเครดิต ยูโอบี โยโล่ แพลตทินั่ม

บัตรเครดิต ยูโอบี โยโล่ แพลตทินั่ม

ธนาคารยูโอบี / VISA

  • รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 15% เมื่อใช้จ่ายที่รถไฟฟ้า BTS MRT 7-11, All Online by 7-Eleven ร้านบูทส์ ร้านวัตสัน ร้านมัตสึโมโตะ คิโยชิ เบอร์เกอร์ คิง, Shopee, Grab และ Atome
  • แบ่งชำระ 0% นาน 3 เดือน เมื่อมียอดใช้จ่ายในหมวดท่องเที่ยวและออนไลน์
  • 1 ฟรี 1 เมื่อซื้อบัตรชมภาพยนตร์ในเครือ SF
  • เครดิตเงินคืน 3% เมื่อชำระค่าเติมน้ำมันที่สถานีบริการน้ำมันคาลเท็กซ์ทุก 800 บาท/เซลล์สลิป เฉพาะสถานีที่ร่วมรายการ
บัตรเครดิตไทเทเนียม โรงพยาบาลรามาธิปดี

บัตรเครดิตไทเทเนียม โรงพยาบาลรามาธิปดี

ธนาคารกรุงเทพ / Mastercard

  • รับเงินคืนสูงสุด 2% ทุกรอบบัญชี
  • บริจาคสมทบ 0.2% ทุกยอดใช้จ่าย
  • ให้แก่คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
  • เอกสิทธิ์จากโรงพยาบาลรามาธิบดี
บัตรเครดิต แอร์เอเชีย

บัตรเครดิต แอร์เอเชีย

ธนาคารกรุงเทพ / Mastercard

  • บริการเลือกที่นั่ง Hot Seat ฟรี
  • บริการฝากสัมภาระใต้ท้องเครื่อง ฟรี
  • บริการเครื่องดื่มร้อนหรือเย็นบนเครื่อง ฟรี
  • รูดช้อปรับคะแนน BIG Points สูงสุด 3 เท่า
  • แบ่งชำระสบายๆ 0% หรือ 0.79% นานสูงสุดถึง 10 เดือน
บัตรเครดิตซิตี้ ซิมพลิซิตี้

บัตรเครดิตซิตี้ ซิมพลิซิตี้

ซิตี้แบงก์ / Mastercard

  • ค่าธรรมเนียม การกดเงินสดเพียง 1%
  • สิทธิพิเศษ ณ ร้านค้าชั้นนำในเดือนเกิด
  • เครดิตเงินคืน 1% ที่ปั๊ม Shell ทุกสาขา
  • ฟรีค่าธรรมเนียม การชำระยอดบัตรเครดิต

ผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ของเรา