Rabbit Care Logo
ใช้ใจแคร์ ดูแลครบ
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ในการเก็บข้อมูลเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการใช้งาน และเพื่อเก็บข้อมูลสถิติ ท่านสามารถศึกษารายละเอียด เพิ่มเติมได้ที่ นโยบายคุกกี้

เปรียบเทียบประกันออมทรัพย์ ง่าย ๆ ภายใน 30 วินาที  กับ  
Rabbit Care

saving account.png

เปิดบัญชีออมทรัพย์ ให้ได้ดอกเบี้ยสูง ทำอย่างไร เรามีคำตอบ

เชื่อว่าทุกคนย่อมต้องมีบัญชีออมทรัพย์กันอย่างแน่นอน เพราะยุคนี้การฝาก-ถอน หรือทำธุรกรรมทางการเงินสามารถทำได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และยังทำได้ง่าย ๆ เพียงแค่มี บัญชีออมทรัพย์ของตัวเองเท่านั้น ซึ่งในเพียงแค่ข้อดีในการทำธุรกรรมที่สะดวก รวดเร็ว และง่ายเท่านั้น การมีบัญชีออมทรัพย์ ยังมีเรื่องของดอกเบี้ยด้วย ทั้งนี้ บัญชีออมทรัพย์ที่ให้ดอกเบี้ยสูง หรือต่ำ ก็ต้องขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคาร หรือสถาบันทางการเงินแต่ละแห่ง แต่การที่จะได้ดอกเบี้ยสูงจากการฝากออมทรัพย์ หรือฝากเงินในบัญชีออมทรัพย์ ก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะวันนี้เรามีวิธีดี ๆ มาฝากกัน

บัญชีออมทรัพย์ คืออะไร?

บัญชีออมทรัพย์ คือการฝากเงินเข้าไปในบัญชีเพื่อใช้จ่าย หรือการเก็บออม ทั้งนี้การเปิดบัญชีออมทรัพย์สามารถทำได้ง่าย และใช้เวลาไม่นาน เพียงแค่เข้าไปติดต่อกับเจ้าหน้าที่ของทางธนาคาร หรือสถาบันทางการเงิน โดยอาจมีการเก็บค่าธรรมเนียมในการเปิดบัญชีด้วย ซึ่งก่อนที่จะไปดูว่าฝากบัญชีออมทรัพย์ให้ได้ดอกเบี้ยสูงคืออย่างไร ลองมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับการทำบัญชีเงินฝากกันก่อน เพราะบัญชีเงินฝากนั้นไม่ได้มีเพียงแค่ออมทรัพย์เพียงอย่างเดียว แต่มีอยู่ด้วยกัน 3 ประเภท คือ

บัญชีเงินฝากออมทรัพย์

สำหรับการฝากเงินในบัญชีออมทรัพย์นั้นก็เป็นที่นิยม และเป็นที่รู้จักกันดีที่สุด เนื่องจากเป็นบัญชีที่เหมาะกับคนที่เงินหมุนอยู่เป็นประจำ เพราะสามารถที่จะฝากและถอนได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งต่อวัน ข้อดีอีกอย่างของบัญชีออมทรัพย์ คือมีสามารถจัดการเรื่องธุรกรรมทางการเงินได้ง่าย และรวดเร็วผ่านแอปพลิเคชัน ทั้งนี้ข้อเสียของบัญชีออมทรัพย์ที่ชัดเจนที่สุดก็คือ อัตราดอกเบี้ยที่ค่อนข้างน้อย เมื่อเทียบกับการฝากเงินในอีกรูปแบบหนึ่ง

บัญชีเงินฝากประจำ

อีกหนึ่งรูปแบบของการฝากเงินโดยจะเป็นบัญชีเงินฝากประจำ ซึ่งจะแตกต่างจากบัญชีออมทรัพย์ตรงนี้ ผู้ฝากจะต้องมีการทำสัญญากับทางธนาคาร หรือสถาบันการเงินเอาไว้ว่าจะต้องทำการฝากเงินเข้าบัญชีในจำนวนเดิมทุก ๆ ครั้งตามสัญญา ซึ่งบัญชีออมทรัพย์จะมีอิสระกว่าในเรื่องนี้ ทั้งนี้บัญชีฝากประจำจะแบ่งได้สองรูปแบบ คือ

  • ฝากประจำทุกเดือน เป็นการฝากเงินเข้าบัญชีโดยจำนวนเงินที่เท่ากันทุกเดือน เช่นสัญญาระบุว่าต้องฝากเงินเข้าบัญชีเดือนละ 5,000 บาท ระยะเวลา 6 เดือน เจ้าของบัญชีก็จะต้องฝากเงินทุกเดือน เดือนละ 5,000 บาท ห้ามน้อยไปกว่านี้ และต้องฝากจนครบ 6 เดือน ถึงจะถอนเงินก้อนพร้อมดอกเบี้ยออกมาได้ ข้อดีของการฝากประจำทุกเดือนคือช่วยให้มีเงินก้อนใหญ่เมื่อครบกำหนดฝาก และสร้างวินัยให้ผู้ฝากได้ดี แต่ผู้ฝากเองก็ต้องประเมินความเสี่ยงของการใช้จ่ายในช่วงระยะเวลาตามสัญญาที่ต้องฝากเงินด้วย
  • ฝากประจำครั้งเดียว เป็นการนำเงินก้อนไปฝากไว้กับทางธนาคาร หรือสถาบันทางการเงิน โดยที่จะต้องฝากเอาไว้อย่างนั้นจนกว่าจะครบระยะเวลาตามสัญญา เช่น เงินจำนวน 1 แสนบาท ฝากประจำครั้งเดียวตามสัญญาอยู่ที่ 6 เดือน เจ้าของบัญชีก็จะต้องรอจนกว่าจะครบ 6 เดือน ถึงจะถอนเงินก้อนนั้นพร้อมดอกเบี้ยออกมาได้ ข้อดีของการฝากเงินแบบนี้คือ อัตราดอกเบี้ยที่จะให้สูงกว่าบัญชีออมทรัพย์ค่อนข้างมาก ทั้งนี้การฝากแบบนี้ก็ควรจะต้องเป็นจำนวนเงินก้อนที่ไม่ได้ต้องการนำไปใช้ก่อนครบสัญญาด้วย

บัญชีเงินฝากกระแสรายวัน

สำหรับบัญชีเงินฝากประเภทนี้เป็นอีกหนึ่งรูปแบบที่ได้รับความนิยมในการเปิดบัญชีอยู่บ้าง แต่อาจจะไม่มากเท่ากับบัญชีออมทรัพย์ หรือบัญชีเงินฝากประจำ โดยการเบิกถอนจะต้องมีการเซ็นเช็กและนำเช็คไปเบิกกับทางธนาคาร ซึ่งการเปิดบัญชีรูปแบบนี้ ผู้ที่เปิดส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่มีเครดิต หรือประวัติทางด้านการเงินที่ดี อย่างไรก็ตามข้อดีคือการเบิกเงินที่สามารถทำการเบิกเงินเกินจากวงเงินในบัญชีได้ แต่ข้อเสียคือไม่มีดอกเบี้ยเงินฝากให้

เปิดบัญชีออมทรัพย์แบบไหนให้ได้ดอกเบี้ยสูง?

สิ่งสำคัญที่ทำให้การทำบัญชีออมทรัพย์แล้วได้ดอกเบี้ยสูงนั้นก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะต้องวิเคราะห์จากอัตราดอกเบี้ยเงินฝากจากแต่ละธนาคาร หรือแต่ละสถาบันทางการเงิน ซึ่งในแต่ละปีจะมีการระบุว่าธนาคารไหน หรือสถาบันทางการเงินแห่งใดที่จ่ายอัตราดอกเบี้ยสูงที่สุด เพื่อเป็นแนวทางที่จะช่วยให้เจ้าของบัญชีได้รับผลตอบแทนสูงสุดตามมา ทั้งนี้ เราก็ได้รวบรวมมาให้แล้วกับ 5 บัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูงประจำปี 2566 นี้

1. ธนาคาร ซีไอเอ็มบีไทย
บัญชีออมทรัพย์จากทางซีไอเอ็มบีไทยนั้นมีบัญชีเงินฝากที่ชื่อ Chill D ซึ่งมีการระบุเอาไว้ว่าให้ดอกเบี้ยสูงอยู่ที่ 2% ต่อปี ค่อนข้างสูงเลยทีเดียว แต่ก็มีเงื่อนไขในการได้ดอกเบี้ยสูงจากการเปิด บัญชีออมทรัพย์ คือการจ่ายแบบเป็นขั้นบันได หรือการจ่ายดอกเบี้ยแบบแบ่งเป็นก้อน ๆ ตามขั้น ดังนี้

  • เงินฝากที่ไม่เกิน 10,000 บาท อัตราดอกเบี้ยจะอยู่ที่ 0.50% ต่อปี
  • หากยอดเงินฝากบัญชีออมทรัพย์เกิน 10,000 บาท แต่ไม่เกิน 50,000 บาท ในส่วนที่เกิน 10,000 – 50,000 บาท จะได้ดอกเบี้ยที่ 2% ต่อปี
  • ส่วนที่เกินจาก 50,000 บาท แต่ไม่เกิน 100,000 บาท ส่วนนี้จะได้อัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 1% ต่อปี
  • ส่วนที่เกินจาก 100,000 บาท จะได้รับดอกเบี้ยที่ 0.20% ต่อปี

แม้ว่าจะมีสัดส่วนการจ่ายดอกเบี้ยเงินฝากของบัญชีออมทรัพย์ที่ดูเป็นขั้นบันได แต่ก็นับว่าให้อัตราดอกเบี้ยสูงทีเดียว

2. ธนาคาร เกียรตินาคินภัทร
ธนาคารเกียรตินาคินภัทร ในชื่อบัญชีออมทรัพย์ Savvy เป็นอีกหนึ่งบัญชีเงินฝากที่จ่ายดอกเบี้ยสูง โดยให้ถึง 1.60% ต่อปี ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

  • เงินฝากในบัญชีไม่เกิน 10,000 บาท จะได้รับดอกเบี้ยอยู่ที่ 0.5% ต่อปี
  • เงินฝากในบัญชีไม่เกิน 1,000,000 บาท จะได้รับอัตราดอกเบี้ย 1.5% ต่อปี
  • สำหรับเงินฝากบัญชีออมทรัพย์ไม่เกิน 2,000,000 บาท อัตราดอกเบี้ยจะอยู่ที่ 1.6% ต่อปี
  • และสำหรับส่วนที่เกิน 2 ล้านบาท ดอกเบี้ยที่จะได้รับจะอยู่ที่ 0.50% ต่อปี

การจ่ายอัตราดอกเบี้ยบัญชีออมทรัพย์ของทางเกียรตินาคินภัทรก็ถือได้ว่ามีการไล่แบบขั้นบันไดเช่นเดียวกัน แต่จะมีความแตกต่างกันอยู่บ้างในจำนวนเงินฝาก

3. ธนาคาร แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์
บัญชีออมทรัพย์ของธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เป็นอีกหนึ่งสถาบันทางการเงินที่มีการจ่ายดอกเบี้ยสูง โดยใช้ชื่อว่า ออมทรัพย์ดิจิทัล Pro-Fit ซึ่งมีการจ่ายอัตราดอกเบี้ยเงินฝากอยู่ที่ 1.5% ต่อปี โดยมีเงื่อนไขในการจ่ายอัตราดอกเบี้ย ดังนี้

  • สำหรับผู้ที่มีเงินฝากไม่เกิน 5 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยที่จ่ายอยู่ที่ 1.50% ต่อปี
  • เงินฝากที่เกิน 5 ล้านบาท จะได้รับอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 0.25% ต่อปี

สำหรับการจ่ายดอกเบี้ยของบัญชีออมทรัพย์จากธนาคาร แลนด์​ แอนด์ เฮ้าส์ นั้นคือวิธีการจ่ายในลักษณะเดียวกันกับทางธนาคาร เกียรตินาคินภัทร ซึ่งค่อนข้างจะคิดได้ง่าย

4. ธนาคาร ไทยพาณิชย์
ธนาคารไทยพาณิชย์ก็มีการจ่ายดอกเบี้ยเงินฝากที่ค่อนข้างสูงทีเดียว โดยใช้ชื่อว่า บัญชีออมทรัพย์ Easy ที่ให้อัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 1.50% และการสมัครบัญชีออมทรัพย์ของทาง SCB ก็ค่อนข้างง่ายผ่านทางแอปพลิเคชัน SCB EASY ได้เลย โดยการจ่ายดอกเบี้ยของทาง SCB มีเงื่อนไขดังนี้

  • จำนวนเงินฝากไม่เกิน 1 ล้านบาท ดอกเบี้ยอยู่ที่ 1.50% ต่อปี
  • สำหรับจำนวนเงินฝากเกิน 1 ล้านบาท จะได้ดอกเบี้ยที่ 0.50% ต่อปี

5. ธนาคาร กรุงไทย
ปิดท้ายที่ธนาคาร กรุงไทย เป็นอีกหนึ่งธนาคารที่มีการให้อัตราดอกเบี้ยที่ไม่ต่างจากธนาคารอื่น ๆ เลย ด้วยอัตราดอกเบี้ยจากบัญชีออมทรัพย์ Next Saving ที่ให้สูงถึง 1.50% ต่อปี โดยเงื่อนไขในการจ่ายดอกเบี้ยมีดังนี้

  • กรณีเงินฝากไม่เกิน 1 ล้านบาท จะได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ 1.50% ต่อปี
  • สำหรับเงินฝากที่เกิน 1 ล้านบาท ดอกเบี้ยจะอยู่ที่อัตรา 0.50% ต่อปี

นอกจากการฝากเงินกับทางธนาคารในรูปแบบของบัญชีออมทรัพย์ตามปกติแล้ว ยังมีการฝากเงินในรูปแบบของเงินฝากดิจิทัล ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งรูปแบบของการฝากเงินที่จะได้รับอัตราดอกเบี้ยที่สูงเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ก็ต้องศึกษาเงื่อนไขในการฝากเงิน และจ่ายดอกเบี้ยเงินฝากกันให้ละเอียดกันก่อนตัดสินใจด้วย

แต่สำหรับใครที่อยากได้ความคุ้มค่ากันแบบขั้นสุดนอกจากการฝากเงินแบบปกติในบัญชีออมทรัพย์แล้ว การฝากเงินในรูปแบบของการทำประกันออมทรัพย์ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้ได้อัตราดอกเบี้ยสูง และยังเป็นการทำบัญชีออมทรัพย์ที่คุ้มค่า คือได้ทั้งประกันชีวิต ความคุ้มครองจากอุบัติเหตุ และยังได้รับเงินคืนพร้อมดอกเบี้ยที่สูงเมื่อครบอายุสัญญาอีกด้วย

ประกันออมทรัพย์ที่ แรบบิท แคร์ แนะนำ

ไทยประกันชีวิต “แฮปปี้มีเงินใช้”

ประกันชีวิต

  • จ่ายเบี้ย 5 ปี คุ้มครองนาน 15 ปี
  • รับเงินคืนทุกปีตลอดสัญญารับเงินคืน 521%
  • การันตีเงินคืน 3% ทุก 2 ปี
  • ลดหย่อนภาษี สูงสุดปีละ 1 แสนบาท
  • สมัครได้ตั้งแต่อายุ 1 เดือน - 65 ปี
  • เลือกชำระเบี้ยได้ รายเดือน, 3 เดือน และรายปี
ไทยประกันชีวิต ทรัพย์ปันผล

ประกันชีวิต

  • ชำระเบี้ยแค่ 10 ปี คุ้มครองถึงอายุ 85 ปี
  • รับเงินปันผลทุกปี ปีละ 1%
  • ครบสัญญารับเงินก้อนคืน 110%
  • ลดหย่อนภาษีได้ สูงสุด 1 แสนบาท
  • สมัครได้ตั้งแต่ อายุ 1 เดือน - 60 ปี
ประกันชีวิต “ไทยประกันชีวิต”

ประกันชีวิต

  • คุ้มครองจากอุบัติเหตุ เพิ่มสูงสุด 1 แสนบาท
  • กรณีนอน รพ. รับเงินชดเชย 500 บาท/วัน
  • รับเงินคืนตลอด สัญญารวม 174%
  • เบี้ยเริ่มต้นวันละ 16 บาท
  • สมัครได้ตั้งแต่อายุ 1 เดือน - 55 ปี
  • ลดหย่อนภาษี ได้สูงสุด 1 แสนบาท
ประกันชีวิตสะสมทรัพย์

ประกันชีวิต

  • การันตีรับเงินคืน 3% ทุกปี
  • กรณีมีชีวิตอยู่รับเงิน สูงสุด 310%
  • จ่ายค่า เบี้ยคงที่ ไม่ปรับเพิ่มตามอายุ
  • จ่ายค่าเบี้ย 10 ปี คุ้มครองนาน 20 ปี
  • รับสิทธิลดหย่อนภาษี สูงสุด 100,000 บาท

ผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ของเรา