Rabbit Care Logo
ใช้ใจแคร์ ดูแลครบ
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ในการเก็บข้อมูลเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการใช้งาน และเพื่อเก็บข้อมูลสถิติ ท่านสามารถศึกษารายละเอียด เพิ่มเติมได้ที่นโยบายคุกกี้
อัปเดตล่าสุด: กุมภาพันธ์ 2569

ค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต คืออะไร? มีกี่แบบ เสียเท่าไหร่ต่อปี (อัปเดต 2569)

สรุปทุกประเภทค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต วิธีคิดจุดคุ้มทุน เทคนิคเวฟค่าธรรมเนียม และตัวอย่างบัตรเครดิตฟรีค่าธรรมเนียม เพื่อช่วยให้คุณเลือกบัตรได้คุ้มที่สุด

📌
หมายเหตุ: อัตราค่าธรรมเนียมและดอกเบี้ยอาจแตกต่างกันตามนโยบายของแต่ละธนาคาร ควรตรวจสอบข้อมูลของธนาคารก่อนสมัคร

ค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต คือ ค่าใช้จ่ายที่ธนาคารเรียกเก็บจากผู้ถือบัตร เพื่อแลกกับการใช้บริการและสิทธิประโยชน์ของบัตร เช่น การสะสมแต้ม เครดิตเงินคืน หรือสิทธิประโยชน์ด้านการเดินทาง

ก่อน สมัครบัตรเครดิต ควรรู้ให้ชัดว่าค่าธรรมเนียมมีอะไรบ้าง ตั้งแต่ค่าธรรมเนียมรายปี 500–10,000 บาทขึ้นไป ไปจนถึงค่าธรรมเนียม 3% จากการเบิกเงินสดและค่าธรรมเนียมใช้บัตรต่างประเทศ

บทความนี้สรุปประเภทค่าธรรมเนียม วิธีคิดจุดคุ้มทุน เทคนิคเวฟค่าธรรมเนียม และตัวอย่างบัตรที่ฟรีค่าธรรมเนียม เพื่อช่วยให้คุณเลือกบัตรได้คุ้มที่สุด

ค่าธรรมเนียมบัตรเครดิตมีอะไรบ้าง?

โดยทั่วไปค่าธรรมเนียมสำคัญที่ควรรู้มีอย่างน้อย 6 ประเภทหลัก
1

ค่าธรรมเนียมรายปีบัตรเครดิต

ค่าธรรมเนียมรายปีบัตรเครดิตแบ่งตามประเภทบัตรและสิทธิประโยชน์ที่ได้รับ โดยบัตรพรีเมียมมักมีค่าธรรมเนียมสูงกว่าแต่ได้สิทธิ์มากกว่า

  • บัตรทั่วไปมักเริ่มที่ประมาณ 500 – 2,000 บาทต่อปี
  • บัตรพรีเมียม/แพลทินัมอาจ 3,000 – 10,000+ บาทต่อปี
  • บางบัตรฟรีค่าธรรมเนียมตลอดชีพ หรือฟรีตามเงื่อนไขยอดใช้จ่าย
บัตรทั่วไป 500–2,000/ปี | พรีเมียม 3,000–10,000+
ดูรายละเอียด
  • บัตรทั่วไปมักเริ่มที่ประมาณ 500 – 2,000 บาทต่อปี
  • บัตรพรีเมียม/แพลทินัมอาจ 3,000 – 10,000+ บาทต่อปี
  • บางบัตรฟรีค่าธรรมเนียมตลอดชีพ หรือฟรีตามเงื่อนไขยอดใช้จ่าย
2

ค่าธรรมเนียมแรกเข้า

ค่าธรรมเนียมแรกเข้าจะเก็บครั้งเดียวตอนเปิดบัตร ส่วนใหญ่ธนาคารมักมีโปรโมชั่นยกเว้นให้ลูกค้าใหม่เป็นระยะๆ

  • เรียกเก็บครั้งเดียวปีแรกตอนเปิดบัตร
  • ปัจจุบันหลายธนาคารยกเว้นค่าธรรมเนียมแรกเข้าสำหรับบัตรส่วนใหญ่
เก็บครั้งเดียวปีแรก | ปัจจุบันหลายธนาคารยกเว้น
ดูรายละเอียด
  • เรียกเก็บครั้งเดียวปีแรกตอนเปิดบัตร
  • ปัจจุบันหลายธนาคารยกเว้นค่าธรรมเนียมแรกเข้าสำหรับบัตรส่วนใหญ่
3

ค่าธรรมเนียมเบิกถอนเงินสดล่วงหน้า

การกดเงินสดจากบัตรเครดิตมักมีทั้งค่าธรรมเนียมและดอกเบี้ยที่คิดทันที จึงควรใช้ในกรณีจำเป็นจริงๆ เท่านั้น

  • คิดประมาณ 1–3% ของยอดเงินที่กด และบวกภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • ดอกเบี้ยจะเริ่มคิดทันทีตั้งแต่วันที่เบิก ไม่รอรอบบิล
ประมาณ 1–3% + VAT | ดอกเริ่มคิดทันที
ดูรายละเอียด
  • คิดประมาณ 1–3% ของยอดเงินที่กด และบวกภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • ดอกเบี้ยจะเริ่มคิดทันทีตั้งแต่วันที่เบิก ไม่รอรอบบิล
4

ดอกเบี้ยจากการใช้วงเงิน

ถ้าชำระไม่เต็มจำนวน ดอกเบี้ยจะถูกคิดบนยอดคงค้างตามอัตราที่ธปท. กำหนดเพดานสูงสุดไว้

  • เพดานดอกเบี้ยบัตรเครดิตปัจจุบันไม่เกิน 16% ต่อปี ตามเกณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย
  • คิดเมื่อชำระไม่ครบเต็มจำนวน หรือมียอดค้างชำระข้ามรอบบิล
ดอกเบี้ยไม่เกิน 16%/ปี | คิดเมื่อจ่ายไม่เต็ม
ดูรายละเอียด
  • เพดานดอกเบี้ยบัตรเครดิตปัจจุบันไม่เกิน 16% ต่อปี ตามเกณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย
  • คิดเมื่อชำระไม่ครบเต็มจำนวน หรือมียอดค้างชำระข้ามรอบบิล
5

ค่าธรรมเนียมใช้บัตรในต่างประเทศ

ธุรกรรมรูดใช้บัตรในต่างประเทศหรือออนไลน์ต่างสกุลเงินมักมีค่าความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มจากยอดใช้จ่าย

  • ส่วนใหญ่คิดประมาณ 2–2.5% ของยอดธุรกรรมต่างประเทศ
  • บางธนาคารมีเพดานสูงสุดต่อรายการ ขึ้นกับเงื่อนไขแต่ละเจ้า
ส่วนใหญ่ 2–2.5% ต่อรายการ | บางธนาคารมีเพดาน
ดูรายละเอียด
  • ส่วนใหญ่คิดประมาณ 2–2.5% ของยอดธุรกรรมต่างประเทศ
  • บางธนาคารมีเพดานสูงสุดต่อรายการ ขึ้นกับเงื่อนไขแต่ละเจ้า
6

ค่าธรรมเนียมติดตามทวงถามหนี้

หากชำระล่าช้าหรือไม่ตรงกำหนด อาจถูกเรียกเก็บทั้งค่าติดตามทวงถามและดอกเบี้ยปรับที่สูงขึ้น

  • เรียกเก็บเมื่อชำระล่าช้าหรือไม่ตรงกำหนดชำระ
  • มักมีทั้งค่าติดตามทวงถามและดอกเบี้ยปรับเพิ่มตามเงื่อนไขของธนาคาร
เกิดเมื่อจ่ายล่าช้า | อาจมีค่าทวงถาม+ดอกเบี้ยปรับ
ดูรายละเอียด
  • เรียกเก็บเมื่อชำระล่าช้าหรือไม่ตรงกำหนดชำระ
  • มักมีทั้งค่าติดตามทวงถามและดอกเบี้ยปรับเพิ่มตามเงื่อนไขของธนาคาร

ประเภทค่าธรรมเนียมบัตรเครดิตที่ควรรู้

สรุปช่วงค่าธรรมเนียมโดยทั่วไปในไทย พร้อมข้อควรระวังสำคัญก่อนสมัคร

ประเภทค่าธรรมเนียม ช่วงโดยทั่วไป (ไทย) หมายเหตุสำคัญ
ค่าธรรมเนียมรายปี 500 – 2,000 บาท/ปี (บัตรทั่วไป)
3,000 – 10,000+ บาท/ปี (บัตรพรีเมียม)
บางใบฟรีตลอดชีพ หรือฟรีเมื่อมียอดใช้จ่ายตามเกณฑ์
ค่าธรรมเนียมแรกเข้า 0 – 1,000 บาท (ครั้งเดียว) ส่วนใหญ่ธนาคารนิยมยกเว้น เพื่อจูงใจลูกค้าใหม่
ค่าธรรมเนียมเบิกเงินสด ประมาณ 1–3% ของยอดที่เบิก + VAT เริ่มคิดดอกเบี้ยทันทีตั้งแต่วันที่กด
ไม่รวมในรอบปลอดดอกเบี้ย
ดอกเบี้ยเมื่อจ่ายไม่เต็มจำนวน ไม่เกิน 16% ต่อปี (ตามเกณฑ์ ธปท.) ต่างกันไปตามธนาคารและประเภทบัตร
ควรตรวจสอบตารางดอกเบี้ยของแต่ละเจ้า
ค่าธรรมเนียมใช้บัตรต่างประเทศ (FX) ประมาณ 2–2.5% ของยอดธุรกรรม บางธนาคารกำหนดเพดานต่อรายการ
หรือมีบัตร FX ต่ำเฉพาะทาง
ค่าทวงถามหนี้ / ชำระล่าช้า ขึ้นกับธนาคาร
(ค่าติดตามหนี้ต่อครั้ง + ดอกเบี้ยปรับเพิ่ม)
หากผิดนัดต่อเนื่องอาจถูกแจ้งเครดิตบูโร
และกระทบการขอสินเชื่อในอนาคต

อ้างอิง: อ้างอิงตัวเลขมาจาก เอกสารอัตราค่าธรรมเนียมและดอกเบี้ยบัตรเครดิตของธนาคารจาก ธปท. ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามประกาศล่าสุดของแต่ละสถาบันการเงิน

เปรียบเทียบค่าธรรมเนียมรายปีบัตรเครดิตแต่ละธนาคาร

เลื่อนซ้าย-ขวาเพื่อดูบัตรเพิ่มเติม

วิธีเปรียบเทียบค่าธรรมเนียมให้ได้บัตรเครดิตคุ้มสุด

1) เช็กค่าธรรมเนียม “ทั้งหมด” ไม่ใช่แค่รายปี

ก่อนสมัครบัตรเครดิต ควรไล่ดูค่าใช้จ่ายทุกส่วนในตารางค่าธรรมเนียม ไม่ใช่ดูเฉพาะค่าธรรมเนียมรายปี เพราะในชีวิตจริงอาจมีการกดเงินสด ผ่อนสินค้า หรือรูดต่างประเทศด้วย

  • ค่าธรรมเนียมรายปี และค่าธรรมเนียมแรกเข้า
  • ค่าธรรมเนียมเบิกถอนเงินสด และค่าธรรมเนียมผ่อนสินค้า (ถ้ามี)
  • ค่าธรรมเนียมใช้บัตรต่างประเทศ
  • ดอกเบี้ยกรณีจ่ายขั้นต่ำหรือค้างชำระ

2) คำนวณ “จุดคุ้มทุน” ของค่าธรรมเนียมรายปี

สำหรับบัตรที่มีค่าธรรมเนียมรายปี การคิดจุดคุ้มทุนคร่าว ๆ ทำได้ด้วยสูตร:

สูตรคำนวณ: ค่าธรรมเนียมรายปี ÷ % ผลตอบแทน (เช่น cashback) = ยอดใช้จ่ายที่ต้องใช้ต่อปีจึงจะคุ้ม

ตัวอย่าง: ถ้าค่าธรรมเนียม 2,000 บาทต่อปี และให้เงินคืน 1% จะต้องใช้จ่ายอย่างน้อย 200,000 บาทต่อปี ถึงจะได้เงินคืน 2,000 บาทเท่าค่าธรรมเนียม

3) เลือกบัตรให้ตรงพฤติกรรมใช้จ่ายจริง

ลองถามตัวเองก่อนว่าใช้บัตรเพื่ออะไรเป็นหลัก จากนั้นเลือกบัตรที่ค่าธรรมเนียมและสิทธิ์ตอบโจทย์พฤติกรรมจริง:

  • เดินทางบ่อย → มองหาบัตรที่ให้ไมล์สูง สิทธิ์เข้า Lounge และประกันเดินทาง
  • ใช้จ่ายซูเปอร์มาร์เก็ต/ปั๊ม/ห้างบ่อย → เลือกบัตรที่ให้ cashback/คะแนนในหมวดเหล่านี้
  • รูดต่างประเทศบ่อย → ให้ความสำคัญกับค่าธรรมเนียม FX ต่ำ

4) เช็กเงื่อนไข “เวฟค่าธรรมเนียม” ให้ชัด

หลายธนาคารมีเงื่อนไขเวฟค่าธรรมเนียมรายปี เช่น ใช้ครบยอดที่กำหนด หรือโทรขอเวฟปีละครั้ง ทำให้บัตรที่มีค่าธรรมเนียมสูงดูคุ้มขึ้นมาก ถ้าคุณใช้บัตรเป็นประจำ

หากต้องการเจาะลึกเรื่องการเวฟค่าธรรมเนียม สามารถอ่านต่อได้ที่หน้า วิธีเวฟค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต

คำนวณว่าค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต “คุ้ม” กับคุณไหม

เครื่องมือนี้ช่วยประเมินง่าย ๆ ว่าค่าธรรมเนียมรายปีของบัตรเครดิตใบหนึ่งคุ้มกับ Reward ที่ได้หรือไม่ จากยอดใช้จ่ายจริงของคุณ

ค่าธรรมเนียม 3% จากการเบิกเงินสดคืออะไร?

ค่าธรรมเนียม 3% ที่คนมักพูดถึง คือค่าธรรมเนียมการเบิกถอนเงินสดล่วงหน้าด้วยบัตรเครดิต ซึ่งหลายธนาคารกำหนดไว้ที่ประมาณ 3% ของยอดเงินสดที่เบิก และยังมีดอกเบี้ยคิดทันทีตั้งแต่วันแรกที่กด

ตัวอย่างการคำนวณ:

  • กดเงินสด 10,000 บาท
  • ค่าธรรมเนียม 3% = 300 บาท (ยังไม่รวม VAT)
  • คิดดอกเบี้ยต่อวันตั้งแต่วันแรกที่กดจนกว่าจะชำระครบ

รวมแล้วการกดเงินสดด้วยบัตรเครดิตจึงอาจมีต้นทุนสูงกว่าการใช้สินเชื่อบุคคลหรือการกดเงินจากบัญชีเงินฝากปกติ

คำแนะนำ: ถ้าไม่จำเป็นควรหลีกเลี่ยงการกดเงินสดด้วยบัตรเครดิต เพราะต้องจ่ายทั้งค่าธรรมเนียม 3% และดอกเบี้ยในอัตราสูงทันที

ใช้บัตรเครดิตต่างประเทศ เสียค่าธรรมเนียมเท่าไหร่?

เมื่อรูดบัตรเครดิตในต่างประเทศ หรือจ่ายเป็นเงินสกุลต่างประเทศบนเว็บไซต์ มักมีการคิด “ค่าความเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงิน” (Currency Conversion / FX) ประมาณ 2–2.5% ของยอดธุรกรรม ขึ้นกับธนาคารและประเภทบัตร

  • ธนาคารส่วนใหญ่ในไทยคิดค่าธรรมเนียม FX ใกล้เคียงกันในช่วงประมาณ 2–2.5%
  • บางธนาคาร/บัตรเฉพาะทางอาจลดค่าธรรมเนียมนี้ เพื่อจับกลุ่มผู้ใช้บัตรต่างประเทศบ่อย

ตัวอย่าง: ถ้ารูดบัตรจ่ายโรงแรมต่างประเทศ 20,000 บาท และมีค่าธรรมเนียม FX 2.5% จะเสียเพิ่มอีกประมาณ 500 บาท

เพื่อควบคุมค่าใช้จ่าย ควรอ่านตารางค่าธรรมเนียมของธนาคารแต่ละแห่งก่อนใช้บัตรในต่างประเทศ หรือเลือกบัตรที่ออกแบบมาสำหรับการท่องเที่ยวโดยเฉพาะ

ไม่จ่ายค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต ได้ไหม? จะเกิดอะไรขึ้น?

ค่าธรรมเนียมรายปีและค่าธรรมเนียมอื่น ๆ เมื่อถูกเรียกเก็บและคุณไม่ชำระ จะถูกนับรวมเป็นยอดค้างชำระ และคิดดอกเบี้ยเหมือนยอดใช้จ่ายปกติ หากปล่อยไว้นานอาจกระทบเครดิตบูโรและเสี่ยงถูกฟ้องร้องได้

Timeline โดยสรุปเมื่อไม่จ่ายค่าธรรมเนียม

  1. ค่าธรรมเนียมถูกบวกเข้าไปในยอดเรียกเก็บรอบบิลนั้น
  2. หากไม่จ่ายตามกำหนด จะกลายเป็นยอดค้างชำระและถูกคิดดอกเบี้ย
  3. ธนาคารเริ่มติดต่อทวงถาม และอาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมทวงถามหนี้เพิ่ม
  4. หากค้างชำระต่อเนื่อง อาจถูกแจ้งข้อมูลไปยังเครดิตบูโรและมีผลต่อการขอสินเชื่ออื่น

ทางเลือกที่ควรทำแทนการไม่จ่าย

  • โทรขอ เวฟค่าธรรมเนียม โดยอธิบายประวัติการใช้จ่ายและการชำระเงิน
  • หากไม่ต้องการใช้บัตรแล้ว ให้ชำระยอดค้างทั้งหมดและดำเนินการยกเลิกบัตรอย่างถูกขั้นตอน
  • ถ้ามียอดค้างจำนวนมาก อาจเจรจาโครงสร้างหนี้กับธนาคารก่อนถูกฟ้องร้อง

บัตรเครดิตฟรีค่าธรรมเนียม มีข้อดีข้อเสียอะไร?

บัตรเครดิตฟรีค่าธรรมเนียมรายปีช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายประจำปี แต่หลายครั้งสิทธิประโยชน์อาจน้อยกว่าบัตรที่มีค่าธรรมเนียม ดังนั้นควรเลือกให้เหมาะกับพฤติกรรมการใช้จ่าย

ข้อดีของบัตรเครดิตฟรีค่าธรรมเนียม

  • ไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมรายปี ช่วยลดต้นทุนถือบัตรในระยะยาว
  • เหมาะกับคนใช้บัตรไม่เยอะ หรือใช้หลายใบพร้อมกัน
  • ลดความกังวลเรื่องลืมขอเวฟค่าธรรมเนียมรายปี

ข้อเสียที่ควรระวัง

  • สิทธิ์บางอย่างอาจน้อยกว่าบัตรที่มีค่าธรรมเนียม เช่น ไม่มี Lounge หรือประกันเดินทาง
  • Reward/เงินคืนอาจไม่สูงเท่าบัตรที่เก็บค่าธรรมเนียมรายปี

ข้อสงสัยเกี่ยวกับค่าธรรมเนียม

ค่าธรรมเนียมบัตรเครดิตต้องจ่ายทุกปีไหม ?

บัตรเครดิตทั่วไปมักมีค่าธรรมเนียมรายปีตั้งแต่ประมาณ 500 – 2,000 บาทต่อปี ส่วนบัตรพรีเมียมหรือบัตรที่ให้สิทธิประโยชน์สูงอาจมีค่าธรรมเนียมหลักหลายพันถึงหลักหมื่นบาทต่อปี

อย่างไรก็ตาม หลายธนาคารมีเงื่อนไขยกเว้นค่าธรรมเนียมเมื่อมียอดใช้จ่ายถึงเกณฑ์ หรือโปรโมชั่นฟรีค่าธรรมเนียมปีแรก

ขอเวฟ หรือไ ม่จ่ายค่าธรรมเนียมบัตรเครดิตได้ไหม?

ค่าธรรมเนียมที่ถูกเรียกเก็บจะกลายเป็นยอดค้างชำระหากไม่จ่าย และจะถูกคิดดอกเบี้ยรวมกับยอดค้างอื่น ๆ ซึ่งอาจทำให้หนี้โตขึ้นเร็วและกระทบเครดิตบูโรในระยะยาว

หากเห็นว่าค่าธรรมเนียมไม่คุ้มกับการใช้งาน แนะนำให้โทรขอเวฟค่าธรรมเนียม หรือพิจารณาปิดบัตรหลังชำระยอดเต็ม มากกว่าปล่อยให้เป็นหนี้ค้างชำระ

ไม่จ่ายค่าธรรมเนียมบัตรเครดิตได้ไหม?

ค่าธรรมเนียมที่ถูกเรียกเก็บจะกลายเป็นยอดค้างชำระหากไม่จ่าย และจะถูกคิดดอกเบี้ยรวมกับยอดค้างอื่น ๆ ซึ่งอาจทำให้หนี้โตขึ้นเร็วและกระทบเครดิตบูโรในระยะยาว

หากเห็นว่าค่าธรรมเนียมไม่คุ้มกับการใช้งาน แนะนำให้โทรขอเวฟค่าธรรมเนียม หรือพิจารณาปิดบัตรหลังชำระยอดเต็ม มากกว่าปล่อยให้เป็นหนี้ค้างชำระ

บัตรเครดิตฟรีค่าธรรมเนียม มีข้อเสียอะไรบ้าง?

แม้จะไม่เสียค่าธรรมเนียมรายปี แต่อาจมีสิทธิประโยชน์น้อยกว่าบัตรที่เก็บค่าธรรมเนียม เช่น คะแนนสะสมน้อยกว่า หรือไม่มีสิทธิ์เข้า Lounge และประกันเดินทาง

หากคุณใช้บัตรบ่อยและใช้สิทธิประโยชน์เหล่านี้จริง บัตรที่มีค่าธรรมเนียมแต่ให้สิทธิ์สูงอาจคุ้มกว่าในภาพรวม

ต่างกันยังไงระหว่าง “ค่าธรรมเนียม” กับ “ดอกเบี้ย”?

ค่าธรรมเนียม = ค่าใช้บริการ
ดอกเบี้ย = ค่าใช้เงินเมื่อชำระไม่เต็มจำนวน

ค่าธรรมเนียมคือค่าบริการที่ธนาคารเรียกเก็บ เช่น ค่าธรรมเนียมรายปี ค่าธรรมเนียมเบิกเงินสด หรือค่าธรรมเนียมใช้บัตรต่างประเทศ ส่วนดอกเบี้ยคือค่าที่ต้องจ่ายเมื่อใช้วงเงินและชำระไม่ครบภายในกำหนด

ทั้งสองอย่างคำนวณต่างกันและอาจเกิดขึ้นพร้อมกันได้ เช่น จ่ายค่าธรรมเนียมรายปีและดอกเบี้ยจากยอดค้างในรอบเดียวกัน

จะยกเลิกบัตรเครดิต ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมรายปีไหม?

โดยทั่วไป หากต้องการยกเลิกบัตร ควรโทรติดต่อธนาคารแล้วสอบถามยอดทั้งหมดที่ต้องชำระ รวมถึงค่าธรรมเนียมรายปีที่ถูกตัดล่วงหน้า ว่าธนาคารสามารถยกเลิกหรือคืนค่าธรรมเนียมให้ได้หรือไม่


กรณีส่วนใหญ่หากปิดบัตรไม่นานหลังถูกตัดค่าธรรมเนียม ธนาคารอาจคืนค่าธรรมเนียมให้บางส่วนหรือทั้งหมด ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร

ค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต กับค่าธรรมเนียมบัตรเดบิตต่างกันไหม?

บัตรเครดิตคิดค่าธรรมเนียมจากการใช้วงเงินเครดิต เช่น ค่าธรรมเนียมรายปี ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมเบิกเงินสด และค่าธรรมเนียม FX 

ส่วนบัตรเดบิตจะคิดค่าธรรมเนียมจากการใช้เงินในบัญชี เช่น ค่าธรรมเนียมบัตรรายปี ค่ากดเงินต่างธนาคาร หรือค่าขอใบแจ้งหนี้พิเศษ

ค่าธรรมเนียมรายปีบัตรเครดิตหักเมื่อไหร่?

ส่วนใหญ่ค่าธรรมเนียมรายปีจะถูกเรียกเก็บปีละครั้งในเดือนที่คุณเปิดบัตร หรือเดือนครบรอบปีของบัตร โดยจะแสดงเป็นรายการหนึ่งในใบแจ้งหนี้ของรอบบิลนั้น

เมื่อเห็นรายการค่าธรรมเนียมรายปี คุณสามารถโทรธนาคารเพื่อขอเวฟค่าธรรมเนียมหรือสอบถามเงื่อนไขได้ก่อนชำระเงิน

user profile image
เขียนโดยNok Srihongวันที่เผยแพร่: Feb 18, 2026

ข้อมูลทางการเงิน

ข้อมูลในบทความนี้อ้างอิงจากเอกสารอัตราค่าธรรมเนียมและดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ รวมถึงระบบเปรียบเทียบค่าธรรมเนียมบัตรเครดิตของธนาคารแห่งประเทศไทย ณ วันที่เผยแพร่และอัปเดต ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามประกาศล่าสุดของแต่ละสถาบันการเงิน.

ข้อจำกัดความรับผิด (Disclaimer): บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไปด้านการเงิน ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนหรือสินเชื่อเฉพาะบุคคล ผู้อ่านควรตรวจสอบอัตราและเงื่อนไขล่าสุดกับธนาคารหรือผู้ให้บริการบัตรเครดิตโดยตรงก่อนตัดสินใจทุกครั้ง

เขียนโดย Nok Srihong นักเขียนด้านการเงินส่วนบุคคล และรีวิวเนื้อหาโดย Paweennuch W. Financial Content Specialist ที่มีประสบการณ์ทำคอนเทนต์บัตรเครดิตและสินเชื่อมาหลายปี