คลอดธรรมชาติอันตรายหรือไม่ มีความเสี่ยงอย่างไรบ้าง ?

กองบรรณาธิการ
ผู้เขียน: กองบรรณาธิการ Published: กุมภาพันธ์ 13, 2024
กองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการ
ทีมกองบรรณาธิการ กลุ่มนักเขียนผู้มีประสบการณ์ด้านรถยนต์ การเงิน และประกันภัย ของ แรบบิท แคร์ ที่เปิดดำเนินการมาแล้วมากกว่า 10 ปี
คะน้าใบเขียว
แก้ไขโดย: คะน้าใบเขียว Last edited: กุมภาพันธ์ 13, 2024
คะน้าใบเขียว
คะน้าใบเขียว
นักเขียนมืออาชีพด้านการเงิน ประกัน และสุขภาพ | Finance, Insurance & Health Content Expert จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาภาษาเพื่อการสร้างสรรค์สื่อ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีประสบการณ์มากกว่า 9 ปี ในการเขียนบทความด้านการเงิน ประกันชีวิต และประกันสุขภาพ โดยเริ่มต้นที่ Rabbit Finance จากนั้นย้ายมาทำงานที่ Rabbit Care และ Asia Direct เป็นนักเขียนที่รักการอ่าน และมีความหลงใหลในเนื้อหาด้านการบริหารเงิน สินเชื่อ บัตรเครดิต และประกัน ที่ผลิตผลงานเขียนด้วยความลึกซึ้ง การตรวจสอบข้อมูลที่รอบคอบ และเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผ่านประสบการณ์ในการแก้ไขและจัดการเนื้อหา (editorial experience) ทำให้บทความของผมน่าเชื่อถือ มีคุณค่าสำหรับผู้อ่าน และติด Google Search Results
คลอดธรรมชาติ

แม้ในปัจจุบันจะมีวิทยาการด้านการแพทย์ที่พัฒนาไปอย่างมากแต่การคลอดธรรมชาติก็ยังคงเป็นหนึ่งในตัวเลือกในการคลอดบุตรที่คุณแม่หลาย ๆ ท่านเลือกใช้ แต่แน่นอนว่าเมื่อพูดถึงการคลอดธรรมชาติแล้วว่าที่คุณแม่มือใหม่หลาย ๆ ท่านก็คงกังวลใจ วันนี้ แรบบิท แคร์ ได้รวบรวมข้อมูลน่ารู้เกี่ยวกับการคลอดธรรมชาติมาไว้ให้ เพื่อคุณแม่ท่านไหนกำลังลังเลใจ หรือมีความสงสัย จะได้อ่านให้หายกังวลใจ และเลือกวิธีการคลอดบุตรที่เหมาะสมกับตนเองได้นั่นเอง

เปรียบเทียบประกันสุขภาพกับ Rabbit Care พิเศษ! ผ่อน 0% นานสูงสุด 10 เดือน
icon angle up or down

เลือกแผนประกันสุขภาพที่คุณสนใจ

    ชื่อนามสกุล

    หมายเลขโทรศัพท์

    คลอดธรรมชาติ คืออะไร ?

    โรงพยาบาลพญาไทให้ข้อมูลเกี่ยวกับการคลอดธรรมชาติไว้ว่า การคลอดธรรมชาติ คือ การที่คุณแม่ได้ทำการคลอดบุตรเองโดยไม่ต้องใช้การผ่าตัดช่วยเหลือ ซึ่งถือเป็นวิธีการที่ปลอดภัยและคุณแม่ส่วนใหญ่ซึ่งมีการตั้งครรภ์ปกติรวมถึงไม่มีภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ไม่มีข้อบ่งชี้ในการผ่าคลอดเลือกเป็นวิธีการยอดนิยมในการคลอดบุตร ซึ่งโดยปกติแล้วก่อนที่จะทำการคลอดธรรมชาตินั้น จะใช้เวลาในการตั้งครรภ์ทั้งหมด 40 สัปดาห์โดยนับอ้างอิงจากประจำเดือนครั้งล่าสุด โดยกระบวนการตั้งแต่การตั้งครรภ์ไปจนถึงการคลอดธรรมชาตินั้นทางการแพทย์จะถูกแบ่งออกเป็น 3 ไตรมาสด้วยกัน ไตรมาสแรก คือช่วงเวลา 12 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ ไตรมาสที่ 2 คือ 12-28 สัปดาห์ของการตั้งครรภ์ และช่วงเวลาหลังจากนั้นจะนับว่าเข้าสู่ช่วงไตรมาสที่ 3 ซึ่งจะถือว่าเป็นการครบกำหนดอายุครรภ์และมีความพร้อมในการคลอดธรรมชาติตั้งแต่ประมาณช่วง 37 สัปดาห์เป็นต้นไป คุณแม่ส่วนใหญ่ประมาณ 70-80% ล้วนมีอาการเจ็บท้องคลอดในระยะนี้

    การคลอดธรรมชาตินั้นเนื่องจากไม่ใช้การผ่าตัดทำคลอดในการช่วยเหลือ คุณแม่จึงจำเป็นที่จะต้องทำการเบ่งคลอดเองทางช่องคลอดโดยเมื่อถึงกำหนดในการคลอดธรรมชาติแล้ว บริเวณปากมดลูกของคุณแม่จะมีการเปิดกว้างโดยเริ่มจากประมาณ 1 เซนติเมตรและค่อย ๆ ขยายกว้างมากขึ้นเรื่อย ๆ จนเมื่อปากมดลูกเปิดจนหมด ศีรษะของทารกในครรภ์ก็จะมีการเคลื่อนตัวลงต่ำ เมื่อศีรษะทารกเคลื่อนลงต่ำจนถึงระดับที่เห็นศีรษะโผล่ที่บริเวณช่องคลอดก็จะสามารถทำการเบ่งคลอดได้นั่นเอง

    คลอดธรรมชาติอันตรายหรือไม่ ?

    สำหรับคุณแม่หรือแม้กระทั่งคุณพ่อที่กำลังกังวลว่าการคลอดธรรมชาตินั้นเสี่ยงอันตรายหรือไม่ ต้องขอบอกเลยว่าวิธีการคลอดธรรมชาตินั้นถือเป็นวิธีการคลอดที่มีความปลอดภัยต่อทั้งตัวคุณแม่เองและบุตรในครรภ์ค่อนข้างมาก รวมถึงยังมีความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนหลังคลอดบุตรที่น้อยกว่าการผ่าคลอด หลังจากทำคลอดคุณแม่จะสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว เจ็บแผลน้อย เนื่องจากเสียเลือดน้อย อีกทั้งพร้อมที่จะดูแลบุตรได้อย่างรวดเร็วหลังจากคลอด

    ผลดีจากการคลอดธรรมชาติที่ส่งผลต่อบุตรในครรภ์ก็คือ ระหว่างการคลอดธรรมชาตินั้นทารกจะได้ผ่านกระบวนการต่าง ๆ ตามธรรมชาติในระหว่างการคลอด ทั้งทางด้านการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ทางด้านกายภาพ และได้รับจุลินทรีย์สุขภาพที่จะช่วยในการเสริมภูมิต้านทานตั้งต้นให้ผ่านทางช่องคลอดของคุณแม่ ทำให้มีภูมิต้านทานที่ดี แข็งแรง ไม่เจ็บป่วยง่าย และเริ่มดูดนมคุณแม่ได้อย่างรวดเร็ว

    จะเห็นได้ว่าการคลอดธรรมชาตินั้นมีข้อดีจ่อทั้งตัวคุณแม่และบุตรอยู่มากมาย และเมื่อมีคุณหมอและเครื่องมือทันสมัยคอยรอดูแลอยู่ไม่ห่างกาย ก็ยิ่งทำให้การคลอดธรรมชาตินั้นปลอดภัยขึ้นมากนั่นเอง

    คลอดธรรมชาติเจ็บไหม ?

    แม้ว่าจะมีผลดีต่อคุณแม่และทารกในครรภ์ค่อนข้างมาก แถมยังมีความปลอดภัยสูง แต่แน่นอนว่าคุณแม่หลายคนก็คงยังกังวลเรื่องความเจ็บปวดที่จะได้รับอยู่ ซึ่งต้องยอมรับว่าการคลอดธรรมชาตินั้น เป็นวิธีที่ต้องใช้ทั้งแรงกายและแรงใจของคุณแม่เป็นอย่างมากในการเบ่งคลอด ซึ่งหากเลือกที่จะเบ่งคลอดโดยไม่ใช้ยาระงับอาการปวดแล้วนั้น แน่นอนว่าจะคุณแม่จะต้องฮึดสู้กับความเจ็บปวดแสนสาหัสเลยนั่นเอง

    คลอดธรรมชาติเจ็บไหม

    ข้อดีของการคลอดธรรมชาติ

    หลังจากที่ได้ทราบกันไปแล้วว่าการคลอดธรรมชาตินั้นส่งผลดีต่อทั้งคุณแม่และทารกในครรภ์ค่อนข้างมาก เรามาดูกันแบบชัด ๆ ว่าการคลอดธรรมชาตินั้นมีข้อดีอย่างไรบ้างเพื่อทำการประกอบการตัดสินใจเพิ่มเติม

    • มีความปลอดภัยสูงมาก : หากไม่มีข้อบ่งชี้ในการผ่าคลอดส่วนใหญ่แพทย์มักแนะนำให้คลอดธรรมชาติ เพราะมีความปลอดภัยสูงทั้งต่อตัวแม่และทารกเนื่องจากไม่จำเป็นต้องดมยาสลบ ไม่ต้องทำการฉีดยาเข้าไขสันหลัง เสียเลือดน้อย และมีโอกาสติดเชื้อในมดลูกได้น้อยกว่า
    • แผลมีขนาดเล็ก : ส่วนใหญ่แผลจะมีขนาดอยู่ที่ประมาณ 2-4 เซนติเมตร (ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสรีระของคุณแม่และขนาดของลูกน้อยด้วย)
    • ฟื้นตัวได้รวดเร็ว : เนื่องจากไม่มีการดมยาสลบ เสียเลือดน้อย แผลเล็ก ทำให้คุณแม่สามารถลุก นั่ง ยืนได้หลังการทำคลอด พักฟื้นไม่นาน และดูแลลูกได้อย่างรวดเร็ว
    • ลูกน้อยมีความแข็งแรงและมีภูมิคุ้มกัน : ระหว่างการทำคลอดทารกจะได้รับภูมิต้านทานจากเชื้อแบคทีเรียภายในช่องคลอดของคุณแม่ และได้รับ Probiotic ที่มากกว่า ทำให้ลูกน้อยของคุณแม่แข็งแรงและมีภูมิคุ้มกันมากกว่านั่นเอง

    ข้อเสียของการคลอดธรรมชาติ

    แน่นอนว่าเมื่อมีข้อดีก็ต้องมีข้อเสีย ก่อนจะตัดสินใจคุณแม่อาจจะต้องลองประเมินทั้งข้อดีและข้อเสียแล้วชั่งน้ำหนักดูว่าจะเลือกวิธีการคลอดแบบใด

    • ไม่สามารถเลือกวันหรือเลือกกำหนดการในการคลอดเองได้
    • มีความเสี่ยงในการเกิดภาวะสายสะดือถูกทารกกดทับ
    • หากการคลอดมีการใช้เวลานาน มีความเสี่ยงที่ทารกจะขาดออกซิเจน
    • หากคุณแม่หมดสติหรือหมดแรงในการเบ่งคลอดอาจจำเป็นต้องใช้คีมคีบทารก
    • กรณีที่ทารกมีขนาดตัวใหญ่ทำให้คลอดยาก อาจทำให้คลอดลำบาก
    • ทารกมีความเสี่ยงที่จะสำลักชี้เทา
    • หลังจากคลอดคุณแม่อาจรู้สึกว่าช่องคลอดไม่เหมือนเดิม หลวมขึ้น มีขนาดกว้างขึ้น

    หลังจากที่ได้ทราบถึงข้อดี-ข้อเสียของการคลอดธรรมชาติกันไปแล้ว ไม่ว่าคุณแม่และครอบครัวจะตัดสินใจแบบไหน ก็ต้องไม่ลืมฟังคำแนะนำของแพทย์ในการตัดสินใจ เป็นการดูแลด้านการปลอดภัยของทั้งคุณแม่และเด็กทารกในครรภ์

    คลอดธรรมชาติ บล็อคหลัง

    ค่าใช้จ่ายในการคลอดธรรมชาติ

    สำหรับค่าใช้จ่ายในการคลอดธรรมชาตินั้นแน่นอนว่าจะมีค่าใช้จ่ายที่สบายกระเป๋ามากกว่าค่าใช้จ่ายในการผ่าคลอด ซึ่งโรงพยาบาลรัฐบาลและโรงพยาบาลเอกชนก็จะมีอัตราค่าบริการที่แตกต่างกันไป คือ

    • คลอดธรรมชาติโรงพยาบาลรัฐฯ : จะมีค่าใช้จ่าย ประมาณ 5,000 – 15,000 บาท
    • คลอดธรรมชาติโรงพยาบาลเอกชน : จะมีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นประมาณ 30,000 บาท 

    ซึ่งราคาเหล่านี้นั้นส่วนใหญ่จะครอบคลุมค่าแพทย์ เช่น ค่าสูตินรีแพทย์ กุมารแพทย์ ผู้ช่วยแพทย์ ค่าห้องคลอด ห้องพักฟื้น ทั้งนี้อาจมีรายจ่ายเพิ่มเติมอื่น ๆ ขึ้นอยู่กับแพ็กเกจที่คุณแม่เลือกกับทางโรงพยาบาล

    คลอดธรรมชาติ บล็อคหลังหรือไม่ ?

    สำหรับคุณแม่ที่สงสัยว่าการคลอดธรรมชาตินั้นจะต้องทำการบล็อคหลังหรือไม่ คำตอบคือการคลอดธรรมชาติจะทำหรือไม่ก็ได้ แต่โดยส่วนมากแล้วจะไม่ได้ทำการบล็อคหลังเท่าไหร่นัก เพราะการบล็อคหลังจะนิยมใช้ในการผ่าคลอดมากกว่านั่นเอง

    การคลอดธรรมชาติกี่วันแผลหาย ?

    สำหรับการคลอดธรรมชาตินั้น โดยปกติแล้วแผลคลอดจะค่อย ๆ เริ่มสมานตัวและดีขึ้นในช่วงระยะเวลา 5-10 วัน และจะหายสนิทได้ในช่วงระยะเวลาหลังคลอดประมาณ 3-4 สัปดาห์ ทั้งนี้อาจขึ้นอยู่กับว่าระหว่างการคลอดนั้นมีการคลอดยาก ทารกตัวใหญ่จนทำให้แผลฉีกขาดมากหรือไม่ และร่างกายของคุณแม่มีความสามารถในการฟื้นตัวได้ไวแค่ไหนด้วยนั่นเอง

    คลอดธรรมชาติเจ็บไหม

    วิธีสังเกตตนเองว่าพร้อมคลอดธรรมชาติ สัญญาณแบบนี้ต้องรีบไปโรงพยาบาล

    • รู้สึกเจ็บท้องคลอด มดลูกมีการบีบตัวและคลายอย่างต่อเนื่องซึ่งจังหวะในการบีบจะเกิดขึ้นประมาณ 45-60 วินาที และมีช่วงจังหวะในการคลายตัวประมาณ 2-3 นาที เป็นแบบนี้สลับไปมาประมาณ 10 นาที เรียกว่าครบ 1 ยก และหากมีอาการเช่นนี้ประมาณ 2-3 ยกก็นับว่าเป็นสัญญาณที่ชัดเจนมากว่ากำลังจะใกล้คลอด
    • มีมูกออกมาจากบริเวณช่องคลอด ในบางครั้งอาจมีเลือดปนออกมาด้วย
    • มีน้ำคร่ำออกมาจากบริเวณช่องคลอด
    • มีความรู้สึกว่าลูกดิ้นน้อยลง

    หากมีอาการเหล่านี้บอกเลยว่า อย่ารอช้ารีบสะกิดคุณสามีหรือคนที่อยู่ด้วยในขณะนั้นให้รีบบึ่งรถไปโรงพยาบาลในทันที

    สรุป

    ทั้งหมดนี้คือข้อมูลน่ารู้เกี่ยวกับการคลอดธรรมชาติ แรบบิท แคร์ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง และขอแอบเตือนไว้ว่าหลังจากที่คลอดลูกน้อยออกมาแล้ว ต้องไม่ลืมทำประกันเด็ก กับ แรบบิท แคร์ ไว้ จะได้ดูแลลูกน้อยได้อย่างอุ่นใจ ไม่ต้องห่วงค่าใช้จ่ายว่าจะบานปลายนั่นเอง

    บทความแคร์ไลฟ์สไตล์

    ชายแดน

    แคร์ไลฟ์สไตล์

    ประกันชีวิตช่วงสงครามชายแดน ใครได้ ใครเสีย?

    เมื่อคุณอาศัยอยู่ในพื้นที่ชายแดนที่มีความไม่สงบ หรือมีแนวโน้มเกิดเหตุการณ์ปะทะ เช่น การซ้อมรบ การปะทะชายแดน หรือภัยจากอาวุธหนัก
    คะน้าใบเขียว
    14/08/2025
    ประกันภัยบ้าน

    แคร์ไลฟ์สไตล์

    บ้านอยู่ใกล้ชายแดน เคลมประกันได้ไหมถ้าเจอลูกหลงชายแดน?

    ด้วยสถานการณ์ที่ยังตึงเครียดกันอยู่ ทำให้การอยู่อาศัยใกล้พื้นที่ชายแดน อาจทำให้คุณต้องเผชิญความเสี่ยงจากเหตุการณ์ไม่คาดคิด เช่น การปะทะกัน, เหตุยิงลูกหลง
    คะน้าใบเขียว
    06/08/2025
    ทำความสะอาดบ้านหลังน้ำท่วม

    แคร์ไลฟ์สไตล์

    ล้างบ้านหลังน้ำท่วม กำจัดโคลนติดบ้านยังไงดี?

    จากสถานการณ์ที่หลายพื้นที่โดนน้ำท่วม  เมื่อน้ำลด นอกเหนือจากการซ่อมแซมบ้านให้กลับมาอยู่อาศัยได้แล้ว สิ่งที่ตามมาคือ น้ำโคลน  กลิ่นอับ และเชื้อโรค
    คะน้าใบเขียว
    01/08/2025