เคลมประกันสุขภาพ ต้องเตรียมอะไรบ้าง?

Tawan
ผู้เขียน: Tawan Published: มกราคม 27, 2026
Tawan
Tawan
Tawan นักเขียนมืออาชีพด้านประกันรถยนต์และประกันชีวิตที่จบปริญญาตรี สาขาภาษาศาสตร์ (สาขาย่อย การตลาด) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมใบอนุญาตนายหน้าประกันชีวิตและประกันวินาศภัยจากสำนักงานคณะกรรมการประกันภัย (OIC) มีประสบการณ์กว่า 7 ปี ในการสื่อสารองค์กร การจัดการสื่อการตลาด การเขียนเนื้อหา และกลยุทธ์ SEO มีความเชี่ยวชาญในการเขียนเนื้อหา Motor Insurance, Fire, Marine และ Miscellaneous Insurance มีประสบการณ์ทำงานกับ Rabbit Care (บริษัทเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ประกันชั้นนำของไทย) , Asia Direct Broker (บริษัทเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ประกันรถยนต์)และ Syn Mun Kong Insurance (บริษัทประกันวินาศภัยชั้นนำไทย SET-listed)
Nok Srihong
ตรวจทาน: Nok Srihong Last edited: มกราคม 26, 2026
Nok Srihong
Nok Srihong
จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาการจัดการการเงิน มหาวิทยาลัยขอนแก่น มีประสบการณ์กว่า 6 ปี ในวงการฟินเทชและการเงินส่วนบุคคล โดยเฉพาะบัตรเครดิต สินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถยนต์ และรีไฟแนนซ์ ผ่านการเขียนคอนเทนต์ให้ Rabbit Care และ Asia Direct (6+ ปี) เน้นรีวิวผลิตภัณฑ์ สิทธิประโยชน์บัตรเครดิต และกลยุทธ์บริหารหนี้ ก่อนหน้านี้ ทำงานในอุตสาหกรรม OTA ชั้นนำอย่าง Laterooms.com และ Expedia.com (12 ปี) ซึ่งเสริมทักษะการวางแผนทางการเงินต่อทริป และยังเชี่ยวชาญการเลือกประกันการเดินทางที่คุ้มค่าและคุ้มครองชีวิตตลอดทริปสำหรับนักเดินทาง
เคลมประกันสุขภาพ ต้องเตรียมอะไรบ้าง

มีประกันแล้ว แต่พอถึงเวลาป่วยจริง…หลายคนกลับ “เริ่มไม่ถูก” หลายคนมีประกันสุขภาพติดไว้ด้วยความอุ่นใจ แต่ความจริงคือ “ซื้อแล้วไม่ได้ใช้” อยู่เป็นปี ๆ จนกระทั่งวันหนึ่งต้องเข้าโรงพยาบาลจริง ไม่ว่าจะป่วยกะทันหัน ผ่าตัด หรือหมอนัดให้นอนโรงพยาบาล คำถามที่มักเกิดขึ้นทันทีคือ เคลมประกันสุขภาพต้องทำยังไง? ต้องเตรียมอะไรบ้าง?

ยิ่งถ้าเป็นการเคลมครั้งแรก ความกังวลจะยิ่งเยอะขึ้น เช่น

  • กลัวทำเอกสารไม่ครบแล้วเคลมไม่ผ่าน
  • สับสนว่า เคลมสด (ไม่สำรองจ่าย) กับ เคลมสำรองจ่าย ต่างกันยังไง
  • ไม่แน่ใจว่าต้องแจ้งบริษัทประกันก่อนหรือไม่
  • เข้าโรงพยาบาลเอกชนแล้วกลัวค่าใช้จ่ายบานปลาย

ในประสบการณ์ของทีม Rabbit Care ปัญหา “เคลมช้า / เคลมไม่ผ่าน” ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากเรื่องซับซ้อน แต่เกิดจาก เตรียมตัวไม่ทัน หรือ เอกสารไม่ครบตั้งแต่ต้น ทำให้ต้องตามเอกสารหลายรอบ เสียเวลา และเพิ่มความเครียดตอนป่วย

บทความนี้จะพาคุณดู วิธีเคลมประกันสุขภาพ แบบเข้าใจง่ายและทำตามได้จริง ตั้งแต่ สาเหตุยอดฮิตที่ทำให้เคลมไม่ผ่าน และวิธีป้องกันเพื่อให้คุณทำการเคลมประกันสุขภาพได้ไวขึ้น ไม่เสียเวลา และลดโอกาสโดนปฏิเสธโดยไม่จำเป็น

เคลมประกันสุขภาพคืออะไร? ต้องเคลมตอนไหน

เคลมประกันสุขภาพ คือ การยื่นขอให้บริษัทประกัน “ชำระค่าใช้จ่ายค่ารักษาพยาบาล” ตามสิทธิที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ของคุณ โดยวิธีเคลมประกันสุขภาพมี 2 แบบ คือ การเคลม ณ โรงพยาบาล (ไม่ต้องสำรองจ่าย) และการยื่นเคลมภายหลัง (สำรองจ่ายก่อน) โดยหลักๆ คือ แจ้งโรงพยาบาล/บริษัทประกันทันที พร้อมแสดงหลักฐานหรือบัตรประกันพร้อมบัตรประชาชน เข้ารับการรักษาตามแผน จากนั้นส่งเอกสาร เช่น ใบรับรองแพทย์ ใบเสร็จ และใบสรุปค่ารักษา เพื่อให้บริษัทประกันพิจารณาและจ่ายสินไหมตามเงื่อนไขในกรมธรรม์ต่อไป ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับแผน/เงื่อนไขของบริษัท และรูปแบบการรักษา

    เคลมประกันสุขภาพมีกี่แบบ?

    เปรียบเทียบ 2 รูปแบบการเคลมที่คนมักสับสน เพื่อเลือกใช้ให้เหมาะกับสถานการณ์

    หัวข้อเปรียบเทียบ เคลมแบบไม่สำรองจ่าย
    (Cashless / เคลมสด)
    เคลมแบบสำรองจ่าย
    (Reimbursement)
    เหมาะเมื่อ • เข้ารักษาโรงพยาบาลในเครือข่าย
    • เป็นเคส IPD / ผ่าตัด
    • มีเวลาประสานเอกสารก่อนหรือระหว่างรักษา
    • โรงพยาบาลไม่อยู่ในเครือข่าย
    • ผู้ป่วยนอก / ตรวจแล้วกลับบ้าน
    • กรณีฉุกเฉินบางรูปแบบ
    วิธีการทำงาน โรงพยาบาลช่วยส่งเอกสาร
    เพื่อขออนุมัติกับบริษัทประกัน
    หากอนุมัติ บริษัทประกันจ่ายตรงให้โรงพยาบาล
    ผู้เอาประกันจ่ายเงินก่อน
    เก็บเอกสารทั้งหมด
    ส่งเคลมเพื่อขอรับเงินคืนภายหลัง
    การชำระเงิน ไม่ต้องสำรองเงินก้อนใหญ่
    อาจมีจ่ายส่วนต่าง เช่น เกินวงเงิน หรือ co-payment
    ต้องสำรองเงินทั้งหมดก่อน
    แล้วรอรับเงินคืนตามสิทธิ
    ข้อดี • ลดภาระเงินสดทันที
    • เอกสารหลังออกจากโรงพยาบาลน้อย
    • เลือกสถานพยาบาลได้ยืดหยุ่นกว่า
    • ใช้ได้ในกรณีที่เคลมสดไม่ได้
    ข้อจำกัดที่ควรรู้ • ต้องเป็นโรงพยาบาลในเครือข่าย
    • บางเคสต้องรออนุมัติ
    • ไม่ใช่ทุกโรคจะเคลมสดได้
    • ต้องสำรองเงินก่อน
    • เอกสารไม่ครบอาจทำให้ล่าช้า
    • ผลอนุมัติขึ้นกับเงื่อนไขกรมธรรม์

    กรณีที่ “เคลมได้” (ตัวอย่างที่พบบ่อย)

    สรุปสถานการณ์รักษาที่มักอยู่ในความคุ้มครอง พร้อมข้อควรรู้ก่อนเคลม

    ประเภทการรักษา รายละเอียด สิ่งที่ควรทราบเพิ่มเติม
    IPD (ผู้ป่วยใน) แพทย์พิจารณาให้นอนโรงพยาบาล บางแผนกำหนดจำนวนคืนขั้นต่ำ
    หรือแพทย์ต้องระบุเหตุผลการนอนรักษาอย่างชัดเจน
    การผ่าตัด ครอบคลุมทั้งผ่าตัดใหญ่ และผ่าตัดเล็ก ขึ้นกับแผนว่าเป็น IPD หรือ Day Surgery
    หัตถการ / ตรวจราคาแพง เช่น MRI, CT Scan, การส่องกล้อง หลายกรณีต้องขออนุมัติล่วงหน้า (Pre-authorization)
    กรณีฉุกเฉิน อุบัติเหตุหรืออาการฉุกเฉินที่ต้องรักษาทันที มักสามารถสำรองจ่ายก่อน
    และเคลมย้อนหลังได้ตามเงื่อนไข
    อุบัติเหตุ บาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ส่วนใหญ่ไม่ต้องรอ Waiting Period

    กรณีที่ “ยังไม่ควรเคลม” หรือควรเช็กก่อน

    ลดความเสี่ยงเคลมไม่ผ่าน ด้วยการเช็กเงื่อนไขก่อนเข้ารับการรักษา

    สถานการณ์ เหตุผล คำแนะนำ
    อาการเล็กน้อย ค่าใช้จ่ายต่ำ อาจไม่คุ้มกับขั้นตอนและเวลาการเคลม ใช้สิทธิอื่นก่อน เช่น สวัสดิการบริษัท หรือประกันกลุ่ม
    โรคที่เป็นมาก่อนทำประกัน (Pre-existing) มักถูกยกเว้นความคุ้มครองตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ตรวจเงื่อนไขเฉพาะของแต่ละบริษัทก่อนเคลม
    การรักษาที่อยู่ในข้อยกเว้น ไม่อยู่ในความคุ้มครอง เช่น การรักษาเพื่อความสวยงาม อ่านตารางผลประโยชน์และข้อยกเว้นก่อนเข้ารักษา
    ยังอยู่ใน Waiting Period โรคบางประเภทต้องรอเวลาครบกำหนดก่อนเคลมได้ เช็กประเภทโรค + ระยะรอคอยของแผนที่ถืออยู่
    ไม่ขออนุมัติล่วงหน้า เสี่ยงเคลมไม่ได้บางส่วน หรือถูกจำกัดวงเงิน โทรแจ้งบริษัทประกันหรือปรึกษานายหน้าก่อนเข้ารักษา

    เป้าหมายของส่วนนี้คือให้คุณเห็นภาพว่า “เคลม” ไม่ได้แปลว่า “จ่ายให้ทุกอย่าง” แต่คือการใช้สิทธิที่มี ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ และการเตรียมตัวที่ถูกต้องจะช่วยให้การเคลมราบรื่นมากขึ้น

    เคลมประกันสุขภาพ ต้องเตรียมอะไรบ้าง? (Checklist บังคับ)

    ส่วนนี้ตั้งใจทำให้คุณอ่านจบแล้ว “รู้เลยว่าต้องเตรียมอะไร”

    ✅ Checklist พื้นฐาน (ควรเตรียมไว้ก่อนเสมอ)

    เอกสารส่วนตัว

    • บัตรประชาชน (ตัวจริง/สำเนา)
    • กรมธรรม์/เลขที่กรมธรรม์ หรือบัตรประกัน
    • ข้อมูลผู้เอาประกัน (ชื่อ-นามสกุล, วันเกิด)
    • สมุดบัญชีธนาคาร (กรณีเคลมสำรองจ่าย)

    ข้อมูลที่ควรรู้ก่อนเข้ารักษา

    • สิทธิความคุ้มครองหลัก (IPD/OPD/เหมาจ่าย/แยกรายการ)
    • วงเงินรวม/วงเงินย่อยที่สำคัญ (ค่าห้อง, ค่าผ่าตัด, ICU ฯลฯ)
    • ระยะเวลารอคอย (Waiting Period) และข้อยกเว้นหลัก ๆ

    หมายเหตุ: รายละเอียด “ขึ้นอยู่กับแผน/เงื่อนไขของบริษัท”

    นอกเหนือจากนั้นเอกสารที่จะต้องเตรียมเพื่อเคลมประกันสุขภาพอาจแตกต่างกันไปตามกรณี โดย Rabbit Care ขอแบ่งเป็น 2 กรณีชัดเจน ดังนี้

    กรณีที่ 1: เคลมแบบไม่สำรองจ่าย (เคลมสด / Cashless)

    เอกสาร/สิ่งที่ควรเตรียม

    • บัตรประกัน/เลขกรมธรรม์ + บัตรประชาชน
    • ใบนัดแพทย์ / ใบส่งตัว (ถ้ามี)
    • สรุปอาการหรือประวัติการรักษาเบื้องต้น (ถ้ามีโรคเดิม)
    • ข้อมูลโรงพยาบาล/สาขาที่จะเข้ารักษา
    • ช่องทางติดต่อผู้ดูแล (นายหน้า/บริษัทประกัน) เผื่อโรงพยาบาลสอบถาม

    เอกสารทางการแพทย์ (โรงพยาบาลมักจัดการให้)

    • ใบรับรองแพทย์/Medical Certificate
    • ใบสรุปการรักษา/Diagnosis
    • รายการค่าใช้จ่ายประมาณการ (ในเคสผ่าตัด/นอน รพ.)
    • ใบขออนุมัติการรักษา (Pre-authorization) ในบางเคส

    ทิปสำคัญสำหรับเคลมสด

    • ถ้าไม่ใช่ฉุกเฉิน: แจ้งก่อนเข้ารักษา ช่วยให้อนุมัติเร็วและลดความเสี่ยงเอกสารตกหล่น
    • ถ้าเข้ารพ.เอกชน: ไปที่ เคาน์เตอร์ประกัน/Admit แล้วแจ้งว่าจะใช้สิทธิประกันสุขภาพ

    กรณีที่ 2: เคลมแบบสำรองจ่าย (Reimbursement)

    เอกสารส่วนตัว

    • แบบฟอร์มเรียกร้องสินไหมของบริษัทประกัน (Claim Form)
    • สำเนาบัตรประชาชน (ลงนามรับรองสำเนาถูกต้องตามที่บริษัทกำหนด)
    • สำเนาสมุดบัญชีธนาคารหน้าแรก (เพื่อรับเงินโอน)

    เอกสารทางการแพทย์ (สำคัญมาก)

    • ใบรับรองแพทย์/Medical Certificate (ระบุการวินิจฉัยชัดเจน)
    • ใบสรุปการรักษา/Discharge Summary (ถ้ามีนอน รพ.)
    • รายการค่าใช้จ่าย (Itemized Bill)
    • ใบเสร็จรับเงิน (Receipt) ตัวจริง/ตามที่บริษัทกำหนด
    • ผลตรวจประกอบ (ถ้าจำเป็น) เช่น X-ray, Lab, MRI, CT (แล้วแต่เคส)

    เอกสารทางการเงิน/อื่น ๆ

    • ใบรับรองการชำระเงิน/หลักฐานการจ่าย (บางกรณี)
    • ใบรับรองการเกิดอุบัติเหตุ/บันทึกประจำวัน (ถ้าเป็นอุบัติเหตุและบริษัทกำหนด)

    ทิปสำคัญสำหรับเคลมสำรองจ่าย

    • ขอเอกสาร “ให้ครบตั้งแต่ครั้งเดียว” โดยเฉพาะ Itemized Bill + Receipt + Medical Certificate
    • ถามเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลว่าเอกสารใด “ต้องใช้เคลมประกัน” เพื่อเขาจะออกเอกสารให้ถูกแบบ
    FAQ: คำถามที่พบบ่อย

    สรุป

    การเคลมประกันสุขภาพอาจดูน่ากังวลในครั้งแรก แต่จริง ๆ แล้ว “ไม่ยาก” หากคุณเข้าใจ 3 เรื่องนี้

    1. เคสของคุณเหมาะกับ เคลมสด หรือ เคลมสำรองจ่าย
    2. เตรียมเอกสารให้ครบตาม Checklist
    3. แจ้งและประสานให้ถูกจังหวะ (โดยเฉพาะเคสไม่ฉุกเฉิน)

    จำไว้ว่าส่วนใหญ่ที่เคลมช้าหรือเคลมไม่ผ่าน มักเกิดจาก เอกสารไม่ครบ หรือ เข้าเงื่อนไขไม่ตรง มากกว่าการตั้งใจปฏิเสธ

    หากคุณไม่แน่ใจว่า กรณีของคุณเคลมได้หรือไม่ ต้องเริ่มจากตรงไหน หรือควรเตรียมเอกสารอะไรเพิ่มเติม
    คุณสามารถปรึกษาทีมผู้เชี่ยวชาญของ Rabbit Care เพื่อช่วยตรวจสอบแนวทางก่อนเคลมได้
    เพื่อลดการเสียเวลาและลดความเครียดในช่วงที่คุณควรโฟกัสกับการรักษา

    ที่มา

    • ●  สำนักคณะกรรมการกำกับและส่งเสริม การประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) :
    • ●  ประกันสุขภาพไม่จ่ายกรณีไหนบ้าง :
    • ●  “เคลมประกันไม่ได้” เงื่อนไขเยอะ ร้องเรียนได้ที่ไหน :
    • ●  ขั้นตอนการเข้ารับบริการ | โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ :
    • ●  ฝ่ายสินไหมประกันภัยสุขภาพและอุบัติเหตุส่วน :

    บทความแคร์เรื่องประกันสุขภาพ

    ประกันสุขภาพที่เริ่มคุ้มครองทันทีโดยไม่ต้องรอ 30 วัน หมายความว่าอะไร

    แคร์เรื่องประกันสุขภาพ

    ประกันสุขภาพคุ้มครองทันที มีจริงไหม? เลือกอย่างไรให้คุ้มครองเร็ว เคลมง่าย

    ประกันสุขภาพ “คุ้มครองทันที” มีจริงในบางกรณี แต่ไม่ได้หมายความว่าคุ้มครองทุกโรคตั้งแต่วันแรก โดยทั่วไปจะคุ้มครองเร็วหลังอนุมัติหรือชำระเบี้ย
    Tawan
    25/01/2026
    ประกันสุขภาพเหมาจ่าย คืออะไร?

    แคร์เรื่องประกันสุขภาพ

    ประกันสุขภาพเหมาจ่ายคืออะไร? คุ้มครองอะไรบ้าง?

    ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาค่ารักษาพยาบาล โดยเฉพาะในโรงพยาบาลเอกชน ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นค่าห้อง ค่าผ่าตัด ค่าแพทย์ หรือค่า ICU หลายคนเริ่มพบว่า
    Tawan
    20/01/2026
    ซื้อประกันสุขภาพ

    แคร์เรื่องประกันสุขภาพ

    เช็กลิสต์ สิ่งที่ต้องระวังเมื่อเลือกซื้อประกันสุขภาพ

    ปฎิเสธไม่ได้เลยว่า การเลือกประกันสุขภาพให้กับตัวเอง หรือบุคคลที่เรารักนั้นสำคัญมาก
    คะน้าใบเขียว
    13/09/2024