Rabbit Care Logo
ใช้ใจแคร์ ดูแลครบ
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ในการเก็บข้อมูลเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการใช้งาน และเพื่อเก็บข้อมูลสถิติ ท่านสามารถศึกษารายละเอียด เพิ่มเติมได้ที่ นโยบายคุกกี้

เปรียบเทียบสินเชื่อ ง่าย ๆ ภายใน 30 วินาที กับ

Rabbit Care

Overdraft Account_MOBILE.png

ตอบคำถามให้ เงินเบิกเกินบัญชี คืออะไร? สรุปข้อดี-ข้อเสีย

สำหรับผู้ที่กำลังศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการกู้สินเชื่ออาจเคยได้ยินคำว่า ‘เงินเบิกเกินบัญชี’ กันมาบ้าง แต่อาจยังไม่รู้หรือเข้าใจถึงความหมายที่แท้จริงของสินเชื่อดังกล่าว วันนี้ แรบบิท แคร์ จึงรวบรวมข้อมูลเบื้องต้นที่ควรรู้มาให้ เงินเบิกเกินบัญชี คืออะไร? นับเป็นหนี้สินหรือไม่ และเป็นสินทรัพย์ประเภทใด? รวมถึงข้อดี-ข้อเสียของเงินเบิกเกินบัญชี

เงินเบิกเกินบัญชี คืออะไร?

เงินเบิกเกินบัญชี (Overdraft Account) หรือ OD เป็นผลิตภัณฑ์สินเชื่อของธนาคารที่เหมาะสำหรับการใช้เงินในระยะสั้น โดยเฉพาะสำหรับธุรกิจส่วนตัวหรือการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจที่ต้องการสภาพคล่องและความยืดหยุ่นในการเงินมากกว่าสินเชื่อส่วนบุคคล (เงินสด) ธนาคารจะให้วงเงินเพื่อใช้เบิกเงินเกินจากบัญชีธนาคาร โดยการเบิกจะเป็นการสั่งจ่ายเช็ค ซึ่งดอกเบี้ยจะคิดเฉพาะส่วนของเงินต้นที่ถูกเบิกออกมาเท่านั้น และเมื่อผู้ใช้เงินคืนเงินต้นเข้าบัญชีธนาคารก็ถือว่าเป็นการหยุดคิดดอกเบี้ย วงเงินที่ยังไม่ได้ถูกเบิกก็จะไม่มีการคิดดอกเบี้ยต่อไป อย่างไรก็ตาม สินเชื่อ OD มีอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าสินเชื่อส่วนบุคคล (เงินสด) ทั่วไป

เงินเบิกเกินบัญชี เป็นหนี้สินอะไร?

เงินเบิกเกินบัญชี (Overdraft Account) เป็นหนี้สินที่ธนาคารมอบให้กับลูกค้าเพื่อใช้เงินเกินจากยอดเงินคงเหลือที่มีอยู่ในบัญชีธนาคาร นั่นหมายความว่า เมื่อลูกค้าใช้เงินเกินจากยอดคงเหลือในบัญชี จะต้องสร้างหนี้สินกับธนาคารโดยเรียกว่า "เงินกู้เกิน" หรือ "เงินกู้หนี้สิน" ที่จะต้องชำระคืนธนาคารในอนาคต โดยการชำระหนี้สินนี้จะมีการเรียกเก็บดอกเบี้ยจากยอดเงินที่ใช้เกินตามอัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารกำหนด การสร้างหนี้สินเงินเกินนี้อาจช่วยให้ลูกค้าสามารถจัดการเงินได้สะดวกมากขึ้น แต่จำเป็นต้องคำนึงถึงค่าธรรมเนียมและเงื่อนไขการใช้ที่ธนาคารกำหนดให้เพื่อป้องกันปัญหาทางการเงินในอนาคต

ทั้งนี้เงินเบิกเกินบัญชี เป็นหนี้สินอาจมีผลกระทบต่อสถานะเครดิตของลูกค้าได้ หากการชำระหนี้สินไม่สม่ำเสมอหรือไม่ตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ ธนาคารอาจลดสถานะเครดิตของลูกค้า ทำให้ลูกค้าเสียความไว้วางใจจากธนาคารและอาจมีผลกระทบต่อการกู้ยืมเงินในอนาคต นอกจากนี้ เมื่อมีการใช้เงินเกินจากบัญชี หลักฐานในการใช้จะปรากฏในรายการเครดิตของลูกค้า ซึ่งอาจส่งสัญญาณให้ผู้ให้สินเชื่อรู้ว่าลูกค้ามีความจำเป็นที่จะใช้เงินเกินเป็นประจำ และในขณะเดียวกันการใช้เงินเบิกเกินบัญชีอย่างสม่ำเสมออาจช่วยสร้างฐานลูกค้าที่แข็งแกร่งกับธนาคาร และเป็นโอกาสในการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างลูกค้าและธนาคารในระยะยาว

เงินเบิกเกินบัญชี เป็นสินทรัพย์ประเภทใด?

เงินเบิกเกินบัญชี (Overdraft Account) เป็นสินทรัพย์ประเภทหนึ่งที่ลูกค้ามีอยู่ในธนาคาร ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่แสดงถึงยอดเงินเกินที่ลูกค้าสามารถถอนได้จากบัญชีธนาคารของตน การใช้เงินเบิกเกินบัญชีเป็นการกู้ยืมเงินจากธนาคาร เนื่องจากยอดเงินที่ถูกใช้เกินจะต้องชำระคืนธนาคารในภายหลัง สินทรัพย์ประเภทนี้เป็นทรัพย์สินที่มีความสามารถในการสร้างรายได้ให้กับธนาคาร โดยจะมีการเรียกเก็บดอกเบี้ยตามอัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารกำหนด ซึ่งสามารถเป็นสินทรัพย์ที่มีประโยชน์สำหรับลูกค้าในการจัดการเงินและการเติบโตทางการเงินในระยะยาว

ข้อดีเงินเบิกเกินบัญชี

  1. ความสะดวกในการจัดการเงิน: ช่วยให้ลูกค้าสามารถถอนเงินเพิ่มจากบัญชีได้เมื่อต้องการโดยไม่ต้องขอกู้ยืมเพิ่ม ซึ่งช่วยให้สะดวกและรวดเร็วในการจัดการเงินของลูกค้าได้
  2. การจัดเตรียมการสำรองเงินสำหรับกรณีฉุกเฉิน: การมีเงินเบิกเกินบัญชีจะช่วยให้ลูกค้ามีเงินสำรองสำหรับกรณีฉุกเฉินหรือค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิด ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมในกรณีฉุกเฉินทางการเงินได้
  3. ความยืดหยุ่นในการชำระหนี้สิน: เงินเบิกเกินบัญชีให้ความยืดหยุ่นในการชำระหนี้สิน ลูกค้าสามารถชำระหนี้สินในรอบเวลาที่สะดวกต่อตนเอง ตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด
  4. การสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับธนาคาร: การใช้เงินเบิกเกินบัญชีอย่างสม่ำเสมอและได้รับความไว้วางใจจากธนาคารอาจช่วยสร้างความสัมพันธ์อันดีที่แข็งแกร่ง

ข้อเสียเงินเบิกเกินบัญชี

  1. ดอกเบี้ยสูง: อาจมีการเรียกเก็บดอกเบี้ยที่สูงกว่าสินทรัพย์อื่น ๆ เนื่องจากเป็นการกู้ยืมเงินแบบไม่มีความมั่นคงและมีความเสี่ยงที่สูงกว่า
  2. ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม: อาจมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมที่ต้องชำระ เช่น ค่าธรรมเนียมการเบิกเงินเกินบัญชี อาจเพิ่มค่าใช้จ่ายในการกู้ยืมเงินจากธนาคารที่มากขึ้น
  3. ผลกระทบต่อสถานะเครดิต: หากการชำระหนี้สินไม่สม่ำเสมอหรือไม่ตรงตามเงื่อนไขที่กำหนด ธนาคารอาจลดสถานะเครดิตของลูกค้า ซึ่งอาจส่งผลให้ลูกค้าเสียความไว้วางใจจากธนาคารและมีผลกระทบต่อการกู้ยืมเงินในอนาคต
  4. การเกิดหนี้สินสะสม: หากลูกค้าใช้เงินเบิกเกินบัญชีเป็นประจำและไม่สามารถชำระหนี้สินได้ในเวลาที่กำหนด อาจเกิดความเป็นหนี้สินสะสมซึ่งอาจเพิ่มภาระการชำระหนี้และส่งผลกระทบต่อสถานการณ์การเงินของลูกค้าในระยะยาว
  5. การใช้เงินเบิกเกินบัญชีเป็นนิสัย: การใช้เงินเบิกเกินบัญชีเป็นนิสัยอาจทำให้ลูกค้าพึงพอใจและพึ่งพาในการใช้เงินเกินอยู่เสมอ ซึ่งอาจทำให้ส่งผลต่อการบริหารจัดการเงินส่วนตัวได้ ลูกค้าอาจพลาดการวางแผนการเงินที่เหมาะสมและไม่มีความตั้งใจในการลดหนี้สินหรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้เงิน เพื่อให้สามารถพัฒนาฐานะการเงินในระยะยาวได้
  6. ภาระการชำระหนี้สิน: การใช้เงินเบิกเกินบัญชีอาจเสี่ยงต่อการสะสมหนี้สินที่สูงขึ้น ซึ่งอาจทำให้ลูกค้าต้องจ่ายเงินดอกเบี้ยสูงและมีภาระการชำระหนี้ที่เพิ่มขึ้นในระยะยาว ดังนั้น การใช้เงินเบิกเกินบัญชีควรพิจารณาให้ดีและคำนึงถึงความสามารถในการชำระหนี้สินอย่างรอบคอบและเหมาะสม
  7. การเกิดเป็นวงจรการใช้เงินเกิน: หากลูกค้าใช้เงินเบิกเกินบัญชีเป็นวงจรโดยตลอด อาจเป็นการสร้างนิสัยการใช้เงินที่ไม่ดี และมีความเสี่ยงที่จะตกลงในวงจรการใช้เงินเกินอย่างไม่รู้ตัว ซึ่งอาจทำให้ลูกค้ามีภาระการชำระหนี้สินสะสมและเสี่ยงต่อปัญหาการเงินในอนาคต
  8. ข้อจำกัดในการใช้เงิน: มีข้อจำกัดในการใช้เงินที่ธนาคารกำหนดไว้ค่อนข้างสูง

จะสามารถเห็นได้ว่าการกู้สินเชื่อเงินเบิกเกินบัญชีนั้นมีข้อเสียค่อนข้างมากเลยทีเดียว อีกทั้งยังมีเรื่องดอกเบี้ยแสนแพงที่จะต้องระวัง ดังนั้นหากใครต้องการกู้สินเชื่อ สามารถติดต่อเข้ามาขอคำปรึกษาจาก แรบบิท แคร์ ได้ มีสินเชื่อให้เลือกหลากหลายรูปแบบ และยังมีผู้เชี่ยวชาญคอยแนะนำในการเลือกสินเชื่อที่คุ้มค่าและเหมาะสมกับจุดประสงค์ในการใช้จ่ายโดยประเมินให้เป็นรายบุคคล

สินเชื่อที่ แรบบิท แคร์ แนะนำ

CardX SPEEDY LOAN
  • ผ่อนนานสูงสุด 24 และ 72 เดือน
  • วงเงินกู้ถึงหลักล้าน
  • อัตราดอกเบี้ย 25% ต่อปี
  • มีอายุงานตั้งแต่ 4 เดือนขึ้นไป
  • มีรายได้ต่อเดือน 15,000 บาทขึ้นไป
สินเชื่อบุคคลซิตี้
  • ผ่อนชิลๆ 60 เดือน
  • อนุมัติวงเงินสูงสุด 2 ล้านบาท
  • มีรายได้ต่อเดือน 20,000 บาทขึ้นไป
  • อายุงานตั้งแต่ 4 เดือนขึ้นไป
  • ไม่เคยยื่นกับ Citi ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา
สินเชื่อส่วนบุคคล Happy Cash ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์

LH Bank

  • ดอกเบี้ยต่ำ 8.88%/ปี*
  • วงเงินสูงสุด 1.5 ล้านบาท*
  • ผ่อนนานสูงสุด 60 เดือน*
  • ไม่ต้องค้ำประกัน
  • อายุงานไม่น้อยกว่า 1 ปีขึ้นไป
  • ทำงานในเขตกรุงเทพ และปริมณฑล
  • รายได้ต่อเดือนขั้นต่ำ 30,000 บาทขึ้นไป
สมัครสินเชื่อส่วนบุคคล TTB Cash2Go
  • อัตราดอกเบี้ยสูงสุด 25% ต่อปี
  • ไม่ต้องค้ำ
  • ดอกเบี้ยพิเศษ ลดต้นลดดอก
  • ผ่อนได้นานสุด 60 เดือน
  • วงเงินอนุมัติสูง 5 เท่าของรายได้

ผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ของเรา