Rabbit Care Logo
ใช้ใจแคร์ ดูแลครบ
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ในการเก็บข้อมูลเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการใช้งาน และเพื่อเก็บข้อมูลสถิติ ท่านสามารถศึกษารายละเอียด เพิ่มเติมได้ที่ นโยบายคุกกี้

เปรียบเทียบสินเชื่อ ง่าย ๆ ภายใน 30 วินาที กับ

Rabbit Care

Marketplace_MOBILE.png

Marketplace คืออะไร? ทำไมนักธุรกิจรุ่นใหม่ถึงหันมาสนใจและให้ความสำคัญ

ในปัจจุบันเทรนด์ของการทำแบรนด์หรือธุรกิจส่วนตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลาย ๆ คนอยากเป็นเจ้านายคนเอง หรือบางคนถึงกับออกจากงานประจำเพื่อมาสร้างธุรกิจเป็นของตัวเอง หลัก ๆ แล้วเริ่มต้นจขากช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 และภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย ทำให้หลายคนมองหาทางรอด หรือออกมาขายของเพื่อรักษาสภาพคล่องทางการเงิน และในปัจจุบันเทคโนโลยีมีความพัฒนา แม่ค้าหลายคนจึงทำการขายและการตลาดผ่านทางโลกออนไลน์ หรือ โซเชียลมีเดีย โดยมีอีกชื่อหนึ่งว่า “online marketpkace” วันนี้น้องแคร์จะมาให้ความรู้ว่าการขายแบบนี้คืออะไร มีข้อดี-ข้อเสีย อย่างไรบ้าง ไปดูกันเลย!!

Marketplace คืออะไร?

ในภาคการตลาด, "marketplace" คือ พื้นที่ซึ่งเป็นจุดรวมของผู้ขายและผู้ซื้อเพื่อดำเนินการซื้อขายสินค้าหรือบริการต่างๆ ซึ่งสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเกิดธุรกิจและการซื้อขายที่มีประสิทธิภาพ

ใน marketplace ผู้ขายสามารถลงขายสินค้าหรือบริการของตนเองได้ ซึ่งผู้ซื้อสามารถเปรียบเทียบและเลือกซื้อสินค้าจากผู้ขายหลายรายได้ในที่เดียว

ความแตกต่างระหว่าง online marketplace และ offline ฃฃmarketplace

พื้นที่การขายและการตลาดสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ online และ offline marketplace ซึ่งทั้งสองมีความแตกต่างกัน ในอดีตผู้คนส่วนใหญ่ใช้วิธีการทำการตลาดแบบออฟไลน์ เช่น ขายของตามตลาด ห้างสรรพสินค้า และตามสถานที่อื่น ๆ เนื่องจากยังไม่ได้มีการพัฒนาในด้านเทคโนโลยีมากเท่าที่ควร แต่เมื่อยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป การทำตลาดแบบออนไลน์เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ทำให้หลายคนหันมาเรียนรู้ online marketing, digital marketing, แลพ online marketplace ดังนั้น ใครที่มีความรู้ด้านการทำตลาดออนไลน์ถือว่าได้เปรียบในยุคปัจจุบัน

e-marketplace คืออะไร?

e-marketplace หมายถึงแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เป็นสถานที่ที่ผู้ซื้อและผู้ขายมาเจอกันเพื่อทำการซื้อขายสินค้าหรือบริการ ใน e-marketplace ผู้ขายสามารถลงขายสินค้าหรือบริการของตนเองและผู้ซื้อสามารถเลือกซื้อสินค้าหรือบริการที่ต้องการได้จากผู้ขายที่ลงขายในแพลตฟอร์มนั้นๆ

e-marketplace มีความสะดวกสบายและสามารถเข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านอินเทอร์เน็ต โดยผู้ซื้อสามารถเรียกดูสินค้าหรือบริการที่ต้องการ ทำการเปรียบเทียบราคา และทำการสั่งซื้อผ่านระบบออนไลน์ได้ ทั้งนี้ยังมีระบบการชำระเงินและจัดส่งสินค้าเพื่อให้กระบวนการซื้อขายเป็นไปอย่างรวดเร็วและสะดวกสบาย ตัวอย่างที่รู้จักกันดีได้แก่ Amazon, eBay, Lazada, Shopee, และ Alibaba ฯลฯ

ขั้นตอนการทำการตลาดออนไลน์ (Online Marketplace)

ขั้นตอนการทำการตลาดออนไลน์สามารถแบ่งออกเป็นขั้นตอนต่อไปนี้

  1. เลือกแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ เช่น Amazon, eBay, Lazada, Shopee, และอื่น ๆ ที่เป็นที่นิยมในตลาดของคุณ
  2. สร้างบัญชีผู้ใช้ในแพลตฟอร์มที่คุณเลือก โดยกรอกข้อมูลส่วนตัว และทำการยืนยันตัวตนตามที่ระบุไว้ในแต่ละแพลตฟอร์ม
  3. จัดเตรียมรูปภาพสินค้าหรือบริการที่คุณต้องการขาย พร้อมทั้งรายละเอียดสินค้า ราคา และคำอธิบายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
  4. สร้างร้านค้าออนไลน์ของคุณโดยเพิ่มรายละเอียดสินค้า รูปภาพ และการจัดหมวดหมู่ให้เหมาะสม
  5. ใช้เครื่องมือทางการตลาดออนไลน์ เช่น โฆษณาแบบจ่ายเงิน, โฆษณาผ่านโซเชียลมีเดีย, การทำ SEO, การใช้พาร์ทเนอร์และอื่น ๆ เพื่อโปรโมทและเพิ่มการเข้าชมร้านค้าออนไลน์ของคุณ
  6. ทำการติดต่อและให้บริการลูกค้าอย่างดี ตอบคำถาม แก้ไขปัญหา และให้คำแนะนำในการใช้สินค้า
  7. จัดส่งสินค้าถึงลูกค้าอย่างรวดเร็วและปลอดภัย ใช้บริการขนส่งที่เหมาะสมและให้ความพึงพอใจกับลูกค้า
  8. ติดตามผลการขายและวิเคราะห์ข้อมูลทางการตลาด เช่น ยอดขาย อัตราการแปรผันของลูกค้า และข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพื่อปรับแก้แผนการตลาดในอนาคต

ขั้นตอนดังกล่าวจะช่วยให้นักธุรกิจรุ่นใหม่สามารถทำการตลาดออนไลน์ (online marketplace) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยเพิ่มโอกาสในการขายสินค้าหรือบริการของคุณให้กับลูกค้าที่หลากหลาย

ข้อควรระวังของ Marketplace

การใช้งาน Marketplace มีข้อควรระวังต่อไปนี้

  1. บางแพลตฟอร์มออนไลน์อาจมีค่าใช้จ่ายในการลงทะเบียนหรือค่าบริการอื่น ๆ ซึ่งคุณควรตรวจสอบและทราบก่อนเริ่มใช้งาน
  2. ใน Marketplace มีผู้ขายหลายรายที่อาจมีความน่าเชื่อถือและคุณภาพสินค้าที่แตกต่างกัน
  3. ในการใช้งาน Marketplace คุณอาจต้องให้ข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลการชำระเงิน ควรตรวจสอบว่าแพลตฟอร์มมีมาตรการความปลอดภัยที่เพียงพอเพื่อปกป้องข้อมูลของคุณ
  4. บางครั้งอาจไม่มีการดูแลลูกค้าอย่างเป็นทางการ ดังนั้นคุณควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายการสื่อสารและการให้บริการลูกค้าของแพลตฟอร์มที่คุณใช้
  5. หากเกิดข้อพิพาทหรือปัญหาในกระบวนการซื้อขาย คุณควรทราบขั้นตอนและนโยบายการแก้ไขข้อพิพาทของแพลตฟอร์มที่คุณใช้ เพื่อให้การแก้ไขเป็นไปอย่างถูกต้องและสมเหตุสมผล
  6. การซื้อสินค้าผ่านอาจมีความเสี่ยงที่จะได้รับสินค้าที่ถูกปลอมแปลง ควรตรวจสอบความน่าเชื่อถือของผู้ขายและอ่านความคิดเห็นและรีวิวจากลูกค้าที่ผ่านมาก่อนทำการซื้อสินค้า.
  7. บางครั้งผู้ขายในอาจละเมิดลิขสิทธิ์ของสินค้าหรือแบรนด์ที่ไม่ถูกต้อง ควรระมัดระวังและทำความเข้าใจกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการทำธุรกิจออนไลน์.

การใช้งาน Marketplace ออนไลน์เป็นวิธีที่ดีในการขายสินค้าและบริการ แต่ควรระมัดระวังและทำความเข้าใจเกี่ยวกับข้อควรระวังที่กล่าวเพื่อให้การทำธุรกิจของคุณเป็นไปอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ.

ข้อดี - ข้อเสีย ของ marketplace

ในการดำเนินธุรกิจการขายหรือการตลาดล้วนมีทั้งข้อดี และข้อเสีย ก่อนตัดสินใจทำควรศึกษาหาข้อมูลอย่างระเอียดก่อนทุกครั้ง:

ข้อดีของการใช้งาน Marketplace


  1. มีแพลตฟอร์มและอินเทอร์เน็ตที่ใช้งานง่าย ทำให้ผู้ขายและผู้ซื้อสามารถทำธุรกิจและทำการซื้อขายได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว
  2. มีผู้ขายจำนวนมากและสินค้าหรือบริการที่หลากหลาย ทำให้ผู้ซื้อสามารถเลือกสินค้าหรือบริการที่ต้องการได้มากมายในที่เดียว
  3. ผู้ซื้อสามารถเปรียบเทียบราคาและค้นหาสินค้าหรือบริการที่ต้องการได้ง่าย ทำให้สามารถหาสิ่งที่ต้องการในราคาที่ดีที่สุดได้
  4. Marketplace มีระบบการชำระเงินและการจัดส่งที่สะดวกสบาย ทำให้การทำธุรกิจและการซื้อขายเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย
  5. Marketplace ส่วนใหญ่มีการส่งเสริมและการตลาดให้กับผู้ขายอย่างกว้างขวาง ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการขายสินค้าและบริการของคุณ

ข้อเสียของการใช้งาน Marketplace


  1. บาง Marketplace อาจเรียกเก็บค่าใช้จ่ายหรือค่าคอมมิชชั่นจากผู้ขาย ซึ่งอาจมีผลต่อกำไรที่คุณได้รับจากการขาย
  2. ใน Marketplace จำนวนมากจะมีผู้ขายที่ขายสินค้าหรือบริการที่คล้ายคลึงกัน ทำให้ต้องแข่งขันกับผู้ขายอื่นในราคาและคุณภาพสินค้า
  3. บางครั้งอาจมีข้อจำกัดในการกำหนดราคาและการต่อรองที่สามารถทำได้ ซึ่งอาจมีผลต่อกำไรที่คุณได้รับ
  4. บาง Marketplace อาจมีข้อจำกัดในการกำหนดกฎระเบียบและข้อกำหนดต่าง ๆ ที่ผู้ขายต้องปฏิบัติตาม ซึ่งอาจมีผลต่อการดำเนินธุรกิจของคุณ

ดังนั้น คุณควรพิจารณาทั้งข้อดีและข้อเสียเหล่านี้เพื่อตัดสินใจในการใช้งาน Marketplace ที่เหมาะสมกับธุรกิจและเป้าหมายของคุณ

การทำธุรกิจก็ล้วนแล้วแต่ต้องใช้เงิน ดังนั้นน้องแคร์ขอแนะนำให้คุณขอสินเชื่อ กับ แรบบิท แคร์ เพื่อเป็นการรักษาสภาพคล่องทางการเงิน มีเงินสำรอง และเพื่อนำเงินเก็บของคุณไปใช้จ่ายในยามฉุกเฉิน สมัครกับเรา ง่าย สะดวก อนุมัติไว มาพร้อมโปรโมชั่นต่าง ๆ ให้คุณได้เลือกสรร โดยไม่จำเป็นต้องไปกู้เนอกระบบหากคุณต้องการใช้เงินอย่างเร่งด่วน หากสนใจ โทรเลย 1438

สินเชื่อที่ แรบบิท แคร์ แนะนำ

CardX SPEEDY LOAN
  • ผ่อนนานสูงสุด 24 และ 72 เดือน
  • วงเงินกู้ถึงหลักล้าน
  • อัตราดอกเบี้ย 25% ต่อปี
  • มีอายุงานตั้งแต่ 4 เดือนขึ้นไป
  • มีรายได้ต่อเดือน 15,000 บาทขึ้นไป
สินเชื่อบุคคลซิตี้
  • ผ่อนชิลๆ 60 เดือน
  • อนุมัติวงเงินสูงสุด 2 ล้านบาท
  • มีรายได้ต่อเดือน 20,000 บาทขึ้นไป
  • อายุงานตั้งแต่ 4 เดือนขึ้นไป
  • ไม่เคยยื่นกับ Citi ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา
สินเชื่อส่วนบุคคล Happy Cash ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์

LH Bank

  • ดอกเบี้ยต่ำ 8.88%/ปี*
  • วงเงินสูงสุด 1.5 ล้านบาท*
  • ผ่อนนานสูงสุด 60 เดือน*
  • ไม่ต้องค้ำประกัน
  • อายุงานไม่น้อยกว่า 1 ปีขึ้นไป
  • ทำงานในเขตกรุงเทพ และปริมณฑล
  • รายได้ต่อเดือนขั้นต่ำ 30,000 บาทขึ้นไป
สมัครสินเชื่อส่วนบุคคล TTB Cash2Go
  • อัตราดอกเบี้ยสูงสุด 25% ต่อปี
  • ไม่ต้องค้ำ
  • ดอกเบี้ยพิเศษ ลดต้นลดดอก
  • ผ่อนได้นานสุด 60 เดือน
  • วงเงินอนุมัติสูง 5 เท่าของรายได้

ผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ของเรา