ประกันสุขภาพ AIA Health Starter ดียังไง?

อุ่นใจทุกการรักษา
คุ้มครองครบทั้ง ผู้ป่วยใน (IPD)
และผู้ป่วยนอก (OPD)(1)

เบี้ยประกันไม่สูญเปล่า
ไม่เคลมตลอดปี
รับเบี้ยประกันคืน สูงสุด 15% (2)

ค่าเบี้ยสบายกระเป๋า
เริ่มต้นเบาๆ เพียง 350 บาท/เดือน (3)
(1) ผลประโยชน์ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก (OPD) สำหรับ AIA Health Starter แผน 2,000 ขึ้นไป
(2) กรณีไม่เคยเคลม IPD และมีสถานะแพลทินัม
(3) คำนวณจากเบี้ยประกันภัยรายปีแผน Balanced แผน 1,500 สำหรับผู้เอาประกันเพศชาย อายุ 21-25 ปี
สมัคร AIA Health Starter รับความคุ้มครองอะไรบ้าง?

OPD จ่ายตามจริง ไม่ยุ่งยาก
สูงสุดตามวงเงินต่อปี
เมื่อเลือกแผน Balanced

จ่ายเบี้ยลดลง
ถูกลงอีก เมื่อเลือกแผนร่วมจ่าย
แต่ไม่ลดความคุ้มครอง

อายุรับสมัคร
แบบ Begin ตั้งแต่ 15 วัน - 75 ปี
แบบ Balanced 11 - 75 ปี

คุ้มครองยาวต่อเนื่อง
ต่ออายุได้นานถึงอายุ 98 ปี
รายละเอียดความคุ้มครอง
ตารางผลประโยชน์โดยย่อ | แผน (บาท) | ||||
| 1,500 | 2,000 | 2,500 | 3,500 | 4,500 | |
| 1. ผลประโยชน์กรณีผู้ป่วยใน | |||||
| ค่าห้อง และค่าอาหาร ค่าบริการในโรงพยาบาล (ผู้ป่วยใน) ต่อการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในครั้งใดครั้งหนึ่ง ห้องผู้ป่วยวิกฤติ (ICU) จะจ่ายค่าห้อง และค่าอาหาร ค่าบริการในโรงพยาบาล (ผู้ป่วยใน) ให้เป็นจำนวน 2 เท่าของผลประโยชน์สำหรับค่าห้อง และค่าอาหาร ค่าบริการในโรงพยาบาล (ผู้ป่วยใน) สูงสุดไม่เกิน 30 วัน (รวมกันสูงสุดไม่เกิน 125 วัน) |
1,500 บาท/วัน |
2,000 บาท/วัน |
2,500 บาท/วัน |
3,500 บาท/วัน |
4,500 บาท/วัน |
| 2. ค่าบริการทางการแพทย์เพื่อการตรวจวินิจฉัยหรือบำบัดรักษา ค่าบริการโลหิตและส่วนประกอบของโลหิต ค่าบริการทางการพยาบาล ค่ายา ค่าสารอาหารทางหลอดเลือด และค่าเวชภัณฑ์ ต่อการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในครั้งใดครั้งหนึ่ง | |||||
| ค่าบริการทางการแพทย์เพื่อการตรวจวินิจฉัย |
14,000 |
18,000 |
20,000 |
25,000 |
30,000 |
| ค่าบริการทางการแพทย์เพื่อการบำบัดรักษา ค่าบริการโลหิตและส่วนประกอบของโลหิต และค่าบริการทางการพยาบาล | |||||
| ค่ายา ค่าสารอาหารทางหลอดเลือด และค่าเวชภัณฑ์ | |||||
| ค่ายา และค่าเวชภัณฑ์สิ้นเปลือง (เวชภัณฑ์ 1) สำหรับกลับบ้าน | 1,000 บาท/ครั้ง (รวมอยู่ในผลประโยชน์สูงสุดของหมวดย่อยที่ 2.1-2.3) | ||||
| 3. ค่าประกอบวิชาชีพเวชกรรม (แพทย์) ตรวจรักษาต่อการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในครั้งใดครั้งหนึ่ง (สูงสุดไม่เกิน 125 วัน) |
600 บาท/วัน |
700 บาท/วัน |
800 บาท/วัน |
900 บาท/วัน |
1,000 บาท/วัน |
| 4. ค่ารักษาพยาบาลโดยการผ่าตัด (ศัลยกรรม) และหัตถการ ต่อการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในครั้งใดครั้งหนึ่ง | |||||
| ค่าห้องผ่าตัด และค่าห้องทำหัตถการ |
8,000
|
10,000 |
12,000 |
13,000 |
14,000 |
| ค่ายา ค่าสารอาหารทางหลอดเลือด ค่าเวชภัณฑ์และค่าอุปกรณ์การผ่าตัดและหัตถการ | |||||
| ค่าผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ทำศัลยกรรมและหัตถการสำหรับแพทย์ทำศัลยกรรม และหัตถการ (รวมแพทย์ผู้ช่วยผ่าตัด) (Doctor fee) |
50,000 |
60,000 |
80,000 |
90,000 |
100,000 |
| ค่าผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม วิสัญญีแพทย์ (Doctor fee) |
5,000 |
6,000 |
8,000 |
9,000 |
10,000 |
| ค่ารักษาพยาบาลโดยการผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะ | 2 เท่าของผลประโยชน์หมวดที่ 4 | ||||
| การผ่าตัดใหญ่ที่ไม่ต้องเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน (Day Surgery) |
จ่ายผลประโยชน์เสมือนการเข้าพักรักษาตัวเป้นผู้ป่วยในโรงพยาบาล | ||||
| 2. ผลประโยชน์กรณีไม่ต้องเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน | |||||
| 6. ค่าบริการทางการแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยที่เกี่ยวข้องโดยตรงก่อนและหลังการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน หรือค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอกต่อเนื่องที่เกี่ยวข้องโดยตรงหลังการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน ต่อการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในครั้งใดครั้งหนึ่ง | |||||
| 6.1. ค่าบริการทางการแพทย์เพื่อการตรวจวินิจฉัยที่เกี่ยวข้องโดยตรงและเกิดขึ้นภายใน 30 วันก่อนและหลังการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน |
5,000 |
5,500 |
6,000 |
6,500 |
7,000 |
| 6.2 ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอกหลังการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในต่อครั้ง สำหรับการรักษาพยาบาลต่อเนื่อง ภายใน 30 วันหลังออกจากการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในครั้งนั้น (ไม่รวมค่าบริการทางการแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย) |
ไม่คุ้มครอง | ||||
| 7. ค่ารักษาพยาบาลการบาดเจ็บ กรณีผู้ป่วยนอกภายใน 24 ชั่วโมงของการเกิดอุบัติเหตุต่อครั้ง |
3,000 |
4,000 |
5,000 |
7,000 |
8,000 |
| 8. ค่าเวชศาสตร์ฟื้นฟู หลังการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในแต่ละครั้งต่อรอบปีกรมธรรม์ (ไม่เกิน 2 ครั้ง) |
ไม่คุ้มครอง | ||||
| 9. ค่าบริการทางการแพทย์เพื่อการบำบัดรักษาโรคไตวายเรื้อรังโดยการล้างไตผ่านทางเส้นเลือด ต่อรอบปีกรมธรรม์ |
20,000 |
25,000 |
35,000 |
40,000 |
50,000 |
| 10. ค่าบริการทางการแพทย์เพื่อการบำบัดรักษาโรคเนื้องอกหรือมะเร็ง โดยรังสีรักษา รังสีร่วมรักษา เวชศาสตร์นิวเคลียร์รักษา ต่อรอบปีกรมธรรม์ | |||||
| 11. ค่าบริการทางการแพทย์เพื่อการบำบัดรักษาโรคมะเร็งโดยเคมีบำบัด ต่อรอบปีกรมธรรม์ | |||||
| 12. ค่าบริการรถพยาบาลฉุกเฉิน (ต่อครั้ง) | 4,000 | 4,500 | 5,000 | 5,500 | 6,000 |
| 13. ค่ารักษาพยาบาล โดยการผ่าตัดเล็ก | 5,000 | 6,000 | 8,000 | 9,000 | 10,000 |
| 3. ค่าใช้จ่ายร่วม | |||||
[แบบ Begin] โรงพยาบาลในสิทธิ | 10% ของค่าใช้จ่ายที่ได้รับความคุ้มครอง | ||||
[แบบ Begin] โรงพยาบาลนอกสิทธิ | 30% ของค่าใช้จ่ายที่ได้รับความคุ้มครอง | ||||
[แบบ Balanced] โรงพยาบาลในสิทธิ | ไม่มี | ||||
[แบบ Balanced] โรงพยาบาลนอกสิทธิ | 20% ของค่าใช้จ่ายที่ได้รับความคุ้มครอง | ||||
| 4. ผลประโยชน์ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก | ไม่คุ้มครอง | 4,000 | 5,000 | 6,000 | 7,000 |
| 5. ผลประโยชน์กรณีเสียชีวิต | 10,000 | ||||
- ผู้ขอเอาประกันภัยควรศึกษาและทำความเข้าใจในเอกสารเสนอขายก่อนตัดสินใจทำประกันภัย เมื่อได้รับกรมธรรม์แล้ว โปรดศึกษารายละเอียด ข้อกำหนดและเงื่อนไขในกรมธรรม์
- ผู้ขอเอาประกันภัยมีหน้าที่แถลงข้อความจริงในการขอเอาประกันภัย การปกปิดข้อความจริง หรือแถลงข้อความเป็นเท็จใดๆ อาจเป็นเหตุให้บริษัทผู้รับประกันภัยบอกล้างสัญญาประกันภัย และปฎิเสธไม่จ่ายค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัย
- ข้อกำหนดและเงื่อนไขของความคุ้มครองจะระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยที่ออกให้กับผู้ถือกรมธรรม์
คำถามที่พบบ่อย
AIA Health Starter คืออะไร เหมาะกับใคร?
AIA Health Starter เป็นประกันสุขภาพแบบเริ่มต้นที่ออกแบบมาให้เบี้ยเข้าถึงง่าย และยังครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลพื้นฐาน โดยเฉพาะการนอนโรงพยาบาล (IPD) และมี OPD ในบางแผน เหมาะกับคนที่ยังไม่มีประกัน หรือมีสวัสดิการบริษัทแต่ต้องการเพิ่มความคุ้มครองส่วนตัว
กลุ่มที่เหมาะจะเป็นคนเริ่มทำงาน ฟรีแลนซ์ หรือพ่อแม่ที่อยากเริ่มทำประกันให้ลูกตั้งแต่เล็ก เพราะสามารถสมัครได้ตั้งแต่อายุ 15 วัน ถึง 75 ปี และต่ออายุได้ยาวถึง 99 ปี ทำให้ใช้เป็นแผนตั้งต้นระยะยาวได้
AIA Health Starter มีกี่แบบ และแต่ละแบบต่างกันอย่างไร?
ประกันสุขภาพ AIA Health Starter แผนนี้มี 2 รูปแบบคือ Begin และ Balanced ซึ่งความต่างหลักคือ “ค่าใช้จ่ายร่วม (Copayment)” หรือเงินที่เราต้องจ่ายเองเวลาเคลม
แบบ Begin จะจ่ายร่วม 10% หากใช้โรงพยาบาลในสิทธิ และ 30% หากใช้นอกสิทธิ ขณะที่แบบ Balanced จะไม่ต้องจ่ายร่วมเลยถ้าใช้โรงพยาบาลในเครือ แต่ถ้านอกเครือจะจ่าย 20%
นอกจากนี้ยังมีให้เลือก 5 แผน ตั้งแต่ 1,500 ถึง 4,500 ซึ่งสะท้อนค่าห้องต่อวัน ยิ่งแผนสูง วงเงินก็ยิ่งมาก ดังนั้นคนที่เน้นประหยัดอาจเลือก Begin ส่วนคนที่อยากลดความเสี่ยงจ่ายเพิ่มเวลาเข้าโรงพยาบาล มักจะเลือก Balanced
ทั้งนี้ ท่านสามารถตรวจสอบรายชื่อโรงพยาบาลใน AIA Smart Network ได้จาก
https://www.aia.co.th/th/health-wellness/aia-smart-network
ความคุ้มครองครอบคลุมอะไรบ้าง?
ความคุ้มครองของ AIA Health Starter จะจ่ายตามจริงภายใต้วงเงินที่กำหนด โดยครอบคลุมค่าใช้จ่ายหลักในการรักษา เช่น ค่าห้อง ค่าอาหาร ค่าบริการโรงพยาบาล ค่ายา และค่าผ่าตัด รวมถึงค่าตรวจวินิจฉัยทั้งก่อนและหลังการนอนโรงพยาบาล ยังครอบคลุมโรคสำคัญอย่างมะเร็ง (คีโม/รังสี) และไตวายเรื้อรัง รวมถึงการรักษาแบบ Day Surgery ที่ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล อีกทั้งยังมี OPD ในแผน 2,000 ขึ้นไป
โดยรวมถือว่าเป็นแผนที่ “คุ้มพื้นฐานครบ” สำหรับการเริ่มต้น แต่ยังมีเพดานวงเงินในแต่ละหมวด จึงควรเลือกแผนให้เหมาะกับโรงพยาบาลที่ใช้งานจริง
ค่าใช้จ่ายร่วม (Copayment) คืออะไร และสำคัญแค่ไหน?
Copayment คือส่วนที่ผู้เอาประกันต้องร่วมจ่ายเมื่อมีการเคลม ซึ่งเป็นจุดสำคัญของแผนนี้ เพราะส่งผลโดยตรงต่อค่าใช้จ่ายจริง เช่น หากค่ารักษา 100,000 บาท ถ้าเลือกแบบ Begin (10%) จะต้องจ่ายเอง 10,000 บาท แต่ถ้าเป็น Balanced และใช้โรงพยาบาลในสิทธิ จะไม่ต้องจ่ายเพิ่มเลย
อีกประเด็นที่ต้องรู้คือ Copayment อาจถูกปรับเพิ่มในปีต่ออายุ หากมีการเคลมบ่อยหรือมีอัตราการเคลมสูง เช่น เคลมหลายครั้งในปีเดียว อาจถูกกำหนดให้ต้องจ่ายร่วมในอัตราที่สูงขึ้น
มีข้อยกเว้นและระยะรอคอยอะไรบ้าง?
AIA Health Starter มีระยะรอคอยเหมือนประกันสุขภาพทั่วไป โดย 30 วันแรกจะยังไม่คุ้มครองโรคทั่วไป และ 120 วันสำหรับบางโรคเฉพาะ เช่น ไส้เลื่อน ต้อเนื้อ หรือต่อมทอนซิล เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่
ในส่วนของข้อยกเว้น จะไม่ครอบคลุมโรคที่เป็นมาก่อนทำประกัน การตั้งครรภ์ การศัลยกรรมความงาม รวมถึงโรคพันธุกรรมหรือความผิดปกติตั้งแต่กำเนิด
นอกจากนี้ผู้เอาประกันต้องแถลงสุขภาพตามจริง เพราะหากปกปิดข้อมูล อาจถูกปฏิเสธการเคลมได้ ดังนั้นก่อนตัดสินใจควรอ่านรายละเอียดกรมธรรม์ให้ครบถ้วน


