Rabbit Care Logo
ใช้ใจแคร์ ดูแลครบ
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ในการเก็บข้อมูลเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการใช้งาน และเพื่อเก็บข้อมูลสถิติ ท่านสามารถศึกษารายละเอียด เพิ่มเติมได้ที่ นโยบายคุกกี้

เปรียบเทียบบัตรเครดิต ง่าย ๆ ภายใน 30 วินาที กับ

Rabbit Care

mock up credit card desktop.png

บัตรเติมเงิน e-wallet คืออะไร? แตกต่างกันตรงไหน? ใช้ทำอะไรได้บ้าง?

การใช้จ่ายในปัจจุบันนี้มีความสะดวกสบายและสมาร์ทขึ้นมาก ผู้คนไม่จำเป็นต้องพกเงินสดออกจากบ้านก็สามารถที่จะใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้ทั้งหมดผ่านบัตรเติมเงิน หรือผ่านระบบ e-wallet ที่เป็นสื่อกลางทางธุรกรรมทางการเงิน ที่เป็นตัวช่วยทำให้การใช้จ่ายง่ายเพียงปลายนิ้ว มีอะไรบ้างแรบบิท แคร์รวบรวมข้อมูลไว้แล้ว

บัตรเติมเงิน คืออะไร? ต่างจากบัตรเครดิตอย่างไร?

บัตรเติมเงิน หรือ prepaid Card คือ บัตรที่มีการเติมเงินล่วงหน้า ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้จ่ายได้ตามจำนวนเงินที่เติมไว้ล่วงหน้าเท่านั้น หากเงินในบัตรหมด จะต้องเติมเงินเพิ่มเข้าไปใหม่ prepaid card มีการทำงานที่คล้ายกับบัตรเดบิต แต่มีความแตกต่างในประเด็นที่บัตรเดบิตจะถูกเชื่อมต่อกับบัญชีธนาคารของคุณ ในขณะที่บัตรเติมเงินไม่มีการเชื่อมต่อกับบัญชีธนาคาร จึงไม่ต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบเครดิต โดยการทำงานของบัตรเติมเงิน มีดังนี้

  • เมื่อคุณทำการซื้อบัตรเติมเงินแล้วคุณสามารถเติมเงินลงไปในบัตรก่อนการใช้งานได้ทันที
  • หลังจากที่เติมเงินแล้ว คุณสามารถใช้บัตรเพื่อชำระเงินสำหรับสินค้าหรือบริการตามที่คุณต้องการ ภายใต้ข้อจำกัดที่ธนาคารหรือผู้จัดจำหน่ายกำหนด
  • กรณีเงินในบัตรเติมเงินหมด คุณสามารถเติมเงินเข้าไปใหม่อีกครั้งและใช้งานต่อได้ตามปกติ


prepaid Card หรือบัตรเติมเงิน เป็นอีกหนึ่งไอเท็มที่นิยมใช้สำหรับการจ่ายเงินในการเดินทาง การซื้อสินค้าออนไลน์ หรือให้กับเด็กหรือนักศึกษาที่ยังไม่มีการควบคุมการใช้เงินที่ดี

big prepaid mastercard คืออะไร?

big prepaid mastercard มักจะอ้างอิงถึงบัตรเติมเงินที่ออกโดย Mastercard. หลักการทำงานของบัตรเติมเงินเหล่านี้คือ คุณเติมเงินลงในบัตรแล้วใช้จ่ายเงินนั้นในการซื้อสินค้าหรือบริการที่ยอมรับ Mastercard ทั่วโลกและออนไลน์ บางบัตรยังอนุญาตให้ถอนเงินสดจาก ATM ได้ด้วย big prepaid mastercard แต่ละธนาคารหรือผู้ออกบัตรอาจมีคุณสมบัติและข้อกำหนดเฉพาะเช่นเดียวกับอัตราค่าธรรมเนียมและวงเงินรายวัน ซึ่งข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงและควรตรวจสอบรายละเอียดที่มาจากผู้ออกบัตรโดยตรง

บัตรเติมเงิน แตกต่างกับบัตรเครดิตอย่างไร?

บัตรเติมเงินและบัตรเครดิตมีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด โดยบัตรเครดิตเป็นการให้เงินกู้ที่จะชำระกลับในภายหลัง ดังนั้นเมื่อคุณใช้บัตรเครดิตอาจเป็นการสร้างหนี้ที่ต้องชำระคืนต่อธนาคารหรือสถาบันการเงินที่ออกบัตรให้คุณ ในทางกลับกัน บัตรเติมเงินไม่ใช่เครื่องมือในการกู้ยืมเงิน แต่เป็นวิธีการใช้จ่ายที่มั่นคงและปลอดภัย คุณเติมเงินลงในบัตรล่วงหน้าแล้วใช้จ่ายเงินที่มีในบัตรไปจนถึงจำนวนที่คุณเติม หมายความว่าคุณไม่สามารถใช้จ่ายเกินจำนวนเงินที่มีในบัตรได้

ด้วยเหตุผลนี้ บัตรเติมเงินเป็นเครื่องมือที่ดีสำหรับควบคุมการใช้จ่าย ดังนั้นคุณสามารถมั่นใจได้ว่าคุณจะไม่สร้างหนี้ใหม่หรือส่วนใหญ่ขณะใช้บัตร ในขณะเดียวกัน บัตรเครดิตมักมีโปรแกรมรางวัลและการคืนเงินที่สามารถช่วยให้คุณได้รับประโยชน์เพิ่มเติมจากการใช้จ่ายของคุณ อย่างไรก็ตาม หากไม่ใช้วิจารณญาณในการใช้บัตรเครดิต มันอาจนำไปสู่การสร้างหนี้ที่ไม่สามารถจ่ายคืนได้

ข้อดี-ข้อเสียของบัตรเติมเงิน (prepaid Card)

บัตรเติมเงินมีข้อดีและข้อเสียที่ควรพิจารณา ดังนี้

ข้อดี

  • ควบคุมการใช้จ่าย : คุณสามารถจำกัดการใช้จ่ายตามจำนวนเงินที่เติมไว้ในบัตร ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการใช้จ่ายเกินพวกเขาได้รับการฝึกฝน
  • ปลอดภัย : ถ้าบัตรหายหรือถูกโจรกรรม คุณจะไม่สูญเสียเงินมากกว่าจำนวนเงินที่เติมลงไปในบัตร และบัตรไม่ได้เชื่อมต่อกับบัญชีธนาคารของคุณ ทำให้เงินในบัญชีของคุณปลอดภัย
  • ไม่ต้องการการตรวจสอบเครดิต : ผู้ที่มีประวัติเครดิตไม่ดีหรือไม่มีประวัติเครดิตสามารถใช้บัตรเติมเงินได้ เนื่องจากไม่ต้องผ่านการตรวจสอบเครดิตเพื่อรับบัตร
  • สะดวก : บัตรเติมเงินสามารถใช้จ่ายสินค้าและบริการที่ยอมรับบัตรเครดิตหรือเดบิต รวมถึงการชำระเงินออนไลน์

ข้อเสีย

  • ค่าธรรมเนียม: บางบัตรเติมเงินมีค่าธรรมเนียมสูง อาจมีค่าธรรมเนียมสำหรับการเติมเงิน, การถอนเงิน, หรือการตรวจสอบยอดเงิน
  • ไม่สะสมเครดิต: การใช้บัตรเติมเงินไม่สามารถช่วยสร้างหรือปรับปรุงคะแนนเครดิตของคุณได้
  • ไม่มีการคืนเงินหรือรางวัล: ไม่เหมือนกับบางบัตรเครดิต, บัตรเติมเงินส่วนใหญ่ไม่มีโปรแกรมรางวัลหรือการคืนเงิน
  • ไม่ได้รับการป้องกันซื้อขาย: บัตรเครดิตมักมีการป้องกันซื้อขายที่ส่วนใหญ่คุ้มครองค่าใช้จ่ายที่ไม่เป็นธรรมหรือที่ไม่ได้รับสินค้าหรือบริการที่ซื้อ บัตรเติมเงินมักจะไม่มีประโยชน์เหล่านี้

สำคัญที่ต้องระลึกคือ แต่ละบัตรเติมเงินมีข้อกำหนดและเงื่อนไขที่แตกต่างกัน ดังนั้นคุณควรตรวจสอบรายละเอียดของบัตรเติมเงินที่คุณสนใจอย่างละเอียดก่อนที่คุณจะตัดสินใจเลือกใช้

ระบบ e-wallet คืออะไร?

"อีวอเล็ท" หรือ "e-wallet" ในภาษาอังกฤษ หมายถึง "กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์" ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของการชำระเงินดิจิทัล หรือการโอนเงินด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ มักจะใช้บนสมาร์ทโฟนหรือคอมพิวเตอร์ e-wallet เป็นสิ่งที่ทำให้ผู้ใช้สามารถเก็บเงิน ชำระเงิน หรือรับเงินได้ผ่านทางระบบอินเทอร์เน็ต ทำให้การทำธุรกรรมทางการเงินสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นและรวดเร็วขึ้น มักใช้ในการชำระเงินที่ร้านค้าออนไลน์หรือร้านค้าที่มีระบบ e-wallet รองรับ เช่น การชำระค่าสินค้าหรือบริการสาธารณูปโภคทางออนไลน์ การชำระเงินในแอปพลิเคชันต่าง ๆ การโอนเงินไปยังบัญชีธนาคารอื่นหรือรับการโอนเงินจากบุคคลอื่น สำหรับประเทศไทย e-wallet มีอะไรบ้าง? ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายส่วนมากจะเป็นบริการระบบ e-wallet ดังนี้

  • e-wallet พร้อมเพย์ หรือ e-wallet ธนาคาร : เป็นแพลตฟอร์มการชำระเงินดิจิทัลของไทยที่ถูกสร้างขึ้นโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (BoT) เพื่อการทำธุรกรรมทางการเงินที่ทันสมัยและสะดวกสบาย e-wallet พร้อมเพย์ ให้บริการการโอนเงินผ่านมือถือ ผู้ใช้สามารถโอนเงินระหว่างบัญชีธนาคารผ่านระบบได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว สามารถใช้งานร่วมกับทั้งธนาคารและผู้ให้บริการที่ไม่ใช่ธนาคาร (non-bank) และใช้หมายเลข e-wallet ที่มี 15 หลักเป็นการระบุความสัมพันธ์ในการทำธุรกรรม
  • TrueMoney Wallet : คือกระเป๋าเงินดิจิทัลที่สามารถจัดการเงินสดและการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านทางออนไลน์ ผู้ใช้สามารถจ่ายเงินผ่านระบบ e-wallet ของ TrueMoney ได้หลากหลายร้านค้า เช่น 7-Eleven, Boots, CP Fresh Mart และอื่น ๆ นอกจากนี้ยังสามารถใช้สำหรับการเติมเงินมือถือ, เติมเงิน Easy Pass, ซื้อบัตรโดยสาร MRT, เติมเงินเกม, และจองตั๋วเครื่องบินได้ด้วย
  • AirPay : เป็นกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์จาก Sea Group ที่รู้จักในชื่อ Garena ปัจจุบันบริษัทมีการเน้นให้บริการด้านการค้าอีคอมเมิร์ซ ซึ่งเราทราบดีในชื่อ Shopee ซึ่งทำให้ AirPay ได้ทำการปรับเปลี่ยนเป็นช่องทางในการชำระเงินออนไลน์ที่เรียกว่า ShopeePay
  • Rabbit LINE Pay : เป็นระบบที่เกิดจากการทำงานร่วมกันระหว่าง Rabbit และ LINE Pay ที่ได้สร้างระบบสำหรับการชำระเงินผ่านแอพพลิเคชั่น LINE ผู้ใช้สามารถเติมเงินเข้าในบัญชีของตนเพื่อใช้ในการโอนเงิน, ชำระเงิน, รวมถึงยังสามารถได้รับสิทธิประโยชน์พิเศษในรูปของการสะสมคะแนนต่าง ๆ ด้วย

ซึ่งในปัจจุบันระบบการจ่ายเงินแบบ e-wallet ถือเป็นทางเลือกที่สะดวกและปลอดภัยในการทำธุรกรรมทางการเงินในชีวิตประจำวันและได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเนื่องจากไม่ต้องพกเงินสดในการใช้จ่าย

ไม่มีบัตรเติมเงินไม่เป็นไร บัตรเครดิตจากแรบบิท แคร์ ก็เจ๋งเหมือนกัน!

ในบางสถานการณ์ที่คุณต้องการใช้เงิน แต่เป็นช่วงที่ยังไม่พร้อมทางการเงินบัตรเครดิต จากแรบบิท แคร์ จะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ดีที่จะช่วยให้คุณผ่านพ้นวิกฤติทางด้านการเงินไปได้ เนื่องจากบัตรเครดิตเป็นเครื่องมือการเงินที่สามารถให้ความสะดวกและความยืดหยุ่นในการจ่ายเงินและการทำธุรกรรมทางการเงินได้ ระบบบัตรเครดิตอนุญาตให้ผู้ใช้สามารถยืมเงินจากธนาคารเพื่อชำระเงินสำหรับการซื้อสินค้าหรือบริการ และทำการคืนเงินในวันที่กำหนด นอกจากนี้ บัตรเครดิตยังมีผลประโยชน์อื่น ๆ อีกมากมาย เช่น เป็นตัวช่วยในการจัดการการเงินและเพิ่มความสามารถในการซื้อสินค้าหรือบริการในระยะเวลาที่ยาวนาน มันยังสามารถช่วยในการสะสมแต้มรางวัล ส่วนลด หรือโปรโมชั่นอื่น ๆ จากการใช้บัตรเครดิตในการซื้อสินค้าหรือบริการ อักทั้งบัตรเครดิตยังสามารถใช้เป็นสิ่งประกันในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดที่จำเป็นจะต้องใช้เงินได้อีกด้วย

และเมื่อเปรียบเทียบกับการมีบัตรเติมเงินแล้วการมีบัตรเครดิตดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องที่ได้เปรียบมากกว่า เพราะการใช้งานบัตรเติมเงินนั้นคุณจะต้องมีเงินเพียงพอในบัตรเพื่อทำธุรกรรม ซึ่งอาจจำกัดความสามารถในการซื้อสินค้าหรือบริการที่มีราคาสูงเมื่อเทียบกับบัตรเครดิต และอาจไม่มีโปรโมชั่นหรือการสะสมแต้มเพื่อรับสิทธิพิเศษต่าง ๆ ที่หลากหลายเท่าบัตรเครดิต อย่างไรก็ตามข้อดีที่โดเด่นของบัตรเติมเงินก็คือการควบคุมการใช้จ่ายและจำกัดความเสี่ยงทางการเงิจากการใช้จ่ายนั่นเอง นั่นหมายความว่าแม้การใช้บัตรเครดิตอาจจะต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้นหน่อยเพื่อป้องกันค่าใช้จ่ายที่รับไม่ไหวหรือการเป็นหนี้ที่สูงเกินไปนั่นเอง

ผลิตภัณฑ์บัตรเครดิต

บัตรเครดิตซิตี้ แคชแบ็ก

ซิตี้ แคชแบ็ก

Citibank / Mastercard

  • เครดิตเงินคืน 10% ที่รถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน
  • เครดิตเงินคืน 5% 7-Eleven, Grab, Watsons
  • เครดิตเงินคืน 1% สำหรับยอดใช้จ่ายอื่นๆ
  • เครดิตเงินคืน 1% ที่ปั๊ม Shell ทุกสาขา
  • รับเครดิตเงินคืน 2,000 บาท สำหรับการสมัครบัตรเครดิตซิตี้ แคชแบ็ก ผ่านทางออนไลน์
บัตรเครดิต-KTC-VISA-PLATINUM

เคทีซี วีซ่า แพลตทินั่ม

KTC / VISA

  • ทุก 25 บาท ที่ใช้จ่ายผ่านบัตรฯ รับ 1 คะแนน KTC FOREVER
  • ผ่อนชำระสินค้า/บริการด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% สูงสุด 10 เดือน
  • ใช้จ่ายสบายเพียงผูกบัตรและแตะจ่ายผ่าน Google pay
  • ไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปีตลอดชีพ
บัตรเครดิตซิตี้ แกร็บ

บัตรเครดิตซิตี้ แกร็บ

ซิตี้แบงก์ / VISA

  • รับคะแนนสะสมซิตี้ รีวอร์ด X10 ทุกการใช้จ่าย 25 บาทบนบริการ Grab
  • รับคะแนนสะสมซิตี้ รีวอร์ด X3 ในหมวดร้านอาหารและค่าสมาชิกบริการออนไลน์รายเดือน และช้อปปิ้งออนไลน์
  • รับส่วนลดการเดินทาง 15% เมื่อใช้บริการ Grab
  • รับส่วนลดค่าส่ง GrabFood และ GrabMart
  • รับเครดิตเงินคืน 1,000 บาท
  • รับส่วนลด Grab มูลค่า 2,400 บาท
บัตรเครดิต แอร์เอเชีย

บัตรเครดิต แอร์เอเชีย

ธนาคารกรุงเทพ / Mastercard

  • บริการเลือกที่นั่ง Hot Seat ฟรี
  • บริการฝากสัมภาระใต้ท้องเครื่อง ฟรี
  • บริการเครื่องดื่มร้อนหรือเย็นบนเครื่อง ฟรี
  • รูดช้อปรับคะแนน BIG Points สูงสุด 3 เท่า
  • แบ่งชำระสบายๆ 0% หรือ 0.79% นานสูงสุดถึง 10 เดือน
บัตรเครดิต เคทีซี แคชแบ็ค แพลตทินัม

เคทีซี แคชแบ็ค แพลตทินัม

KTC / Mastercard

  • รับเงินคืนสูงสุด 0.8% ทุกครั้งที่ใช้จ่าย
  • ผ่อน 0% 10 เดือน
  • ไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปีตลอดชีพ
  • ประกันอุบัติเหตุการเดินทางทั้งในและต่างประเทศ เมื่อใช้บัตรฯ ชำระค่าโดยสาร
บัตรเครดิต วีซ่า แพลทินัม

บัตรเครดิต วีซ่า แพลทินัม

ธนาคารกรุงเทพ / VISA

  • รับคะแนนสะสมทุกการใช้จ่าย 25 บาท รับคะแนนสะสม 1 คะแนน ทั้งในและต่างประเทศ
  • สะสมไมล์เดินทางคะแนนสะสมสามารถแลกเป็นไมล์เดินทางจากสายการบินชั้นนำ
บัตรเครดิต ทีทีบี โซ ฟาสต์

ทีทีบี โซ ฟาสต์

ttb / VISA

  • ทุก 10 บาท รับ 1 คะแนน
  • ผ่อน 0% 3 เดือน
  • ฟรี ความคุ้มครองประกันอุบัติเหตุจากการเดินทาง
  • ฟรีค่าธรรมเนียม ทั้งแรกเข้าและรายปี
shopee card kasikorn

Kbank-Shopee

ธนาคารกรุงเทพ / VISA

  • บัตรเดียวที่สายช้อปออนไลน์ห้ามพลาด
  • รับเงินคืนทุกการใช้จ่ายที่ Shopee
  • บัตรประชาชนใบเดียวก็สมัครได้

ผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ของเรา