คุณพ่อคุณแม่ห้ามพลาด! 4 นิทานอีสปยอดฮิต พร้อมข้อคิด-คติสอนใจลูกน้อย

Nok Srihong
ผู้เขียน: Nok Srihong Published: มิถุนายน 2, 2023
Nok Srihong
Nok Srihong
จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาการจัดการการเงิน มหาวิทยาลัยขอนแก่น มีประสบการณ์กว่า 6 ปี ในวงการฟินเทชและการเงินส่วนบุคคล โดยเฉพาะบัตรเครดิต สินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถยนต์ และรีไฟแนนซ์ ผ่านการเขียนคอนเทนต์ให้ Rabbit Care และ Asia Direct (6+ ปี) เน้นรีวิวผลิตภัณฑ์ สิทธิประโยชน์บัตรเครดิต และกลยุทธ์บริหารหนี้ ก่อนหน้านี้ ทำงานในอุตสาหกรรม OTA ชั้นนำอย่าง Laterooms.com และ Expedia.com (12 ปี) ซึ่งเสริมทักษะการวางแผนทางการเงินต่อทริป และยังเชี่ยวชาญการเลือกประกันการเดินทางที่คุ้มค่าและคุ้มครองชีวิตตลอดทริปสำหรับนักเดินทาง
คะน้าใบเขียว
แก้ไขโดย: คะน้าใบเขียว Last edited: กุมภาพันธ์ 14, 2024
คะน้าใบเขียว
คะน้าใบเขียว
นักเขียนมืออาชีพด้านการเงิน ประกัน และสุขภาพ | Finance, Insurance & Health Content Expert จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาภาษาเพื่อการสร้างสรรค์สื่อ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีประสบการณ์มากกว่า 9 ปี ในการเขียนบทความด้านการเงิน ประกันชีวิต และประกันสุขภาพ โดยเริ่มต้นที่ Rabbit Finance จากนั้นย้ายมาทำงานที่ Rabbit Care และ Asia Direct เป็นนักเขียนที่รักการอ่าน และมีความหลงใหลในเนื้อหาด้านการบริหารเงิน สินเชื่อ บัตรเครดิต และประกัน ที่ผลิตผลงานเขียนด้วยความลึกซึ้ง การตรวจสอบข้อมูลที่รอบคอบ และเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผ่านประสบการณ์ในการแก้ไขและจัดการเนื้อหา (editorial experience) ทำให้บทความของผมน่าเชื่อถือ มีคุณค่าสำหรับผู้อ่าน และติด Google Search Results
นิทานอีสป

แรบบิท แคร์ รวม 4 นิทานอีสปยอดฮิต! ที่คุณพ่อคุณแม่ห้ามพลาดมาฝาก ซึ่งนิทานอีสปแต่ละเรื่องต่างก็เป็นเรื่องดังและได้รับความนิยมแบบอมตะนิรันดร์กาล แถมยังมีข้อคิดและคติสอนใจ ที่เหมาะในการใช้สอนเด็ก ๆ ที่บ้าน ต้องเอาไปอ่านให้ลูกฟัง 

ประกันสุขภาพที่คุณเลือกเองได้ พร้อมชำระได้หลากหลายช่องทาง
icon angle up or down

เลือกแผนประกันสุขภาพที่คุณสนใจ

    ชื่อนามสกุล

    หมายเลขโทรศัพท์

    นิทานอีสปกระต่ายกับเต่า

    เนื้อหานิทานอีสปกระต่ายกับเต่า

    กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีกระต่ายน้อยตัวหนึ่งที่กำลังวิ่งเล่นอยู่ในป่าอย่างสุขใจ มันมักจะเห็นสัตว์อื่น ๆ ที่เชื่องช้า ไม่คล่องแคล่ว ไม่ว่องไวเหมือนตัวมัน จนกระทั่งมันเริ่มมีความเชื่อผิด ๆ และเริ่มหลงตัวเองว่าไม่มีใครเร็วกว่ามันอย่างแน่นอน

    วันหนึ่งกระต่ายเห็นเต่าคลานอยู่ต้วมเตี้ยม กระต่ายจึงเยาะเย้ยเต่าโดยการพูดว่า “เจ้าเต่าคลานต้วมเตี้ยมเชื่องช้า มัวแต่คลานแบบนี้ เมื่อไหร่จะถึงล่ะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

    เต่ารู้สึกไม่พอใจกับวิธีพูดของกระต่ายที่เหยียดหยามตัวเอง จึงตอบโต้กลับด้วยการพูดว่า “เจ้ากระต่ายก็หลงตัวเองเช่นเดียวกัน ไม่เห็นว่าจะเก่งอย่างไรสักเท่าไหร่ ดีแค่เที่ยวโม้ไปทั่วตลอดเวลา”

    กระต่ายได้ยินก็รู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก มันจึงท้าวิ่งแข่งกับเต่าเพื่อพิสูจน์ว่าใครกันแน่ที่เร็วกว่ากัน

    เมื่อการแข่งขันเริ่มขึ้น กระต่ายวิ่งด้วยความเร็วสุดฝีเท้านำเต่าไปก่อน แต่เมื่อถึงกลางทางแล้ว กระต่ายหันกลับมองข้างหลัง แล้วก็ไม่พบแม้แต่เงาของเต่าที่กำลังตามมา จึงหลงลำพองใจว่ายังไงเจ้าเต่าเชื่องช้าก็คงไม่มีวันตามทันแน่

    เจ้ากระต่ายคิดดังนั้น จึงนั่งพักอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ข้างทางจนเผลอหลับไป ในขณะที่เจ้าเต่ายังคงคลานต้วมเตี้ยมเดินไปข้างหน้าอย่างไม่ย่อท้ออยู่

    เมื่อเจ้ากระต่ายสะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็เห็นว่าเวลาผ่านไปนานแล้ว มันรีบวิ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วหวังว่าจะได้ชัยชนะ แต่น่าเสียดาย ในตอนที่มันหลับไปเจ้าเต่าได้คลานอย่างช้า ๆ แซงผ่านมันไป จนถึงเส้นชัยก่อนแล้วนั่นเอง

    นิทานอีสปกระต่ายกับเต่าสอนให้รู้ว่า

    “ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จก็อยู่ที่นั่น”

    “ความประมาท ย่อมนำมาซึ่งความล้มเหลว และ ผู้เพียรพยายามย่อมประสบผลสำเร็จ”

    นิทานอีสปลูกหมูสามตัว

    เนื้อหานิทานอีสปลูกหมูสามตัว

    กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว แม่หมูและลูกหมูสามตัวที่มีนิสัยแตกต่างกันอาศัยอยู่ในป่าแห่งหนึ่ง

    ลูกหมูที่เป็นพี่ใหญ่มีนิสัยเกียจคร้าน ชอบแอบไปหาที่นอนตลอดทั้งวัน

    ลูกหมูที่เป็นพี่คนกลางมีนิสัยตะกละ ไม่ชอบทำงาน มักหาเวลานั่งพักกินอาหารเสมอ

    ส่วนลูกหมูตัวที่สาม หรือน้องเล็กสุด เป็นหมูที่ขยันขันแข็ง เอาการเอางานเป็นอย่างมาก 

    วันหนึ่งแม่หมูคุยกับลูกหมูว่า “พวกลูก ๆ โตเกินกว่าจะอยู่บ้านเดียวกับแม่แล้ว 

    ทุกคนต้องไปสร้างบ้านของใครของมันอยู่กันนะจ๊ะ” ด้วยเหตุนี้ลูกหมูทั้ง 3 จึงต้องออกเดินทาง
    ไปหาวัสดุสำหรับมาสร้างบ้านเพื่ออยู่อาศัยด้วยตัวเอง

    พี่ใหญ่เลือกที่จะสร้างบ้านด้วยฟาง เพราะใช้เวลาน้อย สร้างง่าย ไม่เหนื่อย ไม่ต้องแบกของหนัก ๆ 

    พี่คนกลางเลือกสร้างบ้านด้วยไม้ เพราะแค่ใช้แรงขนกลับไปนิดหน่อย ตอกตะปูไม่กี่ทีก็เสร็จแล้ว

    น้องเล็กเลือกสร้างด้วยอิฐ เพื่อความแข็งแรง ทนทาน แต่เมื่อพี่ ๆ เห็นดังนั้นก็หัวเราะใส่

    “ฮ่า ๆ ๆ เจ้าโง่ อิฐมันทั้งหนัก ทั้งใช้เวลาในการสร้าง เจ้านี่มันโง่จริง ๆ” น้องเล็กจึงตอบกลับไปว่า

    “แต่มันทนทานกว่า แข็งแรงกว่า และอยู่ได้อย่างปลอดภัย” จากนั้นลูกหมูทั้ง 3 ตัวก็แยกย้ายกันไปสร้างบ้านของตนเอง

    พี่หมูคนโตใช้เวลาเพียงไม่นานก็สร้างบ้านด้วยฟางเสร็จ พี่หมูคนกลางใช้เวลาสร้างบ้านด้วยไม้เสร็จในเวลาต่อมาไม่นาน มีเพียงลูกหมูน้องเล็กที่ต้องใช้เวลาหลายวันกว่าจะสร้างบ้านเสร็จตามไป

    คืนหนึ่งมีหมาป่ามาซุ่มโดยหวังว่าจะจับลูกหมูทั้ง 3 มากินเป็นอาหาร มันเริ่มจากบ้านของพี่คนโตที่สร้างด้วยฟาง 

    “ไปให้พ้นนะเจ้าหมาป่า ข้าไม่เปิดประตูให้เจ้าหรอก” พี่หมูคนกลางร้องบอก

    “ฮ่า ๆ ๆ บ้านที่ทำด้วยฟางแบบนี้ ข้าเป่าสองทีก็ปลิวแล้ว” ว่าแล้วมันก็เป่าลมหายใจ บ้านของพี่หมูถล่มลงมา

    ด้วยความตกใจมันจึงวิ่งไปเคาะบ้านน้องคนกลางเพื่อขอหลบภัย แต่เจ้าหมาป่าก็ตามไปติด ๆ 

    “ไปให้พ้นนะเจ้าหมาป่า บ้านของข้าแข็งแรงไม่ให้เจ้าเข้ามาหรอก” ลูกหมูคนโตและคนกลางกอดกันด้วยความสั่นกลัว

    “ฮ่า ๆ ๆ บ้านไม้แบบนี้ข้าพุ่งชนแค่ 2-3 ทีก็พังแล้ว” ว่าแล้วเจ้าหมาป่าก็พุ่งชนบ้านจนถล่มลงมา ลูกหมูสองตัวรีบวิ่งไปขอหลบภัยที่บ้านของน้องเล็กทันที

    ด้วยความที่บ้านของน้องเล็กก่อสร้างด้วยอิฐและมีความแข็งแรงมาก ไม่ว่าจะพยายามอย่างไรเจ้าหมาป่าก็ไม่สามารถพังเข้ามาได้ มันพุ่งชนจนตัวเต็มไปด้วยบาดแผล สุดท้ายจึงยอมถอดใจไปในที่สุด

    นิทานอีสปเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

    “การเกียจคร้านไม่ได้ทำให้เราสบายแต่จะนำทุกข์ภัยมาสู่ตน เราจึงควรขยันหมั่นเพียร ไม่เกียจคร้าน”

    นิทานอีสป ชาวนากับงูเห่า

    นิทานอีสปชาวนากับงูเห่า

    เนื้อหา

    กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในช่วงหน้าหนาวชาวนาคนหนึ่งได้พบกับงูเห่าที่กำลังนอนขดตัวหนาวสั่นใกล้ตายอยู่บนคันนาระหว่างทางกลับบ้าน เมื่อเห็นดังนั้นชาวนาจึงเกิดความสงสาร อุ้มงูขึ้นมาซุกไว้ในอ้อมอกเพื่อมอบความอบอุ่นให้ 

    เมื่องูเห่าได้รับความอบอุ่นและเริ่มมีกำลังมากขึ้นมันก็ฟื้นขึ้นมาพบว่าอยู่ในอ้อมอกของชาวนา ด้วยความตกใจและสัญชาตญาณของสัตว์ร้าย มันจึงฉกชาวนาก่อนจะเลื้อยหนีไป ชาวนาทนพิษบาดแผลไม่ไหวสุดท้ายก็ถึงแก่ความตาย ก่อนตายเขาได้รำพึงว่า “เราไม่น่าช่วยสัตว์ร้ายตัวนี้เลย เราถึงต้องตายเพราะมัน”

    นิทานอีสปชาวนากับงูเห่าสอนให้รู้ว่า

    “ก่อนจะให้ความช่วยเหลือหรือใกล้ชิดกับใคร ควรเรียนรู้นิสัยใจคอเขาให้ดีเสียก่อน จะได้ไม่เป็นภัยต่อตัวเอง

    นิทานอีสปเด็กเลี้ยงแกะ

    เนื้อหา

    กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่ง มีเด็กเลี้ยงแกะคนหนึ่งชอบพูดโกหกเป็นประจำ วันหนึ่งเขาก็ร้องตะโกนเพื่อหลอกชาวบ้านว่า 

    “ช่วยด้วย ๆ หมาป่ามาแล้ว มันจะมากินแกะแล้ว!” 

    ชาวบ้านได้ยินดังนั้นต่างก็ตกใจและรีบพากันมาช่วย เด็กเลี้ยงแกะเห็นชาวบ้านวิ่งหน้าตาตื่นก็หัวเราะด้วยความสนุกสนานชอบใจ เขาทำเช่นนี้อีกหลายครั้งจนชาวบ้านทุกคนที่คอยวิ่งมาช่วยเพื่อพบว่าพวกเขาถูกหลอกทุกครั้งไปต่างก็ระอาใจ 

    วันหนึ่งมีหมาป่าบุกมาจริง เด็กเลี้ยงแกะตะโกนให้คนมาช่วยสุดเสียง 

    “ช่วยด้วย ๆ หมาป่ามา! มันจะมากินแกะแล้ว!!” 

    ทว่าครั้งนี้กลับไม่มีชาวบ้านออกมาช่วย เพราะทุกคนต่างก็คิดว่าเขาคงจะโกหกอีก สุดท้ายเจ้าหมาป่าจึงกินแกะของเด็กเลี้ยงแกะไปจนหมด

    นิทานอีสปเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

    “คนที่ชอบโกหก แม้พูดความจริงก็ไม่มีใครเชื่อ”

    และนี่ก็เป็นนิทานอีสปยอดนิยมทั้ง 4 เรื่อง ที่ แรบบิท แคร์ นำมาฝาก เป็นนิทานอีสปที่จะช่วยคุณพ่อคุณแม่ให้ความสนุกสนานและปลูกฝังข้อคิดดี ๆ ให้ลูกน้อย ถือเป็นอีกส่วนสำคัญในการปลูกฝังภูมิคุ้มกันทางด้านความคิดและจิตใจให้แก่เด็ก ๆ ก่อนออกสู่สังคม และนอกจากนี้สำหรับผู้ปกครองที่ห่วงใยบุตรหลานแล้ว นอกจากจะสร้างเกราะป้องกันทางด้านความคิดและการใช้ชีวิตให้กับพวกเขา ยังต้องไม่ลืมทำประกันเด็ก ช่วยดูแลทั้งในเรื่องสุขภาพและอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ต่าง ๆ เป็นการดูแลเจ้าตัวน้อยของบ้านอย่างครอบคลุม

    บทความที่เกี่ยวข้อง

    บทความแคร์ไลฟ์สไตล์

    ชายแดน

    แคร์ไลฟ์สไตล์

    ประกันชีวิตช่วงสงครามชายแดน ใครได้ ใครเสีย?

    เมื่อคุณอาศัยอยู่ในพื้นที่ชายแดนที่มีความไม่สงบ หรือมีแนวโน้มเกิดเหตุการณ์ปะทะ เช่น การซ้อมรบ การปะทะชายแดน หรือภัยจากอาวุธหนัก
    คะน้าใบเขียว
    14/08/2025
    ประกันภัยบ้าน

    แคร์ไลฟ์สไตล์

    บ้านอยู่ใกล้ชายแดน เคลมประกันได้ไหมถ้าเจอลูกหลงชายแดน?

    ด้วยสถานการณ์ที่ยังตึงเครียดกันอยู่ ทำให้การอยู่อาศัยใกล้พื้นที่ชายแดน อาจทำให้คุณต้องเผชิญความเสี่ยงจากเหตุการณ์ไม่คาดคิด เช่น การปะทะกัน, เหตุยิงลูกหลง
    คะน้าใบเขียว
    06/08/2025
    ทำความสะอาดบ้านหลังน้ำท่วม

    แคร์ไลฟ์สไตล์

    ล้างบ้านหลังน้ำท่วม กำจัดโคลนติดบ้านยังไงดี?

    จากสถานการณ์ที่หลายพื้นที่โดนน้ำท่วม  เมื่อน้ำลด นอกเหนือจากการซ่อมแซมบ้านให้กลับมาอยู่อาศัยได้แล้ว สิ่งที่ตามมาคือ น้ำโคลน  กลิ่นอับ และเชื้อโรค
    คะน้าใบเขียว
    01/08/2025