แคร์ไลฟ์สไตล์

ถ้าอยากก้าวหน้านี่คือ 5 ข้ออ้างเดิม ๆ ที่ควรเลิกใช้ในต้นปีนี้

ผู้เขียน : กองบรรณาธิการ

ทีมกองบรรณาธิการ กลุ่มนักเขียนผู้มีประสบการณ์ด้านรถยนต์ การเงิน และประกันภัย ของ แรบบิท แคร์ ที่เปิดดำเนินการมาแล้วมากกว่า 10 ปี

close
Published January 12, 2021

อุบัติเหตุ หรือสิ่งไม่คาดฝันที่ทำให้สิ่งที่เราตั้งใจไว้ไม่สามารถทำได้ตามเป้าหมายก็อาจจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ แต่หากสิ่งเดิม ๆ นี้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง มันก็อาจจะดูเหมือนเป็นข้ออ้างมากกว่า ถ้าเอาใจเขามาใส่ใจเราก็คงจะพอรู้ว่าข้ออ้างเป็นสิ่งที่ใคร ๆ ก็คงไม่อยากได้ยิน และการติดนิสัยใช้ข้ออ้างบ่อย ๆ ก็จะทำให้คนอื่น ๆ โดยเฉพาะเพื่อนร่วมงานและหัวหน้ามองว่าคุณเป็นคนไม่มีความรับผิดชอบ และเกิดคำถามว่าเป็นการแถเพื่อแค่เพื่อเอาตัวรอดในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นหรือเปล่า 

ถ้าคุณยังเป็นคนติดอ้างนู่นอ้างนี่เพื่อเอาตัวรอดจากสถานการณ์น่าปวดหัว JobThai ชวนคุณมาลองเอาฤกษ์เอาชัยใช้เวลาในช่วงต้นปีนี้ มาตรวจสอบตัวเองว่าข้ออ้างยอดแย่อะไรบ้างที่คนทำงานอย่างเราควรจะเลิกใช้ ปรับเปลี่ยนตัวเองใหม่เป็นคนที่ดีขึ้นในปีนี้

5 ข้ออ้างที่คุณควรเลิกใช้ถ้าอยากก้าวหน้า

1. ยังไม่ได้อ่านข้อความ

แน่นอนว่าเรื่องแบบนี้คงเกิดขึ้นได้ในยุคที่เรามี Application สำหรับพูดคุยกันมากมาย แต่ในเรื่องงานแล้วการตอบส่ง ๆ ว่า “ไม่ได้อ่าน” จะทำให้คุณดูเป็นคนไม่มีความรับผิดชอบขึ้นมาทันทีในสายตาของเพื่อนร่วมงาน ถ้าคุณคิดว่าข้อความมากมายที่ได้รับในแต่ละวันมันมีมากเกินไปจริง ๆ ให้แบ่งเวลาสัก 10 นาทีก่อนเลิกงาน ไล่เช็กดูข้อความหรืออีเมลต่าง ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าคุณไม่พลาดอะไรที่สำคัญไป 

เมื่อเช็กข้อความทั้งหมดเสร็จแล้ว อย่าลืมจดและจัดลำดับความสำคัญในรูปแบบที่คุณถนัด เพื่อที่คุณจะไม่ลืมว่าสิ่งที่คุณได้อ่านไปแล้วมันคืออะไรบ้าง 

2. รถติด

ข้ออ้างเกี่ยวกับการจราจรมักเป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ไม่ค่อยมีใครเชื่อถือ เพราะการจราจรย่ำแย่อยู่แล้วกันเป็นประจำ ยิ่งช่วงนี้คนหันมาทำงานแบบ Work from home หรือเปลี่ยนเวลาการเข้าทำงานเยอะขึ้นรถก็ติดน้อยลงมาก ยกเว้นแค่เรื่องเดียวคือมีอุบัติเหตุ หรือเหตุขัดข้องบางอย่างจนทำให้การจราจรแย่กว่าปกติ ข้ออ้างว่ารถติดนั้นนอกจากจะไม่สมเหตุสมผลในการอ้างกรณีมาสายแล้ว ยังแสดงให้เห็นถึงการที่คุณไม่สามารถจัดการชีวิตของตนเองได้ 

เพียงแค่คุณปรับเปลี่ยนเวลาการนอนของคุณ ลองตื่นให้เช้าขึ้นจากที่คุณเคยสายอยู่เป็นประจำ หรือมาทำงานเฉียดเวลาเข้างาน คุณจะสามารถใช้เวลาที่มาก่อนในตอนเช้า เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการทำงาน ในวันใหม่ได้แบบสบาย ๆ หรือจะเอาเวลาว่างเหล่านี้ไปใช้พักผ่อนหย่อนใจ หรือพัฒนาตัวเองก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อย 

3. ไม่มีเวลา

เป็นข้ออ้างสุดคลาสสิกอันดับต้น ๆ ในการบอกปัดความรับผิดชอบและตัดบทสนทนา เพราะมันคือการบอกเป็นนัยว่าคุณมีเรื่องอื่นที่สำคัญกว่าที่จะต้องทำ หากคุณไม่มีเวลาจริง ๆ คุณต้องอธิบายได้ว่าเวลาที่คุณไม่ว่างนั้นเอาไปใช้ทำอะไร หรือบอกไปตามตรงว่าคุณมีงานอื่นที่เร่งด่วนหรือสำคัญกว่าที่จะต้องทำ หากงานที่เขามานั้นมีความสำคัญจริง ๆ คุณต้องสามารถประเมินได้เวลาเวลาที่คุณเหลือนี้จะจัดสรร ปรับเปลี่ยนลำดับความสำคัญได้อย่างไร

4. เมื่อคืนอดนอน

เมื่อเลิกงานแล้ว เวลาหลังจากนั้นคุณจะจัดการบริหารอย่างไรก็เป็นเรื่องส่วนตัวของคุณ ไม่ว่าจะเป็นการปาร์ตี้สุดเหวี่ยง การเล่นโซเชียลมีเดีย เล่นเกม หรือ ดูซีรีส์เกาหลี แต่ถ้าสิ่งเหล่านั้นเบียดบังเวลาพักผ่อนจนทำให้คุณพักผ่อนไม่เพียงพอส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานในวันรุ่งขึ้น เรื่องส่วนตัวพวกนั้นก็ถือว่าส่งผลเสียต่องาน ยิ่งบางอย่างอาจจะส่งผลต่อสุขภาพของคุณในระยะยาว คนที่เสียผลประโยชน์ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากตัวคุณเอง

5. อินเทอร์เน็ตล่ม

ในโลกปัจจุบันที่ถ้าหากขาดอินเทอร์เน็ตก็เหมือนขาดใจ แต่เมื่อพูดถึงเรื่องงานแล้ว ถ้างานของคุณไม่เกี่ยวข้องกับการหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต หรือจำเป็นต้องใช้งานอินเทอร์เน็ตตลอดเวลา จะเน็ตช้า หรือเน็ตล่ม ก็ดูจะเป็นข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้น มีวิธีในการทำงานมากมายที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาระบบออนไลน์ เช่น การเซฟหรือดาวน์โหลดไฟล์งานลงเครื่องคอมพิวเตอร์ก่อนจึงค่อยทำงาน หรือถ้าคุณมีความจำเป็นต้องใช้งานอินเตอร์เน็ตเพื่อทำงานหรือส่งไฟล์งานแบบเร่งด่วนจริง ๆ ในยุคนี้ที่ทุกคนมีมือถือหรือแท็บเล็ตที่สามารถปล่อยสัญญาณอินเทอร์เน็ตได้เกือบหมดแล้ว คุณก็สามารถใช้อุปกรณ์เหล่านั้นแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อนได้ ดีกว่าแก้ตัวด้วยข้ออ้างเดิม ๆ แบบนี้


จริง ๆ แล้วในชีวิตประจำวันหรือชีวิตการทำงานเองยังมีข้ออ้างอีกมากมายที่เราเผลอทำจนเคยตัว แล้วรู้บ้างไหมว่าข้ออ้างพวกนี้นี่แหล่ะที่จะฉุดรั้งความสำเร็จในชีวิต และทำให้เราไม่ทำอะไรให้ชีวิตเกิดการเปลี่ยนแปลงสักที ดังนั้นลองมาเริ่มปรับเปลี่ยนตัวเองด้วยการเลิกใช้ข้ออ้าง 5 ข้อนี้ ลองดูสิว่าชีวิตของคุณจะเปลี่ยนแปลงไปได้มากขึ้นแค่ไหน ไม่แน่ว่าแค่ 5 อย่างเล็ก ๆ นี้อาจจะทำให้ชีวิตการทำงาน และชีวิตส่วนตัวของคุณพัฒนาอย่างก้าวกระโดดเลยก็ได้


 

บทความแคร์ไลฟ์สไตล์

แคร์ไลฟ์สไตล์

อาหารขยะ (Junk Food) คืออะไร ? ส่งผลเสียต่อร่างกายอย่างไร ?

ในยุคปัจจุบัน อาหารขยะ หรือ Junk Food นั้น กลายเป็นอาหารที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากด้วยความง่าย รวดเร็ว สะดวกสบายในการหาซื้อรับประทาน
Nok Srihong
12/04/2024

แคร์ไลฟ์สไตล์

จิ้งจกเข้ารถ ทำยังไงดี จะมีผลเสียอะไรตามมาไหม

ปัญหาอย่างจิ้งจกเข้ารถสำหรับบางคนอาจเป็นเรื่องใหญ่มาก สำหรับการขับขี่ ด้วยความกลัวที่ทำให้ไม่สามารถเผชิญหน้าได้
Thirakan T
12/04/2024

แคร์ไลฟ์สไตล์

ศิลปะการแสดงสุดคลาสสิคอย่าง ‘ละครเวที’ คืออะไร ทำไมถึงได้รับความนิยมจนถึงยุคปัจจุบัน

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบศิลปะ วรรณกรรม หรือการแสดงนั้นคงรู้จักเกี่ยวกับละครเวทีกันมาบ้าง
คะน้าใบเขียว
12/04/2024