ประกันชีวิตลดหย่อนภาษี

โทษหนัก! จับปรับ หากคุณคิดจะเลี่ยงภาษี

ผู้เขียน : ใบไม้ร่าเริง
Published October 06, 2020
ลดหย่อนภาษี

ในแต่ละปีมีการเลี่ยงภาษีเกิดขึ้นมากมาย และนับวันก็จะมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยกรมสรรพากรเองได้มีมาตรการออกกฎเพื่อดำเนินการกับผู้เลี่ยงภาษีอย่างจริงจังเพื่อให้การเก็บภาษีมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ที่มีรายได้หรือผู้ประกอบการบางรายมักจะเลี่ยงภาษีด้วยการลงรายได้ไม่ครบ ความเสี่ยงด้านรายจ่ายที่มีมากเกินความเป็นจริง หรือความเสี่ยงการใช้ใบกำกับภาษีปลอม เราลองมาดูกันว่า ถ้าคิดจะเลี่ยงภาษีจะต้องโดนโทษปรับอะไรบ้าง Rabbit Care มีข้อมูลมาฝากกัน 

ลดหย่อนภาษี

ถ้าเลี่ยงภาษีจะมีบทลงโทษอะไรบ้าง?

บทลงโทษสำหรับผู้ที่หลบเลี่ยงภาษี 

  • กรณีผู้เสียภาษีไม่ยื่นแบบแสดงรายการ ภ.ง.ด.90/91 ภายในกำหนดเวลา ต้องระวางโทษค่าปรับไม่เกิน 2,000 บาท ตามมาตรา 35 แห่งประมวลรัษฎากร 
  • กรณีมีเงินภาษีต้องชำระ ให้ชำระเงินภาษีและจะต้องเสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 1.5 ต่อเดือน (เศษของเดือนให้นับเป็น 1 เดือน) ของเงินภาษีที่ต้องชำระ นับแต่วันพ้นกำหนดเวลาการยื่นรายการจนถึงวันชำระภาษี
  • กรณีเจ้าพนักงานตรวจสอบออกหมายเรียก และปรากฏว่ามิได้ยื่นแบบแสดงรายการไว้หรือยื่นแบบแสดงรายการไว้แต่ชำระภาษีขาดหรือต่ำไป นอกจากจะต้องรับผิดชอบชำระเงินเพิ่มแล้ว ยังต้องรับผิดชอบเสียเบี้ยปรับอีก 1 หรือ 2 เท่าของภาษีที่ต้องชำระ แล้วแต่กรณี เงินเบี้ยปรับดังกล่าวอาจลดหรืองดได้ตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด ซึ่งอนุมัติโดยรัฐมนตรี
  • กรณีจงใจแจ้งข้อความเท็จ หรือแสดงหลักฐานเท็จหรือฉ้อโกง เพื่อหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากร มีโทษจำคุกตั้งแต่ 3 เดือนถึง 7 ปี และปรับตั้งแต่ 2,000 บาท ถึง 200,000 บาท
  • กรณีเจตนาละเลยไม่ยื่นแบบแสดงรายการเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอาการ มีโทษปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งจำ ทั้งปรับ
  • กรณีผู้ประกอบการที่ใช้ใบกำกับภาษีปลอม และหากพบว่าสำนักงานบัญชีให้ความร่วมมือกระทำผิด เช่น หาใบกำกับภาษีปลอมให้ ก็จะดำเนินคดีอาญาทันที โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปีต่อใบกำกับภาษีปลอม 1 ใบ หากใช้ใบกำกับภาษีปลอม 10 ใบ ก็รวมเป็น 70 ปี แต่กฎหมายให้จำคุกรวมแล้วไม่เกิน 20 ปี

ลดหย่อนภาษี

สิทธิประโยชน์ช่วยลดหย่อนภาษีได้ 

1. ค่าลดหย่อนส่วนตัว จำนวน 60,000 บาท เป็นสิทธิที่ผู้เสียภาษีทุกคนสามารถใช้ได้โดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ ซึ่งเริ่มใช้มาตั้งแต่ในปี พ.ศ. 2560 เป็นต้นมา

2. ค่าลดหย่อนคู่สมรส จำนวน 60,000 บาท

3. ค่าลดหย่อนบุตร จำนวน 30,000 บาท

4. ค่าลดหย่อนฝากครรภ์ คลอดบุตร ตามที่จ่ายจริงสูงสุดไม่เกิน 60,000 บาท

5. ค่าลดหย่อนลูกคนที่ 2 เพิ่มอีก 30,000 บาท ต่อคนรวมเป็น 60,000 บาท

6. ค่าเลี้ยงดูพ่อแม่ และพ่อแม่ของคู่สมรส คนละ 30,000 บาท รวม 60,000 บาท

7. ค่าลดหย่อนผู้พิการหรือคนทุพพลภาพ จำนวน 60,000 บาท

8. ดอกเบี้ยกู้ซื้อบ้านที่อยู่อาศัย ไม่เกิน 100,000 บาท

9.ประกันชีวิตที่มีกรมธรรม์อายุ 10 ปีขึ้นไป หักลดหย่อนภาษีได้ตามจริง จำนวนไม่เกิน 100,000 บาท ในส่วนเบี้ยประกันชีวิตของคู่สมรสที่ไม่มีรายได้ ก็สามารถนำมาลดหย่อนได้ด้วยเช่นกัน โดยคิดตามที่จ่ายจริงไม่เกิน 10,000 บาท

10.ประกันสุขภาพตนเอง จำนวน 15,000 บาท หักลดหย่อนภาษีได้ตามจริงเท่าที่จ่ายจริง 

ลดหย่อนภาษี

11.ประกันสุขภาพพ่อแม่ จำนวน 15,000 บาท โดยมีเงื่อนไขกำหนดว่าบิดา-มารดา ต้องมีเงินได้พึงประเมินในปีภาษีไม่เกิน 30,000 บาท

12.ประกันชีวิตแบบบำนาญ ลดหย่อนภาษีได้ 15%  หรือไม่เกิน 200,000 บาท มีข้อกำหนดว่าต้องเป็นประกันชีวิต ที่มีระยะคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป ที่ให้ผลตอบแทน(บำนาญ) ตั้งแต่อายุ 55-85 ปีขึ้นไป ทั้งยังมีข้อจำกัดเพิ่มเติมคือ เมื่อนับรวมกับสิทธิ์ในการหักลดกองทุนอื่น ต้องไม่เกิน 500,000 บาท

13.เงินประกันสังคม ไม่เกิน 9,000 บาท

14.กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ไม่เกิน 13,200 บาท

15.เงินบริจาคเพื่อการศึกษา กีฬา พัฒนาสังคม และโรงพยาบาลรัฐ สามารถลดหย่อนได้ 2 เท่าของเงินบริจาค แต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าลดหย่อน

16.เงินบริจาคแก่พรรคการเมือง ตามที่จ่ายจริงสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท

17.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) เงินจ่ายสมทบเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ สามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้ตามจริง แต่ต้องไม่เกิน 10,000 บาท สำหรับส่วนที่เกิน 10,000 บาท แต่ไม่เกิน 490,000 บาท และไม่เกิน 15% ของรายได้ จะได้รับการยกเว้น ไม่นับรวมในเงินได้ที่ต้องเสียภาษี

18.กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) เงินที่จ่ายเพื่อซื้อหน่วยลงทุนสามารถลดหย่อนได้ไม่เกิน 15% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษีในปีนั้นๆ ทั้งยังมีข้อจำกัดเพิ่มเติมคือ เมื่อนับรวมกับสิทธิ์ในการหักลดจากเบี้ยประกันชีวิตและกองทุนอื่น ๆ ต้องไม่เกิน 500,000 บาท

19.กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) ลดหย่อนภาษีสูงสุด 30% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 200,000 บาท (เงินได้พึงประเมินที่ต้องเสียภาษี) นับรวม RMF, SSF, PVD, กบช., ประกันบำนาญ และกลุ่มเกษียณอื่น ๆ ไม่เกิน 500,000 บาท

20.กองทุนเพื่อการออมพิเศษ (SSF Extra : SSFX) SSFX สามารถนำเงินที่ลงทุนมาลดหย่อนภาษีเงินได้สูงสุด 200,000 บาท ไม่รวมกับ SSF กองปกติ และไม่รวมกับกองทุนรวม RMF, PVD, กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) กองทุนครูโรงเรียนเอกชน กองทุนการออมแห่งชาติ และประกันชีวิตแบบบำนาญ


วางแผนเสียภาษีตั้งแต่เนิ่น ๆ จะทำให้เราได้สิทธิทางภาษีมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการวางแผนด้านประกันชีวิต นอกจากจะได้สิทธิลดหย่อนภาษีแล้ว ยังให้ความคุ้มครองที่ทำให้เราอุ่นใจได้อีกด้วย สนใจทำประกันชีวิตได้ที่ Rabbit Care ลองเข้ามาเปรียบเทียบเบี้ยประกันและรายละเอียดความคุ้มครองกันเลย

ลดหย่อนภาษี

บทความประกันชีวิตลดหย่อนภาษี

Rabbit Care Blog Image 26917

ประกันชีวิตลดหย่อนภาษี

เรื่องของการ ลดหย่อนภาษี ที่มนุษย์เงินเดือนยังไม่เก็ท

เดี๋ยวนี้ อะไรๆ ก็ต้อง ลดหย่อนภาษี จึงจะน่าสนใจ เราจะได้เห็นเคล็ดลับเพื่อคนที่ต้องการลดหย่อนภาษีออกมาเป็นจำนวนมาก
IN-Wsible
18/11/2020
Rabbit Care Blog Image 61748

ประกันชีวิตลดหย่อนภาษี

น้องใหม่มาแรง! กองทุน SSF ตัวช่วยลดหย่อนภาษี 2563

ปีนี้จะเป็นปีแรกที่กองทุนรวมน้องใหม่อย่าง กองทุนรวมเพื่อส่งเสริมการออมระยะยาว หรือ Super Saving Fund (SSF) มาแทนกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ที่สิ้นสุดไปเมื่อช่วงสิ้นปี 2562
ใบไม้ร่าเริง
27/08/2020
Rabbit Care Blog Image 55334

ประกันชีวิตลดหย่อนภาษี

5 เทคนิค เพื่อการลดหย่อนภาษีที่ง่ายเว่อร์

มนุษย์เงินเดือนเป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่ต้องเสียภาษี เพราะมีรายได้ประจำทุกเดือน โดยกรมสรรพากรจะเรียกเก็บภาษีประเภทเงินได้บุคคลธรรมดา
ใบไม้ร่าเริง
18/07/2020