เปรียบเทียบประกันรถยนต์ เช็คเบี้ยทุกชั้นจากหลายบริษัทชั้นนำ
ที่ Rabbit Care คุณสามารถ เปรียบเทียบประกันรถยนต์ จากหลายบริษัทประกันชั้นนำพร้อมกันในที่เดียว เห็นทั้งราคาและความคุ้มครองทุกชั้นอย่างชัดเจน ตั้งแต่ชั้น 1, 2+, 2, 3+, 3 ไปจนถึงประกันรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพียงกรอกข้อมูลรถไม่กี่ขั้นตอน ก็เช็คเบี้ยจริงจากหลายบริษัทและเปรียบเทียบแผนที่เหมาะกับคุณได้ทันที
เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ออนไลน์ 3 ขั้นตอนง่าย ๆ
กรอกข้อมูลครั้งเดียว เปรียบเทียบและเช็คเบี้ยแผนประกันรถยนต์ได้ทุกชั้น ภายใน 30 วินาที
กรอกข้อมูลรถของคุณ ง่ายและรวดเร็ว
เปรียบเทียบแผนประกัน
ซื้อออนไลน์ หรือให้เราเสนอราคา
พันธมิตรประกันภัยรถยนต์ชั้นนำของ Rabbit Care
รวมบริษัทประกันรถยนต์ชั้นนำหลายเจ้า ให้คุณเช็คเบี้ยและเปรียบเทียบแผนได้ในที่เดียว ผ่าน Rabbit Care
รีวิวลูกค้าจริง 4.5/5 จากผู้รีวิวกว่า 1,558 ราย
ลูกค้าจริงที่ซื้อและเช็คเบี้ยประกันรถยนต์กับ Rabbit Care ให้คะแนนการบริการเฉลี่ย 4.6/5 จากรีวิวบน Google กว่า 1,500 รายการ
เปรียบเทียบประกันรถยนต์ ความคุ้มครองแต่ละชั้น ก่อนเช็คเบี้ยจริง
ตารางสรุปเปรียบเทียบความคุ้มครองของประกันรถยนต์แต่ละชั้น และประกันรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ช่วยให้ตัดสินใจเลือกชั้นประกันและเช็คเบี้ยได้ง่ายขึ้น”
ตารางนี้สรุปว่า ประกันชั้น 1 คุ้มครองครบที่สุดรวมถึงกรณีไม่มีคู่กรณี ส่วน ชั้น 2+ และ 3+ เน้นคุ้มครองรถชนรถ โดย 2+ จะเพิ่มความคุ้มครองรถหาย/ไฟไหม้เข้ามา
เปรียบเทียบประกันรถยนต์แต่ละชั้น คุ้มครองต่างกันอย่างไร
ตารางสรุปความแตกต่างของความคุ้มครองประกันรถยนต์ ชั้น 1, ชั้น 2+, ชั้น 2, ชั้น 3+ และ ประกันชั้น 3 ทั้งระดับความคุ้มครองต่อตัวรถเรา คู่กรณี และกลุ่มผู้ใช้ที่เหมาะสม
| ชั้นประกัน | คุ้มครองตัวรถเรา | คุ้มครองคู่กรณี | เหมาะกับใคร | จุดเด่น |
|---|---|---|---|---|
|
ชั้น 1
คุ้มครองสูงสุด
|
คุ้มครองเกือบทุกกรณี ทั้งชน มีคู่กรณี–ไม่มีคู่กรณี ชนสิ่งของ, ไฟไหม้, สูญหาย (ตามเงื่อนไขกรมธรรม์) | คุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของคู่กรณีตามวงเงินที่ระบุในกรมธรรม์ | เจ้าของรถใหม่ รถราคาสูง หรือผู้ที่ใช้รถเป็นประจำทุกวันและต้องการลดความเสี่ยงให้เหลือน้อยที่สุด | ความคุ้มครองรอบด้านที่สุด แม้เบี้ยจะสูงกว่าชั้นอื่น แต่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายยามเกิดอุบัติเหตุได้มาก |
|
ชั้น 2+
คุ้มครองคุ้มค่า
|
คุ้มครองรถเรากรณีชนกับยานพาหนะทางบก ไฟไหม้ หรือสูญหาย (ตามเงื่อนไขบริษัทประกัน) | คุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของคู่กรณีเช่นเดียวกับชั้น 1 | รถที่มีอายุใช้งานมาสักระยะ ต้องการคุ้มครองตัวรถและคู่กรณี แต่ต้องการประหยัดเบี้ยลงจากชั้น 1 | เบี้ยถูกกว่าชั้น 1 แต่ยังคุ้มครองตัวรถกรณีสำคัญ เหมาะกับรถที่ไม่ได้ใหม่มากแต่ยังมีมูลค่าสูง |
|
ชั้น 2
คุ้มครองครบในงบประหยัด
|
โดยทั่วไปครอบคลุมกรณีรถไฟไหม้ หรือรถสูญหายจากการลักทรัพย์หรือชิงทรัพย์ แต่ไม่คุ้มครองความเสียหายจากอุบัติเหตุชนทั่ว ๆ ไป (ยกเว้นเงื่อนไขพิเศษของบางบริษัท) | คุ้มครองชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของคู่กรณี หากเราเป็นฝ่ายผิดตามวงเงินความคุ้มครองที่ระบุในกรมธรรม์ | ผู้ที่ต้องการคุ้มครองความเสี่ยงกรณีรถถูกขโมยหรือไฟไหม้ และต้องการความคุ้มครองคู่กรณี แต่รับได้กับการไม่คุ้มครองความเสียหายตัวรถจากการชนทั่วไป | เบี้ยประกันถูกกว่าชั้น 1 และ 2+ แต่ยังมีคุ้มครองกรณีไฟไหม้และสูญหาย เหมาะกับรถที่มีความเสี่ยงเรื่องโจรกรรม หรือจอดในพื้นที่เสี่ยงเป็นประจำ |
|
ชั้น 3+
เน้นประหยัดแต่ยังดูแลรถ
|
คุ้มครองรถเรากรณีชนกับยานพาหนะทางบกที่มีคู่กรณีเท่านั้น (ไม่คุ้มกรณีชนสิ่งของหรือไม่มีคู่กรณี) | คุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของคู่กรณีตามวงเงินในกรมธรรม์ | ผู้ที่ขับรถไม่บ่อย รถมีอายุหลายปี เน้นลดค่าเบี้ยประกันแต่ยังอยากให้มีคุ้มครองตัวรถบ้าง | เบี้ยประกันประหยัด เหมาะสำหรับคนที่รับได้กับความเสี่ยงบางส่วนและต้องการคุ้มครองเมื่อเกิดเหตุชนกับรถคันอื่น |
|
ชั้น 3
คุ้มครองคู่กรณีเป็นหลัก
|
โดยทั่วไปไม่คุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถของเรา (ยกเว้นเงื่อนไขพิเศษของบางแผน) | คุ้มครองชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของคู่กรณี เมื่อเกิดอุบัติเหตุที่เราผิด | ผู้ที่มีรถเก่า ใช้งานน้อย ต้องการป้องกันความเสี่ยงด้านคู่กรณีเป็นหลัก และควบคุมค่าเบี้ยให้ต่ำ | ค่าเบี้ยประกันถูกที่สุด เหมาะสำหรับคนที่พร้อมรับความเสี่ยงต่อความเสียหายของรถตัวเองมากขึ้น |
| พ.ร.บ. (ประกันภัยภาคบังคับ) | ไม่คุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถของเรา | คุ้มครองชีวิตและร่างกายของผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางรถทั้งฝ่ายเราและคู่กรณี ตามวงเงินที่กฎหมายกำหนด | เจ้าของรถทุกคันที่ต้องทำตามกฎหมาย เพื่อให้รถวิ่งบนท้องถนนได้อย่างถูกต้อง | ช่วยรองรับค่าใช้จ่ายเบื้องต้นเมื่อเกิดอุบัติเหตุทางรถ แต่ไม่ทดแทนประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ |
โดยสรุปแล้ว ประกันรถยนต์ชั้น 1 เหมาะกับรถใหม่หรือรถราคาสูงที่ต้องการความคุ้มครองรอบด้าน, ชั้น 2+ และชั้น 3+ เหมาะกับรถที่ใช้งานมาสักระยะและต้องการคุ้มครองในงบประหยัดลง, ส่วนชั้น 2 และชั้น 3 จะเหมาะกับรถอายุหลายปีหรือใช้งานไม่บ่อย โดยเน้นคุ้มครองคู่กรณีและความเสี่ยงหลักเป็นสำคัญ
เช็คเบี้ยเปรียบเทียบราคาประกันชั้น 1 ครอบคลุมทุกความคุ้มครอง เห็นราคาเลย
ตารางแสดงตัวอย่างราคาเบี้ยประกันรถยนต์ชั้น 1 สำหรับรถรุ่นฮิต ช่วยประเมินงบประมาณได้ ก่อนเช็คเบี้ยจริงตามข้อมูลรถของคุณ
เปรียบเทียบราคาประกันรถยนต์ได้ทุกชั้นประกัน
ดูราคาประกันรถยนต์เริ่มต้น เปรียบเทียบราคาและจุดเด่นของประกันทุกชั้น แล้วเช็คเบี้ยจริงสำหรับรถของคุณได้ทันที
แนะนำ
ราคาประกันรถยนต์ ชั้น 1
เริ่มที่ 6,999 บาท คุ้มแบบจัดเต็ม
คุ้มครองสูงสุด ครอบคลุมความเสียหายต่อตัวรถและคู่กรณี
ความคุ้มครอง
-
ความเสียหายต่อตัวรถทุกกรณี
-
ความเสียหายต่อทรัพย์สินคู่กรณี
-
การบาดเจ็บและเสียชีวิตของบุคคลภายนอก
เหมาะสำหรับ
ขอใบเสนอราคา
ราคาประกันรถยนต์ ชั้น 2+
เริ่มที่ 4,999 บาท ราคาดีครอบคลุม
คุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์จากการชนและคู่กรณี
ความคุ้มครอง
-
ตัวรถจากการชนกับยานพาหนะทางบก
-
ชีวิตและร่างกายของผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร
-
ความเสียหายต่อทรัพย์สินคู่กรณี
เหมาะสำหรับ
ขอใบเสนอราคา
ราคาประกันรถยนต์ ชั้น 3+
เริ่มที่ 4,900 บาท คุ้มค่ากว่าที่คิด
ประกันภัยรถยนต์ที่คุ้มครองความเสียหายต่อคู่กรณีและตัวรถจากการชน
ความคุ้มครอง
-
คุ้มครองค่าซ่อมรถยนต์และทรัพย์สิน
-
ความเสียหายต่อทรัพย์สินคู่กรณี
-
ชีวิตและค่ารักษาพยาบาลคู่กรณี
เหมาะสำหรับ
ขอใบเสนอราคา
ราคาประกันรถยนต์ไฟฟ้า (EV)
เริ่มที่ 6,600 บาท (ชั้น 3+)
ให้คุ้มครองทั้งในอุบัติเหตุและความเสี่ยงเฉพาะของ EV
ความคุ้มครอง
-
ความเสียหายต่อตัวรถจากอุบัติเหตุ
-
แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า (ตามเงื่อนไขกรมธรรม์)
-
การบาดเจ็บและเสียชีวิตของบุคคลภายนอก
เหมาะสำหรับ
ขอใบเสนอราคาวิธีเปรียบเทียบประกันรถยนต์และเช็คเบี้ยออนไลน์ให้ได้แผนคุ้มสุด
ก่อนตัดสินใจซื้อ อย่าดูแค่เบี้ยถูกที่สุด แต่ควรเปรียบเทียบหลายแผนจากหลายบริษัท โดยดูทั้งทุนประกัน ความคุ้มครอง และค่าใช้จ่ายเวลาเคลมควบคู่กันไป
4 ขั้นตอนเปรียบเทียบแบบกระชับ
-
1
เตรียมข้อมูลรถและการใช้งาน
ยี่ห้อ รุ่น ปีรถ และลักษณะการใช้งาน (ส่วนตัว/งาน/เชิงพาณิชย์) มีผลต่อทั้งเบี้ยและเงื่อนไขคุ้มครอง
-
2
เลือกชั้นประกันให้ตรงก่อน
ตัดสินใจให้ได้ก่อนว่าจะใช้ชั้น 1, 2+, 3+ หรือ 3 แล้วค่อยเทียบเบี้ยในชั้นเดียวกัน จะเห็นความต่างชัดและไม่สับสน
-
3
เช็กจุดสำคัญนอกเหนือจากเบี้ย
ดูทุนประกัน ความคุ้มครองกรณีไม่มีคู่กรณี ค่า excess และข้อยกเว้นสำคัญ ไม่ใช่ดูแค่ราคาต่อปีอย่างเดียว
-
4
วางแผน 2–3 แผนเทียบกัน
เลือกอย่างน้อย 2–3 แผนที่คุ้มครองใกล้กันมาวางเทียบ จะเห็นว่า “จ่ายเพิ่ม/ลดเล็กน้อย” ส่งผลต่อความคุ้มครองแค่ไหน
ตัวอย่างเปรียบเทียบแผนประกัน (สมมติ)
ตัวอย่างสำหรับรถเก๋งอายุ 3 ปี เพื่อให้เห็นภาพการเลือกแผนที่คุ้มค่า ไม่ใช่แค่ถูกสุด
| รายการ | แผน A ชั้น 1 | แผน B ชั้น 1 | แผน C ชั้น 2+ |
|---|---|---|---|
| ทุนประกัน | 500,000 บาท | 450,000 บาท | 400,000 บาท |
| เบี้ยต่อปี (ประมาณ) | 17,900 บาท | 15,500 บาท | 11,900 บาท |
| ชนไม่มีคู่กรณี | คุ้มครอง (excess 3,000) | คุ้มครอง (ไม่มี excess) | ไม่คุ้มครอง |
| ไฟไหม้ / รถหาย | คุ้มครอง | คุ้มครอง | คุ้มครอง |
| เหมาะกับใคร | ใช้ทุกวัน อยากคุ้มครองรอบด้าน รับได้กับการจ่าย excess | อยากได้ชั้น 1 ที่ไม่ต้องสำรองจ่ายเวลาเผลอชน | ขับไม่บ่อย เน้นประหยัดเบี้ย แต่ยังอยากคุ้มครองกรณีมีคู่กรณี |
อ่านตัวเลขให้เป็น แล้วเลือกแผนที่คุ้มกับคุณ
จากตัวอย่าง ถ้ายอมรับความเสี่ยงเพิ่มได้ การเลือกแผน C ช่วยลดเบี้ยต่อปีได้หลายพันบาท แต่ถ้าใช้รถทุกวันและกังวลเรื่องชนไม่มีคู่กรณี การขยับมาแผนชั้น 1 อาจคุ้มกว่าในระยะยาว
คุณสามารถใช้ตารางรูปแบบนี้ในการเทียบแผนจริงจากหลายบริษัทที่เช็คเบี้ยได้บน Rabbit Care แล้วเลือกแผนที่คุ้มสุดสำหรับรถของคุณ
คำถามยอดฮิตเรื่องเช็คเบี้ยและเปรียบเทียบประกันรถยนต์
Q: อยากเปรียบเทียบประกันรถยนต์ให้คุ้มที่สุดควรเริ่มจากอะไร?
A: เริ่มจากรวบรวมข้อมูลรถของคุณให้ครบ และ เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ จากหลายบริษัทในที่เดียว เพื่อดูทั้งราคาและความคุ้มครองไปพร้อมกัน ไม่ใช่ดูแค่ตัวเลขเบี้ยอย่างเดียว
Q: เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ออนไลน์ต้องเสียค่าใช้จ่ายไหม?
A: การเช็คเบี้ยและเปรียบเทียบแผนประกันรถยนต์บนเว็บไซต์ Rabbit Care ไม่มีค่าใช้จ่าย คุณสามารถดูราคาและรายละเอียดหลายแผนได้ฟรีก่อนตัดสินใจซื้อจริง
คำถามที่พบเจอบ่อยๆ
ประกันรถยนต์ คืออะไร?+
ประกันรถยนต์ คือ สัญญาระหว่างผู้เอาประกันกับบริษัทประกัน เพื่อชดเชยความเสียหายจากอุบัติเหตุหรือเหตุไม่คาดฝัน โดยแบ่งเป็นประเภทชั้นต่างๆ ตามระดับความคุ้มครอง และต้องทำ พ.ร.บ. (ภาคบังคับ) ทุกคันตามกฎหมาย
ประกันรถยนต์มีกี่ประเภท และต่างกันอย่างไร?+
- ประกันรถยนต์แบ่งเป็นชั้น 1 (คุ้มครองทุกกรณี รวมตัวรถ คู่กรณี ภัยธรรมชาติ รถหาย)
- ชั้น 2+ (ชนรถมีคู่กรณี + รถหายไฟไหม้)
- ชั้น 3+ (ชนรถมีคู่กรณีตัวรถและคู่กรณี)
- ชั้น 2/3 (คุ้มครองคู่กรณีเท่านั้น) และ พ.ร.บ. (ภาคบังคับคุ้มครองชีวิต/บาดเจ็บ)
ต้องทำประกันภาคบังคับ (พ.ร.บ.) หรือไม่ และคุ้มครองอะไรบ้าง?+
พ.ร.บ. หรือประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ เป็นประกันที่เจ้าของรถทุกคนต้องทำตามกฎหมาย เพื่อคุ้มครองชีวิตและร่างกายของผู้ประสบอุบัติเหตุทางรถ ไม่ว่าจะเป็นผู้ขับ ผู้โดยสาร หรือคนเดินถนน โดยทั่วไป พ.ร.บ. จะคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลและการเสียชีวิตของผู้บาดเจ็บหรือผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถ ทั้งฝ่ายผู้ถูกและผู้ผิด เช่น ค่าชดเชยกรณีบาดเจ็บและเสียชีวิตของผู้ถูกสูงสุดประมาณ 500,000 บาทต่อราย และผู้ผิดประมาณ 35,000 บาทต่อราย ตามเงื่อนไขและวงเงินที่กฎหมายกำหนดในช่วงเวลานั้น ทั้งนี้ พ.ร.บ. จะไม่คุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถของคุณหรือทรัพย์สินอื่น ๆ จึงควรทำประกันรถยนต์ภาคสมัครใจควบคู่ไปด้วยเพื่อให้ได้รับความคุ้มครองที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น
รถเก่า/รถไฟฟ้า (EV) ทำประกันชั้นไหนได้บ้าง?+
โดยทั่วไป รถที่มีอายุมากกว่า 7 ปีขึ้นไปยังสามารถทำประกันรถยนต์ชั้น 1 ได้ แต่เบี้ยอาจสูงขึ้นและมีเงื่อนไขเพิ่มเติม ขึ้นอยู่กับบริษัทประกันและสภาพรถของคุณ ส่วนรถเก่ามาก ๆ หลายคนจะขยับไปเลือกชั้น 2+, 3+ หรือชั้น 3 เพื่อควบคุมค่าเบี้ยให้เหมาะกับมูลค่ารถที่ลดลง. สำหรับรถไฟฟ้า (EV) ปัจจุบันมีแผนประกันเฉพาะทางหลายแบบ ทั้งชั้น 1 และชั้นอื่น ๆ แต่รายละเอียดความคุ้มครองแบตเตอรี่และอุปกรณ์เฉพาะของรถไฟฟ้าจะต่างกันไปตามแต่ละบริษัท แนะนำให้เช็คเบี้ยและอ่านเงื่อนไขความคุ้มครองของแต่ละแผนก่อนตัดสินใจทุกครั้ง
ประกันชั้น 2+ และ 3+ คุ้มครองต่างจากชั้น 1 ยังไง?+
ประกันรถยนต์แต่ละชั้นนั้นให้ความคุ้มครองที่แตกต่างออกไป รวมถึงประกันรถยนต์ราคาถูกแพงแตกต่างกันออกตามความคุ้มครองอีกด้วย โดยเราสามารถจำแนกได้ ดังนี้
-
ประกัน ชั้น 1
คือ ประกันรถยนต์ที่ให้ความคุ้มครองสูงสุด แม้ราคาประกันรถยนต์ ชั้น 1 จะค่อนข้างสูง แต่นับว่าคุ้มค่า เนื่องจากให้ครอบคลุมในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็น การเฉี่ยวชนที่มีทั้งคู่กรณี และไม่มีคู่กรณี คุ้มครองเรื่องไฟไหม้ รถถูกโจรกรรม และในบางกรมธรรม์สำหรับประกันรถยนต์ไฟฟ้าจะเสริมความคุ้มครองเรื่องแบตเตอรี่อีกด้วย เหมาะสำหรับรถยนต์ป้ายแดง หรือรถยนต์ที่ใช้งานเป็นประจำ
-
ประกันชั้น 2+
คือ ประกันรถยนต์ที่ให้ความคุ้มครองรองมาประกันชั้น 1 อาจจะไม่คุ้มครองกรณีที่เฉี่ยวชนโดยไม่มีคู่กรณี แต่ความคุ้มครองในด้านอื่น ๆ ยังคงให้ครบถ้วน มีจุดเด่นที่ราคาสบายกระเป๋ามากขึ้น เหมาะกับรถที่มีอายุมากกว่า 10 ปี ขึ้นไป แต่ยังอยากได้ความคุ้มครองแบบจัดเต็มอยู่ โดยคุณสามารถเริ่มต้นเช็คราคาประกันรถยนต์ 2+ ที่ แรบบิท แคร์ ได้เช่นกัน
-
ประกันชั้น 3+
คือ ประกันรถยนต์ที่สบายกระเป๋ามากที่สุด แม้จะได้ความคุ้มครองที่ลดลง แต่ยังได้ความคุ้มครองพื้นฐานยังครบถ้วน เช่น ความคุ้มครองทรัพย์สินเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล เหมาะสำหรับรถยนต์ที่มีอายุการใช้งานมานาน หรือ เป็นรถยนต์ที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน แต่ยังต้องการประกันคุ้มครองอยู่ หรือเมหาะสำหรับคนที่มองหาประกันรถราคาถูก โดยคุณสามารถเช็คราคาประกันรถยนต์ 3+ กับทาง แรบบิท แคร์ ได้เลย
ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 คุ้มครองอะไรบ้าง?+
สำหรับผู้ที่สนใจ แต่ยังไม่แน่ใจว่าประกันชั้น 1 นั้น ให้ความคุ้มครองตรงความต้องการเราหรือไม่นั้น เบื้องต้น ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ให้ความคุ้มครอง ดังนี้
-
ให้ความคุ้มครองการชนทั้งมีคู่กรณี และไม่มีคู่กรณี
ไม่ว่าจะเป็นความคุ้มครองต่อตัวรถ, การประกันตัวผู้ขับขี่ในกรณีที่เกิดเหตุ โดยบริษัทประกันจะชดเชยค่าซ่อมรถให้กับคุณตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ นอกจากนี้ยังให้ความคุ้มครองค่าซ่อมรถยนต์และทรัพย์สินคู่กรณี และชดเชยค่าสินใหม่แทนคุณตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
-
ให้ความคุ้มครองต่อชีวิต ค่ารักษาพยาบาลต่าง ๆ ของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
ทั้งคุ้มครองชีวิตให้คุณได้อุ่นใจตลอดการเดินทาง และให้คุ้มครองเมื่อบาดเจ็บจากอุบัติเหตุขณะขับขี่รถยนต์ที่มีประกันชั้น 1 จะให้ความคุ้มครองด้านค่ารักษาพยาบาลตามที่จ่ายจริง
-
ให้ความคุ้มครองต่อภัยธรรมชาติ น้ำท่วม ไฟไหม้
อุ่นใจได้เมื่อรถยนต์ของคุณได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม หรือภัยธรรมชาติอื่น ๆ เพราะบริษัทประกันจะชดเชยค่าสินไหมตามจำนวนที่ได้ระบุไว้ในกรมธรรม์ รวมไปถึงการเกิดอุบัติเหตุรถไฟไหม้
-
ให้ความคุ้มครองเมื่อรถสูญหาย
บริษัทประกันภัยพร้อมชดเชยค่าสินไหมให้กับคุณตามทุนประกันที่ระบุไว้ในกรมธรรม์เมื่อรถยนต์สูญหายจากการโจรกรรม
-
บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง
บริการสุดพิเศษสำหรับผู้ทำประกันรถยนต์ชั้น 1 เพราะคุณสามารถขอความช่วยเหลือคุณในยามฉุกเฉิน เคลื่อนย้ายรถไปยังศูนย์หรืออู่ซ่อมชั้นนําทั่วประเทศ ตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้บางบริษัทยังมอบสิทธิ์พิเศษให้เฉพาะผู้ที่ทำประกันชั้น 1 อีกมากมาย เช่น บริการสำหรับรถใช้ชั่วคร่าวเมื่อรถต้องเข้าอู่ซ่อม, บริการเรียกรถแท็กซ์ซี่ในกรณีที่ไม่มีรถกลับบ้าน เป็นต้น
คุ้มครองครบจบในทุกเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน ต้องนี่เลยประกันรถยนต์ชั้น 1 โดยเฉพาะเมื่อทำกับ แรบบิท แคร์ ที่นี่มาพร้อมกับบริการทั้งก่อนและหลังการขาย โปรโมชั่น ประกันรถยนต์ และข้อเสนอสุดพิเศษ ทั้งส่วนลด กิจกรรมของสมนาคุณ จาก บริษัทประกันฯที่ทีให้คุณเลือกอย่างหลากหลาย ให้คุณได้ประกันรถยนต์
เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ต้องเตรียมข้อมูลอะไรบ้าง?+
เวลาคุณเช็คเบี้ยประกันรถยนต์ ออนไลน์ ควรเตรียมข้อมูลพื้นฐานของรถและผู้ขับขี่ให้ครบ เช่น ยี่ห้อ รุ่น ปีจดทะเบียน ทะเบียนรถ เลขตัวถัง/เลขเครื่อง (ถ้าระบุ) และประวัติการเคลมในช่วง 1–3 ปีที่ผ่านมา เพราะข้อมูลเหล่านี้มีผลโดยตรงต่อราคาค่าเบี้ยที่ระบบคำนวณให้
นอกจากนี้ หากมีอุปกรณ์เสริม เช่น ชุดแต่ง ล้อแม็ก ถังแก๊ส หรือต้องการระบุทุนประกันเพิ่มเติม ก็ควรแจ้งให้ชัดเจนตั้งแต่ตอนเช็คเบี้ย เพื่อให้เห็นเบี้ยที่ใกล้เคียงเบี้ยจริงที่สุดและคุ้มครองตรงกับการใช้งานรถของคุณ
ปัจจัยอะไรที่ทำให้เบี้ยประกันแพง/ถูก?+
ปัจจัยที่มีผลต่อเบี้ยประกันรถยนต์มีหลายด้าน เช่น ยี่ห้อ รุ่น และปีจดทะเบียนของรถ เพราะรถราคาสูงหรือซ่อมแพงมักมีเบี้ยสูงกว่า รวมถึงชั้นประกันที่เลือก (ชั้น 1 จะเบี้ยสูงกว่าชั้น 2+/3+) ประวัติการเคลมในอดีต อาชีพและรูปแบบการขับขี่ ระยะทางวิ่งต่อปี ตลอดจนโปรโมชั่นหรือส่วนลดของแต่ละบริษัทประกันในช่วงเวลานั้น ปัจจัยเหล่านี้รวมกันจึงทำให้เบี้ยประกันของแต่ละคนแตกต่างกันไป
ขอใบเสนอราคาประกันรถยนต์ Rabbitcare ได้ยังไง?+
เช็คออนไลน์ 24 ชม. โทร 1438 หรือ Line @rabbitcare ฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียม
ตอนเช็คเบี้ยประกันรถยนต์ควรดูอะไรบ้าง นอกจากราคา?+
นอกจากดูแค่ราคาค่าเบี้ย ควรเช็คความคุ้มครองหลักให้ครบ เช่น คุ้มครองรถเราจากอุบัติเหตุทุกกรณีหรือไม่ คุ้มครองคู่กรณีความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินเท่าไหร่ รวมถึงมีคุ้มครองกรณีชนไม่มีคู่กรณี น้ำท่วม หรือภัยธรรมชาติหรือเปล่า
รายละเอียดอย่างทุนประกันรถยนต์ จำนวนเงินคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล การมีรถใช้ระหว่างซ่อม บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. และเงื่อนไขการซ่อม (ซ่อมห้าง/ซ่อมอู่) ก็เป็นจุดที่ควรเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจ เพราะมีผลต่อความคุ้มค่าในการใช้งานจริงทุกวัน
เปรียบเทียบประกันรถยนต์ออนไลน์ดีกว่าถามหลายบริษัทเองยังไง?+
การเปรียบเทียบประกันรถยนต์ออนไลน์ช่วยประหยัดเวลามากกว่า เพราะคุณเห็นเบี้ยและความคุ้มครองจากหลายบริษัทในหน้าเดียว ไม่ต้องติดต่อทีละบริษัทหรือกรอกข้อมูลซ้ำหลายครั้ง
ข้อดีอีกอย่างคือแพลตฟอร์มเปรียบเทียบมักจัดเรียงและฟิลเตอร์แผนประกันให้ตามงบประมาณหรือระดับความคุ้มครองที่คุณต้องการ ทำให้เห็นตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุดได้ง่ายขึ้น และลดโอกาส “ตกหล่นเงื่อนไขสำคัญ” เวลาเลือกแผนด้วยตัวเอง
ทำไมต้องเปรียบเทียบประกันรถยนต์กับเรา?+
หากใครกำลังมองหาว่า ประกันรถยนต์ที่ไหนดี ต้องเฉพาะที่นี้ แรบบิท แคร์ เท่านั้น




มีเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำก่อนตัดสินใจซื้อประกันหรือเปล่า?มีค่าใช้จ่ายไหม?+
คุณสามารถมองหาประกันรถยนต์ ราคาถูก ไม่มีค่าใช้จ่าย ง่ายและเร็ว ภายใน 3 ขั้นตอน ดังนี้
- กรอกรายละเอียดที่จำเป็นต่อการเปรียบเทียบ หรือต้องการ เช็ค ประกันรถยนต์ เช่น ยี่ห้อรถ รุ่นรถ ปีที่ผลิต ขนาดเครื่องยนต์ ของรถยนต์คุณ รวมไปถึงรายละเอียดอื่น ๆ เช่น ใช้ขับขี่ส่วนตัวหรือเชิงพาณิชย์ การติดกล้องหรือไม่ หรือมีการแต่งรถไหม
- ระบุชื่อเบอร์โทรเพื่อให้แคร์เอเจ้นท์ติดต่อกลับ
- หรือสำหรับผู้ที่ไม่สะดวกให้ติดต่อกลับ แต่ต้องการติดต่อไปด้วยตัวเอง สามารถติดต่อได้ช่องทางดังต่อไปนี้
- Care Center เบอร์ 1438 | Line Official Account @rabbitcare
โดยช่องทางเหล่านี้ นอกเหนือจากการขอใบเสนอราคาแล้ว ผู้ที่สนใจยังสามารถสอบถามเพื่อประเมินการตัดสินใจก่อนการซื้อประกันรถได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็น การชำระค่าเบี้ยประกันรถยนต์ , มีโปรโมชั่น ประกันรถยนต์อะไรบ้าง?, หากรถยนต์มีอายุมากกว่า 20 ปี ขึ้นไป สามารถทำประกันได้ไหม ก็สามารถสอบถามได้เช่นกัน
ช่องทางการซื้อและชำระเงินที่ rabbitcare?+
ออนไลน์ผ่านเว็บ/Line/1438 ชำระพร้อมเพย์/เดบิต/เครดิต ผ่อนชำระ 0% ได้นานสูงสุด 3, 6 และ 10 เดือน กับธนาคารที่ร่วมรายการ
ผ่อนบัตรเครดิตสุดคุ้ม 0% นานสูงสุด 10 เดือน เมื่อซื้อประกันรถยนต์ที่แรบบิท แคร์+
- การผ่อนประกันรถยนต์ สามารถชำระด้วยบัตรเครดิตผ่อนได้ เมื่อลูกค้าซื้อประกันภัยรถยนต์ที่มีค่าเบี้ยขั้นต่ำ 2,500 บาท
- การผ่อนชำระบัตรเครดิตสามารถผ่อนได้ เมื่อมียอดผ่อนชำระขั้นต่ำ 500 บาทต่อเดือน
- ระยะเวลาผ่อนชำระ สามารถเลือกได้ระหว่าง 3, 6 และ 10 เดือนเท่านั้น
เอกสารซื้อ/ต่อประกันต้องใช้อะไร?+
บัตรประชาชน ทะเบียนรถ (เล่มฟ้า) ใบขับขี่ (ถ้าระบุชื่อ) ส่งทาง Line/Email
ติดตามสถานะกรมธรรม์/จัดส่งยังไง?+
เช็คที่ portal.rabbitcare.com ด้วย OTP ส่งทาง Kerry ได้ tracking2
ผู้เชี่ยวชาญและความปลอดภัย
ข้อมูลบนหน้านี้อยู่ภายใต้การดูแลของทีมที่ปรึกษาประกันรถยนต์ Rabbit Care เป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน การเปรียบเทียบประกันรถยนต์ และเช็คเบี้ยจากหลายบริษัทในที่เดียวที่เหมาะกับลูกค้าทั่วประเทศ
เนื้อหาผ่านการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ประกันวินาศภัย เพื่อให้ข้อมูลถูกต้อง อัปเดตอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้คุณได้รับรายละเอียดที่ถูกต้อง
รางวัลและความสำเร็จทางด้านประกันภัย
Rabbit Care เป็นนายหน้าประกันภัยที่ได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) มีที่ตั้งสำนักงานชัดเจนและช่องทางติดต่อที่ตรวจสอบได้ (ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย เลขที่ ว00021/2557)
ข้อมูลส่วนตัวที่คุณให้จะถูกดูแลตามมาตรฐานความปลอดภัยและใช้เพื่อการเสนอราคาและให้คำปรึกษาเท่านั้น












