เคลมสด vs เคลมแห้ง คืออะไร? ต่างกันยังไง ?
การเลือกเคลมสดหรือเคลมแห้งให้ถูกประเภท ช่วยรักษาสิทธิ์ของผู้ทำประกันรถยนต์ได้อย่างครบถ้วน และช่วยให้บริษัทประกันจัดการเคลมได้ตรงตามเงื่อนไขกรมธรรม์ บทความนี้สรุปความหมาย ตารางเปรียบเทียบ และวิธีเลือกให้เหมาะกับเหตุการณ์ที่เจอ
เคลมสด vs เคลมแห้ง ต่างกันยังไง
เคลมสด (Fresh Claim) คือการแจ้งเคลมทันทีที่เกิดเหตุ มีเจ้าหน้าที่มาตรวจที่เกิดเหตุ ใช้เมื่อมีคู่กรณีชัดเจนหรืออุบัติเหตุรุนแรง ส่วน เคลมแห้ง (Dry Claim) คือการแจ้งเคลมภายหลังได้สำหรับความเสียหายเล็กน้อยที่ไม่มีคู่กรณี เช่น รอยขีดข่วน โดยไม่ต้องรอเจ้าหน้าที่ตรวจที่เกิดเหตุ
เคลมสด (Fresh Claim)
- เมื่อไหร่: แจ้งทันที ณ จุดเกิดเหตุ
- ใช้กับ: มีคู่กรณีชัดเจน หรือมีผู้บาดเจ็บ
- ค่า Excess: ไม่เสีย หากระบุคู่กรณีได้
- ใช้ได้กับ: ประกันชั้น 1, 2+, 3+
เคลมแห้ง (Dry Claim)
- เมื่อไหร่: แจ้งภายหลังได้ ไม่ต้องรอเจ้าหน้าที่
- ใช้กับ: รอยขีดข่วน/บุบเล็กน้อย ไม่มีคู่กรณี
- ค่า Excess: เสียประมาณ 1,000 บาท/เหตุการณ์
- ใช้ได้กับ: ประกันชั้น 1 เท่านั้น
เคลมสด คืออะไร?
เคลมสด (Fresh Claim) คือ การแจ้งเคลมประกันรถยนต์ทันทีที่เกิดอุบัติเหตุ โดยมีเจ้าหน้าที่ประกันภัยมาตรวจสอบ ณ จุดเกิดเหตุโดยตรง เพื่อประเมินความเสียหายและออกใบเคลมประกันรถยนต์สำหรับนำรถเข้าซ่อมทันที มักใช้ในกรณีที่มีคู่กรณีชัดเจน เช่น รถชนรถ หรือมีผู้บาดเจ็บ และต้องการความรวดเร็วในการยืนยันเหตุการณ์และเอกสารเคลม
ขั้นตอนการเคลมสด
ถ่ายภาพที่เกิดเหตุ เก็บภาพความเสียหายรถทั้งสองฝ่าย ป้ายทะเบียนคู่กรณี และสภาพถนน
โทรแจ้งสายด่วนบริษัทประกันทันที แจ้งเลขกรมธรรม์และสถานที่เกิดเหตุ
รอเจ้าหน้าที่สำรวจภัย มาประเมินความเสียหาย ณ ที่เกิดเหตุ
เซ็นใบเคลมและรับเลขเคลม แล้วนำรถเข้าซ่อมที่อู่ในเครือหรืออู่ที่เลือก
ควรแจ้งเคลมสดโดยเร็วที่สุดหลังเกิดเหตุ ระยะเวลาที่ยอมรับได้จริงต่างกันไปตามเงื่อนไขของแต่ละบริษัท ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ รถชนต้องแจ้งประกันภายในกี่วัน? ย้อนหลังได้ไหม?
เคลมแห้ง คืออะไร?
เคลมแห้ง (Dry Claim) คือ การแจ้งเคลมประกันภัยรถยนต์สำหรับอุบัติเหตุเล็กน้อยที่ไม่มีคู่กรณีเป็นรถยนต์ หรือไม่ใช่เหตุที่ต้องแจ้งทันที ณ จุดเกิดเหตุ เช่น รถเฉี่ยวชนกับเสาไฟ กำแพง ทางเดินเท้า หรือมีรอยขีดข่วน/บุบเล็กน้อย ผู้เอาประกันสามารถเก็บหลักฐานและนำรถเข้าซ่อมที่อู่หรือศูนย์บริการในเครือของบริษัทประกันภัยในภายหลัง โดยไม่ต้องรอให้เจ้าหน้าที่ประกันมาตรวจสอบ ณ ที่เกิดเหตุในทันที
ขั้นตอนการเคลมแห้ง
เคลมแห้งใช้ได้กับประกันชั้น 1 เท่านั้น ส่วนประกันชั้น 2+ หรือ 3+ จะไม่สามารถเคลมแห้งได้ในกรณีที่ไม่มีคู่กรณี ควรเช็คชั้นประกันของตัวเองก่อนทำตามขั้นตอนด้านล่าง
ถ่ายภาพเก็บหลักฐาน ถ่ายรอยขีดข่วน/บุบให้ชัดเจนหลายมุม
แจ้งบริษัทประกัน ผ่านแอป เว็บไซต์ หรือโทรสายด่วน โดยไม่ต้องรอเจ้าหน้าที่มาที่เกิดเหตุ
นัดวันนำรถเข้าตรวจสอบ ที่อู่หรือศูนย์บริการในเครือ
ชำระค่าเสียหายส่วนแรก (ถ้ามี) แล้วดำเนินการซ่อม
เอกสารที่ต้องใช้
- กรมธรรม์ประกันภัย หรือเลขกรมธรรม์
- สำเนาบัตรประชาชนผู้เอาประกัน
- สำเนาใบขับขี่
- สำเนาทะเบียนรถ
หากเลือกเคลมไม่ตรงตามประเภท เช่น แจ้งเคลมแห้งในเหตุการณ์ใหญ่ที่ต้องเคลมสด หรือแจ้งเคลมแห้งในประกันชั้น 3 ที่ไม่คุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถของผู้ทำประกัน ผู้ทำประกันอาจต้องจ่ายค่าซ่อมเองทั้งหมด หรือถูกปฏิเสธการเคลมได้
ตัวอย่างสถานการณ์จริง ควรเคลมแบบไหน
ถูกรถชนท้ายตอนติดไฟแดง มีทะเบียนคู่กรณีชัดเจน
เคลมสดเช้ามาเจอรถมีรอยขูดข้างประตู ไม่รู้ว่าใครทำหรือเกิดขึ้นตอนไหน
เคลมแห้งถอยเข้าซองจอดรถแล้วชนเสาปูนในลานจอด ไม่มีคู่กรณี
เคลมแห้งขับตามรถบรรทุกแล้วมีก้อนหินกระเด็นใส่กระจกร้าว ระบุทะเบียนรถบรรทุกไม่ได้
เคลมแห้งรถชนกันประสานงา มีผู้บาดเจ็บ ต้องมีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบและเอกสารยืนยันเหตุการณ์
เคลมสดตารางเปรียบเทียบ เคลมสด vs เคลมแห้ง
- เคลมสด: แจ้งทันทีที่เกิดเหตุ มีเจ้าหน้าที่มาตรวจที่เกิดเหตุ ใช้เมื่อมีคู่กรณีชัดเจนหรืออุบัติเหตุรุนแรง ไม่เสีย Excess หากระบุคู่กรณีได้
- เคลมแห้ง: แจ้งภายหลังได้ ไม่ต้องรอเจ้าหน้าที่ตรวจที่เกิดเหตุ ใช้กับรอยขีดข่วน/บุบเล็กน้อยที่ไม่มีคู่กรณี มักเสียค่าเสียหายส่วนแรก (Excess) ประมาณ 1,000 บาทต่อเหตุการณ์
| ด้านเปรียบเทียบ | เคลมสด (Fresh Claim) | เคลมแห้ง (Dry Claim) |
|---|---|---|
| ลักษณะเหตุการณ์ | อุบัติเหตุรุนแรง มีคู่กรณีเป็นรถยนต์ หรือมีผู้บาดเจ็บ | อุบัติเหตุเล็กน้อย ไม่มีคู่กรณี (ครูดกำแพง, หินกระเด็น, ขีดข่วนบุบเล็ก) |
| การแจ้งเคลม | แจ้งทันที ณ จุดเกิดเหตุ (โทร hotline) | แจ้งภายหลังเมื่อสะดวก หรือ Self-Claim ผ่านแอป |
| การตรวจสอบ | เจ้าหน้าที่เคลมมาตรวจที่เกิดเหตุทันที | ไม่ต้องตรวจที่เกิดเหตุ ถ่ายรูปหลักฐานได้ |
| ค่าใช้จ่าย (Excess) | ไม่เสีย หากมีคู่กรณีชัดเจน | เสีย ~1,000 บาท/จุด (รอยต่อเหตุการณ์) |
| เหมาะกับประกันชั้น | ชั้น 1, 2+, 3+ (ทุกชั้นที่คุ้มครองกรณีมีคู่กรณี) | ชั้น 1 เท่านั้น (ชั้น 2+/3+ ไม่คุ้มครองความเสียหายรถตัวเองแบบไม่มีคู่กรณี) |
| ข้อจำกัด | ควรแจ้งโดยเร็วที่สุดหลังเกิดเหตุ ยิ่งช้ายิ่งเสี่ยงถูกปฏิเสธหรือขอหลักฐานเพิ่ม | บางบริษัทจำกัดจำนวนครั้ง/จุดที่เคลมแห้งได้ต่อปี (เงื่อนไขต่างกันไปตามบริษัท) |
| ควรเลือกเมื่อ | รถขับต่อไม่ได้, มีบาดเจ็บ, ต้องการเอกสารชัดเจน | รอยเล็กสะสม, อยากประหยัดเวลา, ใกล้หมดปีประกัน |
เคลมแห้ง เสียเงินไหม?
การเคลมแห้ง หรือการเคลมไม่มีคู่กรณี อาจจะเสียเงิน โดยผู้เอาประกันต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรก (Excess) ประมาณ 1,000 บาทต่อเหตุการณ์/รอยต่อจุดความเสียหาย ตามเกณฑ์กรมธรรม์มาตรฐานที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนด เนื่องจากเป็นการเคลมรอยขีดข่วนหรืออุบัติเหตุเล็กน้อยที่ระบุสาเหตุไม่ได้ ทำให้ต้องร่วมรับผิดชอบกับบริษัทประกัน เพื่อป้องกันการเคลมที่เกินจริง แต่จะไม่ต้องเสียค่า Excess หากสามารถระบุคู่กรณีได้ หรือแจ้งเคลมพร้อมกับอุบัติเหตุที่มีคู่กรณีชัดเจน
ควรเลือกเคลมสดหรือเคลมแห้ง แบบไหนดีกว่า?
ควรเลือกเคลมสด ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุใหญ่ รถขับต่อไม่ได้ มีคู่กรณีชัดเจน หรือมีผู้บาดเจ็บ เพื่อให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ ณ ที่เกิดเหตุทันที อย่างไรก็ตาม ควรเลือกเคลมแห้ง ในกรณีที่ต้องการแก้ไขรอยขีดข่วนเล็กน้อย ไม่มีคู่กรณีเป็นรถยนต์ หรือเกิดเหตุที่ไม่รุนแรง เช่น ถอยชนกำแพง ซึ่งสามารถสะสมรอยไว้เคลมทีเดียวตอนใกล้หมดประกัน ทั้งนี้ ต้องดูเงื่อนไขกรมธรรม์ว่าสามารถเคลมแห้งได้หรือไม่ประกอบด้วย
คำถามที่พบบ่อย
รวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเคลมสดและเคลมแห้ง
เคลมสด (Fresh Claim) คือ การแจ้งเคลมประกันรถยนต์ทันทีที่เกิดอุบัติเหตุ โดยมีเจ้าหน้าที่ประกันภัยมาตรวจสอบ ณ จุดเกิดเหตุโดยตรง เพื่อประเมินความเสียหายและออกใบเคลมสำหรับนำรถเข้าซ่อมทันที มักใช้ในกรณีที่มีคู่กรณีชัดเจน เช่น รถชนรถ หรือมีผู้บาดเจ็บ
เคลมแห้ง (Dry Claim) คือ การแจ้งเคลมประกันภัยรถยนต์สำหรับอุบัติเหตุเล็กน้อยที่ไม่มีคู่กรณีเป็นรถยนต์ หรือไม่ใช่เหตุที่ต้องแจ้งทันที ณ จุดเกิดเหตุ เช่น รถเฉี่ยวชนกับเสาไฟ กำแพง หรือมีรอยขีดข่วน/บุบเล็กน้อย ผู้เอาประกันสามารถเก็บหลักฐานและนำรถเข้าซ่อมภายหลังได้โดยไม่ต้องรอเจ้าหน้าที่มาตรวจที่เกิดเหตุ
อาจเสีย โดยผู้เอาประกันต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรก (Excess) ประมาณ 1,000 บาทต่อเหตุการณ์ ตามเกณฑ์กรมธรรม์มาตรฐานที่ คปภ. กำหนด แต่จะไม่ต้องเสียค่า Excess หากสามารถระบุคู่กรณีได้ชัดเจน
ควรเลือกเคลมสดเมื่อเกิดอุบัติเหตุใหญ่ รถขับต่อไม่ได้ มีคู่กรณีชัดเจน หรือมีผู้บาดเจ็บ ส่วนเคลมแห้งเหมาะกับรอยขีดข่วนเล็กน้อยที่ไม่มีคู่กรณี เช่น ถอยชนกำแพง ควรตรวจสอบเงื่อนไขกรมธรรม์ของตนเองว่าคุ้มครองเคลมแห้งหรือไม่ก่อนตัดสินใจ
เคลมแห้งเป็นการเคลมในฐานะฝ่ายผิด (ระบุคู่กรณีไม่ได้) จึงมีผลต่อส่วนลดประวัติดี (NCB) เช่นเดียวกับเคลมฝ่ายผิดทั่วไป ดูรายละเอียดตัวเลขส่วนลด/เบี้ยเพิ่มแบบเต็มได้ที่ เคลมประกันรถยนต์ ต้องทำยังไง เคลมบ่อยเบี้ยขึ้นจริงไหม
หากตกลงกับคู่กรณีไม่ได้ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่สำรวจภัยหรือตำรวจให้เข้ามาช่วยตรวจสอบและบันทึกเหตุการณ์ ณ ที่เกิดเหตุ แต่ละฝ่ายสามารถแจ้งเคลมกับบริษัทประกันของตัวเองได้ก่อน แล้วให้บริษัทประกันเจรจา/ไล่เบี้ยกันเองภายหลังตามข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้ ไม่จำเป็นต้องตกลงกันให้เสร็จ ณ ที่เกิดเหตุ
อยากรู้เบี้ยประกันรถยนต์ของคุณตอนนี้เท่าไหร่
เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ฟรีกับแรบบิท แคร์ เปรียบเทียบได้ทุกบริษัทในที่เดียว เลือกความคุ้มครองที่เหมาะกับการใช้รถของคุณ
เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ที่มา
- ● เคลียร์ข้อสงสัย เคลมสด แตกต่างกับ เคลมแห้ง อย่างไร :
- ● เคลมแห้งคืออะไร ประกันชั้นไหนรับเคลมบ้าง :

ทีมกองบรรณาธิการ กลุ่มนักเขียนผู้มีประสบการณ์ด้านรถยนต์ การเงิน และประกันภัย เนื้อหาผ่านการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ประกันวินาศภัย เพื่อให้ข้อมูลถูกต้อง อัปเดตสม่ำเสมอ และมีความน่าเชื่อถือ โดย แรบบิท แคร์ ที่เปิดดำเนินการมาแล้วมากกว่า 10 ปี เป็นนายหน้าประกันภัยที่ได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) มีที่ตั้งสำนักงานชัดเจนและช่องทางติดต่อที่ตรวจสอบได้ (ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย เลขที่ ว00021/2557)
แรบบิท แคร์ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยรถยนต์
แรบบิท แคร์ รวบรวม ประกันรถยนต์ จากหลายบริษัทมาให้คุณเปรียบเทียบประกันรถยนต์ ทั้งราคา ความคุ้มครองประกันรถยนต์ แต่ละประเภท บริการเคลม เลือกแบบที่เหมาะกับการใช้งาน และงบประมาณ คุณสามารถเช็คเบี้ยและเปรียบเทียบประกันรถยนต์ออนไลน์ จากหลายบริษัทได้ทันทีในที่เดียว
- เปรียบเทียบประกันรถยนต์จากหลายบริษัทในหน้าเดียว
- มีทุกชั้นความคุ้มครอง ทั้งชั้น 1, 2+, 3+, และชั้น 3
- มีทีมผู้เชี่ยวชาญช่วยแนะนำตลอดการเลือกซื้อ
บริษัท แรบบิท แคร์ โบรคเกอร์ จำกัด เป็นนายหน้าประกันภัยที่ได้รับใบอนุญาตจาก คปภ. ก่อนตัดสินใจทำประกันภัยโปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นทุกครั้ง

