เคลมสด vs เคลมแห้ง คืออะไร? ต่างกันยังไง ?

กองบรรณาธิการ
ผู้เขียน: กองบรรณาธิการ Published: มีนาคม 2, 2026
กองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการ
ทีมกองบรรณาธิการ กลุ่มนักเขียนผู้มีประสบการณ์ด้านรถยนต์ การเงิน และประกันภัย เนื้อหาผ่านการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ประกันวินาศภัย เพื่อให้ข้อมูลถูกต้อง อัปเดตสม่ำเสมอ และมีความน่าเชื่อถือ โดย แรบบิท แคร์ ที่เปิดดำเนินการมาแล้วมากกว่า 10 ปี เป็นนายหน้าประกันภัยที่ได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) มีที่ตั้งสำนักงานชัดเจนและช่องทางติดต่อที่ตรวจสอบได้ (ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย เลขที่ ว00021/2557)
เคลมสด vs เคลมแห้ง คืออะไร? ต่างกันยังไง
เคลมสด คืออะไร เคลมแห้ง คืออะไร ต่างกันยังไง เลือกแบบไหนดี | แรบบิท แคร์

การเลือกเคลมสดหรือเคลมแห้งให้ถูกประเภท ช่วยรักษาสิทธิ์ของผู้ทำประกันรถยนต์ได้อย่างครบถ้วน และช่วยให้บริษัทประกันจัดการเคลมได้ตรงตามเงื่อนไขกรมธรรม์ บทความนี้สรุปความหมาย ตารางเปรียบเทียบ และวิธีเลือกให้เหมาะกับเหตุการณ์ที่เจอ

เคลมสด vs เคลมแห้ง ต่างกันยังไง

เคลมสด (Fresh Claim) คือการแจ้งเคลมทันทีที่เกิดเหตุ มีเจ้าหน้าที่มาตรวจที่เกิดเหตุ ใช้เมื่อมีคู่กรณีชัดเจนหรืออุบัติเหตุรุนแรง ส่วน เคลมแห้ง (Dry Claim) คือการแจ้งเคลมภายหลังได้สำหรับความเสียหายเล็กน้อยที่ไม่มีคู่กรณี เช่น รอยขีดข่วน โดยไม่ต้องรอเจ้าหน้าที่ตรวจที่เกิดเหตุ

เคลมสด (Fresh Claim)

  • เมื่อไหร่: แจ้งทันที ณ จุดเกิดเหตุ
  • ใช้กับ: มีคู่กรณีชัดเจน หรือมีผู้บาดเจ็บ
  • ค่า Excess: ไม่เสีย หากระบุคู่กรณีได้
  • ใช้ได้กับ: ประกันชั้น 1, 2+, 3+

เคลมแห้ง (Dry Claim)

  • เมื่อไหร่: แจ้งภายหลังได้ ไม่ต้องรอเจ้าหน้าที่
  • ใช้กับ: รอยขีดข่วน/บุบเล็กน้อย ไม่มีคู่กรณี
  • ค่า Excess: เสียประมาณ 1,000 บาท/เหตุการณ์
  • ใช้ได้กับ: ประกันชั้น 1 เท่านั้น

เคลมสด คืออะไร?

เคลมสด (Fresh Claim) คือ การแจ้งเคลมประกันรถยนต์ทันทีที่เกิดอุบัติเหตุ โดยมีเจ้าหน้าที่ประกันภัยมาตรวจสอบ ณ จุดเกิดเหตุโดยตรง เพื่อประเมินความเสียหายและออกใบเคลมประกันรถยนต์สำหรับนำรถเข้าซ่อมทันที มักใช้ในกรณีที่มีคู่กรณีชัดเจน เช่น รถชนรถ หรือมีผู้บาดเจ็บ และต้องการความรวดเร็วในการยืนยันเหตุการณ์และเอกสารเคลม

ขั้นตอนการเคลมสด

1

ถ่ายภาพที่เกิดเหตุ เก็บภาพความเสียหายรถทั้งสองฝ่าย ป้ายทะเบียนคู่กรณี และสภาพถนน

2

โทรแจ้งสายด่วนบริษัทประกันทันที แจ้งเลขกรมธรรม์และสถานที่เกิดเหตุ

3

รอเจ้าหน้าที่สำรวจภัย มาประเมินความเสียหาย ณ ที่เกิดเหตุ

4

เซ็นใบเคลมและรับเลขเคลม แล้วนำรถเข้าซ่อมที่อู่ในเครือหรืออู่ที่เลือก

ควรแจ้งเคลมสดโดยเร็วที่สุดหลังเกิดเหตุ ระยะเวลาที่ยอมรับได้จริงต่างกันไปตามเงื่อนไขของแต่ละบริษัท ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ รถชนต้องแจ้งประกันภายในกี่วัน? ย้อนหลังได้ไหม?

เคลมแห้ง คืออะไร?

เคลมแห้ง (Dry Claim) คือ การแจ้งเคลมประกันภัยรถยนต์สำหรับอุบัติเหตุเล็กน้อยที่ไม่มีคู่กรณีเป็นรถยนต์ หรือไม่ใช่เหตุที่ต้องแจ้งทันที ณ จุดเกิดเหตุ เช่น รถเฉี่ยวชนกับเสาไฟ กำแพง ทางเดินเท้า หรือมีรอยขีดข่วน/บุบเล็กน้อย ผู้เอาประกันสามารถเก็บหลักฐานและนำรถเข้าซ่อมที่อู่หรือศูนย์บริการในเครือของบริษัทประกันภัยในภายหลัง โดยไม่ต้องรอให้เจ้าหน้าที่ประกันมาตรวจสอบ ณ ที่เกิดเหตุในทันที

ขั้นตอนการเคลมแห้ง

เคลมแห้งใช้ได้กับประกันชั้น 1 เท่านั้น ส่วนประกันชั้น 2+ หรือ 3+ จะไม่สามารถเคลมแห้งได้ในกรณีที่ไม่มีคู่กรณี ควรเช็คชั้นประกันของตัวเองก่อนทำตามขั้นตอนด้านล่าง

1

ถ่ายภาพเก็บหลักฐาน ถ่ายรอยขีดข่วน/บุบให้ชัดเจนหลายมุม

2

แจ้งบริษัทประกัน ผ่านแอป เว็บไซต์ หรือโทรสายด่วน โดยไม่ต้องรอเจ้าหน้าที่มาที่เกิดเหตุ

3

นัดวันนำรถเข้าตรวจสอบ ที่อู่หรือศูนย์บริการในเครือ

4

ชำระค่าเสียหายส่วนแรก (ถ้ามี) แล้วดำเนินการซ่อม

เอกสารที่ต้องใช้

  • กรมธรรม์ประกันภัย หรือเลขกรมธรรม์
  • สำเนาบัตรประชาชนผู้เอาประกัน
  • สำเนาใบขับขี่
  • สำเนาทะเบียนรถ

หากเลือกเคลมไม่ตรงตามประเภท เช่น แจ้งเคลมแห้งในเหตุการณ์ใหญ่ที่ต้องเคลมสด หรือแจ้งเคลมแห้งในประกันชั้น 3 ที่ไม่คุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถของผู้ทำประกัน ผู้ทำประกันอาจต้องจ่ายค่าซ่อมเองทั้งหมด หรือถูกปฏิเสธการเคลมได้

ตัวอย่างสถานการณ์จริง ควรเคลมแบบไหน

ถูกรถชนท้ายตอนติดไฟแดง มีทะเบียนคู่กรณีชัดเจน

เคลมสด

เช้ามาเจอรถมีรอยขูดข้างประตู ไม่รู้ว่าใครทำหรือเกิดขึ้นตอนไหน

เคลมแห้ง

ถอยเข้าซองจอดรถแล้วชนเสาปูนในลานจอด ไม่มีคู่กรณี

เคลมแห้ง

ขับตามรถบรรทุกแล้วมีก้อนหินกระเด็นใส่กระจกร้าว ระบุทะเบียนรถบรรทุกไม่ได้

เคลมแห้ง

รถชนกันประสานงา มีผู้บาดเจ็บ ต้องมีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบและเอกสารยืนยันเหตุการณ์

เคลมสด

ตารางเปรียบเทียบ เคลมสด vs เคลมแห้ง

  • เคลมสด: แจ้งทันทีที่เกิดเหตุ มีเจ้าหน้าที่มาตรวจที่เกิดเหตุ ใช้เมื่อมีคู่กรณีชัดเจนหรืออุบัติเหตุรุนแรง ไม่เสีย Excess หากระบุคู่กรณีได้
  • เคลมแห้ง: แจ้งภายหลังได้ ไม่ต้องรอเจ้าหน้าที่ตรวจที่เกิดเหตุ ใช้กับรอยขีดข่วน/บุบเล็กน้อยที่ไม่มีคู่กรณี มักเสียค่าเสียหายส่วนแรก (Excess) ประมาณ 1,000 บาทต่อเหตุการณ์
ตารางเปรียบเทียบเคลมสด (Fresh Claim) กับเคลมแห้ง (Dry Claim) ตามลักษณะเหตุการณ์ การแจ้งเคลม ค่าใช้จ่าย และประกันชั้นที่เหมาะสม
ด้านเปรียบเทียบ เคลมสด (Fresh Claim) เคลมแห้ง (Dry Claim)
ลักษณะเหตุการณ์ อุบัติเหตุรุนแรง มีคู่กรณีเป็นรถยนต์ หรือมีผู้บาดเจ็บ อุบัติเหตุเล็กน้อย ไม่มีคู่กรณี (ครูดกำแพง, หินกระเด็น, ขีดข่วนบุบเล็ก)
การแจ้งเคลม แจ้งทันที ณ จุดเกิดเหตุ (โทร hotline) แจ้งภายหลังเมื่อสะดวก หรือ Self-Claim ผ่านแอป
การตรวจสอบ เจ้าหน้าที่เคลมมาตรวจที่เกิดเหตุทันที ไม่ต้องตรวจที่เกิดเหตุ ถ่ายรูปหลักฐานได้
ค่าใช้จ่าย (Excess) ไม่เสีย หากมีคู่กรณีชัดเจน เสีย ~1,000 บาท/จุด (รอยต่อเหตุการณ์)
เหมาะกับประกันชั้น ชั้น 1, 2+, 3+ (ทุกชั้นที่คุ้มครองกรณีมีคู่กรณี) ชั้น 1 เท่านั้น (ชั้น 2+/3+ ไม่คุ้มครองความเสียหายรถตัวเองแบบไม่มีคู่กรณี)
ข้อจำกัด ควรแจ้งโดยเร็วที่สุดหลังเกิดเหตุ ยิ่งช้ายิ่งเสี่ยงถูกปฏิเสธหรือขอหลักฐานเพิ่ม บางบริษัทจำกัดจำนวนครั้ง/จุดที่เคลมแห้งได้ต่อปี (เงื่อนไขต่างกันไปตามบริษัท)
ควรเลือกเมื่อ รถขับต่อไม่ได้, มีบาดเจ็บ, ต้องการเอกสารชัดเจน รอยเล็กสะสม, อยากประหยัดเวลา, ใกล้หมดปีประกัน

เคลมแห้ง เสียเงินไหม?

การเคลมแห้ง หรือการเคลมไม่มีคู่กรณี อาจจะเสียเงิน โดยผู้เอาประกันต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรก (Excess) ประมาณ 1,000 บาทต่อเหตุการณ์/รอยต่อจุดความเสียหาย ตามเกณฑ์กรมธรรม์มาตรฐานที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนด เนื่องจากเป็นการเคลมรอยขีดข่วนหรืออุบัติเหตุเล็กน้อยที่ระบุสาเหตุไม่ได้ ทำให้ต้องร่วมรับผิดชอบกับบริษัทประกัน เพื่อป้องกันการเคลมที่เกินจริง แต่จะไม่ต้องเสียค่า Excess หากสามารถระบุคู่กรณีได้ หรือแจ้งเคลมพร้อมกับอุบัติเหตุที่มีคู่กรณีชัดเจน

ควรเลือกเคลมสดหรือเคลมแห้ง แบบไหนดีกว่า?

ควรเลือกเคลมสดหรือเคลมแห้ง แบบไหนดีกว่า?

ควรเลือกเคลมสด ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุใหญ่ รถขับต่อไม่ได้ มีคู่กรณีชัดเจน หรือมีผู้บาดเจ็บ เพื่อให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ ณ ที่เกิดเหตุทันที อย่างไรก็ตาม ควรเลือกเคลมแห้ง ในกรณีที่ต้องการแก้ไขรอยขีดข่วนเล็กน้อย ไม่มีคู่กรณีเป็นรถยนต์ หรือเกิดเหตุที่ไม่รุนแรง เช่น ถอยชนกำแพง ซึ่งสามารถสะสมรอยไว้เคลมทีเดียวตอนใกล้หมดประกัน ทั้งนี้ ต้องดูเงื่อนไขกรมธรรม์ว่าสามารถเคลมแห้งได้หรือไม่ประกอบด้วย

คำถามที่พบบ่อย

รวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเคลมสดและเคลมแห้ง

เคลมสด (Fresh Claim) คือ การแจ้งเคลมประกันรถยนต์ทันทีที่เกิดอุบัติเหตุ โดยมีเจ้าหน้าที่ประกันภัยมาตรวจสอบ ณ จุดเกิดเหตุโดยตรง เพื่อประเมินความเสียหายและออกใบเคลมสำหรับนำรถเข้าซ่อมทันที มักใช้ในกรณีที่มีคู่กรณีชัดเจน เช่น รถชนรถ หรือมีผู้บาดเจ็บ

เคลมแห้ง (Dry Claim) คือ การแจ้งเคลมประกันภัยรถยนต์สำหรับอุบัติเหตุเล็กน้อยที่ไม่มีคู่กรณีเป็นรถยนต์ หรือไม่ใช่เหตุที่ต้องแจ้งทันที ณ จุดเกิดเหตุ เช่น รถเฉี่ยวชนกับเสาไฟ กำแพง หรือมีรอยขีดข่วน/บุบเล็กน้อย ผู้เอาประกันสามารถเก็บหลักฐานและนำรถเข้าซ่อมภายหลังได้โดยไม่ต้องรอเจ้าหน้าที่มาตรวจที่เกิดเหตุ

อาจเสีย โดยผู้เอาประกันต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรก (Excess) ประมาณ 1,000 บาทต่อเหตุการณ์ ตามเกณฑ์กรมธรรม์มาตรฐานที่ คปภ. กำหนด แต่จะไม่ต้องเสียค่า Excess หากสามารถระบุคู่กรณีได้ชัดเจน

ควรเลือกเคลมสดเมื่อเกิดอุบัติเหตุใหญ่ รถขับต่อไม่ได้ มีคู่กรณีชัดเจน หรือมีผู้บาดเจ็บ ส่วนเคลมแห้งเหมาะกับรอยขีดข่วนเล็กน้อยที่ไม่มีคู่กรณี เช่น ถอยชนกำแพง ควรตรวจสอบเงื่อนไขกรมธรรม์ของตนเองว่าคุ้มครองเคลมแห้งหรือไม่ก่อนตัดสินใจ

เคลมแห้งเป็นการเคลมในฐานะฝ่ายผิด (ระบุคู่กรณีไม่ได้) จึงมีผลต่อส่วนลดประวัติดี (NCB) เช่นเดียวกับเคลมฝ่ายผิดทั่วไป ดูรายละเอียดตัวเลขส่วนลด/เบี้ยเพิ่มแบบเต็มได้ที่ เคลมประกันรถยนต์ ต้องทำยังไง เคลมบ่อยเบี้ยขึ้นจริงไหม

หากตกลงกับคู่กรณีไม่ได้ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่สำรวจภัยหรือตำรวจให้เข้ามาช่วยตรวจสอบและบันทึกเหตุการณ์ ณ ที่เกิดเหตุ แต่ละฝ่ายสามารถแจ้งเคลมกับบริษัทประกันของตัวเองได้ก่อน แล้วให้บริษัทประกันเจรจา/ไล่เบี้ยกันเองภายหลังตามข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้ ไม่จำเป็นต้องตกลงกันให้เสร็จ ณ ที่เกิดเหตุ

อยากรู้เบี้ยประกันรถยนต์ของคุณตอนนี้เท่าไหร่

เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ฟรีกับแรบบิท แคร์ เปรียบเทียบได้ทุกบริษัทในที่เดียว เลือกความคุ้มครองที่เหมาะกับการใช้รถของคุณ

เช็คเบี้ยประกันรถยนต์

ที่มา

  • ●  เคลียร์ข้อสงสัย เคลมสด แตกต่างกับ เคลมแห้ง อย่างไร :
  • ●  เคลมแห้งคืออะไร ประกันชั้นไหนรับเคลมบ้าง :

แรบบิท แคร์ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยรถยนต์

แรบบิท แคร์ รวบรวม ประกันรถยนต์ จากหลายบริษัทมาให้คุณเปรียบเทียบประกันรถยนต์ ทั้งราคา ความคุ้มครองประกันรถยนต์ แต่ละประเภท บริการเคลม เลือกแบบที่เหมาะกับการใช้งาน และงบประมาณ คุณสามารถเช็คเบี้ยและเปรียบเทียบประกันรถยนต์ออนไลน์ จากหลายบริษัทได้ทันทีในที่เดียว

  • เปรียบเทียบประกันรถยนต์จากหลายบริษัทในหน้าเดียว
  • มีทุกชั้นความคุ้มครอง ทั้งชั้น 1, 2+, 3+, และชั้น 3
  • มีทีมผู้เชี่ยวชาญช่วยแนะนำตลอดการเลือกซื้อ

บริษัท แรบบิท แคร์ โบรคเกอร์ จำกัด เป็นนายหน้าประกันภัยที่ได้รับใบอนุญาตจาก คปภ. ก่อนตัดสินใจทำประกันภัยโปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นทุกครั้ง

 

บทความแคร์เรื่องประกันยานยนต์

ประกันรถมอเตอร์ไซค์ ที่ไหนดี

แคร์เรื่องประกันยานยนต์

ประกันรถมอเตอร์ไซค์ ที่ไหนดี เปรียบเทียบชั้น 1, 2+, 3+, 3

อยากรู้ว่าประกันรถมอเตอร์ไซค์ที่ไหนดี? เทียบครบทุกชั้น 1, 2+, 3+, 3 พร้อมบริษัทที่เหมาะกับรถใหม่ รถบ้าน บิ๊กไบค์ และไรเดอร์เดลิเวอรี่ อ่านก่อนตัดสินใจทำประกัน
กองบรรณาธิการ
09/07/2026
ประกันชั้น 2 กับ 2+ ต่างกันอย่างไร

แคร์เรื่องประกันยานยนต์

ประกันชั้น 2 กับ 2+ ต่างกันอย่างไร? เลือกแบบไหนคุ้มค่ากว่า

ประกันชั้น 2 กับ 2+ ทั้งสองชื่อต่างกันแค่เครื่องหมาย “+” แต่ความคุ้มครองต่างกันในจุดที่อาจทำให้คุณต้องจ่ายค่าซ่อมเองหลักหมื่น บทความนี้ตอบครบทุกข้อสงสัย
กองบรรณาธิการ
30/06/2026
วิธีต่อ พ.ร.บ. และต่อภาษีรถยนต์ รถจักรยานยนต์

แคร์เรื่องประกันยานยนต์

วิธีต่อ พ.ร.บ. ต่อภาษีรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ออนไลน์ ทำเองได้ใน 15 นาที [2569]

วิธีต่อ พ.ร.บ. และต่อภาษีรถยนต์-รถจักรยานยนต์ ปี 2568 ครบจบที่เดียว พร้อมขั้นตอนทีละข้อ เอกสารที่ต้องใช้ อัตราค่าภาษีตาม ซีซี เบี้ย พ.ร.บ. แยกประเภทรถ ช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ และค่าปรับถ้าขาดต่อ ทำเองได้ภายใน 15 นาที
กองบรรณาธิการ
12/06/2026