น้ำมันขึ้นเตือน ขับได้อีกกี่กิโล? คำถามที่หลายคนสงสัย และรู้สึกเสี่ยงทุกครั้งเมื่อเจอ

Thirakan T
ผู้เขียน: Thirakan T Published: กรกฎาคม 25, 2024
Thirakan T
Thirakan T
Thirakan Thongseenual เป็นนักเขียนที่มีประสบการณ์มากกว่า 3 ปี ที่ RabbitCare และ Asia Direct โดยมีความชำนาญในประกันรถยนต์ เน้นเขียนบทความที่เผยแพร่บน Blog และมีความเชี่ยวชาญด้าน SEO กว่า 4 ปี ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอได้ใช้ในการสร้างความรู้และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของ RabbitCare อย่างมีประสิทธิภาพ จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ปริญญาตรี สาขา Information Technology
คะน้าใบเขียว
แก้ไขโดย: คะน้าใบเขียว Last edited: กรกฎาคม 26, 2024
คะน้าใบเขียว
คะน้าใบเขียว
นักเขียนมืออาชีพด้านการเงิน ประกัน และสุขภาพ | Finance, Insurance & Health Content Expert จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาภาษาเพื่อการสร้างสรรค์สื่อ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีประสบการณ์มากกว่า 9 ปี ในการเขียนบทความด้านการเงิน ประกันชีวิต และประกันสุขภาพ โดยเริ่มต้นที่ Rabbit Finance จากนั้นย้ายมาทำงานที่ Rabbit Care และ Asia Direct เป็นนักเขียนที่รักการอ่าน และมีความหลงใหลในเนื้อหาด้านการบริหารเงิน สินเชื่อ บัตรเครดิต และประกัน ที่ผลิตผลงานเขียนด้วยความลึกซึ้ง การตรวจสอบข้อมูลที่รอบคอบ และเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผ่านประสบการณ์ในการแก้ไขและจัดการเนื้อหา (editorial experience) ทำให้บทความของผมน่าเชื่อถือ มีคุณค่าสำหรับผู้อ่าน และติด Google Search Results
น้ำมันขึ้นเตือน ขับได้อีกกี่กิโล

คนที่ขับรถยนต์มาในระยะเวลาหนึ่งคงต้องเคยเกิดคำถามกับตัวเอง ว่าถ้าน้ำมันขึ้นเตือน ขับได้อีกกี่กิโล? เพราะบางรุ่นรถยนต์ไม่ได้มีระบบการคำนวณระยะทาง หรือมีตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองบอกเราอย่างชัดเจน มีเพียงแค่การโชว์ไฟเตือนน้ำมันขึ้นมาเมื่อวใกล้หมด จนกลายเป็นความกังวลน้ำมันขึ้นเตือน ขับได้อีกกี่กิโล จะมีผลเสียอะไรไหมถ้าหากเราปล่อยให้ไฟเตือนตัวนี้ขึ้นบ่อยครั้ง รวมถึงกรณีที่ขับรถจนน้ำมันหมดมีข้อเสียอย่างไร เราต้องปฏิบัติด้วยวิธีไหนเมื่อเจอเหตุการณ์นี้ สุดท้ายถ้าน้ำมันหมดกลางทางขึ้นมาจริง ๆ พอจะขอความช่วยจากช่องทางไหนได้บ้าง?

น้ำมันขึ้นเตือน ขับได้อีกกี่กิโล

น้ำมันขึ้นเตือน ขับได้อีกกี่กิโล คำตอบ คือ ประมาณ 30-50 กิโลเมตร เนื่องจากไฟเตือนนี้จะปรากฎขึ้นมาบนหน้าปัดรถยนต์ของเราก็ต่อเมื่อ น้ำมันในถังเหลือน้อยกว่า 10 ลิตร ซึ่งหากเรานำค่าเฉลี่ยอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงปัจจุบันที่เรากำลังขับขี่อยู่ มาคำนวณเข้ากับปริมาณน้ำมันที่คาดว่ายังเหลืออยู่ ก็จะออกมาเป็นระยะทางที่เราสามารถขับขี่ได้ไป เช่น หากสถานะรถยนต์ของเรามีอัตราสิ้นเปลืองอยู่ที่ 10 กิโลเมตรต่อลิตร แปลว่าอย่างน้อยเราจะสามารถเดินทางได้ 50-100 กิโลเมตรเลยทีเดียว แต่ทั้งนี้ต้องอย่าลืมเรื่องสภาพพื้นผิวถนน หรือการขึ้นเนิน ขึ้นเขา อีกทั้งปัจจัยต่าง ๆ ที่ทำให้เราต้องเปลืองน้ำมันมากกว่าเดิม

คำแนะนำเพิ่มเติม กรณีที่เห็นสัญลักษณ์ปรากฎขึ้น เราไม่ต้องกังวลถึงสัญญาณน้ำมันขึ้นเตือน ขับได้อีกกี่กิโล ให้เราพยายามประคองรถยนต์ด้วยความเร็วที่เหมาะสม พร้อมกับมองหาปั๊มน้ำมันในระยะที่ใกล้ที่สุด ถ้าเป็นในเมืองที่รถติด ควรเลี่ยงเส้นทางรถติดแล้วไปหาปั๊มน้ำมันโดยเร็วที่สุด เพราะไม่อย่างนั้นอัตราการสิ้นเปลืองระหว่างรถติด จะทำให้น้ำมันของคุณหมดกลางทางได้ ส่วนใครที่อยู่ระหว่างเดินทางข้ามจังหวัด ให้เปิดแอปพลิเคชันแผนที่เพื่อหาระยะทางไปถึงปั๊มน้ำมันที่ใกล้ที่สุดเผื่อเอาไว้ เพื่อดูระยะทางแล้วประมาณการว่ารถของเราจะไปถึงหรือไม่

ไฟเตือนน้ำมันมีผลเสียอะไรไหม

ไฟเตือนน้ำมันมีผลเสียอะไรไหมหากปรากฎขึ้นมาบ่อยครั้ง เมื่อเราได้รู้คำตอบแล้วว่าน้ำมันขึ้นเตือน ขับได้อีกกี่กิโล บางคนอาจฝืนขับไปจนหยดสุดท้าย กว่าจะเลือกไปเติมน้ำมันให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ นั่นจึงเป็นเหตุที่อาจทำให้เกิดปัญหาได้ในระยะยาง เพราะไฟเตือนน้ำมันใกล้หมด แล้วเรายังฝืนขับต่อ มันส่งผลทำให้ปั๊มติ๊กทำงานดูดน้ำมันเข้าสู่ระบบเครื่องยนต์หนักเกินไป จนเกิดเป็นความร้อนสะสมสูงขึ้น หากฝืนใช้งานแบบนี้ไปเรื่อย ๆ อนาคตมีความเสี่ยงที่จะทำให้มอเตอร์พัง เติมน้ำมันลงไปรถก็จะสตาร์ตไม่ติด

ไฟเตือนน้ำมัน

วิธีเอาตัวรอดเมื่อน้ำมันขึ้นเตือน

วิธีเอาตัวรอดเมื่อน้ำมันขึ้นเตือน ได้แก่ เลี่ยงการเหยียบเบรกบ่อย ๆ, ใช้ความเร็วคงที่, ปิดเครื่อใช้ไฟฟ้า และเปิดกระจกเล็กน้อย ซึ่งวิธีทั้งหมดจะช่วยให้รถยนต์ของเรามีอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ดีขึ้น พอจะยื้อสถานการณ์ให้เราสามารถขับถึงปั๊มน้ำมันได้อย่างปลอดภัย เพราะถึงแม้เราจะรู้แล้วว่าน้ำมันขึ้นเตือน ขับได้อีกกี่กิโล แต่ในสถานการณ์จริงที่มีปัจจัยบางอย่างไม่สามารถควบคุมได้ อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุ หรือรำน้ำมันหมดกลางทางได้เช่นกัน ส่วนรายละเอียดแต่ละวิธีจะมีดังนี้

  • เลี่ยงการเหยียบเบรกบ่อย ๆ เพราะการย้ำเบรกจะทำให้ความเร็วของรถยนต์ตกลง พอเราจะเล่นให้สูงขึ้นเท่าเดิม ต้องเหยียบคันเร่งเพิ่ม ยิ่งเป็นการเพิ่มความสิ้นเปลืองมากขึ้นไปอีก หากอยู่บนถนนที่ปลอดภัย
  • ใช้ความเร็วคงที่ ประมาณ 60-80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นช่วงระยะความเร็วที่บริหารจัดการอัตราสิ้นเปลืองได้ดีที่สุด ลดการเหยียบคันเร่งเพื่อแซง หรือเพิ่มความเร็วกระทันหัน
  • ปิดเครื่อใช้ไฟฟ้า เพื่อช่วยให้ประหยัดพลังงานภายในระบบรถยนต์ให้ได้มากที่สุด
  • เปิดกระจกเล็กน้อย สำหรับกรณีที่มีการปิดแอร์ เพื่อให้สามารถระบายอากาศภายในรถยนต์ได้ตามปกติ แต่ควรเปิดแค่เล็กน้อย จะได้ไม่มีการต้านลมที่สูงขึ้น จนกลายเป็นการเพิ่มอัตราสิ้นเปลืองมากกว่าเดิม

อย่างไรก็ตามเมื่อเรากังวลว่าน้ำมันขึ้นเตือน ขับได้อีกกี่กิโล ให้คิดในสภาพที่ย่ำแย่ที่สุดว่าอย่างน้อย ๆ ประมาณ 15-30 กิโลเมตร หากต้องเดินทางในระยะทางที่ไกลกว่านั้น ต้องวางแผนสำรองเผื่อเอาไว้ว่าจะขอความช่วยเหลือจากใครหรือช่องทางไหนได้บ้าง เพื่อให้เราสามารถเดินทางต่อได้โดยไม่เสียเวลามากกว่าเดิม

คำแนะนำเพิ่มเติม รถยนต์คันไหนที่ใช้ระบบ Hybrid แล้วสัญลักษณ์น้ำมันขึ้นเตือน ให้เราพยายามขับโดยใช้เบรกน้อยลงกว่าเดิม ร่วมกับการปล่อยคันเร่งเป็นหลักเวลาที่ต้องการชะลอความเร็ว เพราะส่วนใหญ่แล้วในรถยนต์ระบบนี้ จะมีการรีเจนพลังงานจากการปล่อยคันเร่ง ให้กลายมาเป็นพลังงานในแบตเตอรี่ที่ไม่ว่าจะมากหรือน้อยแค่ไหน เราก็ยังได้พลังงานตรงนั้นเข้ามาช่วยเหลืออยู่ดีนั่นเอง 

ระวังใช้งานรถยนต์แบบนี้ผลาญน้ำมันสูง

ระวังการใช้งานรถยนต์ที่ทำให้ผลาญน้ำมันสูง เช่น การจอดรถยนต์ไว้เฉย ๆ โดยที่สตาร์ตเครื่องยนต์ เปิดแอร์ เปิดระบบความบันเทิงไว้ครบทุกอย่าง จะสิ้นเปลืองน้ำมันเป็นอย่างมาก, ปล่อยลมยางอ่อนทำให้รถยนต์รับภาระหนักขึ้นกว่าเดิม ก็ทำให้อัตราการสิ้นเปลืองสูงขึ้นเช่นกัน และสุดท้ายคนที่เหยียบคันเร่งหนัก เน้นทำความเร็วสูงเกินกว่า 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป มีโอกาสทำให้เกิดอัตราการสิ้นเปลืองสูงมากไม่แพ้กัน

น้ำมันขึ้นเตือน ขับได้อีกกี่กิโล

น้ำมันหมดกลางทางทำยังไงดี

น้ำมันหมดกลางทางทำยังไงดี ต่อให้เรารู้ดีว่าถ้าสัญลักษณ์น้ำมันขึ้นเตือน ขับได้อีกกี่กิโล แต่พอเป็นสถานการณ์จริงมีโอกาสพลาดสูงเหมือนกัน ดังนั้นพอรู้ตัวแล้วว่ารถดับจากน้ำมันหมด ให้เราตั้งสิตไว้ให้ดีที่สุด พยายามประคองพวงมาลัยรถยนต์เข้าข้างทาง ถ้ารถยังไม่ดับ ให้เปิดไฟขอทางเอาไว้ โดยไม่ใช้ไฟฉุกเฉินในทันที เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดจากรถคันหลัง เมื่อได้ที่จอดรถที่ปลอดภัยแล้ว ให้เราติดต่อขอความช่วยเหลือ ตามช่องทางด้านล่างนี้

  • กรมการทางพิเศษแห่งประเทศไทย เบอร์โทร 1543
  • จส. 100 เบอร์โทร 1137 
  • ร่วมด้วยช่วยกัน เบอร์โทร 1677 
  • กรมทางหลวง เบอร์โทร 1586

การแจ้งข้อมูลหลังจากติดต่อไปขอความช่วยเหลือจากเบอร์โทรดังกล่าว เราต้องระบุรายละเอียดสถานที่ที่เราจอดอยู่ เช่น ระยะทางที่เท่าไหร่ อยู่ในช่วงหลักกิโลเมตรไหน ใกล้กับอะไรมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นทางแยก สี่แยก ถนนเส้นหลักชื่ออะไร แจ้งให้ละเอียดที่สุด เพื่อให้เราได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว

ประกันรถยนต์ชั้นไหนมีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน

ประกันรถยนต์ชั้นไหนมีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบ้าง ตามปกติแล้วประกันรถยนต์ชั้น 1 และชั้น 2+ จะมีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง คุณสามารถโทรเข้าไปที่สายด่วนของบริษัทประกันรถยนต์ได้เลย พร้อมกับแจ้งขอความช่วยเหลือบนท้องถนนเนื่องจากน้ำมันรถหมด พอเจ้าหน้าที่ถามรายละเอียดที่รถคุณจอดอยู่ ให้ทำการแจ้งอย่างละเอียด และครบถ้วน เพื่อความรวดเร็วในการประสานงานส่งต่อความช่วยเหลือกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ของคุณ


อย่าปล่อยให้คำว่าเรารู้จักรถตัวเองดี มาทำให้การตัดสินใจเมื่อเจอสัญลักษณ์น้ำมันขึ้นเตือน ขับได้อีกกี่กิโล กลายเป็นสิ่งที่ทำให้เราประมาทจนน้ำมันหมด ควรมองหาปั๊มน้ำมันเพื่อเติมให้เร็วที่สุด จะได้เดินทางต่ออย่างปลอดภัย ส่วนใครที่กังวลเรื่องประกันรถยนต์ประเภทไหน มีบริการดูแลฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมงบ้าง ทาง แรบบิท แคร์ ยินดีให้คำปรึกษา พร้อมนำเสนอประกันรถยนต์ที่เหมาะสมกับคุณมากที่สุด ผ่านโปรโมชันส่วนลดพิเศษ สูงสุดถึง 70% และยังมีเลือกผ่อน 0% ได้นานอีก 10 เดือน เพียงแค่ติดต่อเข้ามาที่เบอร์ 1438 (เบอร์นี้โทรได้ตลอดเวลา)

สรุป

น้ำมันขึ้นเตือนจะยังสามารถขับรถต่อไปได้อีกประมาณ 30-50 กิโลเมตร แต่ทั้งนี้ต้องอย่าลืมเรื่องสภาพพื้นผิวถนน หรือการขึ้นเนิน ขึ้นเขา หรือรวมไปถึงรถติด ก็เป็นอีกทั้งปัจจัยต่าง ๆ ที่ทำให้เราต้องเปลืองน้ำมันมากกว่าเดิม ดังนั้น กรณีที่เห็นสัญลักษณ์ปรากฎขึ้น เราไม่ต้องกังวลถึงสัญญาณน้ำมันขึ้นเตือน ให้เราพยายามประคองรถยนต์ด้วยความเร็วที่เหมาะสม เลี่ยงการเหยียบเบรกบ่อย ๆ รวมไปถึง ปิดเครื่อใช้ไฟฟ้า ปิดแอร์รถยนต์ จะช่วยลดการใช้น้ำมัน และวิ่งได้นานขึ้น พร้อมกับมองหาปั๊มน้ำมันในระยะที่ใกล้ที่สุดก็จะช่วยได้นั่นเอง

ที่มา


บทความแนะนำอื่นๆ : การขับขี่และการดูแลรถยนต์

ซื้อ Battery Charger มาชาร์จ จะทำให้ รถแบตเสื่อม ไหม? สรุปจอดรถแล้วดับเครื่องยนต์ทันทีเลยได้หรือไม่ ชาร์จมือถือในรถ ทำให้รถแบตเตอรี่เสื่อมไวจริงหรือไม่ ? ถ้าไม่อยากให้รถพัง อย่าทำสิ่งเหล่านี้ เลือกอู่ซ่อมรถแบบไหนดี ในช่วงโควิดนี้ รถยนต์พลังงานเชื้อเพลิงกับข้อมูลที่คนใช้รถควรรู้ รวมวิธีเลือกมอเตอร์ไซค์ผู้หญิง ให้เหมาะสมมากที่สุด ยางเปอร์เซ็นต์ คือ อะไร มีวิธีเลือกใช้งานอย่างไรให้คุ้มค่า ทำยังไงดี ? จู่ๆ ป้ายทะเบียนแตกลายงา! ทำไม! แอลกฮอลล์ จึงไม่ควรใช้ทำความสะอาดภายในรถยนต์

เปรียบเทียบประกันรถยนต์ ซื้อประกันภัยรถยนต์

ระบุยี่ห้อรถของคุณ

บทความแคร์รถยนต์

ดูแลรถยนต์ที่ลุยน้ำท่วมมา

แคร์รถยนต์

บทเรียนสำคัญสำหรับเจ้าของรถ หลังน้ำท่วมรถยนต์ ปี 2568

น้ำท่วมรถยนต์ในปี 2568 ไม่ได้สร้างความเสียหายแค่ “ตัวถัง” แต่ลุกลามถึง เครื่องยนต์ ระบบไฟฟ้า และค่าใช้จ่ายซ่อมหลักแสน
กองบรรณาธิการ
17/12/2025
ตรวจสภาพรถ

แคร์รถยนต์

ตรวจสภาพรถ ต้องรู้อะไรบ้าง? รวมทุกเรื่องที่คนมีรถควรเข้าใจ

หากคุณเป็นเจ้าของรถยนต์หรือกำลังจะซื้อรถยนต์มือสอง การตรวจสภาพรถ เป็นขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะไม่ใช่เพียงแค่เป็นข้อบังคับตามกฎหมายเท่านั้น
Thirakan T
09/07/2025
โอนรถ

แคร์รถยนต์

โอนรถ ยากหรือไม่ มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง ?

การซื้อขายรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นรถมือหนึ่ง หรือรถมือสอง สิ่งที่สำคัญที่สุดหลังจากการตกลงซื้อขายกันเรียบร้อย คือ "การโอนรถ"
Thirakan T
09/07/2025