ดับเครื่องรถยนต์ระหว่างพักรถ จำเป็นหรือไม่ และควรใช้เวลากี่นาที

Thirakan T
ผู้เขียน: Thirakan T Published: มีนาคม 28, 2024
Thirakan T
Thirakan T
Thirakan Thongseenual เป็นนักเขียนที่มีประสบการณ์มากกว่า 3 ปี ที่ RabbitCare และ Asia Direct โดยมีความชำนาญในประกันรถยนต์ เน้นเขียนบทความที่เผยแพร่บน Blog และมีความเชี่ยวชาญด้าน SEO กว่า 4 ปี ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอได้ใช้ในการสร้างความรู้และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของ RabbitCare อย่างมีประสิทธิภาพ จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ปริญญาตรี สาขา Information Technology
คะน้าใบเขียว
แก้ไขโดย: คะน้าใบเขียว Last edited: มีนาคม 24, 2024
คะน้าใบเขียว
คะน้าใบเขียว
นักเขียนมืออาชีพด้านการเงิน ประกัน และสุขภาพ | Finance, Insurance & Health Content Expert จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาภาษาเพื่อการสร้างสรรค์สื่อ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีประสบการณ์มากกว่า 9 ปี ในการเขียนบทความด้านการเงิน ประกันชีวิต และประกันสุขภาพ โดยเริ่มต้นที่ Rabbit Finance จากนั้นย้ายมาทำงานที่ Rabbit Care และ Asia Direct เป็นนักเขียนที่รักการอ่าน และมีความหลงใหลในเนื้อหาด้านการบริหารเงิน สินเชื่อ บัตรเครดิต และประกัน ที่ผลิตผลงานเขียนด้วยความลึกซึ้ง การตรวจสอบข้อมูลที่รอบคอบ และเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผ่านประสบการณ์ในการแก้ไขและจัดการเนื้อหา (editorial experience) ทำให้บทความของผมน่าเชื่อถือ มีคุณค่าสำหรับผู้อ่าน และติด Google Search Results
Natthamon
ตรวจทาน: Natthamon Last edited: สิงหาคม 9, 2024
Natthamon
Natthamon
Natthamon เป็นนักเขียนคอนเทนต์และผู้เชี่ยวชาญด้านประกันรถยนต์ มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ในอุตสาหกรรม FinTech ยานยนต์ และประกันภัย จบการศึกษา MBA สาขาการสื่อสารการตลาด และได้รับใบอนุญาตผู้แนะนำการลงทุน (IC License – Complex 2) รวมถึงเป็นตัวแทนประกันชีวิตที่ได้รับใบอนุญาต ด้วยพื้นฐานด้านการเป็นผู้แนะนำการลงทุนที่ได้รับใบอนุญาต ทำให้ Natthamon มีความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ประกัน ประกันสุขภาพ และบริการทางการเงิน สามารถสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ถูกต้อง น่าเชื่อถือ และตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง เชี่ยวชาญด้านการเขียนบทความประกันรถยนต์ การเปรียบเทียบความคุ้มครอง และการให้ความรู้ด้านประกันในหลากหลายประเภท Natthamon มีประสบการณ์ร่วมงานกับองค์กรชั้นนำ ได้แก่ Rabbit Care, CARSOME, DirectAsia Insurance และ GoBear
ดับเครื่อง

เคยได้ยินกันไหมว่าเวลาเดินทางไกล พอจอดรถก็ห้ามดับเครื่องในทันที ต้องจอดทิ้งไว้ก่อน ถึงจะสามารถดับเครื่องได้ตามปกติ วันนี้ แรบบิท แคร์ จะพาทุกคนมาไขปริศนาไปพร้อมกัน ว่าในความเป็นจริงแล้วข้อห้ามที่หลายคนต่างได้ยินมาเหมือน ๆ กัน รถยนต์ของเราต้องทำตามหรือไม่ แล้วถ้าหากในการขับรถเดินทางไกล ควรมีการจอดพักรถ กี่นาที รวมถึงวิธีการจอดพักรถอย่างถูกต้องควรทำอย่างไร และสาเหตุหลักที่จอดรถแล้วควรดับเครื่องยนต์ เพราะอะไรบ้าง สามารถตามหาคำตอบที่คาใจทั้งหมดได้แล้วในเนื้อหาบทความด้านล่างเลย!

ขับรถทางไกลห้ามดับเครื่องรถยนต์ทันที จริงไหม

ขับรถทางไกลห้ามดับเครื่องรถยนต์ทันที จริงไหม คำตอบ คือ จริง แต่รถยนต์ที่ห้ามดับเครื่องในทันที จะมีเฉพาะรถยนต์ที่ใช้งานเทอร์โบเท่านั้น โดยปกติแล้วควรต้องจิดทิ้งเอาไว้ประมาณ 3-5 นาที ถึงจะสามารถดับรถได้ตามปกติ เพราะว่ารถยนต์ที่ใช้งานเทอร์โบรถกระบะ รถอเนกประสงค์ และอื่น ๆ รถเหล่านี้มีแรงบิดมากกว่ารถที่ไม่มีเทอร์โบ นั่นทำให้เทอร์โบเกิดการทำงานอยู่ตลอดเวลา จากการที่ต้องอัดอากาศเข้าไปในระบบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการเผาไหม้มากขึ้น ด้วยความร้อนภายในระบบเทอร์โบ ทำให้มีการออกแบบระบบที่หมุนเวียนน้ำมันเครื่อง เข้าไปเลี้ยงในแกนเทอร์โบ เพื่อช่วยหล่อลื่นและระบายความร้อน

ดังนั้นถ้าหากรถยนต์ที่มีเทอร์โบดับเครื่องยนต์ในทันที จะทำให้ของเหลวสำคัญอย่างน้ำมันเครื่องค้างอยู่ในระดับ พอโดนความร้อนจากแกนเทอร์โบ ก็จะเกิดการไหม้ ส่งผลให้เทอร์โบชำรุดเสียหาย และพังไวขึ้นนั่นเอง

ขับรถทางไกลควรแวะพักรถบ่อยแค่ไหน

พอถึงเวลาที่เราต้องขับรถทางไกล ถ้าไม่เกิดอยากเข้าห้องน้ำขึ้นมา ควรแวะพักรถบ่อยแค่ไหน โดยส่วนมากถ้าเดินทางคนเดียว ควรได้รับการพักรถอย่างน้อยเมื่อเดินทางมาได้ประมาณ 200 กิโลเมตร หรือ 2 ชั่วโมง เต็มที่ไม่ควรเกิน 3 ชั่วโมง ส่วนกรณีที่มีคนขับสลับกัน 2 คน จะสามารถเดินทางได้ 4 ชั่วโมง แล้วค่อยจอดพักดับเครื่องรถยนต์ได้ตามสมควร เพื่อเป็นการพักเครื่องยนต์ รวมถึงการพักผู้ขับขี่ไปพร้อมกัน

หมายเหตุ ระยะเวลาที่กล่าวมาด้านบน ไม่ได้เป็นตัวกำหนด หรือตัวบังคับว่าต้องจอดพักตามที่แนะนำไป เพียงแต่เป็นค่ามาตรฐานที่เหมาะสมต่อการจอดพักคน ดับเครื่องยนต์ เท่านั้น หากเกิดรู้สึกเหนื่อยล้ากว่าปกติ หรือเริ่มมีอาการง่วงเข้าแทรก ต่อให้เวลาไม่ถึงตามที่แนะนำ ก็สามารถจอดพักได้ตามสมควร

พักรถ

ควรดับเครื่องรถยนต์ เพื่อพักรถ กี่นาที

ควรดับเครื่องรถยนต์ เพื่อพักรถ กี่นาทีถึงจะเหมาะสม ควรได้พักรถอย่างน้อย 10-15 นาทีหลังจากขับทางไกลด้วยความเร็วสูงมาต่อเนื่อง แต่ถ้าหากในระแวกนั้นไม่มีปั้มน้ำมัน หรือโซนให้จอดรถยนต์เพื่อพักรถได้ ควรลดความเร็วในการขับขี่ลงเหลือประมาณ 60-80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ช่วยลดภาระให้กับเครื่องยนต์ที่กำลังทำงานหนักมาอย่างยาวนาน พอเจอจุดที่สามารถจอดพักรถได้แล้ว ก็จอดตามเวลาที่แนะนำได้เลย ส่วนการดับหรือไม่ดับเครื่อง ขึ้นอยู่กับประเภทรถยนต์ที่ใช้งานด้วย ถ้าเป็นเครื่องเทอร์โบอย่างที่ข้อมูลหัวข้อด้านบนได้เสนอไป ไม่ควรดับเครื่องทันที แต่ควรจอดพักเฉย ๆ ไว้ก่อนก็พอ

จอดพักรถอย่างถูกต้องควรทำอย่างไร

จอดพักรถอย่างถูกต้องควรทำอย่าง นอกเหนือจากเรื่องดับเครื่องรถยนต์แล้ว การจอดพักให้เหมาะสม สามารถแบ่งได้ตามประเภทเครื่องยนต์อีก 2 ประเภทหลัก คือ การจอดพักสำหรับรถเครื่องยนต์เบนซิน และการจอดพักสำหรับเครื่องยนต์ดีเซล เพราะปัจจุบันจำนวนการใช้งานรถยนต์ทั้งสองประเภท ล้วนมีจำนวนมากบนท้องถนน แต่ละจึงมีรูปแบบการจอดพักดับเครื่องที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งสามารถอ้างอิงข้อมูลจากการแนะนำเพิ่มเติมในหัวข้อด้านล่างได้เลย

การพักรถสำหรับรถเครื่องยนต์เบนซิน

การพักรถาสำหรับรถเครื่องยนต์เบนซิน เมื่อถึงเวลาที่ต้องจอดรถเพื่อพักระหว่างการเดินทาง สามารถดับเครื่องรถยนต์ได้ทันที เนื่องจากระบบระบายความร้อนของรถยนต์ประเภทนี้ มีการทำงานที่เสถียรดีอยู่แล้ว ดับเครื่องได้เลยไม่ต้องกังวล เว้นแต่ว่าจะต้องการให้ภายในรถยนต์คงอุณหภูมิที่ต้องการ เพื่อการหมุนเวียนของอากาศผ่านระบบแอร์ ก็สามารถติดเครื่องไว้ได้ตามความเหมาะสม

การพักรถสำหรับรถเครื่องยนต์ดีเซล

การพักรถสำหรับรถเครื่องยนต์ดีเซล จะเป็นการอ้างอิงเรื่องไม่ควรดับเครื่องทันทีสำหรับเครื่องยนต์ดีเซล เนื่องจากรถยนต์ที่ใช้งานเครื่องยนต์ดังกล่าว มักจะมีการผนึกกำลังร่วมกับเทอร์โบเป็นส่วนใหญ่ ทำให้เกิดความร้อนสะสมอยู่ในแกนเทอร์โบค่อนข้างสูง ถ้าเราดับเครื่องทันที ตัวเทอร์โบจะยังคงความร้อนสูงอยู่มากเนื่องจากระบบหมุนเวียนได้ดับไปพร้อมกับการดับเครื่องยนต์แล้ว ควรคูลดาวน์ทิ้งไว้ 3-5 นาที หรือจะใช้เวลาสัก 5-10 นาทีเพื่อระบายความร้อนเทอร์โบ ถือว่าเป็นการพักรถที่ถูกต้องของเครื่องยนต์ดีเซลแล้ว

พักรถ กี่นาที

สาเหตุหลักที่จอดรถแล้วควรดับเครื่องรถยนต์

สาเหตุหลักที่รถเครื่องยนต์เบนซินจอดแล้ว ควรดับเครื่องรถยนต์ทันที คือ มลพิษที่ออกมาจากไอเสีย ซึ่งมีอันตรายค่อนข้างสูงหากได้รับการสารพิษเหล่านั้นเป็นเวลานาน ส่วนสารพิษที่มีโอกาสปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่องหากเราไม่ดับเครื่องยนต์ ได้แก่ คาร์บอนมอนอกไซด์, ฝุ่นละออง เขม่า ควันดำ, ไฮโดรคาร์บอน, ออกไซด์ของไนโตรเจน และซัลเฟอร์ไดออกไซด์ แต่ละสารพิษที่กล่าวมา ยังมอบความอันตรายที่แตกต่างกันออกไปดังนี้

  • คาร์บอนมอนอกไซด์: ทำให้ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย วิงเวียน คลื่นไส้ ชัก หมดสติ
  • ฝุ่นละออง เขม่า ควันดำ: ระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจ เกิดอาการภูมิแพ้ตามมา หากเข้าไปสะสมในปอด อาจกลายเป็นต้นเหตุของมะเร็งปอดได้
  • ไฮโดรคาร์บอน: สัมผัสหรือสูดดมนาน ๆ จะทำให้แสบตา แสบจมูก อีกทั้งยังเป็นสารก่อมะเร็งอีกด้วย
  • ออกไซด์ของไนโตรเจน: เป็นต้นเหตุของปอดบวม ปอดอักเสบ หลอดลมตีบ หลอดลมอักเสบ
  • ซัลเฟอร์ไดออกไซด์: ส่งผลให้รู้สึกระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจ

อ้างอิงข้อมูลสารพิษไอเสียรถยนต์จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

เดินทางมานานเอาน้ำดับร้อนที่ฝากระโปรงได้ไหม

นอกเหนือจากเรื่องดับเครื่องยนต์แล้ว ยังมีเรื่องการใช้น้ำดับร้อนที่ฝากระโปรงรถยนต์ในทันทีหลังจากจอดพักรถ สิ่งนี้เป็นเรื่องที่ห้ามทำอย่างเด็ดขาด เนื่องจากความร้อนภายในห้องเครื่องที่สูงมากหลังจากการเดินทางเป็นเวลานาน หากเจอความเย็นที่มีอุณหภูมิแตกต่างกันมากในชั่วพริบตา อาจทำให้วัสดุภายในเกิดอาการบิดเบี้ยวจนผิดรูป หรือหนักสุดก็ทำให้กระบอกสูบแตกได้เลย ดังนั้นเมื่อจอดรถแล้ว ให้ถ้าต้องการให้เครื่องยนต์ลง ควรดับเครื่องก่อน จากนั้นถ้าพอมีพื้นที่ เปิดฝากระโปรงทิ้งไว้เพื่อให้รถยนต์ระบายความร้อนเองก่อน แล้วค่อยใช้น้ำล้างหลังจากที่ผ่านไปนานแล้วจะดีกว่า

สรุปขับรถทางไกลต้องพักดับเครื่องรถยนต์อย่างไรถึงจะดี

สรุปการขับรถทางไกลต้องพักดับเครื่องรถยนต์ที่ดีที่สุด แยกเป็น 2 กรณีตามเนื้อหาด้านบน คือ ถ้าเป็นรถยนต์เครื่องเบนซิน สามารถดับเครื่องได้ทันทีเมื่อจอดสนิท ลดการปล่อยมลพิษเพิ่มเติมในอากาศ แถมยังเป็นการรบกวนผู้คนในบริเวณใกล้เคียงด้วย ส่วนเครื่องยนต์ดีเซลที่ทำงานร่วมกับระบบเทอร์โบ ไม่ควรดับเครื่องทัน ใช้เวลาสัก 3-5 นาที หรือ 5-10 นาที เพื่อทำให้ระบบเทอร์โบเย็นขึ้น จากนั้นค่อยดับเครื่องจะดีที่สุด

การเดินทางครั้งถัดไปทุกคนคงสามารถดูแลรถยนต์ในทุกครั้งที่จอดพักได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะเรื่องการดับเครื่องยนต์อย่างเหมาะสม แต่ถ้าหากเกิดเหตุสุดวิสัย ความร้อนขึ้นสูงโดยไม่ทราบสาเหตุ การมีประกันรถยนต์ที่คอยช่วยเหลือดูแลคุณได้ตลอด 24 ชั่วโมง จะเป็นเรื่องที่ดีกว่ามาก เพราะเมื่อเกิดเหตุขึ้นมาแล้วไม่ต้องรับมือด้วยตัวเอง เพียงแค่ติดต่อหาบริษัทประกันภัย คุณจะได้รับคำแนะนำที่ถูกต้อง พร้อมได้รับความช่วยเหลือทันที ไม่ว่าจะเป็นการส่งช่างไปหา หรือการส่งรถลาก รถยกไปให้บริการ

ถ้าต้องการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับประกันรถยนต์เพิ่มเติม แรบบิท แคร์ ยินดีให้บริการ เพียงติดต่อที่เบอร์ 1438 (โทรได้ตลอดเวลา) คุณจะได้รับคำปรึกษาจากหน้าที่เฉพาะด้าน พร้อมรับส่วนลดประหยัดค่าประกันได้สูงสุดถึง 70%

สรุป

การขับรถทางไกลต้องพักดับเครื่องรถยนต์ระหว่างการเดินทางจะดีที่สุดโดยสามารถแยกเป็น 2  คือ

  • เครื่องยนต์เบนซิน สามารถดับเครื่องได้ทันทีเมื่อจอดสนิท ลดการปล่อยมลพิษเพิ่มเติมในอากาศ แถมยังเป็นการรบกวนผู้คนในบริเวณใกล้เคียงด้วย
  • เครื่องยนต์ดีเซล ที่ทำงานร่วมกับระบบเทอร์โบ ไม่ควรดับเครื่องทัน ใช้เวลาสัก 3-5 นาที หรือ 5-10 นาที เพื่อทำให้ระบบเทอร์โบเย็นขึ้น จากนั้นค่อยดับเครื่องจะดีที่สุด

 

ที่มา


บทความแนะนำอื่นๆ : การขับขี่และการดูแลรถยนต์

ซื้อ Battery Charger มาชาร์จ จะทำให้ รถแบตเสื่อม ไหม? ชาร์จมือถือในรถ ทำให้รถแบตเตอรี่เสื่อมไวจริงหรือไม่ ? ถ้าไม่อยากให้รถพัง อย่าทำสิ่งเหล่านี้ เลือกอู่ซ่อมรถแบบไหนดี ในช่วงโควิดนี้ รถยนต์พลังงานเชื้อเพลิงกับข้อมูลที่คนใช้รถควรรู้ รวมวิธีเลือกมอเตอร์ไซค์ผู้หญิง ให้เหมาะสมมากที่สุด ยางเปอร์เซ็นต์ คือ อะไร มีวิธีเลือกใช้งานอย่างไรให้คุ้มค่า น้ำมันขึ้นเตือน ขับได้อีกกี่กิโล ทำยังไงถึงจะเอาตัวรอดได้ ทำยังไงดี ? จู่ๆ ป้ายทะเบียนแตกลายงา! ทำไม! แอลกฮอลล์ จึงไม่ควรใช้ทำความสะอาดภายในรถยนต์

เปรียบเทียบประกันรถยนต์ ซื้อประกันภัยรถยนต์

ระบุยี่ห้อรถของคุณ

บทความแคร์รถยนต์

ดูแลรถยนต์ที่ลุยน้ำท่วมมา

แคร์รถยนต์

บทเรียนสำคัญสำหรับเจ้าของรถ หลังน้ำท่วมรถยนต์ ปี 2568

น้ำท่วมรถยนต์ในปี 2568 ไม่ได้สร้างความเสียหายแค่ “ตัวถัง” แต่ลุกลามถึง เครื่องยนต์ ระบบไฟฟ้า และค่าใช้จ่ายซ่อมหลักแสน
กองบรรณาธิการ
17/12/2025
ตรวจสภาพรถ

แคร์รถยนต์

ตรวจสภาพรถ ต้องรู้อะไรบ้าง? รวมทุกเรื่องที่คนมีรถควรเข้าใจ

หากคุณเป็นเจ้าของรถยนต์หรือกำลังจะซื้อรถยนต์มือสอง การตรวจสภาพรถ เป็นขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะไม่ใช่เพียงแค่เป็นข้อบังคับตามกฎหมายเท่านั้น
Thirakan T
09/07/2025
โอนรถ

แคร์รถยนต์

โอนรถ ยากหรือไม่ มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง ?

การซื้อขายรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นรถมือหนึ่ง หรือรถมือสอง สิ่งที่สำคัญที่สุดหลังจากการตกลงซื้อขายกันเรียบร้อย คือ "การโอนรถ"
Thirakan T
09/07/2025