ความดันโลหิตสูงทำประกันสุขภาพได้ไหม? เจาะลึกเงื่อนไขและสิ่งที่ต้องรู้

คะน้าใบเขียว
ผู้เขียน: คะน้าใบเขียว Published: มิถุนายน 5, 2026
คะน้าใบเขียว
คะน้าใบเขียว
นักเขียนมืออาชีพด้านการเงิน ประกัน และสุขภาพ จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาภาษาเพื่อการสร้างสรรค์สื่อ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีประสบการณ์มากกว่า 9 ปี ในการเขียนบทความด้านการเงิน ประกันชีวิต และประกันสุขภาพ โดยเริ่มต้นที่ Rabbit Finance จากนั้นย้ายมาทำงานที่ Rabbit Care และ Asia Direct เป็นนักเขียนที่รักการอ่าน และมีความหลงใหลในเนื้อหาด้านการบริหารเงิน สินเชื่อ บัตรเครดิต และประกัน ที่ผลิตผลงานเขียนด้วยความลึกซึ้ง การตรวจสอบข้อมูลที่รอบคอบ และเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผ่านประสบการณ์ในการแก้ไขและจัดการเนื้อหา (editorial experience)
คะน้าใบเขียว
ตรวจทาน: Natthamon Last edited: มิถุนายน 3, 2026
คะน้าใบเขียว
Natthamon
Natthamon เป็นนักเขียนคอนเทนต์และผู้เชี่ยวชาญด้านประกันรถยนต์ มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ในอุตสาหกรรม FinTech ยานยนต์ และประกันภัย จบการศึกษา MBA สาขาการสื่อสารการตลาด และได้รับใบอนุญาตผู้แนะนำการลงทุน (IC License – Complex 2) รวมถึงเป็นตัวแทนประกันชีวิตที่ได้รับใบอนุญาต ด้วยพื้นฐานด้านการเป็นผู้แนะนำการลงทุนที่ได้รับใบอนุญาต ทำให้ Natthamon มีความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ประกัน ประกันสุขภาพ และบริการทางการเงิน สามารถสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ถูกต้อง น่าเชื่อถือ และตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง เชี่ยวชาญด้านการเขียนบทความประกันรถยนต์ การเปรียบเทียบความคุ้มครอง และการให้ความรู้ด้านประกันในหลากหลายประเภท Natthamon มีประสบการณ์ร่วมงานกับองค์กรชั้นนำ ได้แก่ Rabbit Care, CARSOME, DirectAsia Insurance และ GoBear
ความดันโลหิตสูงทำประกันสุขภาพได้ไหม

ภาวะความดันโลหิตสูง (Hypertension) เป็นหนึ่งใน “ภัยเงียบ” ที่คุกคามสุขภาพคนไทยอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจากกรมควบคุมโรคระบุว่าประชากรไทยจำนวนมากป่วยด้วยโรคนี้โดยไม่รู้ตัว และมักตรวจพบเมื่อเริ่มมีอาการแทรกซ้อนหรือเมื่อต้องตรวจสุขภาพเพื่อทำประกันชีวิตและสุขภาพ สำหรับผู้ที่รู้ตัวว่าเป็นความดันโลหิตสูงอยู่แล้ว ความกังวลอันดับต้นๆ คือ “เรายังสามารถทำประกันสุขภาพได้หรือไม่?”

ในมุมมองของบริษัทประกัน ความดันโลหิตสูงไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลขที่สูงขึ้น แต่มันคือดัชนีชี้วัดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังร้ายแรงในอนาคต บทความนี้จะช่วยคลายข้อสงสัยและให้แนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน เพื่อให้คุณได้รับความคุ้มครองสุขภาพที่เหมาะสมที่สุด แม้จะมีโรคประจำตัวก็ตาม

คุณต้องการความคุ้มครองแบบไหน?

✨ แผนที่เหมาะกับคุณ

⚠️ ข้อมูลนี้เป็นเพียงการประเมินเบื้องต้น รายละเอียดและเบี้ยจริงอาจแตกต่าง กรุณาตรวจสอบก่อนตัดสินใจ

ใช้ฟรี • ไม่มีค่าใช้จ่าย

ความดันปกติเท่าไหร่? ทำไมบริษัทประกันถึงใช้เป็นเกณฑ์ตัดสิน

ในการพิจารณารับประกันสุขภาพ บริษัทประกันจะใช้ค่าความดันโลหิตเป็นเกณฑ์มาตรฐานในการประเมินความเสี่ยงภัย (Underwriting) โดยอ้างอิงจากแนวทางการรักษาทางการแพทย์ที่เป็นสากล ค่าความดันปกติที่บริษัทประกันอยากเห็นคือ น้อยกว่า 120/80 mmHg

ระดับความดันโลหิต ค่าตัวบน (Systolic) ค่าตัวล่าง (Diastolic) สถานะความเสี่ยง
ปกติ น้อยกว่า 120 น้อยกว่า 80 ความเสี่ยงต่ำ รับประกันง่าย
ค่อนข้างสูง 120 – 139 80 – 89 เริ่มมีความเสี่ยง อาจต้องเฝ้าดู
ความดันสูง ระดับ 1 140 – 159 90 – 99 ความเสี่ยงปานกลาง มักเพิ่มเบี้ย
ความดันสูง ระดับ 2 160 ขึ้นไป 100 ขึ้นไป ความเสี่ยงสูง อาจถูกเลื่อน/ปฏิเสธ
* ค่าความดันโลหิตสูงมักวัดซ้ำอย่างน้อย 2 ครั้งเพื่อให้มั่นใจว่าเป็นค่าที่แท้จริง ไม่ใช่ภาวะตื่นเต้นชั่วคราว (White Coat Hypertension)
ความดันโลหิตสูงทำประกันสุขภาพ

ความดันโลหิตสูง เกิดจากอะไร? และทำไมประกันถึงกังวล

ความดันโลหิตสูงส่วนใหญ่ (ประมาณ 90–95%) ไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด แต่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับปัจจัยด้านพันธุกรรม อายุ และพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การบริโภคโซเดียมสูง ความเครียดสะสม และการขาดการออกกำลังกาย

สาเหตุที่บริษัทประกันให้ความสำคัญกับโรคนี้เป็นพิเศษ เพราะความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้จะส่งผลกระทบต่อหลอดเลือดทั่วร่างกาย นำไปสู่โรคแทรกซ้อนที่มีค่ารักษาสูงมาก

1

โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)

ทั้งตีบ ตัน และแตก ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะอัมพฤกษ์อัมพาต

2

โรคหัวใจ

เช่น หัวใจขาดเลือด หัวใจล้มเหลว หรือหัวใจโต

3

โรคไตเรื้อรัง

ความดันสูงทำลายหลอดเลือดที่ไต จนอาจต้องฟอกไตในระยะยาว

4

โรคจอประสาทตาเสื่อม

ส่งผลต่อการมองเห็นจากการเสื่อมของหลอดเลือดในตา

เมื่อพิจารณาถึงค่ารักษาพยาบาลของโรคเหล่านี้ที่อาจพุ่งสูงถึงหลักล้านบาท บริษัทประกันจึงต้องมีมาตรการคัดกรองที่เข้มงวด

เป็นความดันสูง ทำประกันสุขภาพได้ไหม? เปิด 4 แนวทางการพิจารณา

หากคุณมีประวัติความดันโลหิตสูง บริษัทประกันจะพิจารณาจากประวัติการรักษา ผลการตรวจเลือด และพฤติกรรมการควบคุมโรค โดยผลลัพธ์มักจะออกมาใน 4 รูปแบบดังนี้

1. รับประกันในเงื่อนไขปกติ (Standard Rate)

กรณีนี้เกิดขึ้นได้ยากสำหรับผู้ที่มีประวัติชัดเจน แต่สามารถเกิดขึ้นได้หากควบคุมความดันสูงได้ดีมาเป็นเวลานาน และมีใบรับรองแพทย์ยืนยันชัดเจน

💰

2. รับประกันโดยเพิ่มเบี้ยประกัน (Extra Premium / Loading)

เป็นรูปแบบที่พบได้บ่อย บริษัทประกันอาจเพิ่มเบี้ยประมาณ 25% – 100% ของเบี้ยมาตรฐาน ตามระดับความดันและภาวะแทรกซ้อน เพื่อชดเชยความเสี่ยงที่สูงขึ้น

⚠️

3. รับประกันโดยยกเว้นความคุ้มครองบางโรค (Exclusion)

บริษัทอาจรับประกัน แต่ระบุข้อยกเว้นเกี่ยวกับโรคความดันโลหิตสูงและภาวะแทรกซ้อน เช่น โรคหัวใจ เส้นเลือดสมอง หรือไตวาย หากเกิดจากความดันโดยตรง ประกันอาจไม่คุ้มครอง

4. ปฏิเสธการรับประกันหรือเลื่อนการพิจารณา (Decline / Postpone)

หากความดันยังสูงมาก หรือยังรักษาไม่ต่อเนื่อง บริษัทอาจขอให้รักษาและติดตามอาการก่อน แล้วจึงกลับมายื่นใหม่อีกครั้ง

เป็นความดัน ประกันไม่คุ้มครองอะไรบ้าง? (กรณีมีการยกเว้น)

หากกรมธรรม์ของคุณระบุข้อยกเว้นเกี่ยวกับความดันโลหิตสูง สิ่งที่คุณจะเคลมไม่ได้มักจะรวมถึง

การเข้ารับการรักษาโรคความดันโลหิตสูงโดยตรง (เช่น ปรับยา ตรวจติดตาม)

โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ทุกกรณีที่มีสาเหตุมาจากความดัน

โรคหัวใจขาดเลือด หรือกล้ามเนื้อหัวใจตาย

ภาวะไตวายเรื้อรังที่เกิดจากหลอดเลือดไตถูกทำลายด้วยความดันสูง

ค่ารักษาพยาบาลจากภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ที่ระบุในเงื่อนไขข้อยกเว้นเฉพาะราย

ข่าวดีคือ: ประกันยังคงคุ้มครองโรคทั่วไปที่ไม่เกี่ยวข้อง เช่น โรคติดเชื้อทางเดินหายใจ โรคทางเดินอาหาร ออฟฟิศซินโดรม หรือการผ่าตัดที่ไม่ได้มีสาเหตุมาจากโรคเรื้อรังเดิม

เทคนิคการเตรียมตัวทำประกันสุขภาพให้ผ่านฉลุย

หากคุณต้องการให้บริษัทประกันอนุมัติกรมธรรม์ในเงื่อนไขที่ดีที่สุด ควรปฏิบัติดังนี้

  • 1

    ควบคุมความดันให้คงที่อย่างน้อย 6–12 เดือน

    บริษัทประกันชอบ “ความสม่ำเสมอ” การมีผลตรวจย้อนหลังที่ยืนยันว่าความดันอยู่ในเกณฑ์ดีจะช่วยลดโอกาสถูกเพิ่มเบี้ยมหาศาล

  • 2

    แถลงข้อมูลตามจริง (Utmost Good Faith)

    นี่คือหัวใจสำคัญ ห้ามปกปิดประวัติการรักษาเด็ดขาด หากบริษัทตรวจพบภายหลังว่าคุณปกปิดข้อมูลที่เป็นสาระสำคัญ บริษัทมีสิทธิ์บอกล้างสัญญาและไม่จ่ายเคลมทุกกรณี แม้โรคนั้นจะไม่เกี่ยวกับการเคลมครั้งนั้นก็ตาม

  • 3

    เตรียมใบรับรองแพทย์และผลตรวจล่าสุด

    หากมีผลตรวจสุขภาพประจำปี หรือสมุดบันทึกการรักษาจากโรงพยาบาล ให้แนบไปพร้อมใบคำขอ จะช่วยให้ฝ่ายพิจารณามั่นใจมากขึ้น

  • 4

    พิจารณาประกันแบบ “ไม่ต้องตรวจสุขภาพ” อย่างระมัดระวัง

    ประกันสุขภาพออนไลน์บางแผนระบุว่าไม่ต้องตรวจสุขภาพ แต่อย่าสับสนกับการ “ไม่ถามคำถามสุขภาพ” คุณยังคงต้องแถลงความจริงในใบคำขอ และโรคที่เป็นมาก่อน (Pre-existing Condition) มักจะไม่ได้รับความคุ้มครองในช่วงแรกหรือตลอดไป

ซื้อประกันสุขภาพออนไลน์สำหรับผู้มีความดัน ทำได้จริงไหม?

ในยุคดิจิทัล คุณสามารถสมัครประกันสุขภาพผ่านช่องทางออนไลน์ได้แม้จะมีโรคประจำตัว แต่กระบวนการอาจจะแตกต่างจากคนทั่วไปเล็กน้อย

  • ขั้นตอนการคัดกรอง : ระบบออนไลน์จะถามคำถามสุขภาพ หากคุณตอบว่ามี “ความดันโลหิตสูง” ระบบอาจจะขอให้คุณอัปโหลดเอกสารเพิ่มเติม หรือส่งข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับเพื่อพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ

  • การพิจารณาเบี้ย : เบี้ยที่แสดงบนหน้าเว็บมักเป็นเบี้ยเริ่มต้นสำหรับคนสุขภาพดี เมื่อบริษัทประเมินความเสี่ยงจากประวัติความดันแล้ว อาจมีการส่งข้อเสนอใหม่ (Counter Offer) พร้อมเบี้ยที่ปรับเพิ่มขึ้นมาให้คุณพิจารณาก่อนชำระเงินจริง

สรุป

ข้อสรุปสำคัญสำหรับผู้มีภาวะความดันโลหิตสูง การมีภาวะความดันโลหิตสูงอาจทำให้กระบวนการทำประกันสุขภาพซับซ้อนขึ้นและมีค่าใช้จ่ายเบี้ยประกันที่สูงกว่าปกติ แต่การมีประกันไว้ยังคงเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง เพราะค่ารักษาพยาบาลในปัจจุบันปรับตัวสูงขึ้นทุกปี การเสียเบี้ยประกันเพิ่มขึ้นเพื่อแลกกับการโอนย้ายความเสี่ยงมหาศาลไปยังบริษัทประกัน คือการวางแผนการเงินที่ชาญฉลาดที่สุด หากคุณถูกปฏิเสธจากบริษัทหนึ่ง อย่าเพิ่งท้อใจ เพราะแต่ละบริษัทมีเกณฑ์การรับประกัน (Appetite) ที่ไม่เหมือนกัน แนะนำให้ปรึกษาตัวแทนมืออาชีพที่เข้าใจเงื่อนไขของหลายๆ บริษัท เพื่อหาแผนที่ลงตัวกับสุขภาพและงบประมาณของคุณมากที่สุด

ที่มา

  • ●   ความดันโลหิตสูงทำประกันได้ไหม :
  • ●  มีโรคประจําตัวทําประกันได้ไหม? :
  • ●  ค่าความดันปกติ แต่ละช่วงอายุ ควรอยู่ที่เท่าไหร่? :
 

บทความแคร์ความคุ้มครองประกันสุขภาพ

ลูกเป็นภูมิแพ้ หอบหืด ทำประกันสุขภาพเด็กได้ไหม?

แคร์ความคุ้มครองประกันสุขภาพ

ลูกเป็นภูมิแพ้ หอบหืด ทำประกันสุขภาพเด็กได้ไหม?

คำถามที่พบบ่อยที่สุดคือ "ลูกป่วยเป็นภูมิแพ้ หอบหืดแล้ว จะยังทำประกันได้หรือไม่?" บทความนี้จะพาคุณไปหาคำตอบอย่างละเอียด
คะน้าใบเขียว
01/06/2026
ลูกป่วย ย้ายโรงพยาบาลระหว่างรักษาได้ไหม?

แคร์ความคุ้มครองประกันสุขภาพ

ลูกป่วย ย้ายโรงพยาบาลระหว่างรักษาได้ไหม?

เมื่อลูกน้อยเจ็บป่วยและต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล และในบางครั้ง พ่อแม่อาจมีความจำเป็นที่จะย้ายโรงพยาบาลระหว่างที่ลูกยังคงรักษาตัวอยู่จะสามารถทำได้มั้ย ประกันจะอนุมัติหรือไม่ มาดูกัน
Natthamon
01/06/2026