ประกันรถยนต์ภาคบังคับ พ.ร.บ. ที่เจ้าของรถต้องรู้ อัปเดต 2569
หากคุณมีรถที่จดทะเบียนในประเทศไทย สิ่งหนึ่งที่ต้องมีทุกปีคือ ประกันรถยนต์ภาคบังคับ หรือที่หลายคนเรียกว่า พ.ร.บ. รถยนต์ เพราะเป็นประกันตามกฎหมายที่ใช้คุ้มครองชีวิตและร่างกายของผู้ประสบภัยจากรถ บทความนี้สรุปให้เข้าใจง่ายว่าประกันภาคบังคับคุ้มครองอะไร วงเงินเท่าไหร่ ราคาเท่าไหร่ ต่อออนไลน์ได้ไหม และมี พ.ร.บ. แล้วควรพิจารณาประกันภาคสมัครใจเพิ่มหรือไม่
ประกันรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) คืออะไร
ประกันรถยนต์ภาคบังคับ หรือ พ.ร.บ. รถยนต์ คือประกันที่กฎหมายกำหนดให้รถที่จดทะเบียนทั่วไปต้องมี เพื่อคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ทั้งผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร และบุคคลภายนอก เน้นค่ารักษาพยาบาล ค่าชดเชยเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพ โดยไม่ต้องรอพิสูจน์ถูกผิดในส่วนค่าเสียหายเบื้องต้น แต่ไม่คุ้มครองความเสียหายของตัวรถ
ข้อมูลสำคัญที่ควรรู้
- บังคับตามกฎหมาย รถจดทะเบียนทั่วไปต้องมี ต่อทุกปี เว้นแต่รถที่กฎหมายยกเว้น
- คุ้มครองคน ไม่คุ้มครองรถ เน้นชีวิต/ร่างกายผู้ประสบภัย
- จ่ายทันทีไม่ต้องรอพิสูจน์ถูกผิด เฉพาะค่าเสียหายเบื้องต้น
- อัปเดต 2569 วงเงินรวมสูงสุดต่ออุบัติเหตุปรับเป็น 20 ล้านบาท
จำง่ายๆ
- พ.ร.บ. = ประกันภาคบังคับ คนละชื่อ สิ่งเดียวกัน
- ต้องมีก่อน ถึงจะต่อภาษีรถยนต์ประจำปีได้
- ไม่ครอบคลุมค่าซ่อมรถ ต้องมีภาคสมัครใจเพิ่มถ้าต้องการ
- ราคามาตรฐาน คปภ. กำหนดเท่ากันทุกบริษัท
พ.ร.บ. รถยนต์ กับ ประกันรถยนต์ภาคบังคับ เหมือนกันไหม
เหมือนกัน เป็นประกันตัวเดียวกัน ชื่อทางการคือ “ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ” ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 ส่วน “พ.ร.บ.” เป็นชื่อเรียกย่อที่มาจากชื่อกฎหมายฉบับนี้ และเป็นคำที่คนไทยส่วนใหญ่คุ้นเคยมากกว่าชื่อทางการ
แนะนำให้ตรวจสอบตัวบทกฎหมายฉบับปัจจุบันจากแหล่งกฎหมายทางการก่อนอ้างอิงเลขมาตราเจาะจง โดยสามารถเริ่มจากหน้ากฎหมายอ้างอิง เช่น พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535
ใครบ้างที่ต้องทำประกันรถยนต์ภาคบังคับ
โดยทั่วไป รถที่จดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกต้องมี พ.ร.บ. เว้นแต่รถบางประเภทที่กฎหมายยกเว้น ได้แก่
- รถยนต์นั่งส่วนบุคคล
- รถกระบะ
- รถตู้
- รถจักรยานยนต์
- รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
- รถจดทะเบียนประเภทอื่นที่กฎหมายไม่ได้ยกเว้น
พ.ร.บ. ที่ยังไม่หมดอายุเป็นเอกสารบังคับที่ต้องใช้ประกอบการต่อภาษีรถยนต์ประจำปี หาก พ.ร.บ. หมดอายุ จะไม่สามารถต่อภาษีได้จนกว่าจะต่อ พ.ร.บ. ใหม่ก่อน
ประกันรถยนต์ภาคบังคับคุ้มครองอะไรบ้าง
วงเงินคุ้มครองต่อผู้ประสบภัย 1 คน แบ่งเป็นค่าเสียหายเบื้องต้น (จ่ายทันทีไม่ต้องรอพิสูจน์ถูกผิด) และค่าสินไหมทดแทนส่วนที่เกินค่าเสียหายเบื้องต้น (จ่ายเพิ่มเมื่อพิสูจน์แล้วว่าไม่ได้เป็นฝ่ายที่ต้องรับผิด) ดังนี้
| กรณี | ค่าเสียหายเบื้องต้น (ไม่ต้องรอพิสูจน์ถูกผิด) | วงเงินสูงสุด (หลังพิสูจน์เป็นฝ่ายถูก) |
|---|---|---|
| ค่ารักษาพยาบาล (บาดเจ็บ) | สูงสุด 30,000 บาท/คน | รวมสูงสุด 80,000 บาท/คน |
| เสียชีวิต / ทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง | 35,000 บาท/คน | 500,000 บาท/คน |
| สูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพถาวร | 35,000 บาท/คน | 200,000-500,000 บาท/คน ตามกรณี |
| บาดเจ็บแล้วต่อมาเสียชีวิต / สูญเสียอวัยวะ / ทุพพลภาพ | รวมไม่เกิน 65,000 บาท/คน | รวมสูงสุดตามกรณีที่กฎหมายและกรมธรรม์กำหนด |
| ค่าชดเชยรายวัน (ผู้ป่วยใน) | ไม่มี | วันละ 200 บาท สูงสุด 20 วัน (ไม่เกิน 4,000 บาท/คน) |
หมายเหตุ: วงเงินต่อคนอาจรวมได้สูงสุด 504,000 บาทในบางกรณี เมื่อรวมค่าชดเชยรายวันผู้ป่วยใน 200 บาท/วัน ไม่เกิน 20 วัน เข้ากับวงเงินหลักแล้ว ควรตรวจสอบวงเงินตามเคสได้ที่ เครื่องคำนวณค่าสินไหมทดแทนของสำนักงาน คปภ.
ค่าเสียหายเบื้องต้น vs ค่าสินไหมทดแทนหลังพิสูจน์ถูกผิด ต่างกันอย่างไร
หลายคนสงสัยว่าทำไมบางเคสได้รับเงินแค่หลักหมื่น แต่บางเคสได้รับสูงถึงหลักแสน คำตอบอยู่ที่กลไก 2 ชั้นนี้
| รายการ | ได้เมื่อไร | ต้องรอพิสูจน์ถูกผิดไหม | ใครมีสิทธิ | เอกสารที่ใช้ |
|---|---|---|---|---|
| ค่าเสียหายเบื้องต้น | ภายใน 7 วันหลังยื่นเอกสารครบ | ไม่ต้องรอ | ผู้ประสบภัยทุกคน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายถูกหรือผิด | ใบเสร็จค่ารักษา ใบรับรองแพทย์ ใบมรณบัตร (กรณีเสียชีวิต) และเอกสารประจำตัว |
| ค่าสินไหมทดแทนส่วนเกิน | หลังการพิสูจน์ความรับผิดเสร็จสิ้น | ต้องรอ | เฉพาะผู้ประสบภัยที่ไม่ได้เป็นฝ่ายก่อให้เกิดความเสียหาย | บันทึกประจำวันตำรวจ + เอกสารยืนยันฝ่ายถูก |
พูดง่ายๆ คือผู้ประสบภัยจากรถมีสิทธิขอรับค่าเสียหายเบื้องต้นโดยไม่ต้องรอพิสูจน์ความรับผิด แต่ถ้าอยากได้เงินเต็มตามวงเงินสูงสุด ต้องพิสูจน์ได้ว่าตัวเองไม่ใช่ฝ่ายที่ต้องรับผิดตามกฎหมาย และควรยื่นคำร้องภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
อัปเดต 2569 วงเงินรวมกรณีมีผู้ประสบภัยหลายคนเพิ่มเป็น 20 ล้านบาท
ข้อมูลจาก ประกาศสำนักงาน คปภ. ระบุการปรับวงเงินความคุ้มครองรวมสูงสุดต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้ง (กรณีมีผู้ประสบภัยหลายคนในอุบัติเหตุเดียวกัน) โดยให้บริษัทประกันใช้แบบกรมธรรม์ตามคำสั่งตั้งแต่ 1 มกราคม 2569:
เดิม รถไม่เกิน 7 ที่นั่ง วงเงินรวม 5,000,000 บาท/อุบัติเหตุ
เดิม รถเกิน 7 ที่นั่ง วงเงินรวม 10,000,000 บาท/อุบัติเหตุ
ใหม่ปี 2569 วงเงินรวม 20,000,000 บาท/อุบัติเหตุ เท่ากันทุกประเภทรถ
เบี้ยประกัน ไม่มีการปรับเพิ่มเบี้ยประกันภัยแต่อย่างใด
อย่าสับสน: วงเงิน 20 ล้านบาทนี้คือ “วงเงินรวมสูงสุดต่ออุบัติเหตุ” ที่ใช้เมื่อมีผู้ประสบภัยหลายคนในเหตุการณ์เดียวกัน ไม่ใช่วงเงินคุ้มครองต่อคนที่เปลี่ยนแปลง ส่วนวงเงินต่อคนควรตรวจสอบตามเงื่อนไขกรมธรรม์และประกาศ คปภ. ล่าสุด
ประกันรถยนต์ภาคบังคับ ไม่คุ้มครองอะไรบ้าง
- ค่าซ่อมรถของตัวเอง
- ค่าซ่อมรถของคู่กรณี
- รถหาย
- ไฟไหม้ / น้ำท่วม / ภัยธรรมชาติอื่นๆ
พ.ร.บ. ไม่ใช่ประกันภาคสมัครใจชั้น 1, 2+ หรือ 3+ หากต้องการความคุ้มครองตัวรถและทรัพย์สิน ต้องซื้อประกันภาคสมัครใจเพิ่มเติมแยกต่างหาก ดูรายละเอียดความคุ้มครองแต่ละชั้นได้ที่ ความคุ้มครองประกันรถยนต์ แต่ละชั้นคุ้มครองอะไรบ้าง
ตารางสรุป พ.ร.บ. คุ้มครองคน ภาคสมัครใจคุ้มครองรถ
| เรื่องเปรียบเทียบ | ประกันรถยนต์ภาคบังคับ / พ.ร.บ. | ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ |
|---|---|---|
| กฎหมายบังคับไหม | บังคับสำหรับรถจดทะเบียนทั่วไป เว้นแต่รถที่กฎหมายยกเว้น | ไม่บังคับ เลือกซื้อเองได้ |
| คุ้มครองใคร | ผู้ประสบภัยจากรถทุกคน | ตามเงื่อนไขที่ระบุในกรมธรรม์ |
| คุ้มครองตัวรถไหม | ไม่คุ้มครอง | คุ้มครองตามชั้นประกันที่เลือก (1/2+/3+) |
| ใช้ต่อภาษีรถยนต์ไหม | ใช้ เป็นเอกสารบังคับ | ไม่ใช่เอกสารบังคับสำหรับต่อภาษี |
| เหมาะกับใคร | รถจดทะเบียนทั่วไปที่ไม่ได้เข้าข้อยกเว้นตามกฎหมาย | คนที่ต้องการความคุ้มครองเพิ่มเติมนอกเหนือจากขั้นต่ำตามกฎหมาย |
ราคา พ.ร.บ. รถยนต์เท่าไหร่
อัตราเบี้ยประกันภัย พ.ร.บ. เป็นราคามาตรฐานที่สำนักงาน คปภ. กำหนดใช้เหมือนกันทุกบริษัท ดังนี้
| ประเภทรถ | เบี้ยประกัน (บาท/ปี) |
|---|---|
| รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ไม่เกิน 7 ที่นั่ง | ประมาณ 645.21 บาท |
| รถกระบะบรรทุกส่วนบุคคล ไม่เกิน 3 ตัน | ประมาณ 967.28 บาท |
| รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 ที่นั่ง แต่ไม่เกิน 15 ที่นั่ง | ประมาณ 1,182.35 บาท |
| รถยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคล ไม่เกิน 7 ที่นั่ง | ประมาณ 645.21 บาท |
ตัวเลขข้างต้นเป็นตัวอย่างอัตราเบี้ยรวมภาษีมูลค่าเพิ่มและอากรแสตมป์ที่ใช้กันทั่วไปสำหรับรถส่วนบุคคลบางประเภท ควรตรวจสอบกับพิกัดอัตราเบี้ยประกันภัยฉบับล่าสุดของ คปภ. หรือบริษัทประกันก่อนซื้อ โดยเฉพาะรถที่ใช้เชิงพาณิชย์ รถบรรทุก รถสาธารณะ และรถที่มีลักษณะการจดทะเบียนเฉพาะ
ต้องการต่อหรือดูรายละเอียด พ.ร.บ. ตามประเภทรถ อ่านต่อได้ที่ พ.ร.บ. รถยนต์ และ พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์
ต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ได้ที่ไหน
- บริษัทประกันภัยโดยตรง
- นายหน้า/โบรกเกอร์ประกันภัย
- สถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.)
- เว็บไซต์/แอปพลิเคชันของกรมการขนส่งทางบก (DLT e-Service)
- เว็บไซต์หรือแอปของผู้ให้บริการประกันภัยแต่ละราย
DLT e-Service รองรับการชำระภาษีประจำปีออนไลน์สำหรับรถบางประเภท เช่น รย.1, รย.2, รย.3 และ รย.12 ภายใต้เงื่อนไขของกรมการขนส่งทางบก และระบบจะตรวจสอบข้อมูล พ.ร.บ. กับสำนักงาน คปภ. ระหว่างทำรายการ
ขั้นตอนต่อ พ.ร.บ. ออนไลน์ผ่าน DLT e-Service
- เข้าเว็บไซต์ DLT e-Service ของกรมการขนส่งทางบก
- เข้าสู่ระบบด้วยบัญชีที่ลงทะเบียนไว้ หรือสมัครใช้งานตามขั้นตอนของระบบ
- เลือกบริการชำระภาษีรถประจำปี แล้วกรอกข้อมูลรถที่ต้องการต่ออายุ
- ตรวจสอบวันหมดอายุภาษีรถและสถานะ พ.ร.บ. เดิม หากระบบตรวจสอบไม่พบข้อมูล พ.ร.บ. ให้ซื้อหรือต่อ พ.ร.บ. กับผู้ให้บริการที่รองรับก่อนทำรายการต่อ
- ตรวจสอบข้อมูลผู้เอาประกันภัย เลขทะเบียนรถ และระยะเวลาคุ้มครองให้ตรงกับเล่มทะเบียน
- ชำระเงินผ่านช่องทางที่ระบบรองรับ แล้วเก็บหลักฐานการชำระเงินไว้
- ตรวจสอบสถานะการต่อภาษี/เอกสาร พ.ร.บ. และรอรับเอกสารตามช่องทางที่เลือก
ดูขั้นตอนต่อ พ.ร.บ. และภาษีรถยนต์ออนไลน์แบบละเอียดทีละขั้นตอน ได้ที่ วิธีต่อ พ.ร.บ. ต่อภาษีรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ ครบทุกขั้นตอน
สำหรับวงเงินความคุ้มครองที่แท้จริงตามกรณีของแต่ละคน สามารถใช้เครื่องคำนวณค่าสินไหมทดแทนอย่างเป็นทางการของสำนักงาน คปภ. ได้ที่ oiceservice.oic.or.th/calculator/claims.php
ใช้สิทธิ พ.ร.บ. หลังเกิดอุบัติเหตุ ต้องทำอะไรบ้าง
ส่วนนี้สรุปเฉพาะขั้นตอนที่เกี่ยวกับสิทธิ พ.ร.บ. เพื่อให้รู้ว่าต้องเริ่มจากตรงไหน หากต้องการขั้นตอนเคลมประกันรถแบบละเอียด โดยเฉพาะกรณีมีคู่กรณี ควรอ่านบทความเคลมแยกโดยตรง
นำผู้บาดเจ็บเข้ารับการรักษา และเก็บใบเสร็จ/ใบรับรองแพทย์ไว้เป็นหลักฐาน
แจ้งบริษัทประกันภัยของรถคันที่เกี่ยวข้อง หรือสอบถามบริษัทกลางฯ/กองทุนทดแทนผู้ประสบภัยจากรถในกรณีที่ไม่ทราบรถคู่กรณีหรือรถไม่มี พ.ร.บ.
แจ้งความหรือลงบันทึกประจำวันกับตำรวจ เพื่อใช้ประกอบการพิสูจน์ความรับผิดและการเรียกร้องค่าสินไหมส่วนเกิน
ยื่นเอกสารกับบริษัทประกันภัยหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใน 180 วันนับแต่วันที่มีความเสียหายเกิดขึ้น
รับค่าเสียหายเบื้องต้นก่อน (ไม่ต้องรอพิสูจน์ถูกผิด) แล้วติดตามผลค่าสินไหมทดแทนส่วนเกินภายหลัง
อ่านขั้นตอนเคลมประกันรถแบบละเอียด ตั้งแต่การคุยกับคู่กรณี เอกสารที่ควรแลกกัน และการแจ้งประกัน ได้ที่ วิธีเคลมประกัน มีคู่กรณี ทำอย่างไรบ้าง
พ.ร.บ. หมดอายุหรือขาดต่อ ต้องทำอย่างไร
หาก พ.ร.บ. หมดอายุแล้วยังไม่ได้ต่อ ควรรีบดำเนินการต่อทันที เพราะมีผลกระทบดังนี้
- การขับรถโดยไม่มี พ.ร.บ. ที่ยังไม่หมดอายุถือว่าผิดกฎหมาย มีความผิดทางพินัยและอาจถูกปรับไม่เกิน 10,000 บาท
- ไม่สามารถต่อภาษีรถยนต์ประจำปีได้จนกว่าจะมี พ.ร.บ. ที่ยังไม่หมดอายุ
- หากเกิดอุบัติเหตุระหว่างช่วงที่ พ.ร.บ. ขาดต่อ การเรียกร้องค่าเสียหายจะยุ่งยากขึ้น และเจ้าของรถหรือผู้ที่กฎหมายกำหนดอาจต้องรับผิดชอบค่าเสียหายหรือถูกไล่เบี้ยภายหลัง
สามารถต่อ พ.ร.บ. ล่วงหน้าได้ไม่เกิน 90 วันก่อนวันหมดอายุเดิม เพื่อให้ความคุ้มครองต่อเนื่องไม่มีช่วงขาดตอน
หากปล่อยให้ภาษีรถประจำปีขาดต่อเนื่องครบ 3 ปี รถอาจถูกระงับทะเบียนตามเงื่อนไขของกรมการขนส่งทางบก ต้องติดต่อสำนักงานขนส่งเพื่อดำเนินการเรื่องทะเบียน/ภาษีใหม่ โดยต้องมี พ.ร.บ. ที่ยังไม่หมดอายุประกอบการดำเนินการด้วย
มี พ.ร.บ. แล้ว ประกันภาคสมัครใจยังจำเป็นไหม
พ.ร.บ. คุ้มครองเฉพาะชีวิตและร่างกายของผู้ประสบภัยจากรถ ไม่ครอบคลุมค่าซ่อมรถ รถหาย ไฟไหม้ หรือน้ำท่วม จึงเหมาะเป็นความคุ้มครองพื้นฐานตามกฎหมายเท่านั้น หากต้องการความคุ้มครองตัวรถและทรัพย์สินเพิ่มเติม ควรพิจารณาซื้อประกันภาคสมัครใจควบคู่ไปด้วย
อ่านรายละเอียดเปรียบเทียบเต็มๆ ว่าประกันภาคสมัครใจคืออะไร จำเป็นแค่ไหน และแต่ละชั้น (1/2+/3+) คุ้มครองอะไรบ้าง ได้ที่ ประกันภาคสมัครใจ คืออะไร ต่างจาก พ.ร.บ. ยังไง จำเป็นต้องทำไหม? และ ความคุ้มครองประกันรถยนต์ แต่ละชั้นคุ้มครองอะไรบ้าง
เช็คและต่อ พ.ร.บ. ตามประเภทรถ
ดูรายละเอียด พ.ร.บ. รถยนต์ หรือเลือกต่อ พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ให้ตรงกับรถที่ใช้งาน
ดูรายละเอียด พ.ร.บ. รถยนต์ ดูรายละเอียด พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์แหล่งอ้างอิงข้อมูลทางการ
บทความเกี่ยวกับประกันรถยนต์ภาคบังคับเป็นเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายและการเงิน จึงควรตรวจสอบตัวเลข ราคา และเงื่อนไขล่าสุดจากแหล่งทางการก่อนใช้ตัดสินใจเสมอ
คำถามที่พบบ่อย
รวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับประกันรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.)
ประกันรถยนต์ภาคบังคับ คือประกันที่กฎหมายกำหนดให้รถที่จดทะเบียนทั่วไปต้องมี เพื่อคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ทั้งผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร และบุคคลภายนอก โดยเน้นค่ารักษาพยาบาล ชดเชยเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพ แต่ไม่คุ้มครองความเสียหายของตัวรถ
เหมือนกัน เป็นประกันตัวเดียวกัน เพียงแต่ชื่อทางการคือ “ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ” ส่วน “พ.ร.บ.” เป็นชื่อเรียกย่อที่คนทั่วไปคุ้นเคย มาจากชื่อกฎหมายที่บังคับให้ต้องทำ
ไม่ได้ สำหรับรถจดทะเบียนทั่วไปที่ไม่ได้เข้าข้อยกเว้น กฎหมายกำหนดให้ต้องมี พ.ร.บ. หากฝ่าฝืนอาจถูกปรับไม่เกิน 10,000 บาท และไม่สามารถต่อภาษีรถยนต์ประจำปีได้ หากเกิดอุบัติเหตุ การเรียกร้องค่าเสียหายจะยุ่งยากขึ้นและเจ้าของรถอาจถูกไล่เบี้ยภายหลัง
คุ้มครองในส่วนค่าเสียหายเบื้องต้น เช่น ค่ารักษาพยาบาลตามจริงไม่เกิน 30,000 บาท โดยไม่ต้องรอพิสูจน์ถูกผิด เพราะ พ.ร.บ. เน้นคุ้มครองชีวิตและร่างกายของผู้ประสบภัยจากรถ แต่ค่าสินไหมทดแทนส่วนเกินจะขึ้นกับการพิสูจน์ความรับผิดและเงื่อนไขตามกฎหมาย
ไม่ควรถือว่ามีระยะผ่อนผัน หาก พ.ร.บ. หมดอายุแม้เพียง 1 วัน ไม่ควรนำรถไปใช้งาน เพราะถือว่าขับรถโดยไม่มี พ.ร.บ. ที่ยังไม่หมดอายุ อาจถูกปรับไม่เกิน 10,000 บาท และหากเกิดอุบัติเหตุ การเรียกร้องค่าเสียหายจะยุ่งยากขึ้น
คุ้มครอง เพราะ พ.ร.บ. คุ้มครอง “ผู้ประสบภัยจากรถ” ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร หรือบุคคลภายนอกที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ โดยไม่ขึ้นกับว่าใครเป็นฝ่ายถูกหรือผิด
ไม่คุ้มครอง พ.ร.บ. คุ้มครองเฉพาะชีวิตและร่างกายของผู้ประสบภัยจากรถเท่านั้น ไม่ครอบคลุมค่าซ่อมรถ รถหาย ไฟไหม้ หรือน้ำท่วม หากต้องการความคุ้มครองส่วนนี้ต้องซื้อประกันภาคสมัครใจเพิ่มเติม
อัตราเบี้ยกำหนดโดย คปภ. เท่ากันทุกบริษัท แตกต่างกันตามประเภทรถ เช่น รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่งประมาณ 645.21 บาท รถกระบะบรรทุกส่วนบุคคลไม่เกิน 3 ตันประมาณ 967.28 บาท และรถยนต์นั่งเกิน 7 ที่นั่งแต่ไม่เกิน 15 ที่นั่งประมาณ 1,182.35 บาท
โดยทั่วไปสามารถต่อ พ.ร.บ. ล่วงหน้าได้ไม่เกิน 90 วันก่อนวันหมดอายุเดิม เพื่อให้ความคุ้มครองต่อเนื่องกันพอดีไม่มีช่วงขาดตอน
ควรรีบต่อทันทีที่นึกได้ เพราะการขับรถโดยไม่มี พ.ร.บ. ที่ยังไม่หมดอายุถือว่าผิดกฎหมาย อาจถูกปรับไม่เกิน 10,000 บาท และจะไม่สามารถต่อภาษีรถยนต์ประจำปีได้จนกว่าจะมี พ.ร.บ. ที่ยังไม่หมดอายุ
ต้องทำเช่นเดียวกับรถยนต์ทั่วไป หากเป็นรถจดทะเบียนที่ไม่ได้เข้าข้อยกเว้นตามกฎหมาย โดยรถยนต์ไฟฟ้ามีอัตราเบี้ยเฉพาะแยกจากรถยนต์เครื่องสันดาปบางประเภท
สรุปสั้นๆ ที่ควรจำ
- ประกันรถยนต์ภาคบังคับ คือ พ.ร.บ. รถยนต์ ชื่อต่างกัน แต่เป็นประกันตัวเดียวกัน
- รถจดทะเบียนทั่วไปต้องมีและต้องต่อทุกปี ก่อนต่อภาษีรถยนต์ประจำปี เว้นแต่รถที่กฎหมายยกเว้น
- คุ้มครองชีวิตและร่างกายของผู้ประสบภัยจากรถ ไม่คุ้มครองตัวรถหรือทรัพย์สิน
- ค่าเสียหายเบื้องต้นได้รับทันทีไม่ต้องรอพิสูจน์ถูกผิด ส่วนค่าสินไหมทดแทนเต็มต้องพิสูจน์ก่อน
- ปี 2569 วงเงินรวมสูงสุดต่ออุบัติเหตุปรับเป็น 20 ล้านบาท โดยไม่ปรับเบี้ยเพิ่ม
- ควรทำคู่กับประกันภาคสมัครใจ ถ้าต้องการความคุ้มครองตัวรถและทรัพย์สินด้วย

ทีมกองบรรณาธิการ กลุ่มนักเขียนผู้มีประสบการณ์ด้านรถยนต์ การเงิน และประกันภัย เนื้อหาผ่านการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ประกันวินาศภัย เพื่อให้ข้อมูลถูกต้อง อัปเดตสม่ำเสมอ และมีความน่าเชื่อถือ โดย แรบบิท แคร์ ที่เปิดดำเนินการมาแล้วมากกว่า 10 ปี เป็นนายหน้าประกันภัยที่ได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) มีที่ตั้งสำนักงานชัดเจนและช่องทางติดต่อที่ตรวจสอบได้ (ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย เลขที่ ว00021/2557)
แรบบิท แคร์ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยรถยนต์
แรบบิท แคร์ รวบรวม ประกันรถยนต์ จากหลายบริษัทมาให้คุณเปรียบเทียบประกันรถยนต์ ทั้งราคา ความคุ้มครองประกันรถยนต์ แต่ละประเภท บริการเคลม เลือกแบบที่เหมาะกับการใช้งาน และงบประมาณ คุณสามารถเช็คเบี้ยและเปรียบเทียบประกันรถยนต์ออนไลน์ จากหลายบริษัทได้ทันทีในที่เดียว
- เปรียบเทียบประกันรถยนต์จากหลายบริษัทในหน้าเดียว
- มีทุกชั้นความคุ้มครอง ทั้งชั้น 1, 2+, 3+, และชั้น 3
- มีทีมผู้เชี่ยวชาญช่วยแนะนำตลอดการเลือกซื้อ
บริษัท แรบบิท แคร์ โบรคเกอร์ จำกัด เป็นนายหน้าประกันภัยที่ได้รับใบอนุญาตจาก คปภ. ก่อนตัดสินใจทำประกันภัยโปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นทุกครั้ง

