หม้อน้ำรั่ว สามารถขับต่อได้ไหม อันตรายหรือไม่ ?

Natthamon
ผู้เขียน: Natthamon Published: มกราคม 7, 2025
Natthamon
Natthamon
Natthamon เป็นนักเขียนคอนเทนต์และผู้เชี่ยวชาญด้านประกันรถยนต์ มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ในอุตสาหกรรม FinTech ยานยนต์ และประกันภัย จบการศึกษา MBA สาขาการสื่อสารการตลาด และได้รับใบอนุญาตผู้แนะนำการลงทุน (IC License – Complex 2) รวมถึงเป็นตัวแทนประกันชีวิตที่ได้รับใบอนุญาต ด้วยพื้นฐานด้านการเป็นผู้แนะนำการลงทุนที่ได้รับใบอนุญาต ทำให้ Natthamon มีความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ประกัน ประกันสุขภาพ และบริการทางการเงิน สามารถสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ถูกต้อง น่าเชื่อถือ และตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง เชี่ยวชาญด้านการเขียนบทความประกันรถยนต์ การเปรียบเทียบความคุ้มครอง และการให้ความรู้ด้านประกันในหลากหลายประเภท Natthamon มีประสบการณ์ร่วมงานกับองค์กรชั้นนำ ได้แก่ Rabbit Care, CARSOME, DirectAsia Insurance และ GoBear
คะน้าใบเขียว
ตรวจทาน: คะน้าใบเขียว Last edited: มกราคม 2, 2025
คะน้าใบเขียว
คะน้าใบเขียว
นักเขียนมืออาชีพด้านการเงิน ประกัน และสุขภาพ | Finance, Insurance & Health Content Expert จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาภาษาเพื่อการสร้างสรรค์สื่อ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีประสบการณ์มากกว่า 9 ปี ในการเขียนบทความด้านการเงิน ประกันชีวิต และประกันสุขภาพ โดยเริ่มต้นที่ Rabbit Finance จากนั้นย้ายมาทำงานที่ Rabbit Care และ Asia Direct เป็นนักเขียนที่รักการอ่าน และมีความหลงใหลในเนื้อหาด้านการบริหารเงิน สินเชื่อ บัตรเครดิต และประกัน ที่ผลิตผลงานเขียนด้วยความลึกซึ้ง การตรวจสอบข้อมูลที่รอบคอบ และเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผ่านประสบการณ์ในการแก้ไขและจัดการเนื้อหา (editorial experience) ทำให้บทความของผมน่าเชื่อถือ มีคุณค่าสำหรับผู้อ่าน และติด Google Search Results
หม้อน้ำรั่วขับต่อได้ไหม

หม้อน้ำรั่ว อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่สามารถเกิดขึ้นกับรถยนต์ทุกคันได้ และถือว่าค่อนข้างอันตราย เมื่อเจอเหตุการณ์หม้อน้ำรั่วเช่นนี้เจ้าของรถควรมีความรู้ในการเร่งมือแก้ไข ดังนั้นวันนี้ แรบบิท แคร์ จึงได้นำเรื่องราวที่ควรทราบเกี่ยวกับหม้อน้ำรั่วมาฝากให้ ลองอ่านทำความเข้าใจเพื่อนำไปใช้ดูแลรถยนต์ของตัวเอง

หม้อน้ำรั่ว คืออะไร ?

หม้อน้ำรั่ว คือ การที่น้ำยาหม้อน้ำ หรือของเหลวหล่อเย็นภายในหม้อน้ำเกิดการรั่วไหลออกจากระบบหล่อเย็นของเครื่องยนต์ ส่งผลให้ระบบระบายความร้อนไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และอาจทำให้เครื่องยนต์ร้อนเกินไปและเกิดความเสียหายตามมา

หม้อน้ำรั่ว เกิดจากอะไร ?

สำหรับผู้ที่สงสัยว่าหม้อน้ำรั่ว เกิดจากอะไรนั้น สาเหตุของหม้อน้ำรั่วสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัยด้วยกัน โดยหนึ่งในสาเหตุหม้อน้ำรั่วนั้นคือการสึกกร่อนภายในตัวหม้อน้ำเอง ซึ่งมักพบในรถยนต์ที่มีอายุการใช้งานมายาวนาน ทำให้ข้อต่อ หรือท่อยางที่เชื่อมต่อกับหม้อน้ำเกิดการชำรุด ส่งผลให้น้ำยาหม้อน้ำรั่วซึมออกมา

อีกสาเหตุหนึ่งของหม้อน้ำรั่วคือการปล่อยให้น้ำยาหม้อน้ำลดต่ำกว่าระดับมาตรฐาน ส่งผลให้เกิดความร้อนสูงในระบบหม้อน้ำ และอาจก่อให้เกิดแรงดันภายในหม้อน้ำมากเกินไป ทำให้หม้อน้ำเสียหาย จนเกิดการหม้อน้ำรั่วซึมนั่นเอง

หม้อน้ำรั่ว อาการจะมีลักษณะอย่างไร ?

ในส่วนของผู้ที่สงสัยว่าหากหม้อน้ำรั่วจะมีลักษณะอาการเป็นอย่างไร ความจริงแล้วเราสามารถสังเกตอาการรถยนต์หม้อน้ำรั่วได้จากหลายสัญญาณด้วยกัน ซึ่งจะสามารถสังเกตหม้อน้ำรั่วได้จากอาการดังต่อไปนี้

  • หม้อน้ำรั่วน้ำในหม้อน้ำจะลดลงผิดปกติ : หากต้องเติมน้ำหล่อเย็นบ่อยกว่าปกติ แสดงว่าอาจมีการรั่วไหลในระบบหม้อน้ำ
  • หม้อน้ำรั่วจะมีคราบน้ำหล่อเย็นบนพื้น : สังเกตพบคราบน้ำหล่อเย็น หรือของเหลวอื่นใต้ท้องรถ ถือเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการรั่วของหม้อน้ำ
  • หม้อน้ำรั่วจะมีไฟแจ้งเตือนที่หน้าปัด : หากมีไฟเตือนเกี่ยวกับอุณหภูมิหรือระบบหล่อเย็นแสดงขึ้นที่หน้าปัดรถยนต์ เป็นสัญญาณว่าหม้อน้ำ หรือระบบหล่อเย็นมีปัญหา
  • หม้อน้ำรั่วรถยนต์อาจสตาร์ตไม่ติด หรือดับกลางทาง : หากเครื่องยนต์ร้อนเกินไปโดยมีสาเหตุมากจากหม้อน้ำรั่ว อาจส่งผลให้รถยนต์สตาร์ตไม่ติด หรือเครื่องยนต์ดับกลางทางได้

สัญญาณเหล่านี้เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าหม้อน้ำรั่ว ดังนั้นหากใครพบว่ารถยนต์ของตนเองมีอาการเหล่านี้ก็ต้องรีบตรวจสอบหม้อน้ำกันให้ไว เพราะหากยังฝืนขับต่อไป จะเกิดอันตรายขึ้นอย่างแน่นอน

หากสงสัยว่าหม้อน้ำรั่ว จะตรวจสอบได้อย่างไร ?

หากสังเกตอาการเบื้องต้นแล้วเกิดข้อสงสัยว่ารถยนต์ของเราอาจมีอาการหม้อน้ำรั่วไหล วิธีการตรวจสอบว่าหม้อน้ำรั่วไหลหรือไม่ สามารถทำได้โดยการเปิดฝาหม้อน้ำเมื่อเครื่องยนต์เย็น จากนั้นเติมน้ำเข้าไปทีละน้อย โดยให้เว้นระยะห่างระหว่างการเติมประมาณ 5 นาที คอยสังเกตระดับน้ำที่เติมเข้าไป หากพบว่าน้ำที่เติมลงไปมีแนวโน้มลดลงเรื่อย ๆ โดยเติมแล้วไม่สามารถเต็มได้ แสดงว่าหม้อน้ำรั่ว และควรดำเนินการเปลี่ยนหม้อน้ำรั่วโดยทันทีเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นต่อไป

หม้อน้ำรั่ว ขับต่อได้ไหม ?

หลายคนอาจสงสัยว่าหากหม้อน้ำรั่วสามารถขับต่อไปได้หรือไม่ คำตอบคือ ไม่ควรขับต่ออย่างเด็ดขาด เนื่องจากหม้อน้ำรั่วอาจส่งผลให้เครื่องยนต์เสียหายรุนแรง เช่น ฝาสูบโก่งได้ สิ่งที่ควรทำเมื่อพบว่าหม้อน้ำรั่ว คือ นำรถเข้าจอดข้างทางอย่างปลอดภัย และพักเครื่องยนต์ให้เย็นลงประมาณ 15-20 นาที จากนั้นค่อยเปิดฝาหม้อน้ำและเติมน้ำหล่อเย็น หรือใช้น้ำเปล่าแทนชั่วคราว หากไม่สามารถหาน้ำหล่อเย็นได้ เมื่อเติมเสร็จแล้วจึงนำรถเข้าซ่อม หรือหากไม่ต้องการเสี่ยงเมื่อหม้อน้ำรั่วควรเรียกรถสไลด์เพื่อนำรถไปยังอู่ซ่อมจะเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด

หม้อน้ำรั่ว อันตรายหรือไม่ ?

หม้อน้ำรถยนต์รั่วถือเป็นอันตรายต่อรถยนต์ และระบบเครื่องยนต์อย่างมาก เนื่องจากหม้อน้ำรั่วอาจทำให้เกิดผลกระทบต่อการทำงานของระบบหล่อเย็น ซึ่งเป็นระบบที่สำคัญในการควบคุมอุณหภูมิของเครื่องยนต์ หากหม้อน้ำรถยนต์รั่วไหลอย่างต่อเนื่อง เครื่องยนต์อาจร้อนเกินไป ส่งผลให้เกิดปัญหาอีกหลายประการตามมา ดังนี้

  • หม้อน้ำรถยนต์รั่วอาจทำให้เครื่องยนต์ร้อนเกินไป : อุณหภูมิที่สูงเกินไปอาจทำให้เครื่องยนต์เสียหาย หรือเกิดการโก่งของฝาสูบ
  • หม้อน้ำรถยนต์รั่วอาจทำให้ระบบหล่อเย็นทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ : ทำให้เครื่องยนต์ไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และอาจเกิดอันตรายตามมาได้
  • หม้อน้ำรถยนต์รั่วอาจทำให้เครื่องยนตือาจดับกะทันหันระหว่างการขับขี่ : ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อผู้ขับขี่ และผู้ใช้รถถนนคนอื่นได้

หม้อน้ำรั่ว ซ่อมได้ไหม ?

หากหม้อน้ำรถยนต์มีการรั่วไหล สามารถทำการซ่อมแซมได้ แต่มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการรั่วซึมอีกครั้งหลังจากใช้งานไปสักระยะ ดังนั้นเมื่อหม้อน้ำรถยนต์รั่วจึงไม่แนะนำให้ซ่อม แต่ควรพิจารณาเปลี่ยนหม้อน้ำใหม่เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต

อายุการใช้งานของหม้อน้ำ

โดยทั่วไป หม้อน้ำรถยนต์มีอายุการใช้งานเฉลี่ยประมาณ 5 ถึง 7 ปี หรือประมาณ 100,000 ถึง 150,000 กิโลเมตร โดยอายุการใช้งานนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น สภาพอากาศ และการบำรุงรักษาในระหว่างการใช้งานรถยนต์

หม้อน้ำรั่ว ใช้อะไรอุดได้ไหม ?

หากรถยนต์ของเราเกิดเหตุการณ์หม้อน้ำรถยนต์รั่วสามารถใช้สารอุดรั่ว หรือผลิตภัณฑ์เฉพาะที่ออกแบบมาเพื่ออุดรอยรั่วได้ ซึ่งมีหลายประเภท เช่น

  • สารอุดรั่วสำหรับหม้อน้ำ : มีลักษณะเป็นผงหรือของเหลว ที่สามารถเติมลงไปในระบบหล่อเย็นเพื่อช่วยปิดรอยรั่ว
  • เทปซ่อม : เป็นเทปพิเศษที่สามารถใช้ห่อรอบท่อ หรือข้อต่อที่รั่วเพื่อป้องกันการรั่วซึมชั่วคราว
  • ซิลิโคนหรือกาวอุตสาหกรรม : สามารถใช้ในการอุดรอยรั่วได้ แต่ควรเลือกประเภทที่เหมาะสมสำหรับการใช้งานในระบบหล่อเย็น

อย่างไรก็ตามการใช้สารอุดรั่วเป็นเพียงการแก้ไขชั่วคราวเท่านั้น และไม่ควรใช้วิธีดังกล่าวแทนการซ่อมแซม หรือเปลี่ยนหม้อน้ำที่เสียหายเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

หม้อน้ำรั่ว ราคาซ่อมเท่าไหร่ เปลี่ยนใหม่เท่าไหร่ ?

สำหรับผู้ที่สงสัยว่าหม้อน้ำรั่ว ราคาสำหรับซ่อม และราคาเปลี่ยนเท่าไหร่ แตกต่างกันมากหรือไม่ ทั้งนี้หากต้องการซ่อมหม้อน้ำรถยนต์รั่วโดยไม่เปลี่ยนทั้งใบ ราคาซ่อมจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ขนาดของรอยรั่ว และประเภทของการซ่อม โดยทั่วไปราคาซ่อมหม้อน้ำรถยนต์รั่วอาจอยู่ในช่วงประมาณ 500 ถึง 2,500 บาท ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของการซ่อม และค่าแรงของช่าง ในบางกรณีอาจต้องมีการตรวจสอบและบำรุงรักษาเพิ่มเติม ซึ่งอาจทำให้ราคาซ่อมสูงขึ้นได้ ดังนั้นควรสอบถามราคาจากช่างหรืออู่ซ่อมเพื่อเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจซ่อม

กรณีที่ต้องการเปลี่ยนหม้อน้ำใหม่ หรือจำเป็นต้องเปลี่ยนใหม่ ราคาของหม้อน้ำใหม่จะอยู่ในช่วงประมาณ 1,500 ถึง 6,500 บาท หรืออาจสูงกว่านั้น ขึ้นอยู่กับวัสดุที่ใช้ และความนิยมของแบรนด์ที่เลือก หากเป็นไปได้ควรเลือกใช้งานหม้อน้ำของแท้จากศูนย์บริการ เนื่องจากจะให้คุณภาพที่ดีที่สุด แต่หากไม่ต้องการเสียค่าใช้จ่ายมากเกินไป สามารถเลือกหม้อน้ำที่เป็นสินค้าทดแทนจากแบรนด์ที่มีชื่อเสียงในตลาดได้ โดยควรตรวจสอบคุณภาพอย่างละเอียดก่อนทำการซื้อ

หากพบว่าหม้อน้ำรั่วระหว่างขับขี่ต้องทำอย่างไร ?

หลายคนอาจสงสัยใช่ไหม ว่าหากสังเกตพบว่าหม้อน้ำรถยนต์รั่วระหว่างขับขี่ เช่น มีสัญญาณไฟเตือนขึ้นจะต้องทำอย่างไร TOYOTA LEASING THAILAND ให้ข้อมูลสิ่งที่ควรปฏิบัติเมื่อหม้อน้ำรั่วว่า จะต้องปฏิบัติ ดังนี้

  • จอดรถในที่ปลอดภัย : หากพบว่าหม้อน้ำรถยนต์รั่ว ควรขับรถไปจอดในบริเวณที่ปลอดภัย และไม่กีดขวางการจราจร เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณ และผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่น
  • หาวัสดุอุดรั่วชั่วคราว : มองหาดินเหนียว หรือวัสดุอื่นที่สามารถนำมาใช้ในการอุดรอยรั่วแบบชั่วคราว
  • ใช้สบู่ในการอุดรั่ว : นำสบู่ก้อนมาละลายน้ำให้อ่อนตัวเล็กน้อย จากนั้นปั้นสบู่ให้มีขนาดพอเหมาะ และใช้ในการอุดรอยรั่ว
  • ใช้ดินน้ำมันอุดรอยรั่ว : หากมีดินน้ำมัน สามารถใช้ในการอุดรอยรั่วโดยอัดให้แน่น เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำหยดหรือรั่วซึมออกมา
  • นำรถเข้าอู่ซ่อมทันที : หลังจากอุดรอยรั่วแบบฉุกเฉินแล้ว ควรนำรถไปยังอู่ซ่อมที่ใกล้ที่สุดทันที เพื่อป้องกันปัญหา และอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้

หม้อน้ำรั่วระหว่างขับขี่ ประกันรถยนต์แต่ละชั้นคุ้มครองหรือไม่ อย่างไร

หม้อน้ำรั่วระหว่างขับขี่เป็นปัญหาที่เกิดได้จากการเสื่อมสภาพของชิ้นส่วนหรืออุบัติเหตุที่ส่งผลกระทบต่อระบบระบายความร้อนของรถยนต์ หลายคนสงสัยว่าประกันรถยนต์ประเภทต่างๆ จะครอบคลุมความเสียหายนี้หรือไม่ มาดูรายละเอียดของแต่ละประเภทกัน:

  1. ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1
    คุ้มครอง: หากหม้อน้ำรั่วเกิดจากอุบัติเหตุ เช่น การชนหรือความเสียหายจากปัจจัยภายนอก
    ไม่คุ้มครอง: กรณีที่หม้อน้ำรั่วจากการเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน เช่น ท่อสึกกร่อนหรือรอยรั่วซึมที่เกิดขึ้นเอง ประกันจะไม่รับผิดชอบ เนื่องจากถือเป็นการสึกหรอตามปกติ
  2. ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2 และ 2+
    คุ้มครอง: เฉพาะกรณีที่เกิดจากอุบัติเหตุการชนกับรถยนต์คันอื่นและมีหลักฐานชัดเจน (ในกรณีของประกันชั้น 2+)
    ไม่คุ้มครอง: ความเสียหายที่เกิดจากการเสื่อมสภาพของหม้อน้ำหรือการรั่วซึมที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุโดยตรง
  3. ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3 และ 3+
    คุ้มครอง: เฉพาะกรณีที่เกิดจากอุบัติเหตุการชนกับรถยนต์คันอื่นและมีคู่กรณี (ในกรณีของประกันชั้น 3+)
    ไม่คุ้มครอง: ความเสียหายจากการเสื่อมสภาพทั่วไปหรือกรณีที่หม้อน้ำรั่วจากสาเหตุอื่นๆ ที่ไม่ใช่อุบัติเหตุ

ประกันภัยรถยนต์ส่วนใหญ่จะคุ้มครองหม้อน้ำรั่วเฉพาะกรณีที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุ หากเป็นความเสียหายที่เกิดจากการเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน จะไม่ได้รับความคุ้มครอง ดังนั้นควรตรวจสอบเงื่อนไขกรมธรรม์ของคุณให้ชัดเจนและดูแลบำรุงรักษาหม้อน้ำอย่างสม่ำเสมอเพื่อลดความเสี่ยง

สรุป

หากพบปัญหาหม้อน้ำรั่ว ควรหยุดใช้งานทันทีและนำรถเข้าตรวจเช็กกับช่างผู้เชี่ยวชาญเพื่อป้องกันความเสียหายเพิ่มเติม เจ้าของรถยนต์ทุกคันควรทราบไว้เกี่ยวกับสถานการณ์หม้อน้ำรถยนต์รั่ว ทั้งนี้อีกสิ่งสำคัญที่เจ้าของรถทุกคนควรให้ความใส่ใจ ก็คือการทำประกันรถยนต์ กับ แรบบิท แคร์ ไว้ เพื่อให้สามารถดูแลรถยนต์ของตนเองได้อย่างครอบคลุม และคุ้มค่าที่สุดนั่นเอง

ที่มา


บทความแนะนำอื่นๆ : ปัญหาและการซ่อมแซมรถ

รถเสียศูนย์ คือ อะไร มีวิธีสังเกตอาการอย่างไร แอร์รถเหม็น เกิดขึ้นจากอะไร ใช้วิธีไหนจัดการได้บ้าง? เบรกจม คือ อะไร มีลักษณะอาการยังไง มีวิธีแก้ไขอย่างไร น้ำหยดใต้ท้องรถเพราะอะไร อันตรายหรือไม่ ฝาหม้อน้ำพัง เรื่องเล็ก ๆ ที่หลายคนมองข้าม คันเร่งค้าง ทำยังไงให้ปลอดภัย เพราะอะไรถึงเกิดขึ้นได้ รวมวิธีไล่ยุงออกจากรถโดยไม่ใช้งานสารเคมี

เปรียบเทียบประกันรถยนต์ ซื้อประกันภัยรถยนต์

ระบุยี่ห้อรถของคุณ

บทความแคร์รถยนต์

ดูแลรถยนต์ที่ลุยน้ำท่วมมา

แคร์รถยนต์

บทเรียนสำคัญสำหรับเจ้าของรถ หลังน้ำท่วมรถยนต์ ปี 2568

น้ำท่วมรถยนต์ในปี 2568 ไม่ได้สร้างความเสียหายแค่ “ตัวถัง” แต่ลุกลามถึง เครื่องยนต์ ระบบไฟฟ้า และค่าใช้จ่ายซ่อมหลักแสน
กองบรรณาธิการ
17/12/2025
ตรวจสภาพรถ

แคร์รถยนต์

ตรวจสภาพรถ ต้องรู้อะไรบ้าง? รวมทุกเรื่องที่คนมีรถควรเข้าใจ

หากคุณเป็นเจ้าของรถยนต์หรือกำลังจะซื้อรถยนต์มือสอง การตรวจสภาพรถ เป็นขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะไม่ใช่เพียงแค่เป็นข้อบังคับตามกฎหมายเท่านั้น
Thirakan T
09/07/2025
โอนรถ

แคร์รถยนต์

โอนรถ ยากหรือไม่ มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง ?

การซื้อขายรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นรถมือหนึ่ง หรือรถมือสอง สิ่งที่สำคัญที่สุดหลังจากการตกลงซื้อขายกันเรียบร้อย คือ "การโอนรถ"
Thirakan T
09/07/2025