แผ่นดินไหวบ้านเสียหาย เคลมประกันได้ไหม? คุ้มครองอะไรบ้าง

Tawan
ผู้เขียน: Tawan Published: กรกฎาคม 20, 2026
Tawan
Tawan
Tawan นักเขียนมืออาชีพด้านประกันรถยนต์และประกันชีวิตที่จบปริญญาตรี สาขาภาษาศาสตร์ (สาขาย่อย การตลาด) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมใบอนุญาตนายหน้าประกันชีวิตและประกันวินาศภัยจากสำนักงานคณะกรรมการประกันภัย (OIC) มีประสบการณ์กว่า 7 ปี ในการสื่อสารองค์กร การจัดการสื่อการตลาด การเขียนเนื้อหา และกลยุทธ์ SEO มีความเชี่ยวชาญในการเขียนเนื้อหา Motor Insurance, Fire, Marine และ Miscellaneous Insurance มีประสบการณ์ทำงานกับ Rabbit Care (บริษัทเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ประกันชั้นนำของไทย) , Asia Direct Broker (บริษัทเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ประกันรถยนต์)และ Syn Mun Kong Insurance (บริษัทประกันวินาศภัยชั้นนำไทย SET-listed)
Tawan
ตรวจทาน: Nok Srihong Last edited: กรกฎาคม 20, 2026
Tawan
Nok Srihong
จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาการจัดการการเงิน มหาวิทยาลัยขอนแก่น มีประสบการณ์กว่า 6 ปี ในวงการฟินเทชและการเงินส่วนบุคคล โดยเฉพาะบัตรเครดิต สินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถยนต์ และรีไฟแนนซ์ ผ่านการเขียนคอนเทนต์ให้ Rabbit Care และ Asia Direct (6+ ปี) เน้นรีวิวผลิตภัณฑ์ สิทธิประโยชน์บัตรเครดิต และกลยุทธ์บริหารหนี้ ก่อนหน้านี้ ทำงานในอุตสาหกรรม OTA ชั้นนำอย่าง Laterooms.com และ Expedia.com (12 ปี) ซึ่งเสริมทักษะการวางแผนทางการเงินต่อทริป และยังเชี่ยวชาญการเลือกประกันการเดินทางที่คุ้มค่าและคุ้มครองชีวิตตลอดทริปสำหรับนักเดินทาง
เจ้าของบ้านตรวจสอบรอยร้าวบนผนังหลังเกิดแผ่นดินไหว พร้อมข้อมูลการเคลมประกันบ้าน

เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน

แรงสั่นสะเทือนเพียงไม่กี่วินาทีอาจทำให้ผนังบ้านร้าว ฝ้าเพดานถล่ม หรือโครงสร้างอาคารเสียหายจนต้องซ่อมแซมครั้งใหญ่ หลายคนเพิ่งมารู้ตัวว่ากรมธรรม์ที่ทำไว้พร้อมสินเชื่อบ้านมีวงเงินคุ้มครองแผ่นดินไหวจำกัดเพียงหลักหมื่นบาทต่อปีเท่านั้น ไม่พอกับค่าซ่อมโครงสร้างจริง คำถามที่ตามมาคือ บ้านหรือคอนโดที่เสียหายจากแผ่นดินไหวเคลมประกันได้แค่ไหน มีข้อยกเว้นอะไรบ้าง และควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนแจ้งเคลม

บทความนี้จะพาไล่เรียงความคุ้มครองแผ่นดินไหวของประกันบ้านและคอนโดแบบละเอียด เปรียบเทียบกรมธรรม์แต่ละรูปแบบ ตัวอย่างเคสจริงตามลักษณะที่อยู่อาศัย ข้อผิดพลาดที่เจ้าของบ้านมักเจอ พร้อมคำถามที่พบบ่อย เพื่อให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าควรมีความคุ้มครองเพิ่มเติมหรือไม่ หากต้องการเช็คเบี้ยประกันคร่าว ๆ ก่อนตัดสินใจ สามารถ เปรียบเทียบประกันบ้านกับแรบบิท แคร์ ได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย

สรุปประเด็นสำคัญเรื่องประกันแผ่นดินไหว

  • ประกันอัคคีภัยที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่มีความคุ้มครอง “กลุ่มภัยธรรมชาติ” รวมแผ่นดินไหวอยู่แล้ว แต่วงเงินมาตรฐานมักจำกัดไม่เกิน 20,000 บาทต่อปี
  • บ้านเดี่ยว/ทาวน์โฮมคุ้มครองทั้งโครงสร้างอาคารและทรัพย์สินภายในตามที่ระบุ ส่วนคอนโดแยกเป็น 2 ชั้น คือประกันอาคารชุดของนิติบุคคล และประกันส่วนบุคคลของเจ้าของห้อง
  • สิ่งที่เคลมได้ครอบคลุมโครงสร้างหลัก (เสา คาน ผนัง) ฝ้าเพดาน กระจก ท่อน้ำ ทรัพย์สินภายใน และบางกรมธรรม์มีค่าที่พักชั่วคราวระหว่างซ่อม
  • หากต้องการวงเงินคุ้มครองสูงขึ้น ควรซื้อความคุ้มครองภัยพิบัติเพิ่ม (Rider) ซึ่งให้ทุนประกันตามมูลค่าบ้านจริง เช่น 100,000-500,000 บาทขึ้นไป
  • ข้อยกเว้นสำคัญคือความเสียหายจากการทรุดตัวตามปกติ การต่อเติมที่ไม่แจ้ง ของมีค่าอย่างทองคำและเอกสารสำคัญ และการโจรกรรมที่เกิดขึ้นหลังแผ่นดินไหว
  • ควรแจ้งเคลมโดยเร็วที่สุด และมีอายุความ 2 ปีนับจากวันเกิดเหตุตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 882

บ้านร้าวจากแผ่นดินไหว ประกันคุ้มครองไหม

คำตอบคือคุ้มครอง แต่วงเงินและเงื่อนไขจะต่างกันมากตามประเภทกรมธรรม์ที่ถืออยู่ ความต่างระหว่างการมีแค่ประกันอัคคีภัยมาตรฐานกับการซื้อความคุ้มครองภัยพิบัติเพิ่มเติมนั้นมีผลโดยตรงต่อจำนวนเงินที่จะได้รับหลังเกิดเหตุ

ประกันอัคคีภัยมาตรฐานเท่านั้น

เมื่อแผ่นดินไหวทำบ้านเสียหาย

วงเงินคุ้มครอง: กลุ่มภัยธรรมชาติรวมกันทุกภัย มักไม่เกิน 20,000 บาทต่อปี
สิ่งที่เคลมได้: มักจำกัดอยู่ที่รอยร้าวเล็กน้อยหรือความเสียหายเบื้องต้นที่ไม่กระทบโครงสร้างหลัก
กรณีเสียหายหนัก: หากโครงสร้างเสา คาน หรือพื้นทรุด วงเงินที่ได้มักไม่พอค่าซ่อมจริง ส่วนต่างเจ้าของบ้านต้องรับผิดชอบเอง
เหมาะเป็นความคุ้มครองพื้นฐาน แต่มีความเสี่ยงด้านการเงินหากเกิดเหตุรุนแรง
⚠️ ทั้งนี้ ประกันจะไม่คุ้มครองรอยร้าวที่เกิดจากบ้านทรุดตามปกติ การเสื่อมสภาพตามกาลเวลา หรือการก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน ตัวเลขทุนประกันในบทความนี้เป็นตัวอย่างเพื่อการอธิบายหลักการเท่านั้น เงื่อนไขจริงแตกต่างกันตามบริษัทประกันแต่ละแห่ง ควรขอใบเสนอราคาและอ่านกรมธรรม์จริงก่อนตัดสินใจทุกครั้ง

เคลมประกันแผ่นดินไหวได้เท่าไร ขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง

วงเงินการเคลมไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของแผ่นดินไหวเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับประเภทกรมธรรม์ ทุนประกันที่ระบุ และลักษณะทรัพย์สินที่ถือครองด้วย

ปัจจัย ผลต่อวงเงินเคลม สิ่งที่เจ้าของบ้านควรเตรียม
ประเภทกรมธรรม์ ประกันอัคคีภัยมาตรฐานให้วงเงินจำกัด ส่วน Rider ภัยพิบัติให้วงเงินสูงกว่าตามทุนที่ระบุ ตรวจสอบกรมธรรม์เดิมว่ามีความคุ้มครองภัยธรรมชาติอยู่แล้วหรือไม่ และวงเงินเท่าไหร่
ลักษณะที่อยู่อาศัย คอนโดต้องแยกพิจารณาส่วนกลาง (นิติบุคคล) กับส่วนภายในห้อง (เจ้าของห้อง) แยกจากกัน สอบถามนิติบุคคลว่ามีประกันอาคารชุดครอบคลุมแค่ไหน และตรวจกรมธรรม์ส่วนตัวของห้อง
มูลค่าทรัพย์สินจริง ทุนประกันที่ตั้งไว้ต่ำกว่ามูลค่าจริงมาก อาจได้รับค่าสินไหมไม่พอซ่อมแซมทั้งหมด ประเมินมูลค่าทดแทนใหม่ของบ้านและทรัพย์สินภายในตามราคาปัจจุบัน ไม่ใช่ราคาซื้อครั้งแรก
การต่อเติมหรือปรับปรุง ส่วนต่อเติมที่ไม่ได้แจ้งบริษัทประกันเพื่อปรับทุนประกัน มักไม่อยู่ในความคุ้มครอง แจ้งการต่อเติมทุกครั้งเพื่อให้บริษัทปรับทุนประกันให้ตรงกับสภาพบ้านจริง

ประกันแผ่นดินไหวคุ้มครองอะไรบ้างแบบละเอียด

การเคลมประกันแผ่นดินไหวครอบคลุมความเสียหายหลายส่วน ควรดูแยกเป็นหมวด เพราะแต่ละหมวดมีเงื่อนไขและวงเงินต่างกัน

ความคุ้มครอง ตัวอย่างสิ่งที่เสียหาย สิ่งที่ควรรู้
โครงสร้างอาคาร
เสา คาน ผนังรับน้ำหนักคุ้มครองตามทุนประกันรอยร้าวที่โครงสร้างหลักหรือพื้นทรุดตัวจากแรงสั่นสะเทือนเข้าเงื่อนไขเคลมได้ ควรให้วิศวกรตรวจสอบและถ่ายภาพก่อนซ่อม
หลังคาตามวงเงินกรมธรรม์ความเสียหายจากแรงสั่นสะเทือนโดยตรงมักเข้าเงื่อนไข แต่ต้องแยกจากความเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน
ส่วนตกแต่งและงานระบบ
ฝ้าเพดาน/กระจกตามวงเงินกรมธรรม์ฝ้าเพดานถล่มหรือกระจกแตกจากแรงสั่นสะเทือนอยู่ในความคุ้มครองทั่วไป
ท่อน้ำประปา/วอลเปเปอร์ตามวงเงินกรมธรรม์ท่อแตกภายในอาคารและวอลเปเปอร์ฉีกขาดจากแรงสั่นสะเทือนเคลมได้ตามเงื่อนไข
ทรัพย์สินภายใน
เฟอร์นิเจอร์/เครื่องใช้ไฟฟ้าตามที่ระบุในกรมธรรม์ต้องเป็นรายการที่ระบุความคุ้มครองไว้ชัดเจน ของมีค่าอย่างทองคำหรือของสะสมมักถูกยกเว้น หากเครื่องใช้ไฟฟ้าได้รับผลกระทบจากไฟตกหรือไฟกระชากหลังเกิดเหตุ สามารถศึกษาวิธีป้องกันเพิ่มเติมได้จาก ไฟตกอันตรายกับเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างไร
ค่าใช้จ่ายเสริม
ค่าเช่าที่พักชั่วคราวไม่ใช่ทุกแผนมีบางกรมธรรม์มีเงินชดเชยค่าโรงแรมหรือที่พักชั่วคราวหากบ้านเสียหายจนอยู่ไม่ได้ระหว่างรอซ่อม

ประกันแผ่นดินไหวคอนโดกับบ้านเดี่ยว ต่างกันอย่างไร

บ้านเดี่ยวหรือทาวน์โฮมมีกรมธรรม์เดียวคุ้มครองทั้งโครงสร้างและทรัพย์สินภายใน แต่คอนโดมิเนียมต้องแยกพิจารณา 2 ชั้น เพราะทรัพย์สินส่วนกลางกับทรัพย์สินภายในห้องอยู่ภายใต้กรมธรรม์คนละฉบับ

ประกันที่นิติบุคคลทำไว้

ประกันอาคารชุด (ส่วนกลาง)

รูปแบบ: มักเป็นกรมธรรม์ Industrial All Risk (IAR) ตามที่กฎหมายกำหนดให้คอนโดต้องมี
คุ้มครอง: โครงสร้างหลักของอาคาร เสา คาน ผนังภายนอก ลิฟต์ สระว่ายน้ำ และฟิตเนส
ไม่คุ้มครอง: ทรัพย์สินส่วนบุคคลภายในห้องชุดหรือการตกแต่งเพิ่มเติมที่เจ้าของห้องทำเอง
เจ้าของห้องต้องมีประกันส่วนตัวเสริมเพื่อคุ้มครองภายในห้อง

ควรทำอย่างไรก่อนและหลังแผ่นดินไหวเพื่อให้เคลมได้ราบรื่น

การเตรียมตัวล่วงหน้าและการเก็บหลักฐานให้ครบช่วยลดปัญหาตอนเคลมได้มาก โดยเฉพาะเมื่อความเสียหายกระทบโครงสร้างหลักของบ้าน

  1. ตรวจสอบกรมธรรม์เดิม: เช็คว่าประกันที่มีอยู่คุ้มครองกลุ่มภัยธรรมชาติหรือไม่ และวงเงินเท่าไหร่
  2. ประเมินความเสี่ยงของพื้นที่: หากบ้านอยู่ในพื้นที่เสี่ยงแผ่นดินไหวหรือมีมูลค่าสูง ควรพิจารณาซื้อ Rider ภัยพิบัติเพิ่มเติม
  3. ถ่ายภาพทรัพย์สินไว้ก่อนเกิดเหตุ: เก็บภาพถ่ายและใบเสร็จอุปกรณ์ เฟอร์นิเจอร์ และสภาพบ้านไว้เป็นหลักฐานเปรียบเทียบ
  4. แจ้งเคลมทันทีหลังเกิดเหตุ: ควรแจ้งภายใน 24 ชั่วโมงถึง 3 วัน หรือภายในระยะเวลาที่กรมธรรม์กำหนด
  5. ให้วิศวกรตรวจสอบโครงสร้าง: ก่อนซ่อมแซมควรให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินความเสียหายเพื่อใช้ประกอบการเคลม

เอกสารที่ต้องใช้ตอนแจ้งเคลมแผ่นดินไหว

การเตรียมเอกสารให้ครบช่วยให้เจ้าหน้าที่ประเมินความเสียหายและอนุมัติค่าสินไหมได้เร็วขึ้น

🪪 บัตรประชาชนเจ้าของกรมธรรม์

ใช้ยืนยันตัวตนผู้ทำประกันหรือผู้มีอำนาจแจ้งเคลม

📄 กรมธรรม์ประกันภัยฉบับจริง

ใช้ตรวจสอบความคุ้มครอง วงเงิน และเงื่อนไขที่ระบุไว้

📷 ภาพถ่ายความเสียหาย

ถ่ายให้เห็นสภาพก่อนซ่อมแซมทุกจุดที่เสียหาย ทั้งภาพระยะใกล้และระยะไกล

📐 รายงานตรวจสอบโครงสร้าง

หากมีวิศวกรตรวจสอบ ควรแนบรายงานเพื่อยืนยันสาเหตุความเสียหาย

🧾 ใบเสนอราคาซ่อมแซม

ใช้ประกอบการประเมินวงเงินค่าสินไหมที่ควรได้รับ

🏦 สำเนาบัญชีธนาคาร

สำหรับรับเงินค่าสินไหมทดแทนหลังบริษัทอนุมัติ

⚠️ หลังบริษัทประกันอนุมัติการเคลมแล้ว เจ้าของบ้านควรวางแผนตรวจสอบและซ่อมแซมความเสียหายให้เหมาะสม สามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ การเตรียมตัวซ่อมบ้านหลังเกิดความเสียหาย เพื่อวางแผนงานซ่อมและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ประกันแผ่นดินไหวไม่คุ้มครองอะไรบ้าง

ก่อนแจ้งเคลมควรทราบข้อยกเว้นให้ชัด เพราะบางความเสียหายที่ดูเหมือนเกี่ยวข้องกับแผ่นดินไหว อาจไม่เข้าเงื่อนไขกรมธรรม์

1 การทรุดตัวตามปกติ: รอยร้าวหรือการทรุดตัวจากโครงสร้างเสื่อมสภาพตามกาลเวลา หรือดินทรุดตามธรรมชาติที่ไม่เกี่ยวกับแรงสั่นสะเทือน
2 การก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน: หากวิศวกรตรวจพบว่าบ้านพังเพราะใช้วัสดุผิดประเภทหรือผิดแบบแปลนตั้งแต่ต้น ประกันอาจปฏิเสธการเคลม
3 รั้วบ้านและกำแพงกันดิน: ประกันหลายแห่งไม่คุ้มครองส่วนนี้ เว้นแต่จะระบุซื้อความคุ้มครองเพิ่มเป็นพิเศษ
4 ส่วนต่อเติมที่ไม่แจ้งบริษัทประกัน: หากต่อเติมครัวหรือห้องเพิ่มโดยไม่แจ้งเพื่อปรับทุนประกัน ส่วนที่ต่อเติมอาจเคลมไม่ได้
5 ของมีค่าเฉพาะประเภท: ทองคำ อัญมณี โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ หรือเอกสารสำคัญ มักถูกยกเว้นในประกันอัคคีภัยทั่วไป ต้องทำประกันทรัพย์สินแยกหากต้องการความคุ้มครอง
6 เหตุการณ์ต่อเนื่องหลังแผ่นดินไหว: การโจรกรรมที่ฉวยโอกาสหลังบ้านพัง หรือความเสียหายจากรังสีที่หลุดจากโรงไฟฟ้า ไม่อยู่ในความคุ้มครอง

มีประกันบ้านหลายกรมธรรม์ แจ้งเคลมแผ่นดินไหวได้หรือไม่?

สามารถแจ้งเคลมได้ทุกบริษัทที่ให้ความคุ้มครองทรัพย์สินเดียวกัน แต่ผู้เอาประกันต้องแจ้งให้แต่ละบริษัททราบว่ามีกรมธรรม์ฉบับอื่นคุ้มครองบ้านหรือคอนโดหลังเดียวกันอยู่ด้วย

กรมธรรม์ฉบับที่ 1

ประกันอัคคีภัยที่ทำพร้อมสินเชื่อบ้าน

มักเป็นประกันที่ธนาคารกำหนดให้ทำเพื่อคุ้มครองตัวอาคารหรือหลักประกันตามเงื่อนไขสินเชื่อ
ต้องตรวจสอบว่ากรมธรรม์มีความคุ้มครองแผ่นดินไหวหรือกลุ่มภัยธรรมชาติรวมอยู่หรือไม่
แจ้งเคลมกับบริษัทประกันที่ออกกรมธรรม์ฉบับนี้ได้ตามวงเงินและเงื่อนไขที่กำหนด

หลักการชดใช้เมื่อมีประกันหลายกรมธรรม์

  • ผู้เอาประกันสามารถแจ้งเหตุและยื่นเอกสารต่อบริษัทประกันทุกแห่งที่เกี่ยวข้องได้
  • แต่ละบริษัทจะตรวจสอบขอบเขตความคุ้มครอง ทุนประกัน และรายการทรัพย์สินที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
  • บริษัทประกันอาจแบ่งสัดส่วนความรับผิดกันตามเงื่อนไขและทุนประกันของแต่ละกรมธรรม์
  • ค่าสินไหมรวมจากทุกบริษัทโดยทั่วไปจะไม่เกินมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง
⚠️ ไม่สามารถรับค่าสินไหมเต็มจำนวนซ้ำจากทุกกรมธรรม์ได้: การมีประกันหลายฉบับไม่ได้หมายความว่าจะได้รับเงินชดเชยหลายเท่าของความเสียหาย เนื่องจากประกันทรัพย์สินใช้หลักการชดใช้ตามความเสียหายจริง เพื่อป้องกันการได้รับค่าสินไหมซ้ำซ้อน หรือที่เรียกว่า Double Insurance

ก่อนแจ้งเคลมควรเตรียมอะไรบ้าง?

  1. รวบรวม กรมธรรม์ประกันภัย ทุกฉบับ: เตรียมทั้งประกันที่ทำพร้อมสินเชื่อบ้านและประกันบ้านที่ซื้อเพิ่มเติมเอง เพื่อใช้ตรวจสอบความคุ้มครองและประกอบการยื่นเคลม
  2. ตรวจสอบทรัพย์สินที่คุ้มครอง: แยกให้ชัดว่าแต่ละกรมธรรม์คุ้มครองโครงสร้างอาคาร การตกแต่ง หรือทรัพย์สินภายในส่วนใดบ้าง
  3. แจ้งข้อมูลตามจริง: ระบุแก่บริษัทประกันทุกแห่งว่ามีกรมธรรม์อื่นคุ้มครองทรัพย์สินเดียวกันอยู่
  4. ใช้ชุดหลักฐานเดียวกันประกอบการเคลม: เตรียมภาพถ่ายความเสียหาย รายงานวิศวกร ใบเสนอราคาซ่อม และหลักฐานการเป็นเจ้าของทรัพย์สิน
  5. ติดต่อบริษัทประกันหรือนายหน้า: ขอให้ช่วยตรวจสอบความคุ้มครองและประสานเรื่องการแบ่งสัดส่วนความรับผิดระหว่างแต่ละกรมธรรม์
💡 คำแนะนำ: ควรแจ้งทุกบริษัทตั้งแต่เริ่มต้น ไม่ควรรอให้บริษัทหนึ่งพิจารณาเสร็จก่อนแล้วจึงแจ้งอีกบริษัท เพราะอาจทำให้การตรวจสอบเอกสาร การประเมินความเสียหาย และการแบ่งสัดส่วนค่าสินไหมใช้เวลานานขึ้น

ตัวอย่างสถานการณ์เคลมแผ่นดินไหวตามลักษณะที่อยู่อาศัย

ที่อยู่อาศัยแต่ละแบบมีจุดที่ควรให้ความสำคัญต่างกันเมื่อพิจารณาความคุ้มครองแผ่นดินไหว

สถานการณ์ที่ 1

บ้านเดี่ยวมีเฉพาะประกันอัคคีภัยมาตรฐาน

ลักษณะ: ทำประกันไว้ตามเงื่อนไขสินเชื่อธนาคาร ไม่ได้ซื้อความคุ้มครองเพิ่ม

สิ่งที่ควรพิจารณา: วงเงินภัยธรรมชาติที่จำกัดไม่เกิน 20,000 บาทต่อปี อาจไม่พอหากผนังรับน้ำหนักร้าวหรือพื้นทรุด

💡 หากบ้านตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงแผ่นดินไหว ควรพิจารณาซื้อ Rider ภัยพิบัติเพิ่มให้ตรงกับมูลค่าบ้านจริง
สถานการณ์ที่ 2

คอนโดที่เจ้าของห้องไม่ได้ซื้อประกันส่วนตัวเพิ่ม

ลักษณะ: พึ่งพาประกันอาคารชุดของนิติบุคคลเพียงอย่างเดียว

สิ่งที่ควรพิจารณา: ประกันอาคารชุดคุ้มครองเฉพาะโครงสร้างส่วนกลาง ไม่คุ้มครองการตกแต่งและทรัพย์สินภายในห้อง

💡 เจ้าของห้องควรมีประกันอัคคีภัยส่วนบุคคลแยกต่างหากเพื่อคุ้มครองเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งภายในห้อง
สถานการณ์ที่ 3

บ้านที่มีการต่อเติมโดยไม่แจ้งบริษัทประกัน

ลักษณะ: ต่อเติมห้องครัวหรือห้องนอนเพิ่มหลังทำประกันไปแล้ว

สิ่งที่ควรพิจารณา: ส่วนต่อเติมที่ไม่ได้แจ้งเพื่อปรับทุนประกันมักไม่อยู่ในความคุ้มครองเมื่อเสียหาย

💡 ควรแจ้งบริษัทประกันทุกครั้งที่มีการต่อเติมหรือปรับปรุงบ้าน เพื่อให้ทุนประกันตรงกับสภาพจริง
สถานการณ์ที่ 4

บ้านมูลค่าสูงที่ซื้อความคุ้มครองภัยพิบัติเพิ่ม

ลักษณะ: เจ้าของบ้านซื้อ Rider ภัยพิบัติเพิ่มเติมให้ตรงกับมูลค่าทดแทนใหม่ของบ้าน

สิ่งที่ควรพิจารณา: วงเงินคุ้มครองสูงกว่ามาตรฐานมาก ครอบคลุมทั้งโครงสร้างและทรัพย์สินภายใน

💡 การซื้อความคุ้มครองเพิ่มล่วงหน้าช่วยให้ได้รับค่าสินไหมที่ใกล้เคียงกับค่าซ่อมแซมจริงมากกว่า

5 ข้อผิดพลาดที่เจ้าของบ้านมักเจอเรื่องประกันแผ่นดินไหว

1 คิดว่าประกันอัคคีภัยมาตรฐานคุ้มครองเต็มมูลค่าบ้าน: วงเงินกลุ่มภัยธรรมชาติที่จำกัดไม่เกิน 20,000 บาทต่อปี มักไม่พอกับความเสียหายจริงเมื่อโครงสร้างเสียหายหนัก
2 ไม่แจ้งส่วนต่อเติมหรือปรับปรุงบ้าน: ทำให้ส่วนที่ต่อเติมไม่อยู่ในความคุ้มครองเมื่อเกิดความเสียหาย
3 เจ้าของห้องคอนโดพึ่งพาประกันนิติบุคคลอย่างเดียว: ไม่ได้ตระหนักว่าทรัพย์สินภายในห้องต้องมีประกันส่วนบุคคลแยกต่างหาก
4 ไม่เก็บภาพถ่ายทรัพย์สินก่อนเกิดเหตุ: ทำให้พิสูจน์สภาพก่อนและหลังความเสียหายได้ยากตอนเคลม
5 แจ้งเคลมล่าช้าเกินกำหนด: หลายกรมธรรม์กำหนดให้แจ้งภายใน 30 วัน หากล่าช้าโดยไม่มีเหตุผลเพียงพออาจถูกปฏิเสธการเคลม

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับประกันแผ่นดินไหว

สามารถเคลมประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัยหรือคอนโดที่มีความคุ้มครอง “ภัยธรรมชาติ” รวมอยู่ด้วย บ้านเดี่ยวหรือทาวน์โฮมจะคุ้มครองทั้งโครงสร้างอาคารและทรัพย์สินภายในตามที่ระบุ ส่วนคอนโดจะแยกเป็นประกันอาคารชุดของนิติบุคคลและประกันส่วนบุคคลของเจ้าของห้อง
คุ้มครอง แต่เงื่อนไขและวงเงินต่างกันตามประเภทกรมธรรม์ ประกันอัคคีภัยมาตรฐานคุ้มครองกลุ่มภัยธรรมชาติในวงเงินจำกัดไม่เกิน 20,000 บาทต่อปี ส่วนกรณีซื้อความคุ้มครองภัยพิบัติเพิ่ม จะได้วงเงินสูงกว่าตามทุนประกันที่ระบุไว้ ทั้งนี้ไม่คุ้มครองรอยร้าวจากบ้านทรุดตามปกติหรือการก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน
วงเงินแตกต่างกันตามประเภทกรมธรรม์ ประกันอัคคีภัยที่อยู่อาศัยส่วนบุคคลมักคุ้มครองกลุ่มภัยธรรมชาติรวมกันไม่เกิน 20,000 บาทต่อปี หากซื้อความคุ้มครองภัยพิบัติเพิ่มเติม วงเงินจะสูงขึ้นตามทุนประกัน เช่น 100,000-500,000 บาทหรือตามมูลค่าบ้าน บางบริษัทให้สูงถึง 80,000 บาทต่อปีสำหรับกลุ่มภัยธรรมชาติ หรือชดเชยตามสัดส่วน 30% ของทุนประกันภัย
แบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก คือประกันที่นิติบุคคลทำไว้ (ประกันอาคารชุดแบบ IAR) ซึ่งคุ้มครองโครงสร้างหลักและพื้นที่ส่วนกลาง กับประกันที่เจ้าของห้องทำเอง (ประกันอัคคีภัยที่อยู่อาศัย) ซึ่งคุ้มครองทรัพย์สินและการตกแต่งภายในห้อง โดยสามารถซื้อ Rider ขยายวงเงินให้สูงขึ้นได้
ข้อยกเว้นหลักคือความเสียหายที่ไม่ได้เกิดจากแผ่นดินไหวโดยตรง เช่น การทรุดตัวตามปกติหรือการก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน รวมถึงรั้วบ้าน กำแพงกันดิน ส่วนต่อเติมที่ไม่แจ้ง ของมีค่าอย่างทองคำและเอกสารสำคัญ และเหตุการณ์ต่อเนื่องอย่างการโจรกรรมหลังบ้านพังหรือความเสียหายจากรังสี
ควรแจ้งเคลมโดยเร็วที่สุด บริษัทประกันส่วนใหญ่แนะนำให้แจ้งภายใน 24 ชั่วโมงถึง 3 วันหลังเกิดเหตุ เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าสำรวจความเสียหายได้ชัดเจน หลายกรมธรรม์กำหนดให้แจ้งภายใน 30 วัน หากมีเหตุจำเป็นที่ทำให้ล่าช้า เช่น พื้นที่ถูกปิดกั้น บริษัทมักอนุโลมให้หากมีเหตุผลเพียงพอ

แม้ว่ากฎหมายจะกำหนดอายุความการเรียกร้องค่าสินไหมไว้ แต่การแจ้งล่าช้าอาจทำให้พิสูจน์สาเหตุของความเสียหายได้ยากขึ้น และอาจส่งผลต่อการพิจารณาค่าสินไหม
ทำได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้อายุความตามกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 882 สิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัยมีอายุความ 2 ปีนับแต่วันที่เกิดวินาศภัย หากเกิน 2 ปีไปแล้ว บริษัทประกันมีสิทธิปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหมได้เนื่องจากขาดอายุความ
สามารถทำประกันและแจ้งเคลมได้มากกว่า 1 บริษัท แต่ยึดหลัก “การชดใช้ตามความเสียหายจริง” (Indemnity) ผู้ทำประกันจะได้รับเงินชดเชยรวมกันไม่เกินมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง แต่ละบริษัทจะร่วมกันเฉลี่ยจ่ายตามสัดส่วนทุนประกันที่ระบุไว้ในแต่ละกรมธรรม์ ไม่ใช่ได้รับเต็มจำนวนจากทุกบริษัท
โดยทั่วไปเจ้าของห้องเป็นผู้รับผิดชอบทำประกันโครงสร้างและทรัพย์สินของห้อง ผู้เช่าอาจพิจารณาทำประกันทรัพย์สินส่วนตัว เช่น เฟอร์นิเจอร์หรืออุปกรณ์ที่นำมาเอง แยกต่างหาก และควรตรวจสอบกับเจ้าของห้องว่ามีความคุ้มครองแผ่นดินไหวอยู่แล้วหรือไม่
ควรเปรียบเทียบใบเสนอราคาจากหลายบริษัท พิจารณาทั้งวงเงินคุ้มครอง ข้อยกเว้น ส่วนเกินความรับผิดชอบ และความน่าเชื่อถือในการจ่ายสินไหม แรบบิท แคร์ให้บริการเปรียบเทียบและคำปรึกษาประกันที่อยู่อาศัยที่คุ้มครองแผ่นดินไหวโดยเฉพาะ สามารถติดต่อขอคำแนะนำได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายที่เบอร์ 1438

สรุป วิธีเลือกความคุ้มครองแผ่นดินไหวให้พอดีกับบ้าน

“หลายคนพบว่าตัวเองมีประกันบ้านอยู่แล้วก็อุ่นใจว่าครอบคลุมแผ่นดินไหวเต็มที่ แต่พอเทียบตัวเลขจริงจะเห็นว่าวงเงินมาตรฐานของกลุ่มภัยธรรมชาติมักจำกัดอยู่ที่หลักหมื่นบาทต่อปีเท่านั้น ซึ่งไม่พอกับค่าซ่อมโครงสร้างหากเกิดความเสียหายรุนแรง สิ่งสำคัญคือการตรวจสอบวงเงินที่มีอยู่จริง แล้วพิจารณาว่าควรซื้อความคุ้มครองเพิ่มหรือไม่ตามความเสี่ยงของพื้นที่และมูลค่าทรัพย์สิน”

อีกจุดที่มักถูกมองข้ามคือความแตกต่างระหว่างประกันอาคารชุดของนิติบุคคลกับประกันส่วนบุคคลของเจ้าของห้อง เพราะทรัพย์สินภายในห้องคอนโดจะไม่ได้รับความคุ้มครองจากประกันส่วนกลางเลย เจ้าของห้องจึงควรตรวจสอบและพิจารณาทำประกันส่วนตัวเพิ่มเติมให้ครอบคลุม

หมายเหตุสำคัญ: เงื่อนไข ทุนประกัน และวงเงินความคุ้มครองที่กล่าวถึงในบทความนี้เป็นข้อมูลภาพรวมเพื่อการศึกษาเบื้องต้น ไม่ใช่ข้อเสนอราคาจริง โปรดตรวจสอบรายละเอียดกรมธรรม์และขอใบเสนอราคาจากบริษัทประกันหรือนายหน้าที่ได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ก่อนตัดสินใจทุกครั้ง

แหล่งอ้างอิงและมาตรฐานที่ใช้

 

บทความแคร์ไลฟ์สไตล์

ผู้โดยสารรออยู่ที่สนามบินหลังเที่ยวบินล่าช้า พร้อมคู่มือการเคลมประกันการเดินทาง

แคร์ไลฟ์สไตล์

เครื่องบินดีเลย์ ทำอย่างไร? ได้เงินชดเชยเท่าไร และเคลมประกันได้ไหม

เครื่องบินดีเลย์ทำอย่างไร? เช็กสิทธิผู้โดยสารเมื่อเที่ยวบินล่าช้า เรียกร้องค่าชดเชยจากสายการบินได้เมื่อไร พร้อมวิธีเคลมประกันเดินทางและเอกสารที่ต้องใช้ก่อนยื่นเคลม
Tawan
19/07/2026
บ้านที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม พร้อมข้อมูลการเคลมประกันบ้านและความคุ้มครองประกันอัคคีภัย

แคร์ไลฟ์สไตล์

น้ำท่วมบ้าน เคลมประกันได้ไหม? คุ้มครองอะไรและเคลมได้เท่าไร

น้ำท่วมบ้านสามารถเคลมประกันได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับความคุ้มครองในกรมธรรม์ ทำความเข้าใจทรัพย์สินที่เคลมได้ วงเงินชดเชย ข้อยกเว้น วิธีคำนวณทุนประกัน และขั้นตอนการแจ้งเคลมอย่างถูกต้อง
Tawan
15/07/2026
นักท่องเที่ยวถือหนังสือเดินทางพร้อมสมัคร K-ETA ก่อนเดินทางไปเกาหลีใต้

แคร์ไลฟ์สไตล์

K-ETA คืออะไร? ต้องสมัครไหม ใครต้องขอ และสำคัญอย่างไรกับการไปเกาหลี?

K-ETA คือระบบอนุญาตเดินทางเข้าประเทศเกาหลีใต้ที่หลายคนสับสนกับวีซ่า มาทำความเข้าใจว่าใครต้องสมัคร วิธีสมัคร ค่าใช้จ่าย และอัปเดตข้อกำหนดล่าสุดก่อนเดินทางไปเกาหลี
Tawan
13/07/2026