แผ่นดินไหวบ้านเสียหาย เคลมประกันได้ไหม? คุ้มครองอะไรบ้าง
แรงสั่นสะเทือนเพียงไม่กี่วินาทีอาจทำให้ผนังบ้านร้าว ฝ้าเพดานถล่ม หรือโครงสร้างอาคารเสียหายจนต้องซ่อมแซมครั้งใหญ่ หลายคนเพิ่งมารู้ตัวว่ากรมธรรม์ที่ทำไว้พร้อมสินเชื่อบ้านมีวงเงินคุ้มครองแผ่นดินไหวจำกัดเพียงหลักหมื่นบาทต่อปีเท่านั้น ไม่พอกับค่าซ่อมโครงสร้างจริง คำถามที่ตามมาคือ บ้านหรือคอนโดที่เสียหายจากแผ่นดินไหวเคลมประกันได้แค่ไหน มีข้อยกเว้นอะไรบ้าง และควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนแจ้งเคลม
บทความนี้จะพาไล่เรียงความคุ้มครองแผ่นดินไหวของประกันบ้านและคอนโดแบบละเอียด เปรียบเทียบกรมธรรม์แต่ละรูปแบบ ตัวอย่างเคสจริงตามลักษณะที่อยู่อาศัย ข้อผิดพลาดที่เจ้าของบ้านมักเจอ พร้อมคำถามที่พบบ่อย เพื่อให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าควรมีความคุ้มครองเพิ่มเติมหรือไม่ หากต้องการเช็คเบี้ยประกันคร่าว ๆ ก่อนตัดสินใจ สามารถ เปรียบเทียบประกันบ้านกับแรบบิท แคร์ ได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย
สรุปประเด็นสำคัญเรื่องประกันแผ่นดินไหว
- ประกันอัคคีภัยที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่มีความคุ้มครอง “กลุ่มภัยธรรมชาติ” รวมแผ่นดินไหวอยู่แล้ว แต่วงเงินมาตรฐานมักจำกัดไม่เกิน 20,000 บาทต่อปี
- บ้านเดี่ยว/ทาวน์โฮมคุ้มครองทั้งโครงสร้างอาคารและทรัพย์สินภายในตามที่ระบุ ส่วนคอนโดแยกเป็น 2 ชั้น คือประกันอาคารชุดของนิติบุคคล และประกันส่วนบุคคลของเจ้าของห้อง
- สิ่งที่เคลมได้ครอบคลุมโครงสร้างหลัก (เสา คาน ผนัง) ฝ้าเพดาน กระจก ท่อน้ำ ทรัพย์สินภายใน และบางกรมธรรม์มีค่าที่พักชั่วคราวระหว่างซ่อม
- หากต้องการวงเงินคุ้มครองสูงขึ้น ควรซื้อความคุ้มครองภัยพิบัติเพิ่ม (Rider) ซึ่งให้ทุนประกันตามมูลค่าบ้านจริง เช่น 100,000-500,000 บาทขึ้นไป
- ข้อยกเว้นสำคัญคือความเสียหายจากการทรุดตัวตามปกติ การต่อเติมที่ไม่แจ้ง ของมีค่าอย่างทองคำและเอกสารสำคัญ และการโจรกรรมที่เกิดขึ้นหลังแผ่นดินไหว
- ควรแจ้งเคลมโดยเร็วที่สุด และมีอายุความ 2 ปีนับจากวันเกิดเหตุตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 882
บ้านร้าวจากแผ่นดินไหว ประกันคุ้มครองไหม
คำตอบคือคุ้มครอง แต่วงเงินและเงื่อนไขจะต่างกันมากตามประเภทกรมธรรม์ที่ถืออยู่ ความต่างระหว่างการมีแค่ประกันอัคคีภัยมาตรฐานกับการซื้อความคุ้มครองภัยพิบัติเพิ่มเติมนั้นมีผลโดยตรงต่อจำนวนเงินที่จะได้รับหลังเกิดเหตุ
เมื่อแผ่นดินไหวทำบ้านเสียหาย
เมื่อแผ่นดินไหวทำบ้านเสียหาย
เคลมประกันแผ่นดินไหวได้เท่าไร ขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง
วงเงินการเคลมไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของแผ่นดินไหวเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับประเภทกรมธรรม์ ทุนประกันที่ระบุ และลักษณะทรัพย์สินที่ถือครองด้วย
| ปัจจัย | ผลต่อวงเงินเคลม | สิ่งที่เจ้าของบ้านควรเตรียม |
|---|---|---|
| ประเภทกรมธรรม์ | ประกันอัคคีภัยมาตรฐานให้วงเงินจำกัด ส่วน Rider ภัยพิบัติให้วงเงินสูงกว่าตามทุนที่ระบุ | ตรวจสอบกรมธรรม์เดิมว่ามีความคุ้มครองภัยธรรมชาติอยู่แล้วหรือไม่ และวงเงินเท่าไหร่ |
| ลักษณะที่อยู่อาศัย | คอนโดต้องแยกพิจารณาส่วนกลาง (นิติบุคคล) กับส่วนภายในห้อง (เจ้าของห้อง) แยกจากกัน | สอบถามนิติบุคคลว่ามีประกันอาคารชุดครอบคลุมแค่ไหน และตรวจกรมธรรม์ส่วนตัวของห้อง |
| มูลค่าทรัพย์สินจริง | ทุนประกันที่ตั้งไว้ต่ำกว่ามูลค่าจริงมาก อาจได้รับค่าสินไหมไม่พอซ่อมแซมทั้งหมด | ประเมินมูลค่าทดแทนใหม่ของบ้านและทรัพย์สินภายในตามราคาปัจจุบัน ไม่ใช่ราคาซื้อครั้งแรก |
| การต่อเติมหรือปรับปรุง | ส่วนต่อเติมที่ไม่ได้แจ้งบริษัทประกันเพื่อปรับทุนประกัน มักไม่อยู่ในความคุ้มครอง | แจ้งการต่อเติมทุกครั้งเพื่อให้บริษัทปรับทุนประกันให้ตรงกับสภาพบ้านจริง |
ประกันแผ่นดินไหวคุ้มครองอะไรบ้างแบบละเอียด
การเคลมประกันแผ่นดินไหวครอบคลุมความเสียหายหลายส่วน ควรดูแยกเป็นหมวด เพราะแต่ละหมวดมีเงื่อนไขและวงเงินต่างกัน
| ความคุ้มครอง | ตัวอย่างสิ่งที่เสียหาย | สิ่งที่ควรรู้ |
|---|---|---|
| โครงสร้างอาคาร | ||
| เสา คาน ผนังรับน้ำหนัก | คุ้มครองตามทุนประกัน | รอยร้าวที่โครงสร้างหลักหรือพื้นทรุดตัวจากแรงสั่นสะเทือนเข้าเงื่อนไขเคลมได้ ควรให้วิศวกรตรวจสอบและถ่ายภาพก่อนซ่อม |
| หลังคา | ตามวงเงินกรมธรรม์ | ความเสียหายจากแรงสั่นสะเทือนโดยตรงมักเข้าเงื่อนไข แต่ต้องแยกจากความเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน |
| ส่วนตกแต่งและงานระบบ | ||
| ฝ้าเพดาน/กระจก | ตามวงเงินกรมธรรม์ | ฝ้าเพดานถล่มหรือกระจกแตกจากแรงสั่นสะเทือนอยู่ในความคุ้มครองทั่วไป |
| ท่อน้ำประปา/วอลเปเปอร์ | ตามวงเงินกรมธรรม์ | ท่อแตกภายในอาคารและวอลเปเปอร์ฉีกขาดจากแรงสั่นสะเทือนเคลมได้ตามเงื่อนไข |
| ทรัพย์สินภายใน | ||
| เฟอร์นิเจอร์/เครื่องใช้ไฟฟ้า | ตามที่ระบุในกรมธรรม์ | ต้องเป็นรายการที่ระบุความคุ้มครองไว้ชัดเจน ของมีค่าอย่างทองคำหรือของสะสมมักถูกยกเว้น หากเครื่องใช้ไฟฟ้าได้รับผลกระทบจากไฟตกหรือไฟกระชากหลังเกิดเหตุ สามารถศึกษาวิธีป้องกันเพิ่มเติมได้จาก ไฟตกอันตรายกับเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างไร |
| ค่าใช้จ่ายเสริม | ||
| ค่าเช่าที่พักชั่วคราว | ไม่ใช่ทุกแผนมี | บางกรมธรรม์มีเงินชดเชยค่าโรงแรมหรือที่พักชั่วคราวหากบ้านเสียหายจนอยู่ไม่ได้ระหว่างรอซ่อม |
ประกันแผ่นดินไหวคอนโดกับบ้านเดี่ยว ต่างกันอย่างไร
บ้านเดี่ยวหรือทาวน์โฮมมีกรมธรรม์เดียวคุ้มครองทั้งโครงสร้างและทรัพย์สินภายใน แต่คอนโดมิเนียมต้องแยกพิจารณา 2 ชั้น เพราะทรัพย์สินส่วนกลางกับทรัพย์สินภายในห้องอยู่ภายใต้กรมธรรม์คนละฉบับ
ประกันอาคารชุด (ส่วนกลาง)
ประกันอัคคีภัยที่อยู่อาศัย (ส่วนบุคคล)
ควรทำอย่างไรก่อนและหลังแผ่นดินไหวเพื่อให้เคลมได้ราบรื่น
การเตรียมตัวล่วงหน้าและการเก็บหลักฐานให้ครบช่วยลดปัญหาตอนเคลมได้มาก โดยเฉพาะเมื่อความเสียหายกระทบโครงสร้างหลักของบ้าน
- ตรวจสอบกรมธรรม์เดิม: เช็คว่าประกันที่มีอยู่คุ้มครองกลุ่มภัยธรรมชาติหรือไม่ และวงเงินเท่าไหร่
- ประเมินความเสี่ยงของพื้นที่: หากบ้านอยู่ในพื้นที่เสี่ยงแผ่นดินไหวหรือมีมูลค่าสูง ควรพิจารณาซื้อ Rider ภัยพิบัติเพิ่มเติม
- ถ่ายภาพทรัพย์สินไว้ก่อนเกิดเหตุ: เก็บภาพถ่ายและใบเสร็จอุปกรณ์ เฟอร์นิเจอร์ และสภาพบ้านไว้เป็นหลักฐานเปรียบเทียบ
- แจ้งเคลมทันทีหลังเกิดเหตุ: ควรแจ้งภายใน 24 ชั่วโมงถึง 3 วัน หรือภายในระยะเวลาที่กรมธรรม์กำหนด
- ให้วิศวกรตรวจสอบโครงสร้าง: ก่อนซ่อมแซมควรให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินความเสียหายเพื่อใช้ประกอบการเคลม
เอกสารที่ต้องใช้ตอนแจ้งเคลมแผ่นดินไหว
การเตรียมเอกสารให้ครบช่วยให้เจ้าหน้าที่ประเมินความเสียหายและอนุมัติค่าสินไหมได้เร็วขึ้น
🪪 บัตรประชาชนเจ้าของกรมธรรม์
ใช้ยืนยันตัวตนผู้ทำประกันหรือผู้มีอำนาจแจ้งเคลม
📄 กรมธรรม์ประกันภัยฉบับจริง
ใช้ตรวจสอบความคุ้มครอง วงเงิน และเงื่อนไขที่ระบุไว้
📷 ภาพถ่ายความเสียหาย
ถ่ายให้เห็นสภาพก่อนซ่อมแซมทุกจุดที่เสียหาย ทั้งภาพระยะใกล้และระยะไกล
📐 รายงานตรวจสอบโครงสร้าง
หากมีวิศวกรตรวจสอบ ควรแนบรายงานเพื่อยืนยันสาเหตุความเสียหาย
🧾 ใบเสนอราคาซ่อมแซม
ใช้ประกอบการประเมินวงเงินค่าสินไหมที่ควรได้รับ
🏦 สำเนาบัญชีธนาคาร
สำหรับรับเงินค่าสินไหมทดแทนหลังบริษัทอนุมัติ
ประกันแผ่นดินไหวไม่คุ้มครองอะไรบ้าง
ก่อนแจ้งเคลมควรทราบข้อยกเว้นให้ชัด เพราะบางความเสียหายที่ดูเหมือนเกี่ยวข้องกับแผ่นดินไหว อาจไม่เข้าเงื่อนไขกรมธรรม์
มีประกันบ้านหลายกรมธรรม์ แจ้งเคลมแผ่นดินไหวได้หรือไม่?
สามารถแจ้งเคลมได้ทุกบริษัทที่ให้ความคุ้มครองทรัพย์สินเดียวกัน แต่ผู้เอาประกันต้องแจ้งให้แต่ละบริษัททราบว่ามีกรมธรรม์ฉบับอื่นคุ้มครองบ้านหรือคอนโดหลังเดียวกันอยู่ด้วย
ประกันอัคคีภัยที่ทำพร้อมสินเชื่อบ้าน
ประกันบ้านที่ซื้อเพิ่มเอง
หลักการชดใช้เมื่อมีประกันหลายกรมธรรม์
- ผู้เอาประกันสามารถแจ้งเหตุและยื่นเอกสารต่อบริษัทประกันทุกแห่งที่เกี่ยวข้องได้
- แต่ละบริษัทจะตรวจสอบขอบเขตความคุ้มครอง ทุนประกัน และรายการทรัพย์สินที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
- บริษัทประกันอาจแบ่งสัดส่วนความรับผิดกันตามเงื่อนไขและทุนประกันของแต่ละกรมธรรม์
- ค่าสินไหมรวมจากทุกบริษัทโดยทั่วไปจะไม่เกินมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง
ก่อนแจ้งเคลมควรเตรียมอะไรบ้าง?
- รวบรวม กรมธรรม์ประกันภัย ทุกฉบับ: เตรียมทั้งประกันที่ทำพร้อมสินเชื่อบ้านและประกันบ้านที่ซื้อเพิ่มเติมเอง เพื่อใช้ตรวจสอบความคุ้มครองและประกอบการยื่นเคลม
- ตรวจสอบทรัพย์สินที่คุ้มครอง: แยกให้ชัดว่าแต่ละกรมธรรม์คุ้มครองโครงสร้างอาคาร การตกแต่ง หรือทรัพย์สินภายในส่วนใดบ้าง
- แจ้งข้อมูลตามจริง: ระบุแก่บริษัทประกันทุกแห่งว่ามีกรมธรรม์อื่นคุ้มครองทรัพย์สินเดียวกันอยู่
- ใช้ชุดหลักฐานเดียวกันประกอบการเคลม: เตรียมภาพถ่ายความเสียหาย รายงานวิศวกร ใบเสนอราคาซ่อม และหลักฐานการเป็นเจ้าของทรัพย์สิน
- ติดต่อบริษัทประกันหรือนายหน้า: ขอให้ช่วยตรวจสอบความคุ้มครองและประสานเรื่องการแบ่งสัดส่วนความรับผิดระหว่างแต่ละกรมธรรม์
ตัวอย่างสถานการณ์เคลมแผ่นดินไหวตามลักษณะที่อยู่อาศัย
ที่อยู่อาศัยแต่ละแบบมีจุดที่ควรให้ความสำคัญต่างกันเมื่อพิจารณาความคุ้มครองแผ่นดินไหว
บ้านเดี่ยวมีเฉพาะประกันอัคคีภัยมาตรฐาน
ลักษณะ: ทำประกันไว้ตามเงื่อนไขสินเชื่อธนาคาร ไม่ได้ซื้อความคุ้มครองเพิ่ม
สิ่งที่ควรพิจารณา: วงเงินภัยธรรมชาติที่จำกัดไม่เกิน 20,000 บาทต่อปี อาจไม่พอหากผนังรับน้ำหนักร้าวหรือพื้นทรุด
คอนโดที่เจ้าของห้องไม่ได้ซื้อประกันส่วนตัวเพิ่ม
ลักษณะ: พึ่งพาประกันอาคารชุดของนิติบุคคลเพียงอย่างเดียว
สิ่งที่ควรพิจารณา: ประกันอาคารชุดคุ้มครองเฉพาะโครงสร้างส่วนกลาง ไม่คุ้มครองการตกแต่งและทรัพย์สินภายในห้อง
บ้านที่มีการต่อเติมโดยไม่แจ้งบริษัทประกัน
ลักษณะ: ต่อเติมห้องครัวหรือห้องนอนเพิ่มหลังทำประกันไปแล้ว
สิ่งที่ควรพิจารณา: ส่วนต่อเติมที่ไม่ได้แจ้งเพื่อปรับทุนประกันมักไม่อยู่ในความคุ้มครองเมื่อเสียหาย
บ้านมูลค่าสูงที่ซื้อความคุ้มครองภัยพิบัติเพิ่ม
ลักษณะ: เจ้าของบ้านซื้อ Rider ภัยพิบัติเพิ่มเติมให้ตรงกับมูลค่าทดแทนใหม่ของบ้าน
สิ่งที่ควรพิจารณา: วงเงินคุ้มครองสูงกว่ามาตรฐานมาก ครอบคลุมทั้งโครงสร้างและทรัพย์สินภายใน
5 ข้อผิดพลาดที่เจ้าของบ้านมักเจอเรื่องประกันแผ่นดินไหว
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับประกันแผ่นดินไหว
แม้ว่ากฎหมายจะกำหนดอายุความการเรียกร้องค่าสินไหมไว้ แต่การแจ้งล่าช้าอาจทำให้พิสูจน์สาเหตุของความเสียหายได้ยากขึ้น และอาจส่งผลต่อการพิจารณาค่าสินไหม
สรุป วิธีเลือกความคุ้มครองแผ่นดินไหวให้พอดีกับบ้าน
“หลายคนพบว่าตัวเองมีประกันบ้านอยู่แล้วก็อุ่นใจว่าครอบคลุมแผ่นดินไหวเต็มที่ แต่พอเทียบตัวเลขจริงจะเห็นว่าวงเงินมาตรฐานของกลุ่มภัยธรรมชาติมักจำกัดอยู่ที่หลักหมื่นบาทต่อปีเท่านั้น ซึ่งไม่พอกับค่าซ่อมโครงสร้างหากเกิดความเสียหายรุนแรง สิ่งสำคัญคือการตรวจสอบวงเงินที่มีอยู่จริง แล้วพิจารณาว่าควรซื้อความคุ้มครองเพิ่มหรือไม่ตามความเสี่ยงของพื้นที่และมูลค่าทรัพย์สิน”
อีกจุดที่มักถูกมองข้ามคือความแตกต่างระหว่างประกันอาคารชุดของนิติบุคคลกับประกันส่วนบุคคลของเจ้าของห้อง เพราะทรัพย์สินภายในห้องคอนโดจะไม่ได้รับความคุ้มครองจากประกันส่วนกลางเลย เจ้าของห้องจึงควรตรวจสอบและพิจารณาทำประกันส่วนตัวเพิ่มเติมให้ครอบคลุม
แหล่งอ้างอิงและมาตรฐานที่ใช้

Tawan นักเขียนมืออาชีพด้านประกันรถยนต์และประกันชีวิตที่จบปริญญาตรี สาขาภาษาศาสตร์ (สาขาย่อย การตลาด) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
พร้อมใบอนุญาตนายหน้าประกันชีวิตและประกันวินาศภัยจากสำนักงานคณะกรรมการประกันภัย (OIC) มีประสบการณ์กว่า 7 ปี ในการสื่อสารองค์กร การจัดการสื่อการตลาด การเขียนเนื้อหา และกลยุทธ์ SEO
มีความเชี่ยวชาญในการเขียนเนื้อหา Motor Insurance, Fire, Marine และ Miscellaneous Insurance มีประสบการณ์ทำงานกับ Rabbit Care (บริษัทเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ประกันชั้นนำของไทย) , Asia Direct Broker (บริษัทเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ประกันรถยนต์)และ Syn Mun Kong Insurance (บริษัทประกันวินาศภัยชั้นนำไทย SET-listed)

