ภัยร้ายจาก คอนแทคเลนส์ ใส่อย่างไรไม่ให้เสี่ยงตาบอด

Nok Srihong
ผู้เขียน: Nok Srihong Published: มีนาคม 5, 2021
Nok Srihong
Nok Srihong
จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาการจัดการการเงิน มหาวิทยาลัยขอนแก่น มีประสบการณ์กว่า 6 ปี ในวงการฟินเทชและการเงินส่วนบุคคล โดยเฉพาะบัตรเครดิต สินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถยนต์ และรีไฟแนนซ์ ผ่านการเขียนคอนเทนต์ให้ Rabbit Care และ Asia Direct (6+ ปี) เน้นรีวิวผลิตภัณฑ์ สิทธิประโยชน์บัตรเครดิต และกลยุทธ์บริหารหนี้ ก่อนหน้านี้ ทำงานในอุตสาหกรรม OTA ชั้นนำอย่าง Laterooms.com และ Expedia.com (12 ปี) ซึ่งเสริมทักษะการวางแผนทางการเงินต่อทริป และยังเชี่ยวชาญการเลือกประกันการเดินทางที่คุ้มค่าและคุ้มครองชีวิตตลอดทริปสำหรับนักเดินทาง
Nok Srihong
แก้ไขโดย: Thirakan T Last edited: มีนาคม 8, 2026
Nok Srihong
Thirakan T
Thirakan Thongseenual เป็นนักเขียนที่มีประสบการณ์มากกว่า 3 ปี ที่ RabbitCare และ Asia Direct โดยมีความชำนาญในประกันรถยนต์ เน้นเขียนบทความที่เผยแพร่บน Blog และมีความเชี่ยวชาญด้าน SEO กว่า 4 ปี ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอได้ใช้ในการสร้างความรู้และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของ RabbitCare อย่างมีประสิทธิภาพ จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ปริญญาตรี สาขา Information Technology
คอนแทคเลนส์-ตาแห้ง

เชื่อว่าทุกคนคงเคยได้ยินวลีที่กล่าวว่า “ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ” เพราะคนเราสามารถสื่อสารกันได้เพียงแค่มองตากัน หรือการส่งสายตาปิ๊ง ๆ ไปให้อีกฝ่ายเป็นการบ่งบอกสัญญาณอะไรบางอย่าง เรียกได้ว่าดวงตาของคนเรานั้นมีประโยชน์มากกว่าที่คิด ไม่ใช่แค่ใช้สำหรับการมองเห็นเท่านั้น แต่ยังสามารถสื่อสารกับคนอื่น ๆ ได้อีกด้วย เพราะฉะนั้น การให้ความสำคัญกับดวงตา ซึ่งเป็นอวัยวะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของคนเรา จึงเป็นเรื่องที่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง

 

คุณต้องการความคุ้มครองแบบไหน?

✨ แผนที่เหมาะกับคุณ

 

⚠️ ข้อมูลนี้เป็นเพียงการประเมินเบื้องต้น รายละเอียดและเบี้ยจริงอาจแตกต่าง กรุณาตรวจสอบก่อนตัดสินใจ

ใช้ฟรี • ไม่มีค่าใช้จ่าย

นอกจากการสวมแว่นตาแล้ว การใช้ คอนแทคเลนส์ เป็นอีกวิธีการหนึ่งในการช่วยดูแลสายตา และช่วยเสริมบุคลิกภาพได้ด้วยเช่นกัน แต่การใช้งานคอนแทคเลนส์นั้นมีข้อควรระวังอยู่ ซึ่งผู้ที่ต้องการใช้คอนแทคเลนส์ทุกคนควรรู้ และนำไปใช้งานอย่างถูกต้อง เพราะถ้าใช้ผิดวิธี อาจส่งผลกระทบรุนแรงถึงขั้นตาบอดได้!

คอนแทคเลนส์

ใช้คอนแทคเลนส์อย่างปลอดภัย ไม่ต้องกลัวดวงตาพัง

คอนแทคเลนส์ (Contact Lens) หรือเลนส์สัมผัส เป็นวัสดุที่ผลิตจากแผ่นพลาสติกใสที่ผ่านกระบวนการเกลาให้มีความบางและรูปทรงโค้งมน เข้ากับรูปทรงของตาดำของคนเรา คอนแทคเลนส์เป็นไอเท็มที่สร้างมาเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่มีปัญหาทางสายตา เช่น สายตาสั้น, สายตายาว หรือสายตาเอียง แต่ไม่ชอบให้มีตัวกรอบแว่นหรือขาแว่นตามากดทับส่วนต่าง ๆ บนใบหน้า

โดยตัวคอนแทคเลนส์นั้นจะมีการปรับความโค้งและองศาการหักเหของแสงต่าง ๆ บนตัวเลนส์ที่แตกต่างกัน คล้ายกับลักษณะของเลนส์แว่นตาที่ถูกย่อส่วนมาให้เหลือเท่า ๆ กับขนาดของดวงตา การทำงานของคอนแทคเลนส์นั้นจะอาศัยน้ำตาที่ไหลออกมาหล่อเลี้ยงดวงตา เป็นตัวกลางในการทำให้เลนส์ยึดติดกับดวงตา มีหลายชนิด คุณสมบัติแตกต่างกันตามลักษณะของผู้ใช้ แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ คือ

  • คอนแทคเลนส์ชนิดแข็ง

เป็นเลนส์ที่ผลิตจากพลาสติกที่มีความแข็ง ผิวสัมผัสอาจไม่นิ่มและไม่ยืดหยุ่น จึงทำให้ผู้สวมใส่รู้สึกไม่สบายตาได้ แต่ข้อดีของมันก็คือดูแลรักษาง่าย และมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน สามารถใช้งานต่อเนื่องได้เป็นปี (สูงสุด 3 ปี)

  • คอนแทคเลนส์ชนิดนิ่ม

คอนแทคเลนส์ชนิดนี้ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้ใช้มากที่สุด ด้วยผิวสัมผัสที่นิ่ม ยืดหยุ่นได้ ทำให้สวมใส่แล้วรู้สึกสบายตามากกว่าแบบแรก คอนแทคเลนส์ชนิดนี้ผลิตจากพลาสติกที่มีคุณสมบัติในการอุ้มน้ำได้ ช่วยให้ออกซิเจนผ่านเข้าตาได้ดี แต่จะมีอายุการใช้งานที่สั้นกว่า และต้องรักษาความสะอาดให้ดี เพราะอาจก่อให้เกิดการอักเสบหรือติดเชื้อที่บริเวณดวงตาได้

เตรียมตัวใส่คอนแทคเลนส์

เพราะคอนแทคเลนส์นั้นเป็นสิ่งที่ต้องใช้กับดวงตา ซึ่งเป็นอวัยวะที่บอบบางและไวต่อการสัมผัส จึงจำเป็นต้องเตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อม และต้องไม่ลืมที่จะรักษาความสะอาดในทุก ๆ ขั้นตอนด้วย

  • ล้างมือด้วยน้ำสะอาด, สบู่อ่อน ๆ และทำให้มือแห้งทุกครั้งก่อนมาสัมผัสเลนส์
  • ไม่แนะนำให้สัมผัสครีม, โลชั่น หรือเครื่องสำอางต่าง ๆ ก่อนที่จะใส่คอนแทคเลนส์ หากต้องการแต่งหน้าหรือทาครีม ให้ใส่เลนส์ให้เสร็จเรียบร้อยก่อน
  • ในระหว่างที่ใส่คอนแทคเลนส์ พยายามหลีกเลี่ยงเครื่องสำอางที่เป็นละอองน้ำ หรือสเปรย์ต่าง ๆ หากจำเป็นต้องใช้ให้หลับตา
  • เช็กวันที่ผลิต-หมดอายุ ของคอนแทคเลนส์ก่อนใช้งานทุกครั้ง
  • ก่อนแกะคอนแทคเลนส์ออกมาใช้ สังเกตรอบ ๆ บรรจุภัณฑ์ว่ามีสภาพสมบูรณ์ดีหรือไม่ หากมีร่องรอยฉีกขาดเหมือนผ่านการแกะหรือผ่านการใช้งานมาแล้ว ไม่แนะนำให้นำมาใช้
คอนแทคเลนส์ เสี่ยงตาบอด

เริ่มใส่คอนแทคเลนส์ครั้งแรก ทำไงดี?

สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มใช้คอนแทคเลนส์ในครั้งแรก อาจจะยังไม่คุ้นชินกับการเอาอะไรมาใกล้ดวงตา และยังไม่ค่อยถนัด ต้องใช้มือไหน จับอย่างไร ให้คอนแทคเลนส์แนบสนิทกับดวงตาได้แบบไม่ระคายเคือง ลองปฏิบัติตามขั้นตอนนี้ได้เลย

  • ล้างมือให้สะอาด และเช็ดให้แห้ง อย่าให้มีขนหรือขุยติดนิ้วมือ หากเล็บยาวให้ตัดเล็บมือให้เรียบร้อยก่อน
  • ตรวจสอบสภาพเลนส์ โดยวางเลนส์บนปลายนิ้วมือข้างที่ถนัด แล้วลองสังเกตลักษณะของขอบเลนส์ หากมีรูปทรงที่เหมือนถ้วยและขอบงุ้มเข้าด้านใน แสดงว่าถูกต้อง แต่ถ้าขอบเลนส์มีลักษณะบานออกด้านนอก แสดงว่าเลนส์กลับด้าน ให้พลิกกลับไปยังด้านที่ถูกต้องก่อนสวมใส่
  • ใช้มือข้างที่ถนัด และนิ้วที่ถนัดช่วยยกเปลือกตาขึ้นและใช้อีกนิ้วช่วยดันหนังตาด้านล่างให้เปิดออกเบา ๆ
  • ค่อย ๆ ใช้ปลายนิ้วที่มีคอนแทคเลนส์ แตะเลนส์ลงไปบนดวงตาอย่างเบามือ โดยมองขึ้นไปด้านบน และค่อย ๆ ปล่อยนิ้วที่ดันเปลือกตาออก เมื่อเลนส์แปะอยู่บนดวงตาเรียบร้อยแล้ว ให้หลับตาและกระพริบตาช้า ๆ เพื่อให้คอนแทคเลนส์แนบสนิทกับผิวบนดวงตา

สิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อคุณใช้คอนแทคเลนส์ผิดวิธี

อย่างที่กล่าวไปในข้างต้นว่าดวงตาของคนเราเป็นอวัยวะที่มีความบอบบางและไวต่อสิ่งเร้าต่าง ๆ การใส่คอนแทคเลนส์นั้นก็เป็นเหมือนการนำเอาสิ่งแปลกปลอมเข้ามาใกล้กับดวงตาของเรามากขึ้น หากปฏิบัติอย่างไม่ถูกสุขลักษณะพอ ก็เหมือนเป็นการเปิดทางให้กับเชื้อโรคต่าง ๆ ให้เข้ามาทำร้ายดวงตาได้ง่ายขึ้น และนี่คืออาการที่มักจะพบในกลุ่มผู้ที่ใช้คอนแทคเลนส์อย่างไม่ระมัดระวัง

  • อาการตาแห้ง

อาการตาแห้งจากการแพ้คอนแทคเลนส์ มักจะพบในผู้ที่ใช้คอนแทคเลนส์ต่อเนื่องมาเป็นเวลา 2-3 ปี เนื่องจากการใช้คอนแทคเลนส์ติดต่อกันเป็นเวลานานจะมีผลต่อคุณภาพของน้ำตา และทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของการผลิตน้ำตา มีการผลิตน้ำตาลดลง จึงทำให้เกิดอาการตาแห้งนั่นเอง

  • เยื่อบุตาและกระจกตาอักเสบ

ผู้ที่มีอาการนี้จะพบอาการระคายเคืองตา ตาแดง และมีขี้ตาเหนียว จากการเคลื่อนตัวของคอนแทคเลนส์ในดวงตาที่มากเกินไป อาจมาจากการใส่ไม่ตรงจุดที่เหมาะสม

  • เปลือกตาอักเสบ

อาการนี้จะพบว่ามีตุ่มอักเสบอยู่ที่บริเวณเปลือกตาด้านใน เกิดจากการที่ดวงตารู้สึกระคายเคืองจากการใช้คอนแทคเลนส์ มักจะพบว่ามีอาการหนังตาตก, ตาแดง, แสบตา, ดวงตาไม่สู้แสง และมองภาพไม่ชัดร่วมด้วย

  • ติดเชื้อที่กระจกตา

เป็นผลกระทบจากการใช้คอนแทคเลนส์ที่อันตรายที่สุด เพราะการติดเชื้อที่กระจกตาอาจส่งผลร้ายแรงถึงขั้นตาบอดได้ จากที่พบสาเหตุในผู้ป่วยส่วนใหญ่นั้นเกิดจากการใช้คอนแทคเลนส์ที่มีคุณภาพต่ำ ไม่รักษาความสะอาด และไม่ได้รับการแนะนำให้มีความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการใช้คอนแทคเลนส์

เพราะดวงตาทั้งสองข้างไม่มีอะไหล่สำรองเปลี่ยน เราจึงต้องดูแลเอาใจใส่ให้ดีที่สุด การใส่คอนแทคเลนส์ที่ดวงตานั้นจะช่วยเสริมบุคลิกภาพและความมั่นใจให้กับเราได้ และจะเกิดผลดีถ้าเรารู้จักใช้งานมันอย่างพอประมาณ และระมัดระวัง โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่เราต้องเคร่งครัดเรื่องความสะอาดเป็นพิเศษ เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อโรคต่าง ๆ ให้ได้มากที่สุด ก็อย่าลืมใส่ใจสิ่งเหล่านี้ เพื่อดวงตาคู่สำคัญของคุณ และหมั่นดูแลสุขภาพให้ดีอยู่เสมอ และหากมีประกันสุขภาพเอาไว้ ก็จะเพิ่มความอุ่นใจมากขึ้น

 


บทความแนะนำอื่นๆ : สุขภาพสายตาและผิวหนัง

ผ่าตัดริดสีดวง ต้อกระจก แบบไม่ต้องนอนรพ. เบิกประกันสุขภาพ IPD ได้ไหมนะ? อาการสายตาพัง Computer Vision Syndrome ที่คนยุคดิจิทัลต้องระวัง! "โรคตาขี้เกียจ" ภัยร้ายที่ทำลายดวงตาอย่างช้าๆ วุ้นในตาเสื่อม วายร้ายที่ทำลายสายตาคุณแบบไม่รู้ตัว รวมเรื่องน่ารู้ที่เกี่ยวกับน้ำตาเทียม จริงหรือมั่ว? แว่นตัดแสงช่วยถนอมสายตาได้? ผมร่วงเกิดจากอะไร ทำไมคนเราถึงผมร่วง?

 

บทความแคร์สุขภาพ

ประกันเดินทางคุ้มครองฮันตาไวรัสไหม?

แคร์สุขภาพ

ฮันตาไวรัส คืออะไร? อันตรายแค่ไหน?ประกันเดินทางช่วยเหลือได้แค่ไหน?

ทำความรู้จัก 'ฮันตาไวรัส' (Hantavirus) ภัยเงียบจากสัตว์ฟันแทะที่นักท่องเที่ยวสายธรรมชาติและสายแคมปิ้งไม่ควรมองข้าม ชวนส่องพฤติกรรมเสี่ยง วิธีรับมือเมื่อมีอาการป่วยเฉียบพลันระหว่างทริป
Tawan
09/07/2026
อธิบายเกี่ยวกับ Hay Fever หรือไข้ละอองฟาง อาการ สาเหตุ และสิ่งที่ควรรู้ก่อนเดินทางไปต่างประเทศ พร้อมคำแนะนำการป้องกันและดูแลสุขภาพระหว่างท่องเที่ยว

แคร์สุขภาพ

แพ้อากาศ Hay Fever อันตรายอย่างไร?ทำไมต้องรู้ก่อนไปต่างประเทศ

อาการแพ้อากาศหรือโรคไข้ละอองฟาง (Hay Fever) ไม่เพียงแต่สร้างความรำคาญใจ แต่ความเข้มข้นของละอองเกสรในต่างประเทศอาจทำให้ทริปพังและเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนรุนแรงอย่างหอบหืดกำเริบหรือไซนัสอักเสบ
Tawan
08/07/2026
แบบทดสอบ MBTI

แคร์สุขภาพ

MBTI คืออะไร? ช่วยให้ “รู้จักตัวเอง” มากขึ้นอย่างไร?

MBTI (Myers-Briggs Type Indicator) คือแบบทดสอบบุคลิกภาพ โดยอิงจากทฤษฎีทางจิตวิทยาของ Carl Jung เพื่อช่วยให้เข้าใจตัวเองและคนรอบข้างได้ดีขึ้น
คะน้าใบเขียว
27/02/2026