ขับรถต้องรู้! กฎหมายประกันรถยนต์พื้นฐาน และความคุ้มครองต่าง ๆ
ประเทศไทยมีจำนวนรถยนต์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี แต่ผู้ขับขี่หลายคนยังไม่เข้าใจกฎหมายประกันรถยนต์มากเท่าที่ควร ทั้งที่กฎหมายประกันรถยนต์ถือเป็นข้อบังคับ และถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากสำหรับเจ้าของรถ ไม่เพียงเพื่อไว้ปฏิบัติตามกฎหมายเท่านั้น แต่ยังเพื่อให้สามารถปกป้องตนเอง และผู้อื่นจากความเสี่ยงอันไม่คาดคิดที่อาจเกิดขึ้นบนท้องถนน
ดังนั้นในบทความนี้ แรบบิท แคร์ จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ กฎหมายประกันรถยนต์ ตั้งแต่ความหมาย ความสำคัญ ไปจนถึงรายละเอียดกฎหมายประกันรถยนต์พื้นฐานที่ควรรู้ รวมถึงการอัปเดตข้อมูลกฎหมายใหม่ในปี 2568 เพื่อให้ทุกคนมั่นใจว่าจะไม่ทำผิดกฎหมายโดยความไม่รู้ และสามารถรักษาผลประโยชน์ของตนเองให้ได้มากที่สุดนั่นเอง
กฎหมายประกันรถยนต์ คืออะไร ?
กฎหมายประกันรถยนต์ คือ กฎหมายที่ออกโดยหน่วยงานภาครัฐเพื่อควบคุมให้ผู้ครอบครอง หรือเจ้าของรถทุกประเภทมีการทำประกันภัยไว้ เพื่อคุ้มครองความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากอุบัติเหตุบนท้องถนน ทั้งต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของบุคคลภายนอก โดยเฉพาะกรณีที่เกิดจากความประมาท หรือเหตุสุดวิสัย
ในประเทศไทย การทำประกันภัยรถยนต์แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ ได้แก่
- ประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ. รถยนต์) : เป็นประกันที่เจ้าของรถทุกคันต้องทำตามกฎหมาย หากไม่มีจะไม่สามารถต่อภาษีรถยนต์ได้ และถือว่าผิดกฎหมาย
- ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ : เช่น ประกันชั้น 1 ชั้น 2+ หรือชั้น 3+ ที่ผู้เอาประกันสามารถเลือกซื้อเพิ่มเติมได้ตามความเหมาะสม และงบประมาณ โดยไม่ได้บังคับตามกฎหมาย แต่ช่วยเพิ่มความคุ้มครองที่ครอบคลุมมากขึ้น
ความสำคัญของกฎหมายประกันรถยนต์
หลายคนอาจมองว่า กฎหมายประกันรถยนต์ เป็นเพียงภาระ หรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่ไม่จำเป็น แต่แท้จริงแล้ว กฎหมายนี้มีความสำคัญอย่างมากต่อทุกฝ่ายที่ใช้รถใช้ถนน
- กฎหมายประกันรถยนต์ช่วยคุ้มครองชีวิต และร่างกายของผู้ประสบเหตุ : เมื่อเกิดอุบัติเหตุประกันภาคบังคับจะช่วยดูแลค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลของผู้บาดเจ็บโดยไม่ต้องรอพิสูจน์ว่าใครผิดใครถูก
- กฎหมายประกันรถยนต์ช่วยลดภาระทางการเงินของผู้ขับขี่ : หากเกิดเหตุที่ต้องชดใช้ค่าเสียหายจำนวนมาก ประกันจะเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระ ไม่ต้องควักเงินก้อนโตจากกระเป๋าตัวเอง
- กฎหมายประกันรถยนต์ช่วยลดปัญหาความขัดแย้ง และข้อพิพาท : การมีประกันทำให้การจัดการปัญหาหลังอุบัติเหตุเป็นระบบ มีตัวกลางที่สามารถไกล่เกลี่ย และรับผิดชอบความเสียหายอย่างเป็นธรรม
- กฎหมายประกันรถยนต์ช่วยส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคม : ผู้ที่มีประกันถือเป็นผู้มีความรับผิดชอบ ไม่ทอดทิ้งคู่กรณีที่อาจเดือดร้อนจากอุบัติเหตุ และสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้ถนนร่วมกัน
กฎหมายประกันรถยนต์พื้นฐาน ที่ควรทราบ
สำหรับผู้ใช้รถทุกคน ควรเข้าใจรายละเอียดของกฎหมายประกันรถยนต์พื้นฐาน เพื่อหลีกเลี่ยงการฝ่าฝืน และเพื่อเตรียมรับมือในกรณีที่เกิดเหตุไม่คาดคิด
- กฎหมายประกันรถยนต์ กฎหมายว่าด้วยประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) : พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 ให้ข้อมูลว่าตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 กำหนดให้รถทุกคันต้องมีประกันภาคบังคับ หากฝ่าฝืน มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท และหากเกิดอุบัติเหตุ อาจไม่ได้รับความช่วยเหลือทางการแพทย์ทันที
- กฎหมายประกันรถยนต์ ความคุ้มครองจากประกันภัยภาคบังคับ : ค่ารักษาพยาบาล สูงสุด 30,000 บาทต่อคน (ไม่ต้องรอพิสูจน์) , กรณีเสียชีวิต/สูญเสียอวัยวะ ได้รับชดเชยสูงสุด 500,000 บาท , ค่าทดแทนรายวัน กรณีเข้ารักษาตัวแบบผู้ป่วยใน
- กฎหมายประกันรถยนต์ ข้อบังคับเกี่ยวกับประกันภัยภาคสมัครใจ : แม้ไม่ใช่ข้อบังคับทางกฎหมายโดยตรง แต่เมื่อทำประกันแล้วจะอยู่ภายใต้กฎหมายประกันภัยที่ควบคุมโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับ และส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ซึ่งมีกฎหมายเฉพาะควบคุมการดำเนินงานของบริษัทประกันเพื่อให้บริการอย่างเป็นธรรมกับผู้บริโภค
- กฎหมายประกันรถยนต์ การต่ออายุ และการตรวจสอบสถานะ : การต่ออายุประกันภาคบังคับต้องทำทุกปี หากเกินระยะเวลาจะไม่สามารถต่อภาษีรถได้ และจะถือว่าผิดกฎหมายทันที ผู้ขับขี่สามารถตรวจสอบสถานะการทำประกันรถยนต์ผ่านระบบของ คปภ. หรือเว็บไซต์ของบริษัทประกันที่ทำไว้
อัปเดต กฎหมายประกันรถยนต์ใหม่
ล่าสุดในปี 2568 สำนักงาน คปภ. ได้มีการอัปเดตกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ กฎหมายประกันรถยนต์ เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้ใช้รถที่เปลี่ยนไป รวมถึงปรับให้การคุ้มครองมีความเหมาะสมมากขึ้นกับค่าใช้จ่ายในปัจจุบัน
- กฎหมายประกันรถยนต์ เพิ่มวงเงินคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล : จากเดิมสูงสุด 30,000 บาท/คน เพิ่มเป็น 50,000 บาท/คน เพื่อให้เพียงพอกับค่ารักษาในปัจจุบัน
- กฎหมายประกันรถยนต์ เพิ่มความยืดหยุ่นในการเลือกแผนประกัน : เช่น การอนุญาตให้เลือกซื้อเฉพาะความคุ้มครองต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก ในกรณีขับขี่เฉพาะเส้นทาง/เวลา
- กฎหมายประกันรถยนต์ กำหนดให้สามารถการยืนยันตัวตนด้วยดิจิทัล : ผู้เอาประกันสามารถใช้ระบบยืนยันตนผ่านแอปพลิเคชัน หรือบัตรประชาชนดิจิทัล ในการทำประกัน ลดการใช้เอกสาร และเพิ่มความสะดวก
- กฎหมายประกันรถยนต์ ควบคุมพฤติกรรมบริษัทประกันมากขึ้น : กำหนดให้บริษัทประกันต้องแจ้งรายละเอียดความคุ้มครองชัดเจน ไม่คลุมเครือ และต้องส่งเอกสารภายใน 7 วันหลังทำประกัน
- กฎหมายประกันรถยนต์กำหนดบทลงโทษที่ชัดเจน และเข้มงวดขึ้น : สำหรับบริษัทที่ฝ่าฝืน เช่น ล่าช้าในการชดเชย / ปฏิเสธเคลมโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร จะมีบทลงโทษปรับ และขึ้นบัญชีดำ
เกร็ดความรู้ ประกันภัย รถยนต์
นอกจากกฎหมายประกันรถยนต์ที่ได้กล่าวถึงไปข้างต้น ยังมีเกร็ดความรู้เกี่ยวกับกฎหมายประกันรถยนต์ที่ผู้ใช้รถทุกคนควรทราบ ดังต่อไปนี้
รถไม่มีประกัน ต่อใบขับขี่ได้ไหม ?
ตามกฎหมายประกันรถยนต์ไทย การต่อใบขับขี่ไม่จำเป็นต้องมีประกันภัยรถยนต์ เพราะเป็นคนละขั้นตอนกับการใช้รถ อย่างไรก็ตามหากจะใช้งานรถบนท้องถนน จะต้องมี ประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) อยู่เสมอ หากไม่มีถือว่าผิดกฎหมายทันที และไม่สามารถต่อภาษีรถยนต์ได้ ดังนั้น แม้ต่อใบขับขี่ได้ แต่ถ้าขับรถที่ไม่มีประกันภัยภาคบังคับ = ผิดกฎหมายประกันรถยนต์
รถชน ใบขับขี่หาย กฎหมายประกันรถยนต์คุ้มครองหรือไม่ ?
กรณีเกิดอุบัติเหตุ และผู้ขับขี่ทำใบขับขี่หาย หากมีการทำประกันรถยนต์ไว้อย่างถูกต้อง ประกันยังคุ้มครองตามปกติ แต่ในทางกฎหมาย ผู้ขับขี่จะต้องมีใบขับขี่จริง หรือใบแทนใบขับขี่จากกรมการขนส่งทางบกมาระบุสิทธิ์ในการขับขี่ มิฉะนั้นอาจถูกมองว่าไม่มีใบขับขี่ และอาจส่งผลต่อการพิจารณาเคลมกรณีที่บริษัทประกันตรวจสอบว่าผู้ขับไม่มีสิทธิขับขี่ตามกฎหมาย

กฎหมายประกันรถยนต์ เกิดอุบัติเหตุ ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ประกันคุ้มครองไหม ?
การไม่คาดเข็มขัดนิรภัยถือว่าเป็น การฝ่าฝืนกฎหมายจราจร และอาจเป็นพฤติกรรมที่ทำให้บริษัทประกันพิจารณาว่าเป็น ความประมาทส่วนบุคคล
อย่างไรก็ตามบริษัทประกันยังคงให้ความคุ้มครองตามสัญญา ยกเว้นในกรณีที่มีข้อยกเว้นในกรมธรรม์ เช่น ไม่จ่ายค่ารักษาพยาบาลหากไม่ได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัย
กฎหมายประกันรถยนต์ รถแต่ง ทำประกันได้ไหม ?
รถแต่ง หรือรถที่มีการดัดแปลง เช่น เปลี่ยนล้อ ช่วงล่าง เสริมอุปกรณ์พิเศษ ต้องแจ้งบริษัทประกันให้ทราบก่อนทำประกัน เพื่อให้บริษัทประเมินความเสี่ยงเพิ่มเติม หากไม่แจ้งล่วงหน้า อาจทำให้การเคลมประกันในอนาคตมีปัญหา หรือบริษัทอาจไม่จ่ายค่าชดเชยเพราะถือว่า “ข้อมูลไม่ตรงตามจริง”
ทั้งนี้บริษัทประกันหลายแห่งมีกรมธรรม์เฉพาะสำหรับรถแต่ง ดังนั้น ควรเลือกแผนประกันที่เหมาะกับลักษณะการใช้งาน และลักษณะรถ
ประกันคุ้มครองภายใต้ความเร็วเท่าไหร่ ?
โดยทั่วไปกฎหมายประกันรถยนต์ ไม่มีการระบุว่าประกันจะคุ้มครองเฉพาะเมื่อขับในความเร็วเท่าใด แต่หากเกิดอุบัติเหตุจากการขับเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด และพิสูจน์ได้ว่าเป็นต้นเหตุของความเสียหาย บริษัทประกันอาจใช้สิทธิลดความรับผิด หรือบางกรณีอาจปฏิเสธการจ่ายค่าชดเชยบางส่วน (เช่น ค่าเสียหายส่วนเกิน หรือกรณีมีข้อยกเว้นเฉพาะในกรมธรรม์)
ประมาทร่วม ประกันจ่ายไหม ?
ในกรณีที่ทั้งสองฝ่ายมีส่วนในการก่อให้เกิดอุบัติเหตุ หรือเรียกว่า “ประมาทร่วม” บริษัทประกันของแต่ละฝ่ายจะรับผิดชอบตามสัดส่วนความผิด ซึ่งพิจารณาจากหลักฐาน เช่น ภาพจากกล้องหน้ารถ รายงานตำรวจ หรือพยานแวดล้อม โดยประกันจะยังคงให้ความคุ้มครองตามปกติ แต่ค่าชดเชยอาจลดลงหากเรามีความผิดบางส่วน
ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ ได้เท่าไหร่ ?
ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ คือ ค่าชดเชยที่เจ้าของรถมีสิทธิได้รับในกรณีไม่สามารถใช้รถได้ระหว่างการซ่อม โดยทั่วไปบริษัทประกันจะจ่ายในอัตรา 300–500 บาทต่อวัน ขึ้นอยู่กับประเภทของรถ ระยะเวลาการซ่อม และเงื่อนไขในกรมธรรม์ โดยต้องมีหลักฐานแสดงการซ่อมจริง และไม่สามารถใช้งานรถได้
แนวโน้มกฎหมายประกันรถยนต์ 2569
กฎหมายประกันรถยนต์ 2569 มีแนวโน้มจะมุ่งเน้นความคุ้มครองที่ครอบคลุมเทคโนโลยีใหม่ เช่น รถยนต์ไฟฟ้า (EV) รถไร้คนขับ และระบบเคลมออนไลน์แบบเรียลไทม์ พร้อมทั้งเพิ่มบทลงโทษกรณีบริษัทประกันไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขกรมธรรม์ เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคให้มากขึ้น และทันต่อพฤติกรรมผู้ใช้รถยุคใหม่
กฎหมายประกันรถยนต์ ไม่ใช่เพียงข้อบังคับทางกฎหมายเท่านั้น แต่คือหลักประกันความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่ และผู้ใช้ถนนทุกคน การทำความเข้าใจในรายละเอียดของกฎหมายทั้งเก่า และใหม่ จะช่วยให้เราขับขี่ได้อย่างมั่นใจ ไม่เสี่ยงต่อการถูกปรับ ถูกฟ้องร้อง หรือเดือดร้อนทางการเงินในกรณีเกิดเหตุไม่คาดคิด
ทั้งนี้แม้จะมีประกันภัยภาคบังคับ แต่หลายครั้งความคุ้มครองอาจยังไม่ครอบคลุมความเสียหายที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุบนท้องถนนเสมอไป ต้องไม่ลืมทำประกันรถยนต์ กับ แรบบิท แคร์ ไว้ ครอบคลุม มั่นใจ เกิดเหตุสุดวิสัยแค่ไหนก็ไร้กังวล
สรุป
กฎหมายประกันรถยนต์ในไทยบังคับให้รถทุกคันมี พ.ร.บ. เพื่อคุ้มครองชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินจากอุบัติเหตุ โดยแบ่งเป็นประกันภาคบังคับ (พื้นฐาน) และภาคสมัครใจ (ชั้น 1-3+) ที่เพิ่มความครอบคลุม ล่าสุดปี 2568 เพิ่มวงเงินรักษาพยาบาลเป็น 50,000 บาท/คน และยืดหยุ่นดิจิทัลมากขึ้น เกร็ดสำคัญ เช่น รถไม่มีประกันต่อภาษีไม่ได้ รถชนใบขับขี่หายยังเคลมได้แต่เสี่ยง และประมาทร่วมจ่ายตามสัดส่วน เพื่อความมั่นใจ ทำประกันรถยนต์ชั้น 1 กับ Rabbit Care ได้เลย – คุ้มครองครบ ราคาโดน!
ที่มา
- ● คปภ. ประกาศเกณฑ์ใหม่ 2568 ประกันภัยรถยนต์ต้องระบุชื่อคนขับทุกคัน :
- ● ความรู้เบื่องต้นกับประกันภัยรถยนต :
- ● พระราชบญญั ตัิ คุมครองผ ้ ประสบภ ู้ ยจากรถ :

ทีมกองบรรณาธิการ กลุ่มนักเขียนผู้มีประสบการณ์ด้านรถยนต์ การเงิน และประกันภัย เนื้อหาผ่านการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ประกันวินาศภัย เพื่อให้ข้อมูลถูกต้อง อัปเดตสม่ำเสมอ และมีความน่าเชื่อถือ โดย แรบบิท แคร์ ที่เปิดดำเนินการมาแล้วมากกว่า 10 ปี เป็นนายหน้าประกันภัยที่ได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) มีที่ตั้งสำนักงานชัดเจนและช่องทางติดต่อที่ตรวจสอบได้ (ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย เลขที่ ว00021/2557)
แรบบิท แคร์ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยรถยนต์
แรบบิท แคร์ รวบรวมประกันภัยรถยนต์จากหลายบริษัทมาให้คุณเปรียบเทียบประกันรถยนต์ ทั้งราคา ความคุ้มครองประกันรถยนต์ แต่ละประเภท บริการเคลม เลือกแบบที่เหมาะกับการใช้งาน และงบประมาณ คุณสามารถเช็คเบี้ยและเปรียบเทียบประกันรถยนต์ออนไลน์ จากหลายบริษัทได้ทันทีในที่เดียว
- เปรียบเทียบประกันรถยนต์จากหลายบริษัทในหน้าเดียว
- มีทุกชั้นความคุ้มครอง ทั้งชั้น 1, 2+, 3+, และชั้น 3
- มีทีมผู้เชี่ยวชาญช่วยแนะนำตลอดการเลือกซื้อ
บริษัท แรบบิท แคร์ โบรคเกอร์ จำกัด เป็นนายหน้าประกันภัยที่ได้รับใบอนุญาตจาก คปภ. ก่อนตัดสินใจทำประกันภัยโปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นทุกครั้ง

