แคร์สุขภาพ

ท้องไม่พร้อมมีทางออกอย่างไร ทำแท้งได้หรือไม่? บทความนี้มีคำตอบ

ผู้เขียน : Nok Srihong

มีประสบการณ์มากกว่า 3 ปี เป็นนักเขียนด้านประกันสุขภาพ ประกันชีวิต เพื่อสุขภาพที่ Rabbit Care และ 12 ปี ในอุตสาหกรรม OTA อย่าง Laterooms.com , Expedia.com จึงมีความเชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยว จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาการจัดการการเงิน มหาวิทยาลัยขอนแก่น

close
linkedin icon
 
 
Published: August 25,2022
ท้องไม่พร้อมทำไงดี

คุณแม่วัยใสถ้าเลือกได้คงไม่มีใครอยากเป็นแน่เพราะการมีลูกนั้นมาพร้อมกับความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ตั้งแต่การจัดสรรเวลาเลี้ยงดูลูกไปจนถึงการหาเงินมาเลี้ยงดูครอบครัว ซึ่งภาระนี้หนักกว่าใช้ชีวิตคนเดียวหลายเท่าตัว หากคุณท้องไม่พร้อมเมื่อไหร่บอกเลยว่าชีวิตครอบครัวของคุณพังไม่เป็นท่าแน่นอน ด้วยเหตุนี้เราจะมาหาทางป้องกันการท้องไม่พร้อม รวมถึงบอกเทคนิกการคุมกำเนิด และเงื่อนไขการยุติการตั้งครรภ์หรือการทำแท้งอย่างถูกต้อง 

ท้องไม่พร้อมคืออะไร? ทำความเข้าใจกันก่อน

Unplanned Pregnancy หรือการท้องไม่พร้อม เป็นสภาวะการตั้งครรภ์ที่มารดาไม่ตั้งใจวางแผนหรือเตรียมพร้อมสำหรับการมีลูกมาก่อน หรืออธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ คือการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่มีการป้องกันให้ดีเพียงพอจนพลาดพลั้งเกิดการตั้งครรภ์โดยไม่ได้เจตนานั่นเอง นอกจากนี้การถูกกระทำชำเราจนฝ่ายหญิงตั้งครรภ์ขึ้นมาก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งสาเหตุของการตั้งครรภ์โดยไม่ตั้งใจด้วยเช่นกัน

ท้องไม่พร้อมนับเป็นปัญหาทางสังคม เพราะถ้าหากครอบครัวไม่อยู่ในสถานะพร้อม ลูกที่เกิดมาก็จะมีคุณภาพชีวิตต่ำกว่าเกณฑ์ ทั้งการใช้ชีวิต สภาพความเป็นอยู่ การศึกษา และส่งผลโดยตรงกับการเพิ่มจำนวนประชากรในประเทศมากจนเกินไป ด้วยเหตุนี้จึงต้องมีการเตรียมป้องกันเอาไว้เพื่อไม่ให้ตั้งครรภ์ก่อนที่เราจะพร้อมนั่นเอง

คุณแม่วัยใสยันวัยชราต้องรู้ ท้องไม่พร้อมมีข้อเสียอะไรบ้าง?

หลายคนคิดว่าท้องไม่พร้อมจะเกิดกับคุณแม่วัยใสในหมู่วัยรุ่นเท่านั้น แต่รู้หรือไม่ว่าท้องไม่พร้อมก็ปัญหากับวัยผู้ใหญ่ด้วยเช่นกัน อย่างเช่นครอบครัวที่ต้องมีภาระเลี้ยงดูลูกอยู่แล้วหลายคน หากภรรยาตั้งครรภ์ขึ้นมาก็ต้องมีภาระเพิ่มมากขึ้น หรือสามี-ภรรยาบางคู่ที่มีอายุมากแล้วการท้องในวัยชราก็อาจส่งผลกระทบกับสุขภาพรวมถึงการใช้ชีวิตในวัยเกษียณได้เช่นกัน น้องแคร์ขอสรุปข้อเสียของการท้องไม่พร้อมไว้ดังนี้

1. ปัญหาด้านสุขภาพของแม่ สำหรับคุณแม่วัยใสอาจเสี่ยงความดันโลหิตสูง ครรภ์เป็นพิษ โลหิตจาง ส่วนการตั้งครรภ์ในวัยชราก็อาจเกิดภาวะเบาหวานระหว่างตั้งครรภ์ ครรภ์เป็นพิษ และท้องนอกมดลูกได้

2. ปัญหาด้านสุขภาพของเด็กในครรภ์ หากท้องในช่วงวัยรุ่นอาจเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนดทำให้ร่างกายและสมองของเด็กเติบโตผิดปกติ ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคหัวใจและโรคเบาหวานในอนาคต หากท้องในช่วงวัยชราเด็กอาจเสี่ยงเป็นดาวน์ซินโดรมและธาลัสซีเมีย เพราะเซลล์ไข่ที่ปฏิสนธิจะเสื่อมสภาพตามอายุมารดาทำให้การแบ่งเซลล์ของเด็กอาจผิดปกติไปจากเดิม

3. ปัญหาสุขภาพจิต อาจเกิดภาวะเครียดหลังการคลอด เพราะต้องแบกรับความรับผิดชอบที่มากขึ้น

4. ปัญหาทางการเงิน เพราะเด็กต้องการสภาพแวดล้อมและการศึกษาที่ดีในการเติบโต หากครอบครัวไม่พร้อมก็จะทำให้สภาพคล่องทางการเงินในครอบครัวแย่ลง ดังคำกล่าวที่ว่ามีลูกหนึ่งคนยากจนนับสิบปี

5. ปัญหาเรื่องความสัมพันธ์ในครอบครัว เนื่องจากเด็กอาจไม่ได้รับความรักความเอาใจใส่ดีเท่าที่ควรจากครอบครัว เพราะเป็นลูกที่พ่อแม่ไม่ได้เตรียมพร้อมที่จะให้กำเนิดแต่แรก

6. ปัญหาเรื่องการวางแผนชีวิต การตั้งครรภ์แต่ละครั้งย่อมส่งผลให้การใช้ชีวิตต้องปรับเปลี่ยนไป โดยเฉพาะคุณแม่วัยใสที่อาจส่งผลกระทบต่อการเรียนและการใช้ชีวิตในสังคม

7. ปัญหาทางสังคม เมื่อเด็กขาดการดูแลและอบรมสั่งสอนก็จะส่งผลกระทบต่อสังคมในด้านคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ รวมถึงการควบคุมจำนวนประชากรในประเทศ

เลี้ยงลูกอ่อน

ป้องกันการท้องไม่พร้อม เลือกคุมกำเนิดแบบไหนดี

เชื่อว่าพ่อแม่ทุกคนต่างก็อยากมีลูกในเวลาที่เหมาะสม เพื่อจะได้วางแผนเลี้ยงดูให้ลูกมีคุณภาพชีวิตดีไม่ต้องลำบาก ซึ่งวิธีป้องกันที่ดีที่สุดก็คือการคุมกำเนิดนั่นเอง ซึ่งการคุมกำเนิดจะมีทางเลือกดังนี้

การคุมกำเนิดแบบถาวร 

เป็นการทำหมันไม่ให้มีลูกได้อีกต่อไป สามารถทำได้ทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง วิธีนี้มีข้อดีคือปลอดภัยไม่ส่งผลข้างเคียงด้านฮอร์โมนและสุขภาพ การทำหมันถาวรในเพศหญิงจะเป็นการผูกหรือตัดท่อในรังไข่ไม่ให้น้ำเชื้อเข้าไปปฏิสนธิได้ ส่วนการทำหมันในเพศชายจะการผูกหรือตัดท่อน้ำเชื่อในอัณฑะไม่ให้อสุจิไหลออกมาปฏิสนธิกับไข่ การทำหมันแบบถาวรนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มั่นใจแน่ ๆ แล้วว่าจะไม่มีลูกอีกต่อไป แต่ถ้าใครยังคงมีแผนที่จะมีลูกในอนาคตก็ให้ใช้วิธีการคุมกำเนิดชั่วคราวดีกว่า

การคุมกำเนิดชั่วคราว 

เป็นการคุมกำเนิดเฉพาะช่วงเวลาสั้น ๆ เหมาะสำหรับผู้ที่ยังคงต้องการมีบุตรในอนาคต ช่วยป้องกันการท้องไม่พร้อมได้ การคุมกำเนิดชั่วคราวมีวิธีการมากมายแต่ที่ได้รับความนิยมจะมีดังนี้

1. ทานยาคุมกำเนิด เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดและประหยัดแต่จะป้องกันการมีลูกได้ในระยะเวลาสั้น ๆ เท่านั้น เพราะต้องทานทุกวันเพื่อให้ยามีผล ยาคุมกำเนิดอาจมีผลข้างเคียงคือทำให้เกิดเลือดออกที่ช่องคลอดได้ รวมถึงทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ สำหรับยาคุมกำเนิดจะมีทั้งแบบชนิดฮอร์โมนเดี่ยว ฮอร์โมนรวม และยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน(ทานเพื่อคุมกำเนิดหลังมีเพศสัมพันธ์) 

2. การฉีดยาคุมกำเนิด แพทย์จะฉีดยาคุมเข้ากล้ามเนื้อของฝ่ายหญิงทุก 3 เดือนเพื่อกดฮอร์โมน เหมาะกับการคุมกำเนิดระยะยาวเพื่อป้องกันปัญหาท้องไม่พร้อม หากใครที่มีเพศสัมพันธ์บ่อยครั้งแต่ไม่ต้องการมีลูกไปยาว ๆ ก็แนะนำให้ใช้วิธีนี้  เพราะง่ายแต่ได้ประสิทธิภาพดีเยี่ยม แต่ยาคุมจะมีผลในระยะยาวหากเปลี่ยนใจต้องการมีลูกก็ต้องทิ้งช่วงหลังฉีดประมาณ 1 ปี 

3. ใส่ห่วงคุมกำเนิด เป็นการใส่ห่วงในโพรงมดลูกป้องกันไม่ให้อสุจิฝังเข้าไปในไข่ วิธีนี้มีข้อดีคือทำครั้งเดียวแต่สามารถคุมกำเนิดได้ยาว ๆ ประมาณ 3 ปี ไม่มีผลข้างเคียงใด ๆ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการคุมกำเนิดระยะยาว แต่ข้อเสียก็คือต้องหมั่นให้แพทย์เช็กสภาพห่วงยางคุมกำเนิดสม่ำเสมอ

4. ฝังยาคุมกำเนิด เป็นวิธีการง่าย ๆ และที่นิยมอย่างมากในสมัยนี้ โดยแพทย์จะฝังหลอดยาคุมกำเนิดขนาดเล็กไว้ที่ใต้ท้องแขน สามารถคุมกำเนิดได้นานหลายปี ง่าย สะดวกสบาย สามารถเอาออกได้ตามต้องการหากจะมีลูก เหมาะกับผู้ที่ต้องการคุมกำเนิดระยะยาว

5. แผ่นแปะคุมกำเนิด การแปะแผ่นที่มียาคุมฮอร์โมนบริเวณท้องหรือหลัง ต้องเปลี่ยนแผ่นทุกสัปดาห์ ระหว่างติดแผ่นอาจรู้สึกไม่สบายตัวได้ ให้ผลค่อนข้างดีเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการคุมกำเนิดระยะสั้น

6. ใช้ถุงยางอนามัย นอกจากวิธีการคุมกำเนิดที่กล่าวมาทั้งหมด ยังมีอีกหนึ่งวิธีที่ได้รับความนิยมอย่างมากและมักใช้กันแพร่หลายนั่นก็คือใช้ถุงยางอนามัย แต่ฝ่ายชายต้องใช้ถุงยางอนามัยให้ถูกต้อง โดยเลือกถุงยางที่มีประสิทธิภาพเหมาะสมกับขนาดของตนเองอย่าให้ถุงยางหลวมจนเกินไปเพราะอาจหลุดขณะมีเพศสัมพันธ์ ในขณะเดียวกันก็อย่าเลือกถุงยางที่ฟิตเกินไปเพราะอาจทำให้ถุงยางแตกได้เช่นกัน นอกจากนี้ห้ามใช้ถุงยางที่หมดอายุเพราะตัวถุงยางอาจเสื่อมสภาพจนไม่สามารถกักน้ำอสุจิได้ การใช้ถุงยางอนามัยสามารถใช้ควบคู่กับวิธีการคุมกำเนิดแบบอื่น ๆ ได้ เพื่อลดความเสี่ยงท้องไม่พร้อมมากขึ้น

อยากให้ทุกท่านเล็งเห็นว่าการคุมกำเนิดนั้นคือเรื่องสำคัญ ซึ่งสมัยนี้มีแนวทางการคุมกำเนิดง่าย ๆ ยอมลำบากเล็กน้อยดีกว่าเป็นคุณแม่วัยใสต้องมารับภาระท้องไม่พร้อมมากมายนัก สำหรับใครที่สะดวกคุมกำเนิดแบบไหนก็เลือกวิธีการให้เหมาะกับตนได้เลย 

การคุมกำเนิด

วิธีตรวจสอบว่าตั้งครรภ์หรือไม่?

สำหรับใครผ่านการมีเพศสัมพันธ์มาคุณสามารถตรวจสอบการตั้งครรภ์ได้ แม้ว่าการตรวจครรภ์จะไม่ช่วยป้องกันสภาวะท้องไม่พร้อม แต่การตรวจตั้งแต่เนิ่น ๆ และพบว่ากำลังตั้งท้องก็จะทำให้คุณเตรียมการเลี้ยงดูบุตรได้ไวยิ่งขึ้น หรือถ้าจะเลือกทำแท้งก็สามารถทำได้อย่างปลอดภัยเพราะอายุครรภ์ยังไม่มาก ซึ่งวิธีการตรวจครรภ์สามารถสังเกตเบื้องต้นง่าย ๆ คือ ประจำเดือนขาด, คลื่นไส้อาเจียน, เต้านมบวมตึง, อารมณ์แปรปรวน, ช่องคลอดมีเลือดซึม, ท้องผูก, ปัสสาวะบ่อยครั้ง 

แต่เพื่อความชัวร์ขอแนะนำให้ซื้อที่ตรวจครรภ์มาใช้งาน ซึ่งซื้อได้ง่าย ๆ ตามร้านขายยาหรือร้านสะดวกซื้อทั่วไป โดยจะเป็นการตรวจสอบฮอร์โมน HRG (ฮอร์โมนที่แสดงออกถึงการตั้งครรภ์)ที่อยู่ในปัสสาวะ ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้จะผลิตออกมาหลังจากปฏิสนธิ ขอแนะนำว่าให้ตรวจหลังมีเพศสัมพันธ์ประมาณ 2 เดือนซึ่งจะเห็นผลได้ชัดเจนเพราะฮอร์โมน HRG จะออกมาเยอะที่สุด หากขึ้นผล 2 ขีด ก็แสดงออกได้ถึงการตั้งครรภ์นั่นเอง  นอกจากนี้คุณยังสามารถไปให้แพทย์ตรวจครรภ์ได้ซึ่งจะได้ผลลัพธ์แบบชัวร์ ๆ 100 เปอร์เซ็นต์ โดยแพทย์จะมีวิธีการตรวจมากมายเช่น ตรวจภายใน, ตรวจปัสสาวะ, ตรวจเลือด, และอัลตราซาวด์, 

ท้องไม่พร้อมต้องทำอย่างไร?

คงไม่มีใครอยากตั้งท้องโดยที่ไม่พร้อมแน่นอน แต่ถ้ามันพลาดพลั้งไปแล้วก็ต้องหาทางออกว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี โดยทั่วไปแล้วจะมีทางออกให้เลือกสองทางดังนี้

1. ตัดสินใจตั้งครรภ์ต่อไป

คือเก็บเด็กในท้องไว้และให้การเลี้ยงดูเด็กหลังคลอดออกมาแล้ว ทางเลือกนี้อาจเป็นแนวทางที่ตรงกับศีลธรรมมากที่สุดแต่ก็ต้องพิจารณาความพร้อมของครอบครัวด้วยว่าพร้อมเลี้ยงดูลูกหรือไม่ สถานะทางการเงินพร้อมเพียงใด ความมั่นคงในอาชีพของครอบครัวมากน้อยแค่ไหน สามีภรรยามีปัญหาเรื่องชีวิตคู่หรือไม่พร้อมที่จะรับผิดชอบไหม ครอบครัวจะมีปัญหาเรื่องภาพลักษณ์ทางสังคมมากน้อยขนาดไหน เพราะต้องอย่าลืมว่าการมีบุตรแต่ละคนนั้นครอบครัวต้องให้ความรักและการดูแลเอาใจใส่มาก ๆ หากครอบครัวไม่พร้อมเลี้ยงดูบุตรก็จะส่งผลกระทบต่อสภาพความอยู่ตามมา สำหรับคุณแม่หรือคุณพ่อที่ต้องรับภาระเลี้ยงดูลูกคนเดียวก็ให้พิจารณาอย่างถี่ถ้วนมากขึ้นว่าสามารถรับภาระไหวหรือไม่

หากตัดสินใจได้แล้วว่าจะเลี้ยงดูลูกในท้อง เบื้องต้นก็ให้ศึกษาบทบาทหน้าที่ของการเป็นผู้ปกครองและวางแผนครอบครัวเพื่อเลี้ยงดูบุตร โดยเริ่มตั้งแต่พบแพทย์เพื่อฝากครรภ์ ทำตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อดูแลสุขภาพในช่วงตั้งครรภ์อย่างเคร่งครัด ตามด้วยวางแผนจัดสรรการเงิน เพื่อให้เด็กเติบโตมาอย่างมีคุณภาพ

2. ยุติการตั้งครรภ์ (ทำแท้ง)

หากตัดสินใจแล้วว่าไม่สามารถเลี้ยงดูบุตรได้แน่นอน ก็สามารถเลือกยุติการตั้งครรภ์หรือที่เราเรียกกันว่าทำแท้งเพื่อตัดปัญหาท้องไม่พร้อมได้ แต่ขอแนะนำให้ยุติการตั้งครรภ์อย่างถูกต้องตามกฎหมายที่โรงพยาบาลเพื่อความปลอดภัยของผู้ตั้งครรภ์ อย่าพยายามทำแท้งเองหรือไปคลีนิกทำแท้งเถื่อนเด็ดขาดเพราะอาจทำให้มีเลือดออกมากจนเกินไปจนอันตรายต่อชีวิตได้ ทั้งนี้การยุติตั้งครรภ์ควรทำในอายุครรภ์น้อยกว่า 12 สัปดาห์ (ด้วยเหตุนี้เองจึงต้องเช็กและตรวจครรภ์บ่อย ๆ จะได้พบตั้งแต่เนิ่น ๆ) หากอายุครรภ์เกินกว่านี้ต้องปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจสภาพร่างกายว่าสามารถยุติการตั้งครรภ์ได้หรือไม่ แต่ถ้าอายุครรภ์มากกว่า 22 สัปดาห์ จะไม่สามารถยุติการตั้งครรภ์ได้แล้วเพราะจะเป็นตันตรายกับร่างกาย

หลังจากเลือกที่จะยุติการตั้งครรภ์แล้ว ควรเข้ารับการปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยแพทย์จะตรวจสุขภาพและเลือกวิธีการทำแท้งที่เหมาะสม รวมถึงพิจารณาสภาพจิตใจของผู้ทำแท้งพร้อมข้อกฎหมายเข้ามาประกอบ หลังจากการทำแท้งแล้วก็แนะนำให้ผู้ทำแท้งต้องเข้าพบและรับคำปรึกษาจากแพทย์อยู่เพื่อดูแลสภาวะจิตใจของผู้ทำแท้งรวมถึงวางแผนคุมกำเนิดเพื่อต้องกันปัญหาท้องไม่พร้อมในอนาคต

เตรียมฝากครรภ์

ยุติการตั้งครรภ์อย่าางไรให้ถูกกฎหมาย

กฎหมายล่าสุดได้ยืดหยุ่นเรื่องการยุติตั้งครรภ์มากขึ้นกว่าเดิม โดยฝ่ายหญิงสามารถทำแท้งอย่างถูกต้องได้ภายในอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ รวมถึงมีข้อยกเว้นอื่น ๆ เพื่อให้ทำแท้งได้อย่างปลอดภัย ซึ่งน้องแคร์จะสรุปให้ดังนี้

1. ผู้หญิงที่มีอายุครรภ์ไม่ถึง 12 สัปดาห์ สามารถขอยุติการตั้งครรภ์ได้

2. หากการตั้งครรภ์เสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพกายหรือจิตใจของฝ่ายหญิง สามารถขอทำแท้งได้โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องอายุครรภ์ 

3. หากเหตุการตั้งครรภ์เกิดจากการกระทำความผิดทางเพศ เช่นถูกข่มขืนกระทำชำเรา สามารถขอทำแท้งได้โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องอายุครรภ์ 

4. หากบุตรที่จะคลอดออกมามีแน้วโน้มผิดปกติหรือทุพพลภาพร้ายแรง สามารถขอทำแท้งได้โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องอายุครรภ์ 

5. หาอายุครรภ์เกิน 12 สัปดาห์ แต่ยังไม่ถึง 20 สัปดาห์ สามารถทำแท้งได้แต่ต้องได้รับการตรวจและคำปรึกษาทางเลือกตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

ทั้งนี้กฎหมายได้ระบุโทษของการทำแท้งด้วยตนเองหรือทำแท้งเถื่อนไว้ด้วย โดยมีโทษคือจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

สรุปคือการท้องไม่พร้อมนั้นเป็นปัญหาสำคัญสำหรับคุณแม่วัยใสและวัยชราซึ่งจะส่งผลกระทบต่อครอบครัวทั้งสุขภาพกาย จิตใจ และคุณภาพความเป็นอยู่ ทางที่ดีที่สุดคือต้องคุมกำเนิดอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันการมีลูกในช่วงเวลาที่ยังไม่พร้อม และต้องหมั่นตรวจสอบการตั้งท้องหลังจากมีเพศสัมพันธ์ทุกครั้ง แต่ถ้าพลาดพลั้งเกิดตั้งท้องไม่พร้อมขึ้นมาก็หาทางออกที่เหมาะสมกับคุณมากที่สุด

สำหรับผู้ที่ท้องไม่พร้อมและเลือกที่จะเลี้ยงดูบุตรต่อ คุณก็ต้องวางแผนการเงินให้ดีเพื่อให้ลูกเติบโตมาอย่างมีคุณภาพ โดยพิจารณาว่ามีเงินเก็บไว้เลี้ยงลูกในอนาคตหรือไม่ ตลอดจนเตรียมการล่วงหน้าหากเกิดเหตุไม่คาดฝันกับตัวคุณก่อนที่ลูกจะเติบโต ซึ่งประกันชีวิตเองก็เป็นเหมือนตัวช่วยสำคัญที่จะการันตีความมั่นคงของครอบครัว หากขาดเสาหลักครอบครัวอย่างคุณไปอย่างน้อยก็จะมั่นใจได้ว่าบุตรของคุณจะได้รับเงินชดเชยจนสามารถตั้งตัวให้อยู่ในสังคมได้ ทั้งนี้น้องแคร์ยินดีให้คำปรึกษาและวางแผนทางการเงินให้กับครอบครัวคุณเสมอ หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อมาขอคำปรึกษากับเราได้ตลอด 24 ชั่วโมง


สรุป

สรุปบทความ

หากท้องไม่พร้อมสามารถทำแท้ง หรือยุติตั้งครรภ์ได้ โดยกฎหมายล่าสุดได้ยืดหยุ่นเรื่องการยุติตั้งครรภ์มากขึ้นกว่าเดิม โดยฝ่ายหญิงสามารถทำแท้งอย่างถูกต้องได้ภายในอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ รวมถึงมีข้อยกเว้นอื่น ๆ เพื่อให้ทำแท้งได้อย่างปลอดภัย

จบสรุปบทความ
 

บทความแคร์สุขภาพ

Rabbit Care Blog Image 89748

แคร์สุขภาพ

โรคพุ่มพวงคืออะไร มีอาการอย่างไร อันตรายถึงชีวิตหรือไม่ ?

โรคที่คนไทยเรียกกันจนติดปากว่าโรคพุ่มพวง เนื่องจากคนไทยเรารู้จักโรคนี้กันอย่างแพร่หลายเมื่อศิลปินชื่อดังอย่างคุณพุ่มพวง ดวงจันทร์
Nok Srihong
23/05/2024