ขลิบ คืออะไร? มีขั้นตอนการทำอย่างไร? เจ็บหรือไม่?

Mayya Style
ผู้เขียน: Mayya Style Published: พฤษภาคม 19, 2023
Mayya Style
Mayya Style
เป็นนักเขียนสายสุขภาพและการเงินที่มีประสบการณ์ในการเขียนมากมาย โดยได้ฝากผลงานในหลากหลายรูปแบบที่เน้นด้านบริหารร่างกายและจิตใจ ทำงานที่ Rabbit Care และ Asia Direct ได้อย่างมืออาชีพ
Mayya Style
แก้ไขโดย: Thirakan T Last edited: มีนาคม 2, 2026
Mayya Style
Thirakan T
Thirakan Thongseenual เป็นนักเขียนที่มีประสบการณ์มากกว่า 3 ปี ที่ RabbitCare และ Asia Direct โดยมีความชำนาญในประกันรถยนต์ เน้นเขียนบทความที่เผยแพร่บน Blog และมีความเชี่ยวชาญด้าน SEO กว่า 4 ปี ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอได้ใช้ในการสร้างความรู้และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของ RabbitCare อย่างมีประสิทธิภาพ จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ปริญญาตรี สาขา Information Technology
ขลิบ

ในปัจจุบันการขลิบได้รับความนิยมเป็นอย่างมากสำหรับผู้ชาย โดยบางคนอาจทำตั้งแต่แรกเกิดเลยหรือบางคนอาจทำตอนเป็นวัยรุ่น ซึ่งในสมัยนี้เครื่องมือและเทคโนโลยีทางการแพทย์มีความก้าวหน้าและพัฒนาขึ้น จึงทำให้อุปกรณ์ที่ใช้ในการขลิบมีมาตรฐาน เจ็บน้อย แผลเล็กกว่าเดิม ทำให้ผู้รับบริการสามารถพักฟื้นได้เร็ว และสามารถออกไปทำกิจกรรมต่าง ๆ หลังจากทำได้ทันทีโดยไม่ต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล

วันนี้น้องแคร์จะพาหนุ่ม ๆ มาทำความรู้จักการขลิบหนังหุ้มปลายว่า การขลิบ คืออะไร ทำไมต้องทำ มีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร แล้วราคาเท่าไหร่หากต้องการทำ ไปดูกันเลย!! 

 

คุณต้องการความคุ้มครองแบบไหน?

✨ แผนที่เหมาะกับคุณ

 

⚠️ ข้อมูลนี้เป็นเพียงการประเมินเบื้องต้น รายละเอียดและเบี้ยจริงอาจแตกต่าง กรุณาตรวจสอบก่อนตัดสินใจ

ใช้ฟรี • ไม่มีค่าใช้จ่าย

ขลิบ คืออะไร? 

การขลิบ คือการผ่าตัดเพื่อนำเอาหนังหุ้มปลายส่วนเกินออกจากบริเวณอวัยวะเพศชาย ซึ่งการทำแบบนี้จะทำให้ง่ายต่อการทำความสะอาด และชำระล้างสิ่งสกปรกหรือเชื้อโรคต่าง ๆ เช่น สารคัดหลั่ง คราบเหงื่อ คราบปัสสาวะ ซึ่งเหล่านี้เป็นแหล่งรวมเชื้อโรคและสิ่งสกปรกที่อยู่ภายในหนังหุ้มปลาย หากปล่อยไว้อาจทำให้เกิดการติดเชื้อและเกิดอันตรายได้ อย่างไรก็ตามการขลับสามารถทำได้ทุกวัยตั้งแต่แรกเกิดจนถึงวัยสูงอายุ  

การขลิบ มีกี่วิธี? 

ขลิบหนังหุ้มปลาย

การขลิบในปัจจุบัน มีทั้งหมด 3 วิธี โดยขั้นตอนและวิธีการทำ ราคา ระยะเวลาในการทำจะแตกต่างกันไป ซึ่งแต่ละวิธีมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไป โดยมีรายละเอียดดังนี้

1. การขลิบแบบธรรมดา

ประเภทแรกคือแบบธรรมดา โดยแพทย์จะทำการฉีดยาชา และใช้เครื่องมือต่าง ๆ เช่น กรรไกร มีด หรือเครื่องจี้ไฟฟ้า เพื่อทำการเปิดหนังหุ้มปลายออก โดยวิธีนี้คนไข้อาจรู้สึกเจ็บหรือเสียวได้ในขณะทำ นอกจากนี้ยังมีการเสียเลือด แผลหายช้า และต้องใช้เวลาในการพักฟื้นหลังผ่าตัดค่อนข้างนาน 

  • ราคาค่าบริการ : ประมาณ 5,500 บาท (ราคาโดยเฉลี่ยหากเป็นโนรงพยาบาลรัฐบาล)

 

2. การขลิบโดยใช้เลเซอร์

วิธีที่สองเป็นการเปิดตัวหลังหุ้มปลายที่ปิดอยู่ แต่ทำโดยการใช้เลเซอร์ หลังจากนั้นจะทำการเย็บปิดเช่นเดียวกับวิธีแบบธรรมดา แม้ว่าวิธีนี้จะลดการเสียเลือดในขณะผ่าตัด เจ็บน้อยกว่า และทำให้แผลหายเร็วขึ้นกว่าแบบแรก แต่ค่าใช้จ่ายย่อมสูงกว่าแบบแรกแน่นอน 

  • ราคาค่าบริการ : ประมาณ 25,000 บาท

 

3. การขลิบไร้เลือด 

เนื่องจากเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัย มีเครื่องมือการตัดและเย็บแบบอัตโนมัติ แพทย์จะทำการฉีดยาชาเฉพาะจุดและทำการขลิบ โดยวิธีนี้ใช้เวลาเพียงแค่ 10-15 นาที ข้อดีของวิธีนี้คือ เจ็บน้อย ลดอาการเสียเลือด ทำให้แผลผ่าตัดหายได้เร็วขึ้น อีกทั้งยังลดความเสี่ยงในการติดเชื้อหลังผ่าตัดอีกด้วย 

  • ราคาค่าบริการ : ประมาณ 14,550 บาท 

 

การเตรียมตัวก่อนขลิบ 

ก่อนทำหัตการประเภทนี้ น้องแคร์จะมาบอกวิธีการเตรียมตัวล่วงหน้า ซึ่งมีเพียงไม่กี่ขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้

  1.  ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการขลิบให้เรียบร้อย เช่น ปรึกษาแพทย์ศัลยกรรม และพูดคุยรายละเอียดเกี่ยวกับรูปแบบการทำให้ชัดเจน เพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน
  2. เตรียมร่างกายและจิตใจให้พร้อม แต่ไม่จำเป็นต้องงดน้ำ งดอาหารในวันที่เข้ารับบริการขลิบ เนื่องจากเป็นหัตถการเล็ก ใช้เวลาทำไม่นาน 
  3. แจ้งแพทย์ให้รับทราบเกี่ยวกับโรคประจำตัว ประวัติการแพ้ยาต่าง ๆ เพราะเป็นสิ่งที่สำคัญในการผ่าตัด หากไม่แจ้ง แล้วเกิดแพ้ยาขึ้นมาอาจทำให้เสียชีวิตได้
  4. สวมใส่กางเกงที่สบาย สามารถลุกและนั่งไม่อย่างสะดวก ไม่รัดแน่นบริเวณอวัยวะเพศชาย 

การดูแลตนเองหลังขลิบ

ขลิบอวัยวะเพศ
  1. ก่อนเริ่มทำแพทย์จะมีการฉีดยาชาที่บริเวณอวัยวะเพศชายก่อนขลิบ ทำให้บางครั้งหลังทำเสร็จทันทีอาจยังไม่รู้สึกเจ็บปวดมากนัก แต่เมื่อยาชาจะหมดฤทธิ์ลง อาจทำให้เกิดการปวดบริเวณแผลได้ ดังนั้นให้คุณรับประทานยาแก้ปวด ยาฆ่าเชื้อให้ครบและตรงเวลาตามที่แพทย์สั่ง
  2. พยายามอย่าให้แผลที่เย็บโดนน้ำเพราะบางครั้งอาจทำให้ติดเชื้อได้ แต่คุณสามารถอาบน้ำได้ แต่ควรรีบเช็ดให้แห้งและทายา Antibiotic ตามที่แพทย์สั่ง
  3. หลีกเลี่ยงกิจกรรมทางเพศ หรือการมีเพศสัมพันธ์เพราะจะทำให้อวัยวะเพศเกิดการแข็งตัวได้
  4. พบแพทย์ทันทีหากพบอาการผิดปกติ เช่น เลือดไม่หยุดไหล มีหนองไหลออกมาจากบริเวณแผล มีอาการบวมจนเห็นได้ชัด เป็นต้น 

มีเพศสัมพันธ์ได้เมื่อไหร่หลังการขลิบ? 

เมื่อคุณตัดสินใจจะขลิบแล้ว สิ่งแรกที่คุณควรทราบคือ คุณต้องเว้นระยะห่างในการมีเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 3-4 อาทิตย์ หรือ 1 เดือน เพื่อให้แผลปิดตัวสนิท ไม่มีเลือดหรือมีหนองไหล อย่างไรก็ตาม หากครบ 1 เดือนแล้ว ยังมีความรู้สึกเจ็บปวดบริเวณแผลอยู่ หรือปวดบริเวณอวัยวะเพศในตอนกลางคืน ควรรีบไปพบแพทย์ เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนและนำมาสู่โรคเกี่ยวกับอวัยวะเพศชายในอนาคตได้ 

ข้อดีของการขลิบ 

ถึงแม้เป็นหัตถการที่หนุ่ม ๆ หลายคนเกรงกลัว และวิตกกังวลไม่น้อย แต่การขลิบก็มีข้อดีมากมาย เช่น

  1. คุณสามารถรูดหนังหุ้มปลายลงมาได้สุด เป็นหนึ่งในวิธีการรักษาภาวะหนังหุ้มปลายตีบตันได้ (Phimosis) 
  2. สามารถลดกลิ่นอับชื้นได้ และลดการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะได้
  3. ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งองคชาติในอนาคตได้
  4. ลดความเสี่ยงในการเป็นภาวะหนังหุ้มปลายอักเสบในอนาคตได้
  5. ช่วยลดปัญหาหนังหุ้มปลายตีบรัดขณะทำกิจกรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะกิจกรรมทางเพศ มากไปกว่านั้นยังสามารถลดเชื้อโรคบางชนิดที่อาจเกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ได้

 

สรุป

การขลิบ คือการผ่าตัดนำหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายส่วนเกินออก เพื่อให้ทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น ลดการสะสมของเชื้อโรค ความอับชื้น และช่วยแก้ปัญหาหนังหุ้มปลายตีบได้ ปัจจุบันมีทั้งการขลิบแบบธรรมดา แบบเลเซอร์ และแบบไร้เลือด ซึ่งมีความเจ็บน้อยลง แผลเล็ก และพักฟื้นเร็วกว่าในอดีต โดยหลังทำควรดูแลแผลอย่างเคร่งครัด รับประทานยาตามแพทย์สั่ง และงดมีเพศสัมพันธ์ประมาณ 3-4 สัปดาห์จนกว่าแผลจะหายสนิท

แม้ว่าการขลิบจะเป็นหัตถการที่มีความปลอดภัยสูง แต่ก็ยังมีค่าใช้จ่ายในการรักษา รวมถึงความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อน เช่น แผลติดเชื้อ เลือดออก หรือการรักษาเพิ่มเติมในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินปัสสาวะและอวัยวะเพศ การมีประกันสุขภาพที่ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาล การผ่าตัด และการรักษาโรคที่เกี่ยวข้อง จึงช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและเพิ่มความอุ่นใจเมื่อจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาในอนาคตได้มากขึ้น


บทความแนะนำอื่นๆ : เรื่องสุขภาพที่น่าสนใจ

เมาเฉย ๆ หรือ แพ้แอลกอฮอล์ แรบบิท แคร์ มีคำตอบ คลิก! จริงหรือไม่? ยุงชอบกัดคนใส่เสื้อสีดำ ยุงกัดคนเลือดหวาน ท้องไม่พร้อมมีทางออกอย่างไร ทำแท้งได้หรือไม่? เรามีคำตอบ Admit ไม่ครบ 24 ชั่วโมง เคลมประกันชดเชยรายได้ ได้ไหม? โรคภูมิแพ้ ทำประกันได้ไหม? มีข้อยกเว้นหรือไม่?

 

บทความแคร์สุขภาพ

นักท่องเที่ยวตรวจสอบรายการยาต้องห้ามเข้าญี่ปุ่นก่อนจัดกระเป๋าเดินทาง

แคร์สุขภาพ

ยาต้องห้ามเข้าญี่ปุ่น มีอะไรบ้าง? เช็กก่อนเดินทาง

ก่อนเที่ยวญี่ปุ่น เช็กให้ชัวร์ว่ายาแก้หวัด ยาแก้แพ้ หรือยาประจำตัวของคุณสามารถนำเข้าประเทศได้หรือไม่ พร้อมทำความเข้าใจกฎการนำยาเข้าญี่ปุ่น เอกสารที่ควรเตรียม และข้อควรระวังเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง
Tawan
15/07/2026
ประกันเดินทางคุ้มครองฮันตาไวรัสไหม?

แคร์สุขภาพ

ฮันตาไวรัส คืออะไร? อันตรายแค่ไหน?ประกันเดินทางช่วยเหลือได้แค่ไหน?

ทำความรู้จัก 'ฮันตาไวรัส' (Hantavirus) ภัยเงียบจากสัตว์ฟันแทะที่นักท่องเที่ยวสายธรรมชาติและสายแคมปิ้งไม่ควรมองข้าม ชวนส่องพฤติกรรมเสี่ยง วิธีรับมือเมื่อมีอาการป่วยเฉียบพลันระหว่างทริป
Tawan
09/07/2026
อธิบายเกี่ยวกับ Hay Fever หรือไข้ละอองฟาง อาการ สาเหตุ และสิ่งที่ควรรู้ก่อนเดินทางไปต่างประเทศ พร้อมคำแนะนำการป้องกันและดูแลสุขภาพระหว่างท่องเที่ยว

แคร์สุขภาพ

แพ้อากาศ Hay Fever อันตรายอย่างไร?ทำไมต้องรู้ก่อนไปต่างประเทศ

อาการแพ้อากาศหรือโรคไข้ละอองฟาง (Hay Fever) ไม่เพียงแต่สร้างความรำคาญใจ แต่ความเข้มข้นของละอองเกสรในต่างประเทศอาจทำให้ทริปพังและเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนรุนแรงอย่างหอบหืดกำเริบหรือไซนัสอักเสบ
Tawan
08/07/2026