Co-payment คืออะไร? กฎใหม่ประกันสุขภาพไทย และวิธีวางแผนรับมือ
Co-payment (โคเพย์ หรือค่าใช้จ่ายร่วม) คือเงื่อนไขใหม่ของประกันสุขภาพไทย ที่กำหนดให้ผู้เอาประกันต้องร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาลบางส่วน ตามสัดส่วนที่ระบุในกรมธรรม์ เช่น 10% หรือ 30% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด
คุณต้องการความคุ้มครองแบบไหน?
✨ แผนที่เหมาะกับคุณ
ใช้ฟรี • ไม่มีค่าใช้จ่าย
Co-payment คืออะไร? (Co-payment meaning)
Co-payment หรือ Copay คือ ระบบร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาลระหว่างผู้เอาประกันภัยกับบริษัทประกันภัย โดยจะระบุสัดส่วนการจ่ายไว้ในกรมธรรม์อย่างชัดเจน เช่น ผู้เอาประกันจ่าย 30% บริษัทประกันจ่าย 70%
ตัวอย่าง Co-payment 30% ในค่ารักษาพยาบาล
| รายการ | จำนวนเงิน | ผู้รับผิดชอบ |
|---|---|---|
| ค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด | 10,000 บาท | – |
| ส่วนผู้เอาประกันจ่ายเอง (30%) | 3,000 บาท | ผู้เอาประกัน |
| ส่วนบริษัทประกันจ่าย (70%) | 7,000 บาท | บริษัทประกัน |
What is 10% copayment?
หากกรมธรรม์ระบุ Co-payment 10% หมายถึงผู้เอาประกันต้องร่วมจ่าย 10% ของค่าใช้จ่ายที่เข้าเงื่อนไข เช่น ค่ารักษา 50,000 บาท → ผู้เอาประกันจ่ายเพียง 5,000 บาท บริษัทประกันจ่าย 45,000 บาท
Co-payment scheme ในประเทศไทย
ในประเทศไทย Co-payment ถูกนำมาใช้ในประกันสุขภาพเพื่อลดปัญหาการเคลมเกินความจำเป็น และทำให้ระบบประกันสุขภาพมีความยั่งยืน โดยอ้างอิงตามแนวทางของ คปภ. และ สมาคมประกันชีวิตไทย (TLAA)
จุดประสงค์หลักของ Co-payment
- ลดการเคลมค่ารักษาพยาบาลโดยไม่จำเป็น
- ควบคุมค่าใช้จ่ายของระบบประกันสุขภาพในระยะยาว
- กระตุ้นให้ผู้เอาประกันใช้บริการทางการแพทย์อย่างมีความรับผิดชอบ
เกณฑ์ Co-payment ตามแนวทางสมาคมประกันชีวิตไทย (TLAA)
สมาคมประกันชีวิตไทยได้ออกแนวทาง Co-payment สำหรับสัญญาเพิ่มเติมสุขภาพที่มีอัตราเคลมสูง หากอัตราเคลมเกินเกณฑ์ที่กำหนด ผู้เอาประกันอาจต้องร่วมจ่าย 50% ของค่ารักษาพยาบาลในปีกรมธรรม์ถัดไป
| รูปแบบการเคลม | เงื่อนไขอัตราเคลม | ผลที่ตามมา |
|---|---|---|
| เคลมถี่ วงเงินไม่สูง | จำนวนครั้งเคลมหลายครั้งและอัตราเคลมเกินเกณฑ์ที่บริษัทกำหนด | เริ่มใช้ Co-payment ตาม % ในกรมธรรม์ |
| เคลมวงเงินสูงต่อปี | ยอดเคลมรวมต่อปีสูงเมื่อเทียบกับเบี้ยประกัน | ปิดค่าร่วมจ่าย 50% ของค่ารักษาบางส่วน |
ตัวอย่างคำนวณ Co-payment หลายกรณี
Co-payment ต่างจาก Deductible และ Coinsurance อย่างไร?
| รูปแบบ | นิยาม | วิธีจ่าย | เหมาะกับ |
|---|---|---|---|
| Co-payment | ร่วมจ่ายเป็น % ของค่าใช้จ่ายต่อครั้ง หรือเมื่อเข้าเงื่อนไขที่กำหนด | จ่าย 10% หรือ 30% ของค่ารักษา | คนต้องการเบี้ยถูกลง ยอมรับความเสี่ยงบางส่วน |
| Deductible | จำนวนเงินขั้นต่ำที่ต้องจ่ายเองก่อนที่บริษัทประกันจะเริ่มจ่าย | จ่ายเอง 5,000 แรกก่อน บริษัทประกันค่อยรับส่วนที่เกิน | คนสุขภาพดี เคลมน้อย ต้องการลดเบี้ย |
| Coinsurance | การแบ่งสัดส่วนจ่ายระหว่างบริษัทประกันกับผู้เอาประกัน คล้าย Co-payment | มักใช้รูปแบบ 80/20 ในต่างประเทศ | ระบบประกันสหรัฐฯ / ใช้อธิบายร่วมกับ Co-payment ในไทย |
เปรียบเทียบแผนมี Co-payment vs ไม่มี Co-payment
| คุณสมบัติ | ไม่มี Co-payment | มี Co-payment |
|---|---|---|
| ค่าเบี้ยประกัน | สูงกว่า | ถูกกว่า |
| เงินสำรองที่ต้องเตรียม | น้อย (ไม่ต้องร่วมจ่าย) | มากกว่า ต้องเตรียมเงินร่วมจ่ายตาม % |
| เหมาะกับ | คนที่ไม่ต้องการความเสี่ยงค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม | คนสุขภาพดี เคลมน้อย ต้องการประหยัดเบี้ย |
ข้อดี ข้อเสียของ Co-payment
- ช่วยให้ค่าเบี้ยประกันสุขภาพถูกลง เมื่อเทียบกับแผนที่ไม่มี Co-payment
- เหมาะสำหรับคนสุขภาพดี เคลมน้อย ต้องการประหยัดค่าเบี้ยระยะยาว
- ช่วยลดการเคลมที่ไม่จำเป็น ทำให้ระบบประกันสุขภาพยั่งยืนขึ้น
- ต้องมีเงินสำรองสำหรับร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาลส่วนหนึ่ง
- กรณีค่ารักษาสูงหรือป่วยบ่อย อาจกลายเป็นภาระทางการเงิน
Co-payment ส่งผลต่อประกันสุขภาพอย่างไร และเริ่มใช้เมื่อไหร่
สำหรับประเทศไทย เงื่อนไข Co-payment จะมีผลกับสัญญาเพิ่มเติมสุขภาพที่ออกใหม่ ตามช่วงเวลาที่ คปภ. และบริษัทประกันกำหนด โดยสัญญาเพิ่มเติมสุขภาพที่สมัครตั้งแต่ วันที่ 20 มีนาคม 2568 เป็นต้นไป จะมีเงื่อนไข Co-payment เข้ามาเกี่ยวข้อง
ถ้ามีแผนประกันเดิมอยู่แล้ว ต้องจ่าย Co-payment หรือไม่?
กรณีมีประกันสุขภาพเดิมที่ ไม่มีเงื่อนไข Co-payment อยู่แล้ว โดยทั่วไปจะยังคงใช้เงื่อนไขเดิมตามกรมธรรม์เดิม แต่หากซื้อสัญญาเพิ่มเติมสุขภาพใหม่ หรือปรับแผนคุ้มครอง อาจมีเงื่อนไข Co-payment เข้ามาเกี่ยวข้อง
แรบบิท แคร์ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านประกันสุขภาพ
แรบบิท แคร์ รวบรวมแผนประกันสุขภาพจากหลายบริษัทชั้นนำให้คุณสามารถ เปรียบเทียบประกันสุขภาพ ได้ทั้งด้านราคา ความคุ้มครอง และเงื่อนไขการรักษา ไม่ว่าจะเป็นค่าห้อง ค่าผ่าตัด ค่ารักษาพยาบาล หรือโรคร้ายแรง เพื่อให้คุณเลือกแผนที่เหมาะกับงบประมาณ และความต้องการของคุณได้ง่ายขึ้น พร้อมบริการซื้อประกันสุขภาพออนไลน์ในที่เดียว
- เปรียบเทียบประกันสุขภาพจากหลายบริษัทในหน้าเดียว
- เลือกแผนความคุ้มครองได้ตามงบประมาณและความต้องการ
- มีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำก่อนตัดสินใจซื้อ
บริษัท แรบบิท แคร์ โบรคเกอร์ จำกัด เป็นนายหน้าประกันภัยที่ได้รับอนุญาตจาก คปภ. โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นในกรมธรรม์ก่อนตัดสินใจทำประกันทุกครั้ง
สรุป
Co-payment คือระบบร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาลระหว่างผู้เอาประกันกับบริษัทประกัน ตามสัดส่วนที่ระบุในกรมธรรม์ เช่น 10% หรือ 30% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด ซึ่งนำมาใช้ในประเทศไทยตามแนวทางของ คปภ. และสมาคมประกันชีวิตไทย (TLAA) เพื่อลดการเคลมที่ไม่จำเป็นและทำให้ระบบประกันสุขภาพยั่งยืนในระยะยาว โดยมีผลกับสัญญาเพิ่มเติมสุขภาพที่ออกใหม่ตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2568 เป็นต้นไป ข้อดีคือช่วยให้เบี้ยประกันถูกลง แต่ข้อเสียคือต้องเตรียมเงินสำรองไว้ร่วมจ่าย โดยเฉพาะกรณีค่ารักษาพยาบาลสูง จึงควรเปรียบเทียบประกันสุขภาพที่มีและไม่มี Co-payment ให้เหมาะกับสุขภาพและงบประมาณของตนเอง
ที่มา

Tawan นักเขียนมืออาชีพด้านประกันรถยนต์และประกันชีวิตที่จบปริญญาตรี สาขาภาษาศาสตร์ (สาขาย่อย การตลาด) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
พร้อมใบอนุญาตนายหน้าประกันชีวิตและประกันวินาศภัยจากสำนักงานคณะกรรมการประกันภัย (OIC) มีประสบการณ์กว่า 7 ปี ในการสื่อสารองค์กร การจัดการสื่อการตลาด การเขียนเนื้อหา และกลยุทธ์ SEO
มีความเชี่ยวชาญในการเขียนเนื้อหา Motor Insurance, Fire, Marine และ Miscellaneous Insurance มีประสบการณ์ทำงานกับ Rabbit Care (บริษัทเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ประกันชั้นนำของไทย) , Asia Direct Broker (บริษัทเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ประกันรถยนต์)และ Syn Mun Kong Insurance (บริษัทประกันวินาศภัยชั้นนำไทย SET-listed)

