Co-payment คืออะไร? กฎใหม่ประกันสุขภาพไทย และวิธีวางแผนรับมือ

Natthamon
ผู้เขียน: Natthamon Published: มีนาคม 2, 2026
Natthamon
Natthamon
Natthamon เป็นนักเขียนคอนเทนต์และผู้เชี่ยวชาญด้านประกันรถยนต์ มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ในอุตสาหกรรม FinTech ยานยนต์ และประกันภัย จบการศึกษา MBA สาขาการสื่อสารการตลาด และได้รับใบอนุญาตผู้แนะนำการลงทุน (IC License – Complex 2) รวมถึงเป็นตัวแทนประกันชีวิตที่ได้รับใบอนุญาต ด้วยพื้นฐานด้านการเป็นผู้แนะนำการลงทุนที่ได้รับใบอนุญาต ทำให้ Natthamon มีความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ประกัน ประกันสุขภาพ และบริการทางการเงิน สามารถสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ถูกต้อง น่าเชื่อถือ และตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง เชี่ยวชาญด้านการเขียนบทความประกันรถยนต์ การเปรียบเทียบความคุ้มครอง และการให้ความรู้ด้านประกันในหลากหลายประเภท Natthamon มีประสบการณ์ร่วมงานกับองค์กรชั้นนำ ได้แก่ Rabbit Care, CARSOME, DirectAsia Insurance และ GoBear
Co-payment คืออะไร

Co-payment (โคเพย์ หรือค่าใช้จ่ายร่วม) คือเงื่อนไขใหม่ของประกันสุขภาพไทย ที่กำหนดให้ผู้เอาประกันต้องร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาลบางส่วน ตามสัดส่วนที่ระบุในกรมธรรม์ เช่น 10% หรือ 30% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด

คุณต้องการความคุ้มครองแบบไหน?

✨ แผนที่เหมาะกับคุณ

⚠️ ข้อมูลนี้เป็นเพียงการประเมินเบื้องต้น รายละเอียดและเบี้ยจริงอาจแตกต่าง กรุณาตรวจสอบก่อนตัดสินใจ

ใช้ฟรี • ไม่มีค่าใช้จ่าย

Co-payment คืออะไร? (Co-payment meaning)

Co-payment หรือ Copay คือ ระบบร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาลระหว่างผู้เอาประกันภัยกับบริษัทประกันภัย โดยจะระบุสัดส่วนการจ่ายไว้ในกรมธรรม์อย่างชัดเจน เช่น ผู้เอาประกันจ่าย 30% บริษัทประกันจ่าย 70%

ตัวอย่าง Co-payment 30% ในค่ารักษาพยาบาล

รายการ จำนวนเงิน ผู้รับผิดชอบ
ค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด 10,000 บาท
ส่วนผู้เอาประกันจ่ายเอง (30%) 3,000 บาท ผู้เอาประกัน
ส่วนบริษัทประกันจ่าย (70%) 7,000 บาท บริษัทประกัน

What is 10% copayment?

หากกรมธรรม์ระบุ Co-payment 10% หมายถึงผู้เอาประกันต้องร่วมจ่าย 10% ของค่าใช้จ่ายที่เข้าเงื่อนไข เช่น ค่ารักษา 50,000 บาท → ผู้เอาประกันจ่ายเพียง 5,000 บาท บริษัทประกันจ่าย 45,000 บาท

Co-payment scheme ในประเทศไทย

ในประเทศไทย Co-payment ถูกนำมาใช้ในประกันสุขภาพเพื่อลดปัญหาการเคลมเกินความจำเป็น และทำให้ระบบประกันสุขภาพมีความยั่งยืน โดยอ้างอิงตามแนวทางของ คปภ. และ สมาคมประกันชีวิตไทย (TLAA)

จุดประสงค์หลักของ Co-payment

  • ลดการเคลมค่ารักษาพยาบาลโดยไม่จำเป็น
  • ควบคุมค่าใช้จ่ายของระบบประกันสุขภาพในระยะยาว
  • กระตุ้นให้ผู้เอาประกันใช้บริการทางการแพทย์อย่างมีความรับผิดชอบ

เกณฑ์ Co-payment ตามแนวทางสมาคมประกันชีวิตไทย (TLAA)

สมาคมประกันชีวิตไทยได้ออกแนวทาง Co-payment สำหรับสัญญาเพิ่มเติมสุขภาพที่มีอัตราเคลมสูง หากอัตราเคลมเกินเกณฑ์ที่กำหนด ผู้เอาประกันอาจต้องร่วมจ่าย 50% ของค่ารักษาพยาบาลในปีกรมธรรม์ถัดไป

รูปแบบการเคลม เงื่อนไขอัตราเคลม ผลที่ตามมา
เคลมถี่ วงเงินไม่สูง จำนวนครั้งเคลมหลายครั้งและอัตราเคลมเกินเกณฑ์ที่บริษัทกำหนด เริ่มใช้ Co-payment ตาม % ในกรมธรรม์
เคลมวงเงินสูงต่อปี ยอดเคลมรวมต่อปีสูงเมื่อเทียบกับเบี้ยประกัน ปิดค่าร่วมจ่าย 50% ของค่ารักษาบางส่วน
* เกณฑ์จริงให้ยึดตามเอกสารจาก คปภ. และ TLAA และเงื่อนไขในกรมธรรม์ของแต่ละบริษัท

ตัวอย่างคำนวณ Co-payment หลายกรณี

1
ค่ารักษา 10,000 บาท · Co-payment 30%
ค่าใช้จ่ายรวม
10,000 บาท
ผู้เอาประกันจ่ายเอง (30%)
3,000 บาท
บริษัทประกันจ่าย (70%)
7,000 บาท
2
ค่ารักษา 50,000 บาท · Co-payment 10%
ค่าใช้จ่ายรวม
50,000 บาท
ผู้เอาประกันจ่ายเอง (10%)
5,000 บาท
บริษัทประกันจ่าย (90%)
45,000 บาท
3
ค่ารักษา 300,000 บาท · Co-payment 30%
ค่าใช้จ่ายรวม
300,000 บาท
ผู้เอาประกันจ่ายเอง (30%)
90,000 บาท
บริษัทประกันจ่าย (70%)
210,000 บาท
⚠️ จะเห็นว่า Co-payment มีผลโดยตรงต่อเงินสำรองที่ต้องเตรียมไว้ โดยเฉพาะกรณีค่ารักษาสูง ควรวางแผนให้สอดคล้องกับงบประมาณและความเสี่ยงสุขภาพของตนเอง

Co-payment ต่างจาก Deductible และ Coinsurance อย่างไร?

รูปแบบ นิยาม วิธีจ่าย เหมาะกับ
Co-payment ร่วมจ่ายเป็น % ของค่าใช้จ่ายต่อครั้ง หรือเมื่อเข้าเงื่อนไขที่กำหนด จ่าย 10% หรือ 30% ของค่ารักษา คนต้องการเบี้ยถูกลง ยอมรับความเสี่ยงบางส่วน
Deductible จำนวนเงินขั้นต่ำที่ต้องจ่ายเองก่อนที่บริษัทประกันจะเริ่มจ่าย จ่ายเอง 5,000 แรกก่อน บริษัทประกันค่อยรับส่วนที่เกิน คนสุขภาพดี เคลมน้อย ต้องการลดเบี้ย
Coinsurance การแบ่งสัดส่วนจ่ายระหว่างบริษัทประกันกับผู้เอาประกัน คล้าย Co-payment มักใช้รูปแบบ 80/20 ในต่างประเทศ ระบบประกันสหรัฐฯ / ใช้อธิบายร่วมกับ Co-payment ในไทย

เปรียบเทียบแผนมี Co-payment vs ไม่มี Co-payment

คุณสมบัติ ไม่มี Co-payment มี Co-payment
ค่าเบี้ยประกัน สูงกว่า ถูกกว่า
เงินสำรองที่ต้องเตรียม น้อย (ไม่ต้องร่วมจ่าย) มากกว่า ต้องเตรียมเงินร่วมจ่ายตาม %
เหมาะกับ คนที่ไม่ต้องการความเสี่ยงค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม คนสุขภาพดี เคลมน้อย ต้องการประหยัดเบี้ย

ข้อดี ข้อเสียของ Co-payment

ข้อดี
  • ช่วยให้ค่าเบี้ยประกันสุขภาพถูกลง เมื่อเทียบกับแผนที่ไม่มี Co-payment
  • เหมาะสำหรับคนสุขภาพดี เคลมน้อย ต้องการประหยัดค่าเบี้ยระยะยาว
  • ช่วยลดการเคลมที่ไม่จำเป็น ทำให้ระบบประกันสุขภาพยั่งยืนขึ้น
ข้อเสีย
  • ต้องมีเงินสำรองสำหรับร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาลส่วนหนึ่ง
  • กรณีค่ารักษาสูงหรือป่วยบ่อย อาจกลายเป็นภาระทางการเงิน

Co-payment ส่งผลต่อประกันสุขภาพอย่างไร และเริ่มใช้เมื่อไหร่

สำหรับประเทศไทย เงื่อนไข Co-payment จะมีผลกับสัญญาเพิ่มเติมสุขภาพที่ออกใหม่ ตามช่วงเวลาที่ คปภ. และบริษัทประกันกำหนด โดยสัญญาเพิ่มเติมสุขภาพที่สมัครตั้งแต่ วันที่ 20 มีนาคม 2568 เป็นต้นไป จะมีเงื่อนไข Co-payment เข้ามาเกี่ยวข้อง

เงื่อนไขจริงให้ตรวจสอบจากกรมธรรม์ของแต่ละบริษัทเสมอ เนื่องจากอาจมีความแตกต่างกัน

ถ้ามีแผนประกันเดิมอยู่แล้ว ต้องจ่าย Co-payment หรือไม่?

กรณีมีประกันสุขภาพเดิมที่ ไม่มีเงื่อนไข Co-payment อยู่แล้ว โดยทั่วไปจะยังคงใช้เงื่อนไขเดิมตามกรมธรรม์เดิม แต่หากซื้อสัญญาเพิ่มเติมสุขภาพใหม่ หรือปรับแผนคุ้มครอง อาจมีเงื่อนไข Co-payment เข้ามาเกี่ยวข้อง

แรบบิท แคร์ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านประกันสุขภาพ

แรบบิท แคร์ รวบรวมแผนประกันสุขภาพจากหลายบริษัทชั้นนำให้คุณสามารถ เปรียบเทียบประกันสุขภาพ ได้ทั้งด้านราคา ความคุ้มครอง และเงื่อนไขการรักษา ไม่ว่าจะเป็นค่าห้อง ค่าผ่าตัด ค่ารักษาพยาบาล หรือโรคร้ายแรง เพื่อให้คุณเลือกแผนที่เหมาะกับงบประมาณ และความต้องการของคุณได้ง่ายขึ้น พร้อมบริการซื้อประกันสุขภาพออนไลน์ในที่เดียว

  • เปรียบเทียบประกันสุขภาพจากหลายบริษัทในหน้าเดียว
  • เลือกแผนความคุ้มครองได้ตามงบประมาณและความต้องการ
  • มีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำก่อนตัดสินใจซื้อ

บริษัท แรบบิท แคร์ โบรคเกอร์ จำกัด เป็นนายหน้าประกันภัยที่ได้รับอนุญาตจาก คปภ. โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นในกรมธรรม์ก่อนตัดสินใจทำประกันทุกครั้ง

สรุป

Co-payment คือระบบร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาลระหว่างผู้เอาประกันกับบริษัทประกัน ตามสัดส่วนที่ระบุในกรมธรรม์ เช่น 10% หรือ 30% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด ซึ่งนำมาใช้ในประเทศไทยตามแนวทางของ คปภ. และสมาคมประกันชีวิตไทย (TLAA) เพื่อลดการเคลมที่ไม่จำเป็นและทำให้ระบบประกันสุขภาพยั่งยืนในระยะยาว โดยมีผลกับสัญญาเพิ่มเติมสุขภาพที่ออกใหม่ตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2568 เป็นต้นไป ข้อดีคือช่วยให้เบี้ยประกันถูกลง แต่ข้อเสียคือต้องเตรียมเงินสำรองไว้ร่วมจ่าย โดยเฉพาะกรณีค่ารักษาพยาบาลสูง จึงควรเปรียบเทียบประกันสุขภาพที่มีและไม่มี Co-payment ให้เหมาะกับสุขภาพและงบประมาณของตนเอง

ที่มา

 

บทความแคร์ความคุ้มครองประกันสุขภาพ

วัคซีนและตรวจพัฒนาการเด็ก ประกันจ่ายให้ไหม?

แคร์ความคุ้มครองประกันสุขภาพ

วัคซีนและตรวจพัฒนาการเด็ก ประกันจ่ายให้ไหม?

"วัคซีนเด็กเบิกประกันสุขภาพได้ไหม?" บทความนี้รวบรวมข้อมูลครบ ทั้งรายการวัคซีนที่เบิกได้ ตารางฉีดตามวัย และวิธีใช้สิทธิประกันสุขภาพให้คุ้มค่าที่สุด
Natthamon
14/05/2026