New Health Standard คปภ.บังคับใช้ คืออะไร? รู้ไว้ก่อนซื้อประกันสุขภาพ

Nok Srihong
ผู้เขียน: Nok Srihong Published: กันยายน 9, 2022
Nok Srihong
Nok Srihong
จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาการจัดการการเงิน มหาวิทยาลัยขอนแก่น มีประสบการณ์กว่า 6 ปี ในวงการฟินเทชและการเงินส่วนบุคคล โดยเฉพาะบัตรเครดิต สินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถยนต์ และรีไฟแนนซ์ ผ่านการเขียนคอนเทนต์ให้ Rabbit Care และ Asia Direct (6+ ปี) เน้นรีวิวผลิตภัณฑ์ สิทธิประโยชน์บัตรเครดิต และกลยุทธ์บริหารหนี้ ก่อนหน้านี้ ทำงานในอุตสาหกรรม OTA ชั้นนำอย่าง Laterooms.com และ Expedia.com (12 ปี) ซึ่งเสริมทักษะการวางแผนทางการเงินต่อทริป และยังเชี่ยวชาญการเลือกประกันการเดินทางที่คุ้มค่าและคุ้มครองชีวิตตลอดทริปสำหรับนักเดินทาง
Nok Srihong
แก้ไขโดย: Tawan Last edited: กันยายน 15, 2022
Nok Srihong
Tawan
Tawan นักเขียนมืออาชีพด้านประกันรถยนต์และประกันชีวิตที่จบปริญญาตรี สาขาภาษาศาสตร์ (สาขาย่อย การตลาด) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมใบอนุญาตนายหน้าประกันชีวิตและประกันวินาศภัยจากสำนักงานคณะกรรมการประกันภัย (OIC) มีประสบการณ์กว่า 7 ปี ในการสื่อสารองค์กร การจัดการสื่อการตลาด การเขียนเนื้อหา และกลยุทธ์ SEO มีความเชี่ยวชาญในการเขียนเนื้อหา Motor Insurance, Fire, Marine และ Miscellaneous Insurance มีประสบการณ์ทำงานกับ Rabbit Care (บริษัทเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ประกันชั้นนำของไทย) , Asia Direct Broker (บริษัทเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ประกันรถยนต์)และ Syn Mun Kong Insurance (บริษัทประกันวินาศภัยชั้นนำไทย SET-listed)
คปภ. กำหนด New Health Standard

เรียกได้ว่าเป็นการปรับปรุงมาตรฐานการประกันสุขภาพครั้งใหญ่ ที่มีผลบังคับใช้เป็นที่เรียบร้อยแล้วโดย คปภ. เมื่อวันที่ 1 ก.ค. ที่ผ่านมา หลังจากที่ไม่ได้มีการปรับปรุงมายาวนานกว่า 15 ปี และการปรับปรุงมาตรฐานประกันสุขภาพแบบใหม่ หรือ New Health Standard ของ คปภ. ในครั้งนี้ จะมีอะไรเปลี่ยนไปจากเดิมบ้าง ส่งผลอย่างไรบ้างกับเรา น้องแคร์ขออาสาพาทุกคนไปทำความรู้จักเอง

คุณต้องการความคุ้มครองแบบไหน?

✨ แผนที่เหมาะกับคุณ

⚠️ ข้อมูลนี้เป็นเพียงการประเมินเบื้องต้น รายละเอียดและเบี้ยจริงอาจแตกต่าง กรุณาตรวจสอบก่อนตัดสินใจ

ใช้ฟรี • ไม่มีค่าใช้จ่าย

New Health Standard คืออะไรนะ? 

New Health Standard หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า มาตรฐานประกันสุขภาพแบบใหม่ ก็คือ หลักเกณฑ์ที่ คปภ. กำหนดมาเพื่อบังคับใช้กับทุกบริษัทประกัน ในการออกแบบแผนประกันสุขภาพ ให้ตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงในปัจจุบันมากขึ้น โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์ เพื่อลดช่องว่างต่าง ๆ ของประกันสุขภาพให้ดียิ่งขึ้น แก้ปัญหาเรื้อรังสะสม ของประกันสุขภาพให้ดียิ่งขึ้น

ทำไมประกันสุขภาพ ต้องปรับให้เป็น New Health Standard ?

จริง ๆ แล้ววัตถุประสงค์หลักของการปรับปรุงมาตรฐานประกันสุขภาพ ให้เป็น New Health Standard หรือ มาตรฐานประกันสุขภาพแบบใหม่นั้น ก็เพื่อช่วยแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่สะสมมายาวนานของประกันสุขภาพให้หมดไป หรือเกิดปัญหาน้อยที่สุดไม่ว่าจะเป็น

  • แก้ปัญหา การยกเลิกการต่ออายุสัญญากรมธรรม์

เป็นปัญหาที่สร้างความรู้สึกไม่ดีให้กับผู้เอาประกันไม่น้อยเลย สำหรับการที่บริษัทประกันมีสิทธิ์ที่จะยกเลิกการต่ออายุสัญญากรมธรรม์ของเราได้ โดยมีการระบุไว้ในสัญญาเด่นชัด ว่า “บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการต่ออายุในรอบปีกรมธรรม์ถัดไป” แม้ว่าการระบุดังกล่าวจะมีวัตถุประสงค์เพื่อการคัดผู้เอาประกันที่มีการเคลมเยอะแบบผิดปกติออกก็ตาม แต่ในทางปฏิบัติแล้ว ก็ถือได้ว่าเป็นการเอื้อโอกาสให้กับบริษัทประกัน สามารถนำข้อสัญญานี้ มาใช้เพื่อไม่ต่อสัญญากับผู้เอาประกันที่เคลมอย่างสุจริตตามความจำเป็นของแพทย์ เพื่อลดความเสี่ยงของตัวเองได้

ประกันสุขภาพ ที่เปลี่ยนเป็น New Health Standard แล้ว จึงมาช่วยแก้ปัญหาในส่วนนี้ โดยการระบุเงื่อนไขให้บริษัทประกันมีสิทธิ์ยกเลิกการต่ออายุสัญญากรมธรรม์ได้ ก็ต่อเมื่อ 

1. ผู้เอาประกันแถลงข้อมูลเท็จ

2. ผู้เอาประกันเรียกร้องผลประโยชน์ในการรักษาโดยไม่มีความจำเป็นทางการแพทย์

3. ผู้เอาประกันเรียกร้องผลประโยชน์ค่าชดเชยจากการรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน ในโรงพยาบาล รวมทุกบริษัทประกันเกินกว่ารายได้ที่แท้จริง

  • แก้ปัญหา การเพิ่มค่าเบี้ยประกันเป็นรายบุคคล กรณีมีการเคลมในรอบปีกรมธรรม์สูง

ตามมาตรฐานประกันสุขภาพฉบับเก่า การเพิ่มค่าเบี้ยประกัน บริษัทประกันจะสามารถเพิ่มเป็นรายบุคคลได้ เพื่อทำให้ผู้เอาประกันที่เคลมประกันมากกว่าปกติ จ่ายเบี้ยสูงขึ้น ตามความเสี่ยงที่สูงขึ้นของตนเอง แต่ในขณะเดียวกันวิธีการเพิ่มเบี้ยแบบนี้ ก็เป็นข้อกังขาอยู่ไม่น้อย ว่าจะเป็นการแสวงหากำไรเพิ่มเติมของบริษัทประกันหรือไม่ 

New Health Standard จึงเป็นทางออกที่ดีของปัญหานี้ โดยเปลี่ยนเงื่อนไขการเพิ่มเบี้ยประกันกรณีมีการเคลมสูง จากรายบุคคล มาเป็นการเพิ่มเบี้ยประกันผู้เอาประกันทั้งหมด โดยพิจารณาจากอัตราการเคลมโดยรวม ซึ่งในส่วนนี้ก็จะส่งผลดีกับกลุ่มคนที่เป็นโรคเรื้อรัง ที่มีการเคลมค่ารักษาตามความจำเป็นทางการแพทย์จริง ๆ ไม่ถูกเพิ่มเบี้ยประกันเป็นรายบุคคลในปีถัดไป อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนเงื่อนไขการเพิ่มเบี้ยประกันนี้ ก็อาจจะทำให้เกิดผลกระทบกับผู้เอาประกันคนอื่น ที่ไม่ค่อยได้เคลม หรือไม่ได้เคลมเลยในรอบปีกรมธรรม์นั้น ๆ เนื่องจากจะต้องมาแบกรับภาระถูกปรับเบี้ยประกันขึ้นไปด้วย 

ดังนั้นมาตรฐานประกันสุขภาพแบบใหม่ จึงแก้เกมส์ โดยการเปิดโอกาสให้บริษัทประกันใช้ดุลพินิจในการพิจารณาลดอัตราการรับประกันเป็นรายบุคคลแทน เพื่อรับความเสี่ยงน้อยลง ตัวอย่างเช่น เดิมรับประกันสิทธิค่ารักษาพยาบาล 100% ก็จะเหลือการรับประกันสิทธิค่ารักษาต่ำสุดที่ 70% แทน ทำให้ผู้เอาประกันภัยต้องออกค่ารักษาพยาบาล 30% ที่เหลือเอง เป็นต้น เรียกวิธีการแบบนี้ว่า Co-payment ทั้งนี้ก็เพื่อให้เกิดความยุติธรรมมากที่สุด ระหว่างผู้เอาประกันภัยที่มีความจำเป็นต้องเคลมบ่อย และผู้เอาประกันที่ไม่ค่อยได้เคลม หรือไม่เคลมเลย นั่นเอง

New Health Standard เป็นตัวช่วยที่ดีในการแก้ปัญหาประกันสุขภาพแบบเก่า
  • แก้ปัญหา หมวดหมู่ผลประโยชน์ความคุ้มครองเข้าใจยาก เปรียบเทียบกันลำบาก และมีข้อจำกัดด้านค่ารักษาพยาบาล

เป็นอีกหนึ่งปัญหาของคนที่กำลังตัดสินใจเลือกทำประกันสุขภาพ ว่าจะเลือกแผนประกันสุขภาพของบริษัทไหนดี บริษัทไหนให้ผลประโยชน์ดีกว่ากัน เปรียบเทียบกันลำบาก เนื่องจากก่อนหน้าที่จะมีการบังคับใช้มาตรฐานประกันสุขภาพแบบใหม่ แต่ละบริษัทประกันก็มักจะมีหมวดหมู่ผลประโยชน์ที่แตกต่างกันออกไป แม้กระทั่งการเรียงลำดับผลประโยชน์ ก็เรียงลำดับแตกต่างกันไป แถมยังซ่อนเงื่อนไขแอบแฝงบางรายการอีกด้วย ทำให้ต้องใช้เวลาในการพิจารณานานมาก

ด้วยเหตุนี้เอง ประกันสุขภาพแบบใหม่ จึงมีการปรับเปลี่ยนการจัดหมวดหมู่ผลประโยชน์ความคุ้มครอง ให้ทุกบริษัทประกันใช้กฎเกณฑ์เดียวกัน โดยกำหนดให้ มี 13 หมวดหมู่เพื่อให้ง่ายต่อการเปรียบเทียบ ดังนี้

หมวดที่ 1: ค่าห้องและค่าอาหาร ค่าบริการในโรงพยาบาล (ผู้ป่วยใน IPD) ต่อการเข้าพักรักษาเป็นผู้ป่วยในครั้งใดครั้งหนึ่ง (รวมสูงสุดไม่เกิน 180 วัน)

หมวดที่ 2: ค่าบริการทางการแพทย์เพื่อการตรวจวินิจฉัยหรือบำบัดรักษา ค่าบริการโลหิตและส่วนประกอบของโลหิต ค่าบริการทางการพยาบาล ค่ายา ค่าสารอาหารทางหลอดเลือด และค่าเวชภัณฑ์ ต่อการเข้าพักรักษาเป็นผู้ป่วยในครั้งใดครั้งหนึ่ง

หมวดที่ 3: ค่าผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม (แพทย์) ตรวจรักษา ต่อการเข้าพักรักษาเป็นผู้ป่วยในครั้งใดครั้งหนึ่ง (สูงสุดไม่เกิน 180 วัน)

หมวดที่ 4: ค่ารักษาพยาบาลโดยการผ่าตัด (ศัลยกรรม) และหัตถการ ต่อการเข้าพักรักษาเป็นผู้ป่วยในครั้งใดครั้งหนึ่ง

หมวดที่ 5: การผ่าตัดใหญ่ที่ไม่ต้องเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน (Day Surgery)

หมวดที่ 6: ค่าบริการทางการแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยที่เกี่ยวข้องโดยตรงก่อนและหลังการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน หรือค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอกที่ต่อเนื่องเกี่ยวข้องโดยตรงหลังการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน ต่อการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในครั้งใดครั้งหนึ่ง

หมวดที่ 7: ค่ารักษาพยาบาลการบาดเจ็บ กรณีผู้ป่วยนอก ภายใน 24 ชั่วโมง ของการเกิดอุบัติเหตุต่อครั้ง

หมวดที่ 8: ค่าเวชศาสตร์ฟื้นฟู หลังการเข้าพักรักษาเป็นผู้ป่วยใน สูงสุดไม่เกิน 30 วันต่อโรค แต่ละครั้ง ต่อรอบปี
กรมธรรม์

หมวดที่ 9: ค่าบริการทางการแพทย์เพื่อการบำบัดรักษาโรคไตวายเรื้อรัง โดยการล้างไตผ่านทางเส้นเลือด ต่อรอบปี
กรมธรรม์

หมวดที่ 10: ค่าบริการทางการแพทย์เพื่อการบำบัดรักษาโรคมะเร็ง โดยรังสีรักษา รังสีร่วมรักษา เวชศาสตร์นิวเคลียร์รักษา ต่อรอบปีกรมธรรม์

หมวดที่ 11: ค่าบริการทางการแพทย์เพื่อการบำบัดรักษาโรคมะเร็ง โดยเคมีบำบัด ต่อรอบปีกรมธรรม์

หมวดที่ 12: ค่าบริการรถพยาบาลฉุกเฉิน

หมวดที่ 13: ค่ารักษาพยาบาล โดยการผ่าตัดเล็ก

  • แก้ปัญหา ข้อยกเว้นในสัญญากรมธรรม์บางข้อที่ไม่เหมาะสม เคลมไม่ได้

ก่อนจะมีการบังคับใช้ประกันสุขภาพมาตรฐานใหม่ บริษัทประกันมีการกำหนดข้อยกเว้น ที่จะไม่รับเคลม ในสัญญากรมธรรม์ ไว้ทั้งหมด 26 ข้อ โดยในบางข้อนั้น ก็เป็นข้อยกเว้นที่อาจจะไม่สมเหตุสมผล ไม่เหมาะสม ทำให้เกิดปัญหาในการเคลมตามมา

และเมื่อมีการบังคับใช้ประกันสุขภาพมาตรฐานใหม่แล้ว จึงมีการแก้ไขข้อยกเว้นในสัญญากรมธรรม์ ให้เหลือเพียง 21 ข้อ จาก 26 ข้อ โดยได้มีการตัดข้อยกเว้นที่ไม่สมเหตุสมผล ออกไปทั้งหมด 5 ข้อ เพื่อให้เกิดความเหมาะสมและครอบคลุมในกรณีการเคลมมากขึ้น ดังนี้

1. การบาดเจ็บที่เกิดขึ้นขณะที่ผู้เอาประกันภัยเข้าร่วม ทะเลาะวิวาท หรือมีส่วนยั่วยุ ให้เกิดการทะเลาะวิวาท

2. การบาดเจ็บที่เกิดขึ้นขณะที่ผู้เอาประกันภัย กำลังขึ้น หรือ กำลังลง หรือ ขณะโดยสาร อยู่ในอากาศยานที่มิได้จดทะเบียนเพื่อบรรทุกผู้โดยสาร และมิได้เป็นสายการบินพาณิชย์

3. การบาดเจ็บที่เกิดขึ้นขณะที่ผู้เอาประกันภัย ขับขี่หรือปฏิบัติหน้าที่เป็นพนักงานประจำ ในอากาศยานใด ๆ

4. การบาดเจ็บที่เกิดขึ้นขณะที่ผู้เอาประกันภัย ปฏิบัติหน้าที่เป็นทหาร ตำรวจ หรืออาสามัคร และเข้าปฏิบัติการในสงครามหรือปราบปราม

5. การระเบิดของกัมมันตภาพรังสี หรือส่วนประกอบของนิวเคลียร์ หรือวัตถุอันตรายอื่นใด ที่อาจเกิดจากการระเบิดในกระบวนการนิวเคลียร์ได้

  • แก้ปัญหา การผ่าตัดแบบไม่ต้องนอนโรงพยาบาล เคลมได้เป็นบางโรค

ใครที่กำลังดู ๆ แผนประกันสุขภาพก่อนหน้านี้ ก็จะเป็นที่ทราบกันดีว่า ในหมวดหมู่ผลประโยชน์ความคุ้มครองการผ่าตัดแบบไม่ต้องนอนโรงพยาบาล (Day Surgery) บริษัทประกันจะมีการกำหนดชื่อโรค 21 เคส ที่สามารถเคลมค่ารักษาแบบผู้ป่วยใน IPD ได้ แม้ไม่ได้แอดมิดก็ตาม แน่นอนว่าหากคุณได้รับการผ่าตัดแบบไม่ต้องนอนโรงพยาบาล แต่ไม่ได้อยู่ใน 21 เคส คุณก็จะไม่สามารถเคลมในหมวดนี้ได้ ก็ดูไม่ค่อยจะแฟร์เท่าไหร่กับผู้เอาประกันอย่างเรา 

และเช่นเดียวกัน เมื่อมีการปรับเปลี่ยน มาเป็น New Health Standard ก็ทำให้ปัญหานี้ก็จบลงไปได้ด้วยดี นั่นเพราะประกันสุขภาพแบบใหม่ ในหมวดหมู่ผลประโยชน์ความคุ้มครองการผ่าตัดแบบไม่ต้องนอนโรงพยาบาล (Day Surgery) จะไม่มีการระบุชื่อโรค 21 เคส อีกต่อไป แต่จะกำหนดเป็นลักษณะของคำนิยามของการผ่าตัดที่มีความครอบคลุมแทน อย่างเช่น การผ่าตัดใหญ่ที่ไม่ต้องเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในในโรงพยาบาล หรือ การผ่าตัดเล็ก ระดับผิวหนัง หรือชั้นใต้ผิวหนัง หรือชั้นเยื่อบุ โดยใช้ยาชาเฉพาะที่ หรือเฉพาะบริเวณ แทนนั่นเอง แบบนี้ก็จะทำให้ครอบคลุมกรณีการเคลมมากขึ้น

New Health Standard ทำให้ประกันสุขภาพครอบคลุมการรักษามากขึ้น

คนที่มีประกันสุขภาพอยู่แล้ว แต่ยังไม่ได้ปรับเป็น New Health Standard ต้องทำอย่างไร ?

สำหรับคนที่มีประกันสุขภาพฉบับก่อนจะมีการบังคับใช้ประกันสุขภาพมาตรฐานใหม่ ก็ไม่ต้องเป็นกังวลแต่อย่างใด เนื่องจากหลายบริษัทประกันจะมีการปรับอัตโนมัติ มาใช้มาตรฐานใหม่นี้อยู่แล้ว แต่สำหรับบางกรมธรรม์ ที่ไม่สามารถปรับมาเป็น New Health Standard ได้ น้องแคร์ ขอแนะนำให้ลองเช็คค่าเบี้ย ประกันสุขภาพทั้งแบบเก่าและแบบใหม่ เพื่อดูความแตกต่าง ทั้งเรื่องค่าเบี้ยและผลประโยชน์ความคุ้มครอง ก่อนตัดสินใจอีกครั้ง หากประสงค์ที่จะต่ออายุสัญญาในกรมธรรม์แบบเก่าต่อไป ก็สามารถทำได้ หรือจะต่ออายุสัญญาในกรมธรรม์แบบเก่า และซื้อประกันสุขภาพแบบใหม่เพิ่มไปด้วย เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยงในการเคลมและเพิ่มผลประโยชน์ความคุ้มครอง ก็ทำได้เช่นกัน 

และไม่ว่าคุณกำลังมองหาประกันสุขภาพ เพื่อความคุ้มครอง เพื่อความอุ่นใจ เพื่อลดหย่อนภาษี หรือเพื่อเหตุผลอะไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดในการซื้อประกันสุขภาพ ก็คือสุขภาพของคุณ การซื้อประกันสุขภาพให้คุ้มค่ามากที่สุด ไม่ใช่การซื้อประกันสุขภาพที่ค่าเบี้ยถูกที่สุด แต่เป็นการซื้อประกันสุขภาพในขณะที่สุขภาพของเราแข็งแรงเป็นปกติ ไม่มีโรคใด ๆ มาเป็นเพื่อนเรา เพราะนั่นจะทำให้คุณได้รับความคุ้มครองแบบครบถ้วน ไม่มีข้อยกเว้นใด ๆ ในการเคลม 

เลือกทำประกันสุขภาพ New Health Standard ตอนสุขภาพดี

ถ้าเราซื้อประกันสุขภาพตั้งแต่อายุน้อย ๆ ผลพลอยได้ที่ดีมาก ๆ ก็คือ ทำให้เราซื้อประกันสุขภาพได้แบบค่าเบี้ยไม่แพง เมื่อเทียบกับคนอายุเยอะ

คุ้มทั้งเรื่องผลประโยชน์ความคุ้มครอง คุ้มทั้งเรื่องค่าเบี้ย แบบนี้ต้องรีบซื้อประกันสุขภาพกันแล้วล่ะ ที่แรบบิทแคร์ เรามีประกันสุขภาพมาตรฐานใหม่ New Health Standard พร้อมเสิร์ฟให้กับทุกคนแล้ว มาพร้อมกับบริการเปรียบเทียบประกันสุขภาพ เพื่อเป็นตัวช่วยให้คุณเลือกประกันสุขภาพที่ถูกใจ ตรงกับไลฟ์สไตล์ได้เลย 

แรบบิท แคร์ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านประกันสุขภาพ

แรบบิท แคร์ รวบรวมแผนประกันสุขภาพจากหลายบริษัทชั้นนำให้คุณสามารถ เปรียบเทียบประกันสุขภาพ ได้ทั้งด้านราคา ความคุ้มครอง และเงื่อนไขการรักษา ไม่ว่าจะเป็นค่าห้อง ค่าผ่าตัด ค่ารักษาพยาบาล หรือโรคร้ายแรง เพื่อให้คุณเลือกแผนที่เหมาะกับงบประมาณ และความต้องการของคุณได้ง่ายขึ้น พร้อมบริการซื้อประกันสุขภาพออนไลน์ในที่เดียว

  • เปรียบเทียบประกันสุขภาพจากหลายบริษัทในหน้าเดียว
  • เลือกแผนความคุ้มครองได้ตามงบประมาณและความต้องการ
  • มีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำก่อนตัดสินใจซื้อ

บริษัท แรบบิท แคร์ โบรคเกอร์ จำกัด เป็นนายหน้าประกันภัยที่ได้รับอนุญาตจาก คปภ. โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นในกรมธรรม์ก่อนตัดสินใจทำประกันทุกครั้ง

สรุป

New Health Standard เป็นมาตรฐานประกันสุขภาพฉบับใหม่ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับมาตรฐานการประกันสุขภาพให้ครอบคลุมและทันสมัยยิ่งขึ้น ผู้ซื้อประกันควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ New Health Standard ให้ดีก่อนตัดสินใจซื้อ เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองที่คุ้มค่าและตรงกับความต้องการ


บทความแนะนำอื่นๆ : ประกัน & การเงิน

คลายข้อสงสัย! “Transgender” ผู้หญิง-ผู้ชายข้ามเพศ ทำประกันได้ไม๊?

 

บทความแคร์ความคุ้มครองประกันสุขภาพ

ลูกเป็นภูมิแพ้ หอบหืด ทำประกันสุขภาพเด็กได้ไหม?

แคร์ความคุ้มครองประกันสุขภาพ

ลูกเป็นภูมิแพ้ หอบหืด ทำประกันสุขภาพเด็กได้ไหม?

คำถามที่พบบ่อยที่สุดคือ "ลูกป่วยเป็นภูมิแพ้ หอบหืดแล้ว จะยังทำประกันได้หรือไม่?" บทความนี้จะพาคุณไปหาคำตอบอย่างละเอียด
คะน้าใบเขียว
01/06/2026
ลูกป่วย ย้ายโรงพยาบาลระหว่างรักษาได้ไหม?

แคร์ความคุ้มครองประกันสุขภาพ

ลูกป่วย ย้ายโรงพยาบาลระหว่างรักษาได้ไหม?

เมื่อลูกน้อยเจ็บป่วยและต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล และในบางครั้ง พ่อแม่อาจมีความจำเป็นที่จะย้ายโรงพยาบาลระหว่างที่ลูกยังคงรักษาตัวอยู่จะสามารถทำได้มั้ย ประกันจะอนุมัติหรือไม่ มาดูกัน
Natthamon
01/06/2026