6 โรคในเด็ก ที่ต้องระวัง!!! เมื่อลูกหลานคุณเปิดเทอม

กองบรรณาธิการ
ผู้เขียน: กองบรรณาธิการ Published: สิงหาคม 6, 2018
กองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการ
ทีมกองบรรณาธิการ กลุ่มนักเขียนผู้มีประสบการณ์ด้านรถยนต์ การเงิน และประกันภัย เนื้อหาผ่านการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ประกันวินาศภัย เพื่อให้ข้อมูลถูกต้อง อัปเดตสม่ำเสมอ และมีความน่าเชื่อถือ โดย แรบบิท แคร์ ที่เปิดดำเนินการมาแล้วมากกว่า 10 ปี เป็นนายหน้าประกันภัยที่ได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) มีที่ตั้งสำนักงานชัดเจนและช่องทางติดต่อที่ตรวจสอบได้ (ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย เลขที่ ว00021/2557)
กองบรรณาธิการ
แก้ไขโดย: Thirakan T Last edited: กุมภาพันธ์ 22, 2026
กองบรรณาธิการ
Thirakan T
Thirakan Thongseenual เป็นนักเขียนที่มีประสบการณ์มากกว่า 3 ปี ที่ RabbitCare และ Asia Direct โดยมีความชำนาญในประกันรถยนต์ เน้นเขียนบทความที่เผยแพร่บน Blog และมีความเชี่ยวชาญด้าน SEO กว่า 4 ปี ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอได้ใช้ในการสร้างความรู้และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของ RabbitCare อย่างมีประสิทธิภาพ จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ปริญญาตรี สาขา Information Technology
โรคในเด็ก

วัยเด็กเป็นวัยที่ร่างกายอ่อนแอได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อโดนเชื้อโรค จากผู้ใหญ่หรือจากเด็กด้วยกันในช่วงเปิดเทอม วันนี้ Rabbit Care จึงมี 6 โรคในเด็ก ที่เด็กๆ มักเป็นกันบ่อยในช่วงเปิดเทอมมาบอก เพื่อให้คุณได้เตรียมตัว และเฝ้าระวังลูกหลานให้ห่างไกลจากโรคต่างๆ เหล่านี้

โดยช่วงอายุของเด็กที่เรากล่าวถึงจะอยู่ในช่วง 3-7 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่เสี่ยงติดเชื้อโรคได้ง่าย เพราะยังมีการดูแลตัวเองที่ไม่ดีนัก เอาเป็นว่าเราลองมาเช็กกันดูเลยว่าจะมีโรคอะไรกันบ้าง

 

คุณต้องการความคุ้มครองแบบไหน?

✨ แผนที่เหมาะกับคุณ

 

⚠️ ข้อมูลนี้เป็นเพียงการประเมินเบื้องต้น รายละเอียดและเบี้ยจริงอาจแตกต่าง กรุณาตรวจสอบก่อนตัดสินใจ

ใช้ฟรี • ไม่มีค่าใช้จ่าย

ระวัง! 6 โรคในเด็ก ที่มักมาช่วงเปิดเทอม

โรคในเด็ก
ขอบคุณรูปภาพจาก www.healthandtrend.com

1. โรคไข้หวัด

มาเริ่มกันที่โรคในเด็กอันแรกอย่าง โรคไข้หวัด เป็นที่รู้กันดีว่า เจ้าโรคนี้ ติดต่อกันได้ง่ายมากที่สุด โดยเฉพาะในเด็กๆ ที่อยู่ในโรงเรียน มักจะติดกันได้ง่ายกว่าปกติ เพราะไม่ว่าจะเป็น การไอ หรือจาม แค่โดนละอองน้ำมูก น้ำลาย ก็สามารถติดกันได้แล้ว

อาการเบื้องต้น : โดยทั่วไปแล้วอาการที่พบได้คือ เด็กจะมีไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยเนื้อตัว อ่อนเพลีย ซึม ไม่ร่าเริง มีน้ำมูก เจ็บคอ ไอ-จาม หรือบางรายอาจจะมีอาการ ปวดท้อง ท้องเสียร่วมด้วย ซึ่งหากผู้ปกครองเห็นอาการผิดปกติเหล่านี้ ต้องรีบพาลูกหลานไปพบแพทย์เพื่อหาทางรักษาก่อนที่อาการจะหนักมากขึ้น

วิธีป้องกัน : เพื่อเป็นการป้องกันการเป็นไข้หวัดต่อลูกหลาน สิ่งที่ผู้ปกครองควรทำ คือ

  • ต้องรักษาความสะอาดภายในบ้านอย่างสม่ำเสมอ
  • เสริมสร้างภูมิคุ้มกันของเด็กตั้งแต่แรกเกิด ด้วยการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างน้อย 6 เดือน
  • ดูแลสุขอนามัยของลูกหลานให้สะอาด พร้อมทั้งให้ทานอาหาร และพักผ่อนให้เพียงพอ
  • ควรให้ลูกหลานได้รับวัคซีนตามที่แพทย์กำหนด
โรคในเด็ก
ขอบคุณรูปภาพจาก www.amarinbabyandkids.com

2. โรคไข้หวัดใหญ่

เมื่อเป็นไข้หวัดธรรมดาแล้ว แน่นอนว่ามีสิทธิ์ที่จะเสี่ยงเป็นไข้หวัดใหญ่ได้เช่นกัน ซึ่งการเป็นไข้หวัดใหญ่ดูจะเป็นเรื่องที่หนักหนากว่าไข้หวัดธรรมดาหลายเท่านัก โดยเฉพาะการรักษาก็ต้องได้รับการดูแลที่มากกว่าไข้หวัดทั่วไปด้วย

อาการเบื้องต้น : อาการของโรคไข้หวัดใหญ่ก็คล้ายๆ ไข้หวัดธรรมดาทั่วไป แต่อาจจะรุนแรงกว่า 

วิธีป้องกัน : เพราะโรคไข้หวัดใหญ่เป็นโรคที่ติดต่อกันได้ง่ายมาก โดยเฉพาะเด็กในโรงเรียนยิ่งต้องระวัง ซึ่งผู้ปกครองสามารถดูแลลูกหลานเบื้องต้นได้ ดังนี้

  • ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ยิ่งในเด็กที่มีโรคประจำตัวยิ่งต้องให้ความสำคัญ เพราะมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนจากโรคไข้หวัดใหญ่ได้
  • บอกลูกหลานของคุณไม่ให้เล่น หรือคลุกคลีกับเพื่อนที่ป่วย  ในทำนองเดียวกันหากลูกหลานของคุณป่วย ก็ควรให้หยุดพักผ่อนอยู่บ้าน เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่เชื้อ
  • สอนลูกหลานให้รู้จักดูแล ทำความสะอาดร่างกาย โดยเฉพาะมือ เพื่อเป็นการป้องกันเชื้อโรคเข้าปาก และจมูกจากการสัมผัส
โรคในเด็ก
ขอบคุณรูปภาพจาก www.amarinbabyandkids.com

3. โรคท้องร่วง

ท้องร่วงท้องเสีย เป็นอีกหนึ่งโรคที่เด็กๆ เป็นกันบ่อยไม่ว่าจะในเด็กเล็กหรือเด็กโต และก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญของการป่วยและการตายของเด็กในทั่วโลก ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเจ้าโรคนี้มักเกิดขึ้นกับเด็กที่ไม่ได้กินนมแม่ หรือเด็กที่มีสุขอนามัยไม่ดีพอ

อาการเบื้องต้น :  สำหรับอาการของโรคท้องร่วงโดยทั่วไปเด็กจะปวดท้อง ถ่ายอุจจาระเหลวหรือเป็นน้ำ อ่อนเพลีย อาเจียน หรือมีไข้

วิธีป้องกัน : แม้ผู้ปกครองจะไม่สามารถดูแลบุตรหลานได้ตลอดเวลา แต่คุณก็สามารถสร้างภูมิคุ้มกันและสุขอนามัยที่ดี เพื่อเป็นเกราะป้องกันให้เขาได้ ดังนี้

  • เรายังคงยืนยันเสมอว่าการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ จะทำให้ลูกมีภูมิต้านทานที่ดี
  • ไม่ให้ลูกหลานรับประทานอาหารสุกๆ ดิบๆ หรืออาหารที่มีแมลงตอม
  • สอนให้เขารู้จักเลือกรับประทานอาหารที่สด สะอาด
  • สอนให้ลูกหลานรู้จักล้างมือบ่อยๆ ทั้งก่อน-หลังทานอาหาร และหลังการขับถ่าย
  • ฉีดวัคซีนป้องกัน เพราะในวัคซีนบางตัวสามารถช่วยลดความรุนแรงของโรคท้องร่วงได้ เช่น วัคซีนป้องกันโรต้าไวรัส
โรคในเด็ก
ขอบคุณรูปภาพจาก pediatriya.az

4. โรคมือ เท้า ปาก

โรคมือ เท้า ปาก อีกหนึ่งโรคที่ต้องเฝ้าระวัง เป็นโรคที่เกิดกันมากในเด็กที่มีอายุน้อยกว่า 10 ปี แต่ก็ยังสามารถพบในเด็กโตหรือผู้ใหญ่ได้เช่นกัน แต่อาการก็จะไม่รุนแรงเท่าเด็กเล็ก ซึ่งในเด็กเล็กส่วนใหญ่เมื่อเป็นแล้ว ก็จะต้องหยุดพักผ่อนกันยาวเลยทีเดียว

อาการเบื้องต้น : อาการที่พบได้ คือ เด็กจะมีไข้สูง ไอ เจ็บคอ ปวดท้อง อ่อนเพลีย ไม่อยากทานอาหาร ที่สำคัญจะมีตุ่มพอง ผื่น หรือแผลอักเสบ มีหนองที่ผิวหนังบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า และภายในปาก

วิธีป้องกัน : การป้องกันโรคมือ เท้า ปาก ในเด็กเล็ก ผู้ปกครองสามารถทำได้ดังนี้

  • เสริมสร้างสุขอนามัยในเรื่องของความสะอาดให้กับเด็กๆ ไม่ว่าจะเป็นการล้างมือให้ถูกต้อง รวมถึงไม่ให้เด็กใช้มือจับสิ่งของเข้าปาก
  • ทำความสะอาดเสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านอย่างสม่ำเสมอ
  • ไม่ใช้ของ สัมผัสของ หรืออุปกรณ์ต่างๆ ร่วมกับผู้ที่ป่วยเป็นโรคมือ เท้า ปาก
  • ใช้ผ้าสะอาด หรือทิชชู่ ปิดปาก ปิดจมูกทุกครั้งที่ไอหรือจามจากนั้นให้ทิ้งลงถังขยะหลังใช้เสร็จแล้ว
  • แยกเด็กหรือผู้ป่วยที่เป็นโรคมือ เท้า ปากออกจากคนอื่นๆ เพื่อป้องกันการติดต่อ

5. โรคตาแดง

โรคตาแดง เป็นอีกหนึ่งโรคที่ต้องเฝ้าระวังในเด็ก ยิ่งช่วงเปิดเทอมเพราะโรคตาแดงนี้เกิดได้จากหลายสาเหตุ อีกทั้งหากรู้ช้าว่าลูกหลานของคุณเป็นโรคตาแดงก็อาจจะทำให้เด็กคนอื่นๆ ติดโรคได้

อาการเบื้องต้น : หากเด็กๆ เป็นโรคตาแดง จะมีอาการ เยื่อบุตาอักเสบ บวมแดง เคืองตา น้ำตาไหล มีขี้ตามากและแฉะ หรืออาจจะมีอาการเป็นหวัดร่วมด้วยในบางราย

วิธีป้องกัน : การป้องกันไม่ให้เด็กๆ เป็นโรคตาแดง ผู้ปกครองควรปฎิบัติดังนี้

  • ห้ามลูกหลานอยู่ใกล้ หรือคลุกคลีกับผู้ที่ป่วยเป็นโรคตาแดง
  • ทำความสะอาดร่างกาย หรือล้างมือ บ่อยๆ เพื่อป้องกันเชื้อโรค
  • ไม่สัมผัส น้ำตา หรือสารคัดหลั่งต่างๆ ของผู้ป่วย ไม่ว่าจะทั้งทางตรงหรือ ทางอ้อมอย่างการใช้ผ้าเช็ดหน้า ผ้าห่ม ร่วมกันก็ตาม
โรคในเด็ก
ขอบคุณรูปภาพจาก http://baby.haijai.com

6. อีสุกอีใส

มาถึงโรคในเด็กสุดท้ายที่เราจะพูดถึงนั่นก็คือ อีสุกอีใส โรคติดต่อทางผิวหนังที่จะทำให้มีตุ่มขึ้นทั่วร่างกาย ซึ่งเกิดได้กับทุกคนไม่เฉพาะในเด็กเท่านั้น ใครที่ไม่เคยเป็นก็มีสิทธิ์ที่จะเป็นได้เช่นกัน อีกทั้งโรคนี้สามารถติดต่อกันได้อย่างรวดเร็วหากคุณไม่มีภูมิคุ้มกันที่ดี

อาการเบื้องต้น : ผู้ที่เป็นโรคอีสุกอีใสจะมีอาการครั่นเนื้อครั่นตัว มีไข้ต่ำ เหนื่อยง่าย เฉื่อยชา ปวดหัว เจ็บคอ  ไม่อยากอาหาร จากนั้นจะเริ่มมีตุ่มขึ้นตามผิวหนัง ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่มีอาการร้ายแรงเท่าไหร่นัก

วิธีป้องกัน : โรคอีสุกอีใส จริงๆ แล้วไม่ใช่โรคที่ร้ายแรงมากมายนัก โดยผู้ปกครองสามารถดูแลบุตรหลานได้ ดังนี้

  • สำหรับการป้องกันอีสุกอีใสที่ดีที่สุด คือ การฉีดวัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใส
  • ดูแลลูกหลานไม่ให้สัมผัส หรืออยู่ใกล้ชิดกับผู้ที่เป็นอีสุกอีใส

เพื่อลูกหลานของคุณแล้ว การดูแลสุขภาพของพวกเขา เป็นเรื่องสำคัญ คุณเองในฐานะผู้ปกครอง ควรหมั่นสังเกตความผิดปกติ ความเปลี่ยนแปลงของลูกหลาน ว่ามีอะไรแปลกไปหรือไม่ มีตุ่มขึ้น เด็กซึมลงบ้างหรือเปล่า เพราะนั่นอาจจะเป็นอาการเบื้องต้นของโรคต่างๆ ก็ได้

แต่นอกจากประกันสุขภาพแล้ว รู้ไหมคะว่าคุณยังสามารถวางแผนอนาคตให้พวกเขาได้ง่ายๆ ด้วยการทำประกัน Easy วัยเรียน จากไทยประกันชีวิต หรือจะเลือกเป็น iGrow ประกันเพื่อทุนการศึกษา จากกรุงไทย แอกซ่า ก็ได้เช่นกัน อยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติมคลิกเข้ามาคุยกันนะคะ

ขอบคุณข้อมูลจาก amarinbabyandkids.combabimild.compobpad.com


บทความแนะนำอื่นๆ : แม่และเด็ก

เงินอุดหนุนบุตรคืออะไร ลงทะเบียนอย่างไร ใครมีสิทธิ์ได้ ต้องใช้อะไรบ้าง? เรื่องที่ลูก ๆ ควรรู้! เพื่อให้พ่อแม่เกษียณอย่างมีแบบแผนที่ดี แย่แล้ว ลูกแพ้นมวัว! แบบนี้รักษาได้ไหม? ประกัน OPD IPD คุ้มครองการตั้งครรภ์และคลอดบุตรหรือไม่? เด็กคลอดก่อนกำหนดเสี่ยงอะไรบ้าง? ทำประกันสุขภาพได้ไหม Admit ไม่ครบ 24 ชั่วโมง เคลมประกันชดเชยรายได้ ได้ไหม? โรคภูมิแพ้ ทำประกันได้ไหม? มีข้อยกเว้นหรือไม่?

 

บทความแคร์สุขภาพ

ชุดยาสำหรับเดินทางต่างประเทศ พร้อมยาประจำตัวและเอกสารใบรับรองแพทย์

แคร์สุขภาพ

เตรียมยาไปต่างประเทศ ต้องเอายาอะไรไปบ้าง?

เตรียมยาไปต่างประเทศอย่างไรให้พร้อม? รวมเช็กลิสต์ยาสามัญ ยาประจำตัว เอกสารที่ควรพก และข้อควรรู้เกี่ยวกับการนำยาเข้าประเทศต่าง ๆ เพื่อให้เดินทางได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย
Tawan
15/07/2026
นักท่องเที่ยวตรวจสอบรายการยาต้องห้ามเข้าญี่ปุ่นก่อนจัดกระเป๋าเดินทาง

แคร์สุขภาพ

ยาต้องห้ามเข้าญี่ปุ่น มีอะไรบ้าง? เช็กก่อนเดินทาง

ก่อนเที่ยวญี่ปุ่น เช็กให้ชัวร์ว่ายาแก้หวัด ยาแก้แพ้ หรือยาประจำตัวของคุณสามารถนำเข้าประเทศได้หรือไม่ พร้อมทำความเข้าใจกฎการนำยาเข้าญี่ปุ่น เอกสารที่ควรเตรียม และข้อควรระวังเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง
Tawan
15/07/2026
ประกันเดินทางคุ้มครองฮันตาไวรัสไหม?

แคร์สุขภาพ

ฮันตาไวรัส คืออะไร? อันตรายแค่ไหน?ประกันเดินทางช่วยเหลือได้แค่ไหน?

ทำความรู้จัก 'ฮันตาไวรัส' (Hantavirus) ภัยเงียบจากสัตว์ฟันแทะที่นักท่องเที่ยวสายธรรมชาติและสายแคมปิ้งไม่ควรมองข้าม ชวนส่องพฤติกรรมเสี่ยง วิธีรับมือเมื่อมีอาการป่วยเฉียบพลันระหว่างทริป
Tawan
09/07/2026