โดนใบสั่งความเร็ว มีผลต่อประกันรถยนต์หรือไม่ ?
การโดนใบสั่งความเร็ว ไม่มีผลโดยตรงต่อเบี้ยประกัน หรือการอนุมัติเคลมในทันที แต่อาจส่งผลทางอ้อมจากกรณีถ้าไม่จ่ายค่าปรับใบสั่งความเร็วจนถูกตัดคะแนนใบขับขี่ หรือทะเบียนขาด และขับรถไปเกิดอุบัติเหตุ บริษัทประกันภัยอาจใช้ประเด็นดังกล่าวเป็นเหตุผลในการลดการจ่ายค่าสินไหม หรือปฏิเสธการเคลมได้ รวมถึงการมีประวัติเคลมบ่อยจากอุบัติเหตุที่เกิดจากการขับขี่ผิดกฎหมาย ย่อมทำให้เบี้ยประกันแพงขึ้นในปีถัดไป
ใบสั่งออนไลน์คืออะไร?
ใบสั่งออนไลน์ (e-Ticket) คือ ใบสั่งจราจรรูปแบบดิจิทลที่ตำรวจออกให้ผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เมื่อกล้องวงจรปิดหรือเจ้าหน้าที่บันทึกการทำผิดกฎจราจรได้ ทำให้สามารถตรวจสอบ ยืนยัน และชำระค่าปรับได้สะดวกตลอด 24 ชม. ผ่านระบบเว็บไซต์ ลดความยุ่งยากในการเดินทางไปสถานีตำรวจ และป้องกันการลืมจ่ายจนมีปัญหาต่อทะเบียนรถในภายหลัง

ขับรถเร็วแค่ไหนถึงจะโดนปรับ?
หากขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ตัวอย่างเช่น ขับรถเกินความเร็วที่กำหนด (ไม่เกิน 20 กม./ชม.) ปรับ 500-1,000 บาท ขับเกินความเร็วมากกว่า 20 กม./ชม. ปรับ 2,000 บาท หรือขับรถเร็วเกิน 120 กม./ชม. โดยไม่ดูป้ายจราจร ปรับสูงสุด 4,000 บาท
โดนใบสั่งความเร็วต้องทำอย่างไร?
เมื่อโดนใบสั่งความเร็ว ควรต้องตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลภายใน 15 วัน รวมถึงควรชำระค่าปรับทันที ผ่านช่องทางออนไลน์ หรือช่องทางปกติ กรณีไม่ชำระอาจถูกดำเนินคดีและอายัดทะเบียนรถ ทั้งนี้ หาก ข้อมูลในใบสั่งไม่ถูกต้อง ควรติดต่อสถานีตำรวจที่ออกใบสั่งภายใน 15 วัน
วิธีดูใบสั่งออนไลน์แบบ Step-by-Step
สามารถดูใบสั่งออนไลน์ได้ผ่านเว็บไซต์ ptm.police.go.th โดยลงทะเบียน/เข้าสู่ระบบด้วย บัตรประชาชน/ใบขับขี่/ทะเบียนรถ แล้วค้นหาใบสั่งตามวันที่กระทำผิด จากนั้นตรวจสอบรายละเอียดและชำระค่าปรับได้ทันทีผ่านช่องทางออนไลน์ที่สะดวก
โดนใบสั่งออนไลน์ต้องจ่ายไหม?
โดนใบสั่งออนไลน์ต้องจ่าย โดยควรต้องจ่ายภายใน 15-30 วัน กรณีไม่จ่ายอาจมีบทลงโทษหลายอย่าง เช่น ได้ป้ายชั่วคราวกรณีต่อภาษี, โดนค่าปรับล่าช้า, ถูกตัดคะแนนใบขับขี่, ถูกพักใช้ 90 วัน หรืออาจถูกอายัดทะเบียนรถจนไม่สามารถต่อภาษีป้ายวงกลมตัวจริงได้ รวมถึงมีโทษปรับเพิ่มหากใช้รถโดยไม่มีเครื่องหมายแสดงการเสียภาษี

หากต้องจ่ายใบสั่งออนไลน์ จ่ายเท่าไหร่?
จำนวนเงินค่าปรับใบสั่งจะแตกต่างกันไปตามความผิดจราจรแต่ละข้อหา โดยทั่วไปมีตั้งแต่ 400 – 1,000 บาท สำหรับความผิดเล็กน้อย เช่น ฝ่าไฟแดง จอดรถในที่ห้ามจอด แซงในที่ห้ามแซง แต่ถ้าเป็นความผิดร้ายแรง เช่น ใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถ หรือขับรถเร็วเกินกำหนดมาก อาจปรับสูงถึง 2,000 – 4,000 บาท หรือมากกว่านั้น และอาจมีโทษอื่นตามมาหากไม่ชำระค่าปรับภายในกำหนด เช่น ถูกออกหมายเรียก หรือหมายจับ
ถ้าโดนใบสั่งออนไลน์ ไม่จ่ายจะเกิดอะไรขึ้น?
ถ้าไม่จ่ายใบสั่งออนไลน์ อาจจะไม่สามารถต่อภาษีรถประจำปีไม่ได้ โดยจะได้รับป้ายชั่วคราวสำหรับใช้งาน 30 วัน และมีโทษปรับล่าช้าเพิ่ม (สูงสุด 1,000 บาท) กรณีหากยังเพิกเฉย อาจโดนตัดคะแนนใบขับขี่ และถูกพักใช้ใบขับขี่ หรือถูกตำรวจส่งฟ้องศาลจนเกิดหมายเรียก/หมายจับ ได้ในที่สุด
ใบสั่งความเร็วจ่ายที่ไหนได้บ้าง?
ใบสั่งความเร็วสามารถชำระได้หลายที่ผ่านทั้งช่องทางออนไลน์ผ่านแอปธนาคาร, เว็บ ptm.police.go.th, และที่เคาน์เตอร์ เช่น ธนาคารกรุงไทย, เคาน์เตอร์เซอร์วิส, ไปรษณีย์, ตู้บุญเติม หรือสถานีตำรวจโดยตรง ซึ่งใบสั่งที่มีบาร์โค้ด
หากโดนใบสั่งบ่อยๆ ประกันรถยนต์รถยนต์จะมีผลกระทบหรือไม่?
การโดนใบสั่งบ่อยๆ ไม่กระทบเบี้ยประกันโดยตรง แต่อาจส่งผลกระทบทางอ้อมจากกรณีหากทำผิดกฎจราจรนั้น ซึ่งอาจนำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุและต้องเคลมประกันบ่อยๆ นำไปสู่ความเสี่ยงที่เบี้ยประกันจะสูงขึ้นในปีถัดไป และอาจทำให้เสียส่วนลดประวัติดีได้ เนื่องจากบริษัทประกันมองว่ามีความเสี่ยงสูงขึ้น และถ้าไม่จ่ายค่าปรับความเร็ว อาจมีปัญหาการต่อภาษีรถยนต์และถูกพักใช้งานใบขับขี่ได้
โดนใบสั่งความเร็วต้องทำอย่างไร?
ใบสั่งปรับความเร็วจะถูกส่งผ่านไปรษณีย์ตามทะเบียนบ้าน ภายใน 30 วันนับจากวันกระทำผิด และมีเวลา 15 วันนับจากวันที่ได้รับใบสั่ง เพื่อชำระค่าปรับ หากไม่ชำระจะมีการออกใบเตือนและอาจนำไปสู่การอายัดทะเบียนรถและต่อภาษีไม่ได้ต่อไป
สามารถตรวจสอบหรือเช็คใบสั่งออนไลน์ได้ฟรีที่เว็บไซต์ ptm.police.go.th ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยใช้เลขบัตรประชาชน เลขใบขับขี่ หรือเลขทะเบียนรถ เพื่อตรวจสอบใบสั่งค้างจ่าย และสามารถชำระค่าปรับผ่านช่องทางออนไลน์ได้เลยทันที เพื่อความสะดวกและป้องกันการถูกตัดคะแนนหรือออกหมายจับต่อไป
ระบบใบสั่งออนไลน์ (e-Ticket) สามารถดูประวัติใบสั่งย้อนหลังได้ 1 ปี สำหรับใบสั่งที่ยังไม่หมดอายุความ และตรวจสอบการค้างชำระค่าปรับได้ทันทีผ่านเว็บไซต์ ptm.police.go.th ซึ่งอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเช็กและชำระค่าปรับได้ง่ายขึ้น แต่ต้องจ่ายภายในระยะเวลาที่กำหนดเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาถูกตัดคะแนนใบขับขี่หรือถูกฟ้องร้อง
ถ้าไม่ได้รับใบสั่งแต่มีค่าปรับค้างจ่าย บทลงโทษจะเริ่มจากตั้งแต่ถูกตัดคะแนนใบขับขี่ (1-3 คะแนน) ถูกอายัดป้ายวงกลม โดยได้รับใบเสร็จชั่วคราวเมื่อต่อภาษีรถ จนถึงขั้นถูกออกหมายจับ และอายัดทะเบียนรถ ทำให้ไม่สามารถทำธุรกรรมกับรถได้ และมีความผิดตามกฎหมายหากใช้รถที่ไม่มีป้ายวงกลมฉบับจริง
สรุป
1. ผลกระทบต่อประกันรถยนต์
- ไม่มีผลโดยตรงทันที: การโดนใบสั่งความเร็วไม่ได้ส่งผลต่อเบี้ยประกันหรือการอนุมัติเคลมในทันที.
- ผลกระทบทางอ้อม: หากไม่ชำระค่าปรับจนถูกตัดคะแนนใบขับขี่หรือทะเบียนรถขาด แล้วไปเกิดอุบัติเหตุ บริษัทประกันอาจใช้เป็นเหตุผลในการลดค่าสินไหมหรือปฏิเสธการเคลมได้.
- เบี้ยประกันแพงขึ้น: หากมีประวัติการเคลมบ่อยครั้งจากการขับขี่ผิดกฎหมาย จะทำให้เบี้ยประกันในปีถัดไปสูงขึ้นและเสียส่วนลดประวัติดี.
2. อัตราค่าปรับความเร็ว
- ขับเร็วเกินกำหนดแต่ไม่เกิน 20 กม./ชม.: ปรับ 500 – 1,000 บาท.
- ขับเร็วเกินกำหนดมากกว่า 20 กม./ชม.: ปรับ 2,000 บาท.
- ขับรถเร็วเกิน 120 กม./ชม.: ปรับสูงสุด 4,000 บาท.
3. การตรวจสอบและจัดการใบสั่ง
- ใบสั่งออนไลน์ (e-Ticket): สามารถตรวจสอบ ยืนยัน และชำระค่าปรับได้ตลอด 24 ชม. ผ่านเว็บไซต์ ptm.police.go.th โดยใช้เลขบัตรประชาชน ใบขับขี่ หรือทะเบียนรถ.
- ประวัติย้อนหลัง: สามารถเช็กประวัติใบสั่งออนไลน์ย้อนหลังได้ 1 ปี สำหรับใบสั่งที่ยังไม่หมดอายุความ.
- ระยะเวลา: ใบสั่งจะส่งถึงบ้านภายใน 30 วัน และควรชำระค่าปรับภายใน 15-30 วัน. หากข้อมูลไม่ถูกต้องให้ติดต่อสถานีตำรวจภายใน 15 วัน.
4. ผลเสียหากไม่จ่ายค่าปรับ
- ต่อภาษีรถไม่ได้: จะได้รับเพียงป้ายชั่วคราวอายุ 30 วัน และต้องเสียค่าปรับล่าช้าสูงสุด 1,000 บาท.
- บทลงโทษทางกฎหมาย: ถูกตัดคะแนนใบขับขี่ (1-3 คะแนน), ถูกพักใช้ใบขับขี่ 90 วัน, หรืออาจถูกอายัดทะเบียนรถจนไม่สามารถทำธุรกรรมได้.
- ความเสี่ยงสูงสุด: อาจถูกดำเนินคดี ส่งฟ้องศาล และมีการออกหมายเรียกหรือหมายจับได้ในที่สุด.
5. ช่องทางการชำระเงิน สามารถชำระได้หลายช่องทาง เช่น แอปพลิเคชันธนาคาร, เว็บไซต์ ptm.police.go.th, เคาน์เตอร์เซอร์วิส, ธนาคารกรุงไทย, ไปรษณีย์, ตู้บุญเติม หรือที่สถานีตำรวจโดยตรง
ที่มา
- ● ฝ่าฝืนกฎจราจร-โดนใบสั่งบ่อยๆ ส่งผลยังไงกับเบี้ยประกันรถยนต์ ? :
- ● อัปเดต ค้างใบสั่ง ไม่จ่ายค่าปรับ ต่อภาษีรถยนต์ไม่ได้แล้วนะ :

ทีมกองบรรณาธิการ กลุ่มนักเขียนผู้มีประสบการณ์ด้านรถยนต์ การเงิน และประกันภัย เนื้อหาผ่านการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ประกันวินาศภัย เพื่อให้ข้อมูลถูกต้อง อัปเดตสม่ำเสมอ และมีความน่าเชื่อถือ โดย แรบบิท แคร์ ที่เปิดดำเนินการมาแล้วมากกว่า 10 ปี เป็นนายหน้าประกันภัยที่ได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) มีที่ตั้งสำนักงานชัดเจนและช่องทางติดต่อที่ตรวจสอบได้ (ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย เลขที่ ว00021/2557)
แรบบิท แคร์ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยรถยนต์
แรบบิท แคร์ รวบรวม ประกันรถยนต์ จากหลายบริษัทมาให้คุณเปรียบเทียบประกันรถยนต์ ทั้งราคา ความคุ้มครองประกันรถยนต์ แต่ละประเภท บริการเคลม เลือกแบบที่เหมาะกับการใช้งาน และงบประมาณ คุณสามารถเช็คเบี้ยและเปรียบเทียบประกันรถยนต์ออนไลน์ จากหลายบริษัทได้ทันทีในที่เดียว
- เปรียบเทียบประกันรถยนต์จากหลายบริษัทในหน้าเดียว
- มีทุกชั้นความคุ้มครอง ทั้งชั้น 1, 2+, 3+, และชั้น 3
- มีทีมผู้เชี่ยวชาญช่วยแนะนำตลอดการเลือกซื้อ
บริษัท แรบบิท แคร์ โบรคเกอร์ จำกัด เป็นนายหน้าประกันภัยที่ได้รับใบอนุญาตจาก คปภ. ก่อนตัดสินใจทำประกันภัยโปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นทุกครั้ง

