แคร์รถยนต์

รวม! สาเหตุที่ทำให้รถสตาร์ทไม่ติด

ผู้เขียน : กองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการ

ทีมกองบรรณาธิการ กลุ่มนักเขียนผู้มีประสบการณ์ด้านรถยนต์ การเงิน และประกันภัย ของ แรบบิท แคร์ ที่เปิดดำเนินการมาแล้วมากกว่า 10 ปี

close
Facebook iconIG iconlinkedin iconYoutube icon
แก้ไขโดย : Thirakan T
Thirakan T

Thirakan Thongseenual เป็นนักเขียนที่มีประสบการณ์มากกว่า 3 ปี ที่ RabbitCare และ Asia Direct โดยมีความชำนาญในประกันรถยนต์ เน้นเขียนบทความที่เผยแพร่บน Blog และมีความเชี่ยวชาญด้าน SEO กว่า 4 ปี ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอได้ใช้ในการสร้างความรู้และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของ RabbitCare อย่างมีประสิทธิภาพ จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ปริญญาตรี สาขา Information Technology

close
linkedin icon
 
Published: July 21,2020
  
Last edited: August 10, 2024
ประกันรถยนต์ Rabbit Care

เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน

ปัญหารถสตาร์ทไม่ติดถือเป็นเรื่องใหญ่ ยิ่งเวลารีบด่วน หรือบางครั้งติดไฟแดงกลางสี่แยก หากสตาร์ทอยู่นานแล้วยังไม่ติดคงได้รับคำสรรเสริญจากรถคันอื่นไม่น้อย เรามาดูว่า สาเหตุอะไรบ้างที่ทำให้รถสตาร์ทไม่ติด ซึ่ง Autospinn ก็รวบรวมทุกความเป็นไปได้มาฝากเพื่อน ๆ แล้ว


สาเหตุอะไรบ้างที่ทำให้รถสตาร์ทไม่ติด

สาเหตุหลัก ๆ เบื้องต้นที่ผู้ขับขี่รถยนต์ควรทราบว่าอะไรที่ทำให้รถสตาร์ทไม่ติด จะได้รีบตรวจเช็ก แก้ไขหรือนำรถเข้าศูนย์ซ่อม เข้าอู่ซ่อม อีกทั้งเมื่อทราบสาเหตุ ก็จะช่วยป้องกันการโดนหลอกให้จ่ายค่าซ่อมบำรุงเกินจริงได้อีกด้วย

สาเหตุอะไรบ้างที่ทำให้รถสตาร์ทไม่ติด

1.น้ำมันหมด

น้ำมันหมดเป็นสาเหตุหลักที่เราคาดไม่ถึง อาจเพราะลืม หรือคิดว่าเติมน้ำมันไปแล้ว ให้ดูจากไฟสัญลักษณ์ที่ขึ้นเตือน ซึ่งเราควรตรวจเช็คน้ำมันอย่างสม่ำเสมอ เพราะหากในครอบครัวใช้รถคันเดียวกัน ต่างคนต่างใช้ อาจไม่มีใครสังเกตว่าน้ำมันมีเพียงพอที่จะออกไปทำธุระข้างนอกหรือไม่

สาเหตุที่ทำให้รถสตาร์ทไม่ติด

2.แบตเตอรี่เสื่อม

แบตเตอรี่รถหากใช้งานมามากกว่า 2-3 ปี เป็นไปได้ว่าแบตเตอรี่เสื่อม แบตเตอรี่อ่อนหรือหมด อาการของแบตอ่อนคือ สตาร์ทแล้วมีเสียงแกร๊กๆ เนื่องจากตัวแบตเตอรี่เก็บประจุไฟฟ้าได้ในระยะเวลาสั้นๆ และแบตหมดไวขึ้น ซึ่งอาการเหล่านี้มักจะพบได้ในกรณีที่รถสตาร์ทติดยากหรือสตาร์ทไม่ติดในตอนเช้า

หากพบว่าเกิดอาการ ให้ลองพ่วงแบตเตอรี่จากรถยนต์คันอื่น หากพ่วงแล้วรถของคุณสตาร์ทติดง่ายขึ้น หรือสตาร์ทติดในทันที แนะนำให้เปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่

ปัญหารถสตาร์ทไม่ติด

3.ไดชาร์จเสื่อม

หากเปลี่ยนแบตเตอรี่รถใหม่แล้ว แต่รถยังมีอาการสตาร์ทติดยาก หรือยังมีอาการสตาร์ทไม่ติด แสดงว่าไดชาร์จอาจจะมีปัญหา หรือหมดอายุการใช้งาน

สาเหตุที่ทำให้ไดสตาร์ทไม่ทำงานก็มีหลายสาเหตุ เช่น แปลงถ่านในไดสตาร์ทหมด หรือขดลวดภายในไหม้ อาการของไดสตาร์ทไม่ทำงานก็คือ สตาร์ทแล้วไม่มีเสียงอะไรขึ้น ทั้งๆที่แบตเตอรี่ก็ยังไม่หมด วิธีเช็คไดชาร์จเสื่อม

แนะนำให้ลองสตาร์ทรถทิ้งไว้ซักพัก จากนั้นให้ถอดขั้วแบตเตอรี่ออกหนึ่งข้าง หากรถของคุณมีอาการไฟตก รถกระตุกหรือรถดับ แสดงว่าไดชาร์จรถยนต์ของคุณเสื่อมแน่นอน

ระบบไฟฟ้าในรถมีปัญหา

4.ระบบไฟฟ้าในรถมีปัญหา

ระบบไฟฟ้ามีปัญหาอาจจะเกิดได้ในกรณีที่มีการจอดรถทิ้งไว้นาน ๆ จนหนูเข้ามากัดสายไฟขาดจากแรงสั่นสะเทือน ไฟช๊อต ไฟรั่ว หรือ มีสาเหตุมาจากการที่เปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าในรถทิ้งไว้ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดไฟหน้า ไฟในรถ หรือไฟในส่วนอื่น ๆ ก็ส่งผลให้ระบบไฟฟ้ารถยนต์มีปัญหาได้

เมื่อทราบสาเหตุกันแล้ว เพื่อน ๆ ก็ควรดูแลรักษารถยนต์คู่ใจให้ดี หมั่นตรวจสภาพของชิ้นส่วนต่าง ๆ และมีการเปลี่ยนอะไหล่เมื่อครบกำหนดเวลา จะได้ไม่เกิดปัญหาหรืออุบัติเหตุทางรถยนต์ภายหลังยังไงล่ะ


อยากซื้อรถยนต์ เข้าไปอัปเดตรถยนต์ใหม่ ราคาดี และซื้อขายสะดวกสบาย ที่ one2car.com
สนับสนุนบทความดี ๆ โดย Autospinn อย่าลืมติดตามเรื่องรถใหม่-รถมือสองก่อนใครที่นี่อย่าลืม ประกันรถยนต์ข้อเสนอพิเศษ เปรียบเทียบประกันรถยนต์ คลิกเลย ! Rabbit Care 


บทความที่เกี่ยวข้อง


 

บทความแคร์รถยนต์

Rabbit Care Blog Image 94418

แคร์รถยนต์

กันสะบัด คือ อะไร มีหน้าที่ช่วยอะไรในการขับขี่รถมอเตอร์ไซค์

หากเป็นเหล่าสิงห์นักบิดสายบิ๊กไบค์ คงรู้จักกันสะบัดกันดีอยู่แล้ว แต่ถ้าหากเป็นคนนอกวงการที่เพิ่งกำลังจะก้าวเข้ามาเป็นครั้งแรก
Natthamon
19/09/2024
Rabbit Care Blog Image 94332

แคร์รถยนต์

วิธีเลือกรถผู้หญิงให้ได้รุ่นที่ขับง่าย ขับสบาย มียี่ห้อไหนแนะนำ

พอถึงเวลาที่คุณผู้หญิงต้องเลือกรถสักคัน อาจมีความคิดเข้ามาที่ซับซ้อนว่ารถผู้หญิงต้องเป็นแบบไหน เลือกยังไงถึงจะเหมาะสมกับการใช้งานของตัวเองมากที่สุด
Natthamon
09/09/2024