โอเวอร์ฮอลเกียร์ คือ อะไร ทำไมรถยนต์ที่มีการใช้งานมานานถึงต้องทำกันหลายคัน

Thirakan T
ผู้เขียน: Thirakan T Published: มีนาคม 26, 2024
Thirakan T
Thirakan T
Thirakan Thongseenual เป็นนักเขียนที่มีประสบการณ์มากกว่า 3 ปี ที่ RabbitCare และ Asia Direct โดยมีความชำนาญในประกันรถยนต์ เน้นเขียนบทความที่เผยแพร่บน Blog และมีความเชี่ยวชาญด้าน SEO กว่า 4 ปี ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอได้ใช้ในการสร้างความรู้และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของ RabbitCare อย่างมีประสิทธิภาพ จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ปริญญาตรี สาขา Information Technology
คะน้าใบเขียว
แก้ไขโดย: คะน้าใบเขียว Last edited: มีนาคม 13, 2024
คะน้าใบเขียว
คะน้าใบเขียว
นักเขียนมืออาชีพด้านการเงิน ประกัน และสุขภาพ | Finance, Insurance & Health Content Expert จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาภาษาเพื่อการสร้างสรรค์สื่อ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีประสบการณ์มากกว่า 9 ปี ในการเขียนบทความด้านการเงิน ประกันชีวิต และประกันสุขภาพ โดยเริ่มต้นที่ Rabbit Finance จากนั้นย้ายมาทำงานที่ Rabbit Care และ Asia Direct เป็นนักเขียนที่รักการอ่าน และมีความหลงใหลในเนื้อหาด้านการบริหารเงิน สินเชื่อ บัตรเครดิต และประกัน ที่ผลิตผลงานเขียนด้วยความลึกซึ้ง การตรวจสอบข้อมูลที่รอบคอบ และเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผ่านประสบการณ์ในการแก้ไขและจัดการเนื้อหา (editorial experience) ทำให้บทความของผมน่าเชื่อถือ มีคุณค่าสำหรับผู้อ่าน และติด Google Search Results
Natthamon
ตรวจทาน: Natthamon Last edited: กรกฎาคม 31, 2024
Natthamon
Natthamon
Natthamon เป็นนักเขียนคอนเทนต์และผู้เชี่ยวชาญด้านประกันรถยนต์ มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ในอุตสาหกรรม FinTech ยานยนต์ และประกันภัย จบการศึกษา MBA สาขาการสื่อสารการตลาด และได้รับใบอนุญาตผู้แนะนำการลงทุน (IC License – Complex 2) รวมถึงเป็นตัวแทนประกันชีวิตที่ได้รับใบอนุญาต ด้วยพื้นฐานด้านการเป็นผู้แนะนำการลงทุนที่ได้รับใบอนุญาต ทำให้ Natthamon มีความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ประกัน ประกันสุขภาพ และบริการทางการเงิน สามารถสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ถูกต้อง น่าเชื่อถือ และตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง เชี่ยวชาญด้านการเขียนบทความประกันรถยนต์ การเปรียบเทียบความคุ้มครอง และการให้ความรู้ด้านประกันในหลากหลายประเภท Natthamon มีประสบการณ์ร่วมงานกับองค์กรชั้นนำ ได้แก่ Rabbit Care, CARSOME, DirectAsia Insurance และ GoBear
โอเวอร์ฮอลเกียร์

ในกรณีของผู้ใช้งานรถยนต์รุ่นใหม่อาจยังไม่เคยได้ยินคำว่า โอเวอร์ฮอลเกียร์มาก่อน เนื่องจากคำนี้จะเริ่มได้ยินก็ต่อเมื่อรถยนต์ที่ใช้งานมีอาการผิดปกติ ทำให้ต้องหาวิธีทางแก้ไข ซึ่งการโอเวอร์ฮอลเกียร์ถือเป็นหนึ่งในวิธีการแก้ไขทางหนึ่ง และเพื่อให้ผู้ที่กำลังพบเจอปัญหาเกี่ยวกับเกียร์ออโต้ มาทำความเข้าใจกันอย่างละเอียดว่า โอเวอร์ฮอลเกียร์ คืออะไร ข้อดีของมันมีอะไรบ้าง โอเวอร์ฮอลเกียร์กี่บาท พร้อมนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับอาการเกียร์พังที่พบได้บ่อย และแนะนำการเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำให้เกียร์พัง กับวิธีดูแลเกียร์อย่างเหมาะสม ต่อให้ยังไม่ถึงเวลาที่ต้องซ่อมเกียร์ ก็สามารถอ่านบทความนี้เพื่อดูแลเกียร์ออโต้ของรถยนต์คุณให้ดีได้เช่นกัน

โอเวอร์ฮอลเกียร์ คืออะไร

โอเวอร์ฮอลเกียร์ คืออะไร การทำโอเวอร์ฮอลเกียร์หมายถึง การผ่าเกียร์ เพื่อตรวจสอบชิ้นส่วนอุปกรณ์ภายในทั้งหมดว่ามีปัญหา มีการสึกหรอ หรือมีการเสียในจุดไหน เช่น แผ่นคลัทช์ แผ่นเหล็ก ไส้กรองเกียร์ ทำความสะอาดสมองเกียร์ น้ำมันเกียร์ หรืออะไหล่ภายในเกียร์อื่น ๆ  พอทราบจุดที่ต้องการซ่อมแซมแล้ว จะนำอะไหล่เข้าเปลี่ยนในจุดนั้น พร้อมกับทำความสะอาดให้เรียบร้อย แล้วจึงประกอบเกียร์กลับไปเหมือนเดิม และสามารถนำไปใช้งานได้ตามปกติ เหมือนกับว่าเราได้เกียร์ลูกใหม่ ดังนั้นเมื่อทำการโอเวอร์ฮอลเกียร์เรียบร้อย จะสามารถใช้งานต่อไปได้อีกหลายปีเลยทีเดียว

ข้อดีของการโอเวอร์ฮอลเกียร์

ข้อดีของการโอเวอร์ฮอลเกียร์ คือ เกียร์จะถูกผ่านรื้อขึ้นมาเพื่อตรวจสอบโดยละเอียด เพื่อทำการหาจุดที่เกิดความเสียหาย และทำการเปลี่ยนอะไหล่ ซ่อมแซมตามข้อมูลที่ได้กล่าวไปด้านบน ซึ่งถือว่าเป็นการซ่อมแซมได้ตรงจุด ช่วยทำให้เกียร์สามารถใช้งานไปได้อีกยาวนาน แบบที่ไม่ต้องเจออาการเกียร์ที่เสียหายอย่างต่อเนื่อง 

โอเวอร์ฮอลเกียร์กี่บาท

โอเวอร์ฮอลเกียร์กี่บาท ที่จริงแล้วเรื่องราคาค่าบริการของการทำโอเวอร์ฮอลเกียร์ ขึ้นอยู่กับศูนย์หรืออู่ที่พร้อมให้บริการอย่างเชี่ยวชาญ ซึ่งส่วนมากจะมีราคาอยู่ที่หลักหมื่นบาท ตั้งแต่ประมาณ 20,000 บาทขึ้นไป ถึงแม้จะดูว่าเป็นราคาแพง แต่ถ้าคุณลองเอาไปเทียบกับการเปลี่ยนเกียร์ออโต้แบบยกลูก บอกเลยว่าการเปลี่ยนเกียร์แบบยกลูกนั้นแพงกว่ามากหลายเท่าตัว เพราะการเปลี่ยนเกียร์ยกลูกจะมีราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 80,000 – 100,000 บาทเป็นต้นไป ในขณะที่การโอเวอร์ฮอลเกียร์มีราคาที่ประมาณ 20,000 – 50,000 บาทเท่านั้นเอง

โอเวอร์ฮอลเกียร์ คืออะไร

5 อาการเกียร์ออโต้เสียที่พบได้บ่อย

5 อาการเกียร์ออโต้เสียที่พบได้บ่อยจนต้องทำโอเวอร์ฮอลเกียร์ ได้แก่ การเข้าเกียร์แล้วรถไม่ขยับ, เกียร์กระตุก, เกียร์วืด, เกียร์ไม่เข้า และเกียร์เดินไม่ครบ เพื่อเป็นความรู้เอาไว้จับสังเกตได้ในกรณีที่คิดว่าเริ่มพบเจออาการเกียร์เสีย แล้วพิจารณาอีกครั้งว่าควรได้รับการซ่อมแซมด้วยวิธีโอเวอร์ฮอลเกียร์หรือไม่ โดยรายละเอียดอาการเกียร์ออโต้เสียทั้งหมด จะสามารถติดตามอ่านเพิ่มเติม  ได้จากหัวข้อย่อยต่อไปนี้

เข้าเกียร์แล้วรถไม่ขยับ

เข้าเกียร์แล้วรถไม่ขยับ เป็นอาการที่ส่วนมากจะเกิดขึ้นในช่วงเช้าหลังจากที่รถยนต์จอดดับสนิทมาเป็นเวลานาน เนื่องจากเกิดปัญหาการทำงานระหว่างเครื่องยนต์ กับชุดเกียร์ออโต้ ดังนั้นควรต้องสตาร์ตเครื่องยนต์แล้วรอให้ร้อนประมาณ 3-5 นาที จากนั้นค่อยเข้าเกียร์เดินหน้า เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนได้ตามปกติ ตรงจุดนี้อาจจะยังไม่ต้องถึงขั้นการโอเวอร์ฮอลเกียร์ เพียงแค่ลองให้ช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ แล้วหาทางแก้ไขเบื้องต้นก่อนจะดีที่สุด

เกียร์กระตุก

เกียร์กระตุก อาการที่พบได้บ่อยอย่างมากกับรถยนต์ที่ใช้งานมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของระยะเวลาของตัวรถยนต์ หรือระยะการเดินทางที่สูงมาก มีโอกาสพบเจออาการเกียร์กระตุกได้เหมือนกัน ซึ่งอาการนี้จะเริ่มตั้งแต่ช่วงทำความเร็ว ที่เป็นการเปลี่ยนเกียร์จาก 1 ไป 2 หรืออาจเป็นในช่วง 2 ไป 3 พอเราเหยียบคันเร่งไปแล้ว จะสัมผัสถึงอาการกระตุกจากตัวรถยนต์ได้อย่างชัดเจน อาการแบบนี้สามารถแก้ไขปัญหาด้วยการโอเวอร์ฮอลเกียร์ โดยช่างผู้เชี่ยวชาญได้ทันที

เกียร์วืด

เกียร์วืด จะเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่รถยนต์กำลังเคลื่อนที่ พร้อมทำความเร็วมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาการจะมาตอนที่รอบกำลังพุ่งสูงในขณะเปลี่ยนอัตราทด พละกำลังที่สะสมมากลับหายไปดื้อ ๆ จนเหมือนกับว่าต้องไปเริ่มเร่งใหม่อีกครั้ง แก้ไขปัญหาได้ด้วยการโอเวอร์ฮอลเกียร์ ในส่วนของคลัตช์ โอริง และซีล จะช่วยให้กลับมาทำงานได้เหมือนปกติอีกครั้ง

โอเวอร์ฮอลเกียร์กี่บาท

เกียร์ไม่เข้า

เกียร์ไม่เข้า ไม่ว่าจะเป็นการเข้าเกียร์ D เพื่อเดินหน้า หรือการเข้าเกียร์ R เพื่อถอยหลัง แต่ตัวรถยนต์กลับไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง ไม่มีการเคลื่อนไหว ไม่สามารถเร่งให้รถขยับได้แม้แต่นิดเดียว หมายความเกียร์ออโต้ของคุณไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไปแล้ว เป็นอาการเสียแบบยกลูก ทำให้ต้องเปลี่ยนเกียร์ใหม่หมด ซึ่งมีราคาค่อนข้างแพงกว่าโอเวอร์ฮอลเกียร์หลายเท่าตัว ตามที่เราได้กล่าวเอาไว้ในหัวข้อโอเวอร์ฮอลเกียร์กี่บาทนั่นเอง

เกียร์เดินไม่ครบ

เกียร์เดินไม่ครบ ถือเป็นอาการเสียของเกียร์ออโต้ที่เกิดขึ้นได้น้อยที่สุดจากอาการทั้งหมดที่กล่าวมา เพราะระบบเกียร์จะทำงานแบบข้ามเกียร์ หรือเดินเกียร์ไม่ครบทั้งหมด เช่น จาก 1 แล้วข้ามไป 3 เลย หรือใช้งานเกียร์เพียงแค่ 1 กับ 2 เท่านั้น แม้ว่าจะมีความเร็วเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องก็ตาม โดยวิธีแก้ไขปัญหาเบื้องต้นอาจเริ่มได้จากการเช็กน้ำมันเกียร์ แผ่นคลัทช์ ทอร์ค แต่ถ้าหากไม่หาย อาจต้องมีการพิจารณาเพื่อทำการโอเวอร์ฮอลเกียร์เช่นเดียวกันอาการอื่น

เลี่ยงพฤติกรรมที่อาจทำให้เกียร์พัง

เลี่ยงพฤติกรรมที่อาจทำให้เกียร์พัง ถ้าไม่อยากเสียเงินทำโอเวอร์ฮอลเกียร์หลายหมื่นบาท ซึ่งพฤติกรรมที่ควรเลี่ยงอย่างมาก ได้แก่ การเหยียบคันเร่งแรงเกินไป, ใส่เกียร์ว่างขณะรถวิ่ง และเข้าเกียร์ P ตอนที่รถยนต์ยังไม่นิ่งสนิท ส่วนผลเสียที่ตามมาจากพฤติกรรมเหล่านี้ มีดังนี้

  • เหยียบคันเร่งแรงเกินไป ส่งผลให้เกียร์ทำงานหนักเกินกว่าปกติ ทำให้ลดอายุการใช้งานมากกว่าเดิม
  • ใส่เกียร์ว่างขณะรถวิ่ง อาจทำให้น้ำมันหล่อลื่นในเกียร์ลดลง จนขาดแรงดัน จากนั้นก็จะเกิดความร้อนสูงตามมา จนกลายเป็นต้นเหตุทำให้เกียร์พังได้อย่างรวดเร็ว
  • เข้าเกียร์ P ตอนที่รถยนต์ยังไม่นิ่งสนิท จะเป็นการบังคับให้ล็อคเกียร์ทันที แม้เกียร์จะยังทำงานอยู่ จึงเป็นต้นเหตุของการทำให้เกียร์พังได้เร็วเช่นเดียวกัน

โอเวอร์ฮอลเกียร์

วิธีดูแลเกียร์อย่างเหมาะสม

วิธีดูแลเกียร์ให้เหมาะสม ป้องกันโอกาสการพบเจอเกียร์เสียหาย จนต้องทำโอเวอร์ฮอลเกียร์ หรือหนักหน่อยก็ต้องเปลี่ยนเกียร์ยกลูก โดยวิธีที่ดูแลได้ดีจะมีอยู่ 4 วิธีที่ทำตามได้ง่าย คือ เช็กสภาพรถยนต์ให้สม่ำเสมอ, เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ตามกำหนด, ไม่เร่งเครื่องแรงตั้งแต่ช่วงแรก และลดการขับแบบกระชาก สำหรับรายละเอียดวิธีการดูแลเพิ่มเติม ดูได้จากรายการด่างล่างนี้เลย

  • เช็กสภาพรถยนต์ให้สม่ำเสมอ กรณีที่เจอสิ่งผิดปกติอยู่ภายในระบบเกียร์ หรือเกี่ยวข้องกัน จะสามารถแก้ไขได้อย่างทันท่วงที ก่อนกลายเป็นต้นเหตุทำให้ต้องผ่านเกียร์ หรือโอเวอร์ฮอลเกียร์เพื่อซ่อมแซมอย่างหนักหน่วง
  • เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ตามกำหนด เป็นการช่วยถนอมเกียร์ให้สามารถใช้งานได้ยาวนานมากขึ้น อย่างน้อยควรมีการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ทุก 40,000 – 60,000 กิโลเมตร
  • ไม่เร่งเครื่องแรงตั้งแต่ช่วงแรก เพราะหลังจากที่สตาร์ตรถยนต์ เครื่องยนต์และระบบเกียร์อาจจะยังไม่ร้อนพอที่จะทำงานได้อย่างเต็มที่ การกดคันเร่งแรงตั้งแต่เริ่ม เป็นต้นเหตุทำให้เกียร์และเครื่องยนต์มีความเสี่ยงสายไปพร้อมกันได้เลย
  • ลดการขับแบบกระชาก เนื่องจากเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกียร์เสียหายได้ง่าย ๆ ในระยะยาว

เพราะนอกจากตัวรถยนต์ของเราจะมีราคาแพงมากแล้ว ระบบภายในเองก็มีราคาแพงมากเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะส่วนของเกียร์ อันเป็นระบบสำคัญในการขับเคลื่อน ถ้าหากไม่ดูแลจนเสียหายถึงขั้นต้องโอเวอร์ฮอลเกียร์ ก็เตรียมเงินค่าซ่อมหลายหมื่นไว้เลย และถ้าแย่ถึงขั้นยกลูกเกียร์ อาจหมดเป็นแสนได้เลยทีเดียว

รถทำโอเวอร์ฮอลเกียร์มา ประกันแต่ละชั้นยังคุ้มครองไหม

การโอเวอร์ฮอลเกียร์ (overhaul gear) เป็นการซ่อมแซมหรือปรับปรุงระบบเกียร์ใหม่ ซึ่งอาจมีผลต่อการคุ้มครองจากประกันรถยนต์ขึ้นอยู่กับรายละเอียดและเงื่อนไขของประกันภัยแต่ละชั้น โดยหลักการทั่วไปแล้ว ประกันภัยรถยนต์แต่ละชั้นจะคุ้มครองตามลักษณะของความเสียหายและการใช้รถยนต์ตามปกติ แต่ในกรณีที่มีการซ่อมหรือดัดแปลงชิ้นส่วนต่าง ๆ เช่น การโอเวอร์ฮอลเกียร์ อาจมีผลต่อการพิจารณาการเคลมประกันได้ โดยแต่ละชั้นมีการคุ้มครองดังนี้

1. ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1

  • ประกันชั้น 1 คุ้มครองทุกกรณีที่เกิดจากอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการชนหรือความเสียหายอื่น ๆ ที่เกิดจากการใช้งานปกติ รวมถึงการซ่อมแซมระบบต่าง ๆ ของรถ เช่น เครื่องยนต์หรือเกียร์ที่เสียหายจากอุบัติเหตุ
  • อย่างไรก็ตาม การโอเวอร์ฮอลเกียร์ ไม่อยู่ในเงื่อนไขการคุ้มครอง หากเป็นความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการสึกหรอตามปกติของการใช้งาน หรือการเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน
  • ในกรณีที่ทำการโอเวอร์ฮอลเกียร์แล้วต้องการเคลมประกัน ควรแจ้งบริษัทประกันให้ทราบถึงการซ่อมแซมดังกล่าว หากการซ่อมแซมไม่ได้ส่งผลต่อความปลอดภัยหรือความผิดปกติของการใช้งาน บริษัทประกันมักจะยังคงคุ้มครองการใช้งานรถตามปกติในกรณีอุบัติเหตุ

2. ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+

  • ประกัน 2+ คุ้มครองในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุชนกับยานพาหนะอื่นที่สามารถระบุตัวคู่กรณีได้ การโอเวอร์ฮอลเกียร์ จะไม่ส่งผลต่อการคุ้มครองในกรณีเกิดอุบัติเหตุ หากเป็นการชนที่เกี่ยวข้องกับคู่กรณี
  • แต่เช่นเดียวกับชั้น 1 ประกันชั้น 2+ จะไม่คุ้มครองความเสียหายที่เกิดจากการสึกหรอของเกียร์หรือการซ่อมบำรุงเกียร์ตามปกติ เช่น หากเกียร์เสียจากการใช้งานเอง ไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุ ประกันจะไม่ครอบคลุม

3. ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2

  • ประกัน ประเภท 2 คุ้มครองอะไรบ้าง ประกันชั้น 2 คุ้มครองความเสียหายเฉพาะของรถคู่กรณีในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุเท่านั้น รถของผู้เอาประกันจะไม่ครอบคลุมการซ่อมแซมใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นการซ่อมเกียร์หรือการโอเวอร์ฮอล
  • การโอเวอร์ฮอลเกียร์ไม่อยู่ในขอบเขตการคุ้มครองใด ๆ ในประกันชั้น 2 ยกเว้นกรณีที่เกิดอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับคู่กรณี

4. ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3+

  • ประกัน3+ ราคาประหยัด คุ้มครองเฉพาะกรณีการชนกับยานพาหนะที่มีคู่กรณี การโอเวอร์ฮอลเกียร์ไม่ส่งผลกระทบต่อการคุ้มครองในกรณีนี้
  • อย่างไรก็ตาม ประกันชั้น 3+ จะไม่คุ้มครองความเสียหายที่เกิดจากการสึกหรอหรือปัญหาเกี่ยวกับการซ่อมแซมเกียร์ที่เกิดจากการใช้งานทั่วไป

5. ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3

  • ประกันภัยชั้น 3 คุ้มครองเฉพาะคู่กรณีในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุเท่านั้น รถของผู้เอาประกันจะไม่ได้รับการคุ้มครองไม่ว่าจะเป็นการซ่อมเกียร์หรือความเสียหายที่เกิดจากอุบัติเหตุ
  • การโอเวอร์ฮอลเกียร์ไม่ได้อยู่ในขอบเขตของการคุ้มครองใด ๆ ในประกันชั้น 3

รู้ข้อมูลเกี่ยวกับการทำโอเวอร์ฮอลเกียร์ไปแบบครบถ้วนแล้ว รวมถึงอาการเกียร์เสียที่พบได้บ่อย กับวิธีการดูและพฤติกรรมที่ควรเลี่ยงไปเรียบร้อย ทีนี้ขึ้นอยู่กับการดูแลของคุณแล้วว่าจะทำได้ดีมากน้อยแค่ไหน

ส่วนใครที่กังวลว่าจะเกิดปัญหาเกียร์เสียหายเพราะอุบัติเหตุบนท้องถนน ควรเลือกประกันรถยนต์เสริมเอาไว้ เพื่อให้ได้รับการช่วยเหลือดูแลคุ้มครองตลอดเวลา ทั้งการได้รับคำปรึกษา และการมีรถยก รถลากให้บริการ ซึ่งคุณสามารถติดต่อเข้ามาสอบถามข้อมูลตัวเลือกประกันรถยนต์ จากบริษัทประกันภัยชั้นนำจาก แรบบิท แคร์ ได้โดยตรง แถมทางเรายังมีโปรโมชันพิเศษ มอบส่วนลดสูงสุดให้ถึง 70% โทรมาได้เลยที่เบอร์ 1438 (24 ชั่วโมง)

สรุป

โอเวอร์ฮอลเกียร์ คือ การผ่าเกียร์เพื่อตรวจสอบชิ้นส่วนอุปกรณ์ภายในทั้งหมดว่ามีปัญหา มีการสึกหรอ หรือมีการเสียในจุดไหน เช่น แผ่นคลัทช์, แผ่นเหล็ก หรือไส้กรองเกียร์ โดยเกียร์ที่ถูกผ่าจะสามารถนำมาตรวจสอบโดยละเอียด เพื่อทำการหาจุดที่เกิดความเสียหาย และทำการเปลี่ยนอะไหล่ซ่อมแซมได้ สำหรับ 5 อาการเกียร์ออโต้เสียที่พบได้บ่อยจนต้องทำโอเวอร์ฮอลเกียร์ ได้แก่

  • การเข้าเกียร์แล้วรถไม่ขยับ
  • เกียร์กระตุก
  • เกียร์วืด
  • เกียร์ไม่เข้า
  • เกียร์เดินไม่ครบ

ที่มา

เปรียบเทียบประกันรถยนต์ ซื้อประกันภัยรถยนต์

ระบุยี่ห้อรถของคุณ

บทความแคร์รถยนต์

ดูแลรถยนต์ที่ลุยน้ำท่วมมา

แคร์รถยนต์

บทเรียนสำคัญสำหรับเจ้าของรถ หลังน้ำท่วมรถยนต์ ปี 2568

น้ำท่วมรถยนต์ในปี 2568 ไม่ได้สร้างความเสียหายแค่ “ตัวถัง” แต่ลุกลามถึง เครื่องยนต์ ระบบไฟฟ้า และค่าใช้จ่ายซ่อมหลักแสน
กองบรรณาธิการ
17/12/2025
ตรวจสภาพรถ

แคร์รถยนต์

ตรวจสภาพรถ ต้องรู้อะไรบ้าง? รวมทุกเรื่องที่คนมีรถควรเข้าใจ

หากคุณเป็นเจ้าของรถยนต์หรือกำลังจะซื้อรถยนต์มือสอง การตรวจสภาพรถ เป็นขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะไม่ใช่เพียงแค่เป็นข้อบังคับตามกฎหมายเท่านั้น
Thirakan T
09/07/2025
โอนรถ

แคร์รถยนต์

โอนรถ ยากหรือไม่ มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง ?

การซื้อขายรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นรถมือหนึ่ง หรือรถมือสอง สิ่งที่สำคัญที่สุดหลังจากการตกลงซื้อขายกันเรียบร้อย คือ "การโอนรถ"
Thirakan T
09/07/2025