แคร์สุขภาพ

วิตามินซี ช่วยในเรื่องไหน ? ห้ามกินคู่กับอะไร ใครบ้างที่ควรกิน ?

ผู้เขียน : Nok Srihong

มีประสบการณ์มากกว่า 3 ปี เป็นนักเขียนด้านประกันสุขภาพ ประกันชีวิต เพื่อสุขภาพที่ Rabbit Care และ 12 ปี ในอุตสาหกรรม OTA อย่าง Laterooms.com , Expedia.com จึงมีความเชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยว

close
 
 
Published: January 12,2024

วิตามินซี ใคร ๆ ก็รู้ว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อร่างกาย แต่จะมีมากน้อยแค่ไหน ที่เข้าใจว่าวิตามินซีจำเป็นต่อร่างกายอย่างไร ช่วยดูแลร่างกายในเรื่องไหน วิตามินซีแต่ละประเภทมีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร วิตามินซีกินตอนไหน วิตามินซี ห้ามกินคู่กับอะไร ? หรือใครบ้างที่จะเป็นต้องกินวิตามินเสริม ? 

วันนี้ แรบบิท แคร์ รวบรวมเรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับวิตามินซีมาให้ ทุกคนจะได้รับประทานกันได้อย่างถูกวิธีและเกิดผลดีที่สุดต่อร่างกาย

สมัครประกันสุขภาพกับน้องแคร์ รับบริการปรึกษาแพทย์ฟรี! ไม่ต้องไปโรงพยาบาล
icon angle up or down

เลือกแผนประกันสุขภาพที่คุณสนใจ

    ชื่อนามสกุล

    หมายเลขโทรศัพท์

    วิตามินซี คืออะไร ?

    วิตามินซี (Vitamin C) คือ วิตามินชนิดที่สามารถละลายน้ำได้ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant)  และเป็นวิตามินที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นมาเอง ร่างกายของเราทุกคนจึงจำเป็นต้องได้รับวิตามินซีจากแหล่งต่าง ๆ อยู่เสมอ เช่น ในอาหารประเภทผัก ผลไม้ต่าง ๆ และจากอาหารเสริม 

    วิตามินซีช่วยอะไร ?

    สำหรับผู้ที่สงสัยว่าวิตามินซีช่วยอะไร ? มีประโยชน์อย่างไรต่อร่างกายของเรานั้น ในด้านการดูแลสุขภาพ วิตามินซีเป็นสิ่งที่มีประโยชน์มากมาย ทั้งช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันร่างกายของเราให้แข็งแรง มีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยให้เราไม่ป่วยหรือเป็นหวัดง่าย ๆ อีกทั้งยังช่วยในการซ่อมแซมและฟื้นฟูเนื้อเยื่อภายในร่างกาย ป้องกันเซลล์จากความเสียหาย เพิ่มความต้านทานต่อโรคหัวใจ โดยการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมระดับคอเลสเตอรอลในร่างกายนั่นเอง

    นอกจาก Vitamin-C จะมีส่วนช่วยในการดูแลสุขภาพแล้ว วิตามินซีก็ยังมีส่วนช่วยในการดูแลเรื่องความสวยความงามของร่างกายด้วยเช่นกัน เพราะวิตามินซีนั้นจะเป็นตัวช่วยกระตุ้นระบบการไหลเวียนโลหิตของผิวพรรณ ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจน อีกทั้งยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้วิตามินซีกลายเป็นตัวช่วยสำคัญในการดูแลผิวพรรณให้ดูกระจ่างใส สุขภาพดี ดูเรียบเนียน จุดด่างดำจางลงนั่นเอง

    สรุปข้อดีของวิตามินซีที่มีต่อผิวพรรณ

    • Vitamin-C ช่วยชะลอความแก่ ช่วยลดการเกิดริ้วรอยแห่งวัย
    • Vitamin-C เป็นตัวสร้างคอลาเจน ซึ่งช่วยให้ผิวพรรณเต่งตึง
    • Vitamin-C ช่วยป้องกันการเปลี่ยนแปลงของเซลล์
    • Vitamin-C ช่วยให้ผิวสวย กระจ่างใส เรียบเนียน

    ปริมาณวิตามินซีที่ร่างกายควรได้รับต่อวัน

    รพ.กรุงเทพได้ให้ข้อมูลปริมาณวิตามินซีที่ร่างกายควรได้รับต่อวันไว้ว่าจากความรู้ด้านศาสตร์ชะลอวัยนั้น คนเราควรทานวิตามินซีวันละ 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน เพื่อเป็นการช่วยในเรื่องของระบบภูมิต้านทานร่างกายและการบำรุงผิวพรรณ 

    และสำหรับผู้ที่มักป่วยเป็นโรคหวัดหรือเป็นภูมิแพ้บ่อย ๆ นั้น ควรทานวิตามินซี 2,000 มิลลิกรัมแต่ไม่ควรรับประทานเกิน 2,000 ต่อวัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล

    ทั้งนี้หากร่างกายได้รับวิตามินซีในปริมาณที่มากจนเกินไปอาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้ โดยจะมีอาการต่าง ๆ ดังนี้

    • มีอาการท้องร่วง
    • มีอาการท้องอืด
    • มีอาการเป็นตะคริวบริเวณท้อง
    • มีความรู้สึกไม่สบายท้อง
    • มีอาการวิงเวียนศีรษะ
    • มีอาการอาเจียน
    • มีอาการปวดท้อง
    • มีอาการนอนไม่หลับ

    ทั้งนี้ร่างกายของบางคนก็สามารถทำการย่อยวิตามินซีในปริมาณมาก (หลายพันมิลลิกรัม) ได้ สำหรับใครที่อยากทราบว่าแท้จริงแล้วตนเองสามารถรับประทานวิตามินต่อวันได้ในปริมาณเท่าไหร่ สามารถรับประทานในปริมาณมาก ๆ ได้หรือไม่ แนะนำให้เข้ารับการปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นรายบุคคลไป เพราะร่างกายของคนเรานั้นไม่เหมือนกัน

    ประเภทของวิตามินซี

    ปัจจุบันนั้น Vitamin-C ถูกผลิตออกมาในหลากหลายรูปแบบแบ่งเป็นหลายประเภทด้วยกัน ซึ่งแต่ละประเภทก็จะมีลักษณะและวิธีการรับประทานที่แตกต่างกัน ดังต่อไปนี้

    Vitamin-C รูปแบบอัดเม็ด

    สำหรับวิตามินซีที่อยู่ในรูปแบบเม็ดนั้น จะมีขนาดตั้งแต่ 25 – 1,000 มิลลิกรัม แต่ขนาดหรือปริมาณของวิตามินซีที่นิยมขายกันทั่วไปตามร้านขายยาจะเป็น ปริมาณ 500 และ 1,000 มิลลิกรัม ผู้ที่เลือกรับประทานวิตามินซีรูปแบบเม็ดควรเลือกทานเป็นแบบ Buffered หรือ Sustained Release เนื่องจากตัววิตามินซีจะค่อย ๆ ละลายออกมาอย่างช้า ๆ ทำให้สามารถร่างกายของเราดูดซึมได้นานขึ้น แต่ข้อเสียของรูปแบบนี้นั้นจะอยู่ตรงที่ตัวเม็ดยาที่จะจะมีขนาดใหญ่ ทำให้กลืนลำบาก

    Vitamin-C รูปแบบเม็ดอม

    ในส่วนของวิตามินซีที่อยู่ในรูปแบบของเม็ดอมปกติจะมีขนาดอยู่ที่ 25 – 500 มิลลิกรัม เป็นวิตามินชนิดที่เหมาะสำหรับผู้ที่กลืนยาเม็ดใหญ่ได้ยากและไม่ชอบกลืนแบบเป็นเม็ด แต่การรับประทานวิตามินชนิดนี้ก็มีข้อควรระวังเนื่องจากวิตามินซีเป็นกรด ที่มีฤทธิ์กัดกร่อน หากอมบ่อย ๆ อาจส่งผลทำให้ฟันกร่อนหรือฟันผุได้

    Vitamin-C รูปแบบเม็ดเคี้ยว

    วิตามินในรูปแบบเม็ดเคี้ยวนั้นจะมีขนาดประมาณ 30 มิลลิกรัม ซึ่งโดยส่วนมากแล้วนิยมที่จะทำมาให้เด็กทาน เพราะว่าวิตามินชนิดดังกล่าวนั้นมีมีรสหวาน เด็ก ๆ สามารถทานได้ง่าย 

    ข้อควรระวังก็คือหากรับประทานในปริมาณมาก ๆ ก็อาจจะส่งผลทำให้ฟันผุได้เช่นกัน เนื่องจากวิตามินชนิดนี้นั้นมักมีปริมาณน้ำตาลค่อนข้างสูง เพื่อให้มีรสหวานเป็นที่ชื่นชอบของเด็ก ๆ นั่นเอง

    Vitamin-C รูปแบบเม็ดฟู่

    สำหรับ Vitamin-C ในรูปแบบเม็ดฟู่นี้นั้นภายในท้องตลาดมักจะมีขายในขนาดประมาณ 500 มิลลิกรัม และ 1,000 มิลลิกรัม วิธีรับประทานก็คือก่อนรับประทานจะต้องนำไปละลายในน้ำจนฟองหมด เพราะฟองแก๊สที่อยู่ในเม็ดฟู่นั้นอาจทำให้เกิดการแน่นท้องไม่สบายตัว

    วิตามินแบบเม็ดฟู่นั้นจะเหมาะกับผู้ที่ไม่สามารถกลืนยาเม็ดขนาดใหญ่ได้ ไม่ชอบการรับประทานยาเม็ด หรือมีปัญหาด้านการกลืนได้ลำบาก

    Vitamin-C รูปแบบแคปซูล

    วิตามินในรูปแบบแคปซูลนี้มักจะมีขนาด 500 มิลลิกรัม ซึ่งถือเป็นขนาดที่เล็กกว่า Vitamin-C  แบบอัดเม็ด และยังมีให้เลือกทานได้ทั้งในรูปแบบแคปซูลแข็งและรูปแบบแคปซูลนิ่ม โดยวิตามินชนิดนี้ถูกออกแบบมาสำหรับเพื่อเป็นทางเลือกให้แก่คนที่มีปัญหาในด้านการกลืนยาเม็ดเนื่องจากทั้งสองแบบจะมีขนาดเล็กกลืนง่ายมากนั่นเอง

    Vitamin-C รูปแบบสารละลายสำหรับฉีด

    ในส่วนของ Vitamin-C แบบฉีดนั้นจะมีขนาด 500 มิลลิกรัม และมีปริมาตรประมาณ 2 มิลลิลิตร ซึ่งการจะใช้ Vitamin-C แบบฉีดเข้าร่างกายนั้นควรที่จะทำอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ และจำเป็นที่จะต้องได้รับคำแนะนำจากแพทย์ก่อนว่ามีความจำเป็นหรือสมควรที่จะฉีดไหม 

    Vitamin-C ในรูปแบบฉีดนี้นั้นจะออกฤทธิ์ค่อนข้างเร็วอีกทั้งร่างกายยังสามารถที่จะนำวิตามินไปใช้ได้ทันที ซึ่งในจุดนี้ก็จะมีประโยชน์โดยตรงในการป้องกันหวัด และช่วงบำรุงซ่อมแซมผิว โดยที่ไม่จำเป็นต้องผ่านระบบย่อยอาหารนั่นเอง

    วิตามินซีกินตอนไหน ?

    ในส่วนของการเลือกช่วงเวลาในการกินวิตามินซีให้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุดนั้นควรเลือกรับประทาน พร้อมอาหารมื้อเช้าและมื้อเย็น เนื่องจากโดยปกติแล้ววิตามินซีจะถูกขับออกภายใน 2 – 3 ชั่วโมง ดังนั้นจึงควรรักษาระดับวิตามินซีในเลือดให้สูงจึงนับเป็นสิ่งสำคัญต่อสุขภาพอย่างมาก

    วิตามินซียี่ห้อไหนดี ?

    ขึ้นชื่อว่าวิตามินซีแล้วย่อมส่งผลดีต่อร่างกายดังนั้นการเลือกรับประทานยี่ห้อไหนนั้นควรเลือกจากการดูส่วนประกอบข้างขวดและระมัดระวังเรื่องส่วนผสมต่าง ๆ ที่ไม่ควรมีน้ำตาลมากเกินไป และพิจารณาตามความพึงพอใจกันได้เลย

    วิตามินซี ห้ามกินคู่กับอะไร ?

    ในการรับประทานวิตามินซีนั้นก็มีข้อควรระวังว่าไม่ควรรับประทานคู่กับสารอาหารและยาบางชนิด เพราะจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีต่อร่างกายได้นั่นเอง

    • วิตามินบี 12 
    • ยารักษาโรคเบาหวาน
    • ยาที่มีส่วนผสมของอะลูมินัม (Aluminum) เช่น ยาเคลือบกระเพาะ, ยาลดกรด ยาสำหรับผู้ป่วยโรคไตที่ต้องฟอกไต
    • ยาเคมีบำบัด 
    • ยาคุมกำเนิด หรือยาฮอร์โมนทดแทนที่มีเอสโตรเจน 
    • ยาต้านไวรัสกลุ่มโพรติเอสอินฮิบิเตอร์ (Protease inhibitors) 
    • ยาลดไขมันกลุ่มสแตตินและไนอะซิน
    • ยาละลายลิ่มเลือด

    ผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง

    • ส้ม
    • สตรอว์เบอร์รี
    • ฝรั่ง
    • ลิ้นจี่
    • มะขามป้อม
    • กีวี
    • ส้มโอ
    • มะละกอ เป็นต้น

    ได้รู้ถึงประโยชน์ ความสำคัญ รวมถึงวิธีการเลือกรับประทานวิตามินซีที่ถูกต้องเหมาะสมแก่การดูแลสุขภาพร่างกายไปแล้วก็อย่าลืมดูแลสุขภาพกันอย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งต้องไม่ลืมที่จะทำประกันสุขภาพ กับ แรบบิท แคร์ เอาไว้ เพื่อเป็นการดูแลร่างกายที่อาจเสื่อมโทรมหรือมีโรคแทรกซ้อนตามวัย ป้องกันค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่บานปลายในอนาคตนั่นเอง


     

    บทความแคร์สุขภาพ

    แคร์สุขภาพ

    โรคพุ่มพวงคืออะไร มีอาการอย่างไร อันตรายถึงชีวิตหรือไม่ ?

    โรคที่คนไทยเรียกกันจนติดปากว่าโรคพุ่มพวง เนื่องจากคนไทยเรารู้จักโรคนี้กันอย่างแพร่หลายเมื่อศิลปินชื่อดังอย่างคุณพุ่มพวง ดวงจันทร์
    Nok Srihong
    23/05/2024