หมดไฟ (Burnout) อีกหนึ่งภาวะที่คนทำงานยุคใหม่ต้องเผชิญ

Nok Srihong
ผู้เขียน: Nok Srihong Published: เมษายน 4, 2023
Nok Srihong
Nok Srihong
จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาการจัดการการเงิน มหาวิทยาลัยขอนแก่น มีประสบการณ์กว่า 6 ปี ในวงการฟินเทชและการเงินส่วนบุคคล โดยเฉพาะบัตรเครดิต สินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถยนต์ และรีไฟแนนซ์ ผ่านการเขียนคอนเทนต์ให้ Rabbit Care และ Asia Direct (6+ ปี) เน้นรีวิวผลิตภัณฑ์ สิทธิประโยชน์บัตรเครดิต และกลยุทธ์บริหารหนี้ ก่อนหน้านี้ ทำงานในอุตสาหกรรม OTA ชั้นนำอย่าง Laterooms.com และ Expedia.com (12 ปี) ซึ่งเสริมทักษะการวางแผนทางการเงินต่อทริป และยังเชี่ยวชาญการเลือกประกันการเดินทางที่คุ้มค่าและคุ้มครองชีวิตตลอดทริปสำหรับนักเดินทาง
คะน้าใบเขียว
แก้ไขโดย: คะน้าใบเขียว Last edited: พฤษภาคม 14, 2024
คะน้าใบเขียว
คะน้าใบเขียว
นักเขียนมืออาชีพด้านการเงิน ประกัน และสุขภาพ | Finance, Insurance & Health Content Expert จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาภาษาเพื่อการสร้างสรรค์สื่อ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีประสบการณ์มากกว่า 9 ปี ในการเขียนบทความด้านการเงิน ประกันชีวิต และประกันสุขภาพ โดยเริ่มต้นที่ Rabbit Finance จากนั้นย้ายมาทำงานที่ Rabbit Care และ Asia Direct เป็นนักเขียนที่รักการอ่าน และมีความหลงใหลในเนื้อหาด้านการบริหารเงิน สินเชื่อ บัตรเครดิต และประกัน ที่ผลิตผลงานเขียนด้วยความลึกซึ้ง การตรวจสอบข้อมูลที่รอบคอบ และเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผ่านประสบการณ์ในการแก้ไขและจัดการเนื้อหา (editorial experience) ทำให้บทความของผมน่าเชื่อถือ มีคุณค่าสำหรับผู้อ่าน และติด Google Search Results
อาการหมดไฟ

หมดไฟหรือ Burnout เป็นอีกหนึ่งคำที่เรามักได้ยินกันเป็นประจำไม่ต่างจากพวกคำอย่างอินโทรเวิร์ต เอ็กซ์โทรเวิร์ต เชื่อว่าหลาย ๆ คนที่ไม่รู้จักการเบิร์นเอ้าท์อาจคิดว่าภาวะหมดไฟเป็นอีกหนึ่งคำศัพท์ที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นมาอย่างสวยหรูเพื่อเป็นคำที่ใช้อย่างเท่ ๆ ตามยุคสมัย แต่ในความเป็นจริงการหมดไฟเป็นอีกหนึ่งกลุ่มอาการที่คนทำงานหลาย ๆ คนในยุคนี้ต้องเผชิญและทนทุกข์ไปกับมัน ก่อให้เกิดผลเสียกับทั้งตัวเองและงานที่ทำอยู่ น้องแคร์จึงจึงอยากแนะนำให้เพื่อน ๆ รู้จักกับภาวะหรืออาการ Burnout กันให้มากขึ้น ไปดูกันว่าโรคนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร และเราจะแก้อาการหมดไฟได้อย่างไรกันบ้าง

การหมดไฟ (Burnout) คืออะไร?

หมดไฟ หรือ Burnout Syndrome คือ ภาวะที่เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านจิตใจที่เกิดจากความเครียดสะสมเรื้อรังเป็นเวลานานและไม่ได้รับการแก้ไข องค์กรอนามัยโรค (WHO) ยังไม่ได้จัดให้อาการหมดไฟเป็นโรคทางการแพทย์ โดยภาวะหมดไฟจะทำให้ความรู้สึกเชิงลบต่อสิ่งต่าง ๆ  เกิดความเหนื่อยล้าทางด้านอารมณ์ เบื่อหน่ายกับสิ่งที่ทำอยู่เป็นประจำ หมดไฟในการทำงาน ขาดความสุขความสนุกในการทำงาน ซึ่งส่งผลต่อทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ และยังส่งผลกระทบต่อตนเองไปจนถึงการงานและคนรอบข้างแบ่งลักษณะอาการได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ

  • Exhaustion : รู้สึกเหนื่อยล้าทางอารมณ์ อ่อนเพลีย หมดพลัง สูญเสียพลังใจ
  • Negativism : มีทัศนคติมองโลกในแง่ลบ ขาดแรงบันดาล เบื่องาน ด้อยค่าความสามารถตนเอง
  • Professional Efficacy : ประสิทธิภาพของการทำงานลดลง ความสัมพันธ์เริ่มเหินห่างหรือเป็นไปทางลบ

สาเหตุของการหมดไฟหรืออาการ Burnout เกิดจากอะไร

การหมดไฟหรืออาการ Burnout Syndrome มีสาเหตุเกิดจากความเครียด ความกดดันสะสมจากภาระงานที่มากจนเกินไป ตัวงานมีความยากเกินความสามารถ มีความซับซ้อนที่ต้องใช้เวลาและความคิดเป็นอย่างมากในการทำเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย แต่ถูกกดดันให้ทำอย่างเร่งรีบ ไปจนถึงความไม่ชัดเจนของตัวงาน ขาดอำนาจตัดสินใจให้ทำงานสำเร็จลุล่วง ต้องแก้ปัญหาหรือว่าทำงานตัวคนเดียวโดยไม่มีคนคอยช่วย และยังอาจเกิดจากค่าตอบแทนไม่เหมาะสมกับตัวงาน 

การหมดไฟหรือ Burnout นอกจากจะเกิดจากปัญาในเรื่องของตัวงานและสภาพแวดล้อมแล้ว ตัวของเราเองอาจจะยังทำให้เกิดปัญหาหมดไฟในการทำงานได้อีกด้วย อันเนื่องมาจากอุปนิสัยส่วนตัวอย่างเช่นการเป็นคนจริงจัง ขาดความยืดหยุ่น เป็นคนที่มีความคาดหวังสูง ปัญหาภายในครอบครัว หรือว่าเป็นการทำงานหนักเกินไปจนไม่ได้พักผ่อน ซึ่งที่กล่าวมาทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็นองค์ประกอบชั้นดีที่ก่อให้เกิดภาวะหมดไฟขึ้น

เช็กสัญญาณเตือนการเกิดภาวะ Burnout หมดไฟมีอะไรบ้าง?

  • มีความรู้สึกหดหู่
  • มีการมองคนอื่นในแง่ร้าย
  • ด้อยค่า ไม่มีความมั่นใจในตนเอง 
  • ขาดความกระตือรือร้นในทุกเรื่อง
  • มีอารมณ์แปรปรวน ทำอะไรก็หงุดหงิด โมโหง่าย
  • หมดแรงในการทำกิจกรรมต่าง ๆ 
  • ไม่อยากไปทำงาน
  • มีปัญหากับเพื่อนร่วมงาน
  • เริ่มมีความไม่พอใจในที่ทำงานพิ่มขึ้น
  • เริ่มมีการบ่นหรือวิจารณ์งานที่ทำ
  • รู้สึกท้อแท้กับงานที่ได้รับมอบหมาย
  • ไม่พึงพอใจในความสำเร็จที่ทำได้
  • คิดวกวนถึงปัญหาอยู่ตลอดเวลา
  • มีปัญหาในเรื่องการกินและการนอน
  • ขาดความสมดุลในชีวิต
  • การบริหารจัดการเวลาทำได้แย่ลง

ซึ่งถ้าลองเช็กดูแล้วเพื่อน ๆ เข้าข่ายอาการหมดไฟอยู่หลายข้อ ก็ขอให้คิดไว้ก่อนเลยว่าอยู่ในกลุ่มเสี่ยงการหมดไฟแล้ว ควรให้ความสำคัญกับตนเองรับมือกับอาการหมดไฟที่เกิดขึ้น

Burnout ในวัยทำงาน

ใครบ้างที่เป็นกลุ่มเสี่ยงของการหมดไฟ

สำหรบกลุ่มคนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงของอาการหมดไฟหรือ Burnout มักจะเป็นคนที่มีนิสัยจริงจัง ยึดติดความสมูรณ์แบบยึดติด(Perfectionism) ขาดความยืดหยุ่น ไปจนถึงกลุ่มคนอยู่ในภาวะต่าง ๆ ดังนี้

  • ทำงานหนักและปริมาณมาก
  • ทำงานยากซับซ้อน ในกรอบเวลาเร่งรีบ
  • งานที่ทำให้รู้สึกไม่ได้รับคุณค่าขาดความภูมิใจในเนื้องาน
  • งานที่ขาดความยุติธรรม ความเชื่อใจ 
  • เป็นงานที่ขาดการยอมรับในการทำงาน
  • ไม่มีอำนาจในการตัดสินใจในงานที่ทำ
  • ได้รับการบริหารงานที่ไม่เป็นระบบ
  • ได้รับผลตอบแทนไม่เหมาะสม

หลาย ๆ คนคงคิดว่าการหมดไฟเกิดขึ้นได้แต่เฉพาะกับคนวัยทำงานไม่ว่าจะเป็นพนักงานออฟฟิศ ผู้บริหาร ไปจนถึงคนที่ประกอบอาชีพที่มีความเครียดความกดดัน แต่ในความเป็นจริงแล้วภาวะ Burnout สามารถเกิดได้กับคนทุกเพศ ทุกช่วงวัยและทุกอาชีพ

การหมดไฟส่งผลกระทบอะไรบ้าง?

การหมดไฟในการทำงานส่งผลกระทบเชิงลบในหลาย ๆ ด้านด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นทางด้านร่างกาย จิตใจไปจนถึงสังคมรอบข้างโดยน้องแคร์ได้แยกผลกระทบจากภาวะ Burnout ไว้ดังต่อไปนี้

ด้านร่างกาย 

  • เกิดอาการปวดหัว
  • มีอาการเมื่อยล้าตามตัว
  • อยู่ในภาวะเหนื่อยล้าเรื้อรัง
  • เกิดภาวะนอนไม่หลับ

ด้านจิตใจและอารมณ์

  • รู้สึกท้อแท้สิ้นหวัง
  • อารมณ์แปรปรวนง่าย
  • เป็นคนเฉื่อยชา
  • ขาดการยอมรับคุณค่าในตนเอง

ด้านการงานรวมถึงด้านสังคม

  • ทำงานได้ต่ำกว่าประสิทธิภาพ
  • ไม่อยากทำงาน ขาดงานบ่อย
  • ปฏิสัมพันธ์ต่อคนรอบข้างเริ่มแย่ลง

Burnout Syndrome ทำให้หมดแรง

แก้อาการหมดไฟทำอย่างไรได้บ้าง?

เมื่อเพื่อน ๆ เริ่มมีอาการอยู่ข่ายหมดไฟ (Burnout) อาจเกิดคำถามว่า“หมดไฟ ทําไงดี?” ซึ่งอย่างแรกที่ควรทำเลยก็คือยอมรับความจริงเสียก่อนว่าตัวเองนั้นมีภาวะของ Burnout Syndrome แล้ว โดยสิ่งต่อมาที่ควรจะทำคือหาทางแก้อาการหมดไฟ หรือช่วยบรรเทาภาวะหมดไฟเพื่อให้คุณภาพชีวิตกลับมาอยู่ในระดับปกติให้เร็วที่สุด ซึ่งน้องแคร์อยากแนะนำวิธีรับมือการหมดไฟให้กับเพื่อนได้นำไปลองทำดู จะมีอะไรบ้างไปชมกันได้

พยายามหาเวลาพักผ่อนให้เพียงพอ

การพักผ่อนให้เพียงพอเป็นวิธีที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังในการจัดการกับการหมดไฟ เราใช้เวลาทั้งวันไปกับการทำงานที่หนักหนา ร่างกายย่อมแบกรับทั้งความเครียดรวมถึงความกดดันต่าง ๆ มากมาย การที่ให้ร่างกายได้พักผ่อนและฟื้นฟูตัวเองจึงเป็นสิ่งที่ควรทำเพื่อลดการเกิดอาการ Burnout

ปรับ Mindset การใช้ชีวิตใหม่

เป็นอีกหนึ่งการจัดการกับการหมดไฟหรือ Burnout ที่ได้ผลดีในระยะยาวกับการปรับเปลี่ยนแนวคิดของทั้งการใช้ชีวิตและการทำงานในรูปแบบใหม่ปรับลดความจริงจังลงไปบ้าง ให้ความสำคัญกับเรื่องที่จำเป็น ปรับเปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนที่มีความยืดหยุ่นในเรื่องต่าง ๆ มากขึ้น ฝึกการมองโลกในแง่บวกไม่มีอะไรที่ร้ายเกินไปตลอด ลดความคาดหวังต่อสิ่งต่าง ๆ ลง ใช้ชีวิตบนพื้นฐานของความเป็นจริงซึ่งรับรองเลยว่าชีวิตเพื่อน ๆ จะมีความสุข ลดอาการและความเสี่ยงของภาวะหมดไฟลงได้อย่างแน่นอน

จัดระเบียบการทำงานเพื่อลดการ Burnout

สำหรับคนที่หมดไฟในการทำงาน ไม่ว่าจะเจองานหนักหรืองานยากในรูปแบบไหน ลองจัดระเบียบการทำงานตามที่น้องแคร์ได้รวมมาให้เพื่อน ๆ ทุกคนดูดังนี้

  • จัดตารางงานใหม่ กำหนดเวลาทำงานให้เหมาะสม
  • เรียงลำดับความสำคัญของงาน เอางานที่มีความสำคัญขึ้นมาทำก่อน
  • พยายามจัดสรรช่วงเวลาพักเข้ามาในตารางงาน ไม่ควรนั่งทำงานติดต่อกันเป็เวลานาน
  • กำหนดเวลาเลิกงานที่ชัดเจน เมื่อเลิกงานแล้วจะไม่กลับไปยุ่งกับงานอีก
  • ตั้งเป้าหมายงานที่จะทำในแต่ละวัน โดยอาจจะเริ่มจากงานเล็ก ๆ ง่าย ๆ ให้สำเร็จก่อน
  • หัดรู้จักขอความช่วยเหลือ เมื่องานยากเกินความสามารถหรือว่ามีงานล้นมือเกินไป
  • รู้จักคำว่า “ไม่” ต้องมีหัดปฏิเสธต่องานที่เข้ามา ประเมินถึงความสามารถและปริมาณงาน

ลองนำวิธีการต่าง ๆ ไปปรับใช้กับการทำงานดูน่าจะช่วยให้หลาย ๆ คนมีอาการของการหมดไฟที่ดีขึ้น

ภาวะหมดไฟจากการทำงานหนัก

หาเวลาไปทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ

วิธีรับมือกับการหมดไฟในวิธีต่อไปป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทำได้ง่าย ๆ ไม่มีความยุ่งยากอะไรกับการออกไปทำในสิ่งที่เพื่อน ๆ รักหรือมีความชื่นชอบซึ่งจะช่วยให้ร่างกายได้รู้สึกผ่อนคลายจากความตึงเครียด บางคนอาจจะชอบในการวิ่ง ออกไปท่องเที่ยวตามที่ต่าง ๆ หรือแม้แต่การดูหนังในวันหยุดพักผ่อน ดังนั้นเพื่อลดการหมดไฟในการทำงานควรผ่อนคลายด้วยกิจกรรมที่ชื่นชอบ

หาความรู้เพิ่มเติมหรือหาแรงบันดาลใจเพื่อสู้กับ Burnout Syndrome

เพื่อต่อกรกับการหมดไฟหรือภาวะ Burnout ที่อาจเกิดขึ้นได้ ลองหาความรู้ในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในงานที่ตัวเองทำอยู่ฝึกฝนให้มีความเชี่ยวชาญมากขึ้น หรือว่าจะเป็นความรู้ใหม่ ๆ ที่ในปัจจุบันสามารถหาศึกษาได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้การหาแรงบันดาลใจจากสิ่งต่าง ๆ ก็จะช่วยให้การใช้ชีวิตมีเป้าหมาย มีแรงในการดำเนินชีวิตในแต่ละวันอีกด้วย

ปรึกษากับจิตแพทย์หรือคุณหมอผู้เชี่ยวชาญ

ถ้าเพื่อน ๆ เกิดการหมดไฟหรือ Burnout แล้วไม่รู้จะทำอย่างไรดีหรือว่าลองวิธีที่น้องแคร์แนะนำข้างต้นแล้วยังไม่ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ การไปหาหมอหรือขอคำแนะนำจากจิตแพทย์ถือว่าเป็นวิธีที่น่าจะได้ผลที่สุด เชื่อมือคุณหมอผู้เชี่ยวชาญเป็นทางออกที่ดีที่สุด เราจะได้รับทั้งคำแนะนำในการปฏิบัติตัวรวมไปถึงในบางครั้งถ้าอาการของการหมดไฟนั่นหนักเกินรับมือ เราอาจได้รับยามาเพื่อบรรเทาภาวะหมดไฟที่เกิดขึ้น

  
เปรียบเทียบบัตรเครดิตที่ใช่ สมัครเลย!
icon angle up or down

สามารถเลือกได้มากกว่า 1 ข้อ

เด็กจบใหม่ รักการท่องเที่ยว รักการช้อปปิ้ง รักความหรูหรา รักสุขภาพ รักการกิน


การหมดไฟหรือภาวะ Burnout เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ไม่คนปล่อยทิ้งไว้เพราะว่าจะส่งผลเสียกับทั้งตัวเองและต่อคนรอบข้าง น้องแคร์หวังว่าความรู้เรื่อง Burnout Syndrome สาเหตุและการรับมือกับภาวะหมดไฟที่ได้แนะนำจะช่วยให้เพื่อน ๆ ได้ห่างไกลหรือบรรเทาอาการให้ดีขึ้นได้ ในเรื่องการของการใช้เวลาว่างไปกับสิ่งที่เพื่อน ๆ ชื่นชอบถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะจะช่วยผ่อนคลาย ลดความเครียดจากการทำงาน ลดความเสี่ยงการหมดไฟลงอีกด้วย ซึ่งการออกไปทำในสิ่งที่ตัวเองชอบก็มีค่าใช่จ่ายเป็นเรื่องธรรมดา จะดีกว่าไหมที่ทุกการใช้จ่ายจะได้สิ่งดี ๆ กลับคืนมาลอง เราอยากแนะนำให้ลองมาเปิดใช้งานหรือสมัครบัตรเครดิตที่ แรบบิท แคร์ เพราะว่าที่นี่มีบริการบัตรเครดิตหลากหลายให้เพื่อน ๆ เลือกได้ตรงกับความต้องการแน่นอน

บทความแคร์สุขภาพ

6 ปัญหาที่ควรป้องกันก่อนลูกเกิดด้วย ‘การฝากครรภ์’

แคร์สุขภาพ

6 ปัญหาที่ควรป้องกันก่อนลูกเกิดด้วย ‘การฝากครรภ์’

การตั้งครรภ์ได้เปิดโอกาสให้คุณแม่สร้างสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นไปพร้อมกับการเติบโตของลูก หลายคนรู้สึกเหมือนฝันไป
Thirakan T
24/07/2025
โรคระบาดและอันตรายในช่วงหน้าฝน

แคร์สุขภาพ

เรื่องอันตรายที่มักเกิดในหน้าฝน และคุณต้องระวัง!!

หน้าฝน ฤดูกาลที่มีทั้งคนชอบ และไม่ชอบ แน่นอนว่าสำหรับคนที่ชอบหน้าฝนอาจจะด้วยเหตุผลเพราะหน้าฝนช่วยทำให้รู้สึกชุ่มชื่น ชุ่มฉ่ำ
กองบรรณาธิการ
26/03/2025