ทำความเข้าใจกับ ประกันรถยนต์ กรณีเสียชีวิต ต้องเบิกเคลมยังไง?

Natthamon
ผู้เขียน: Natthamon Published: มิถุนายน 6, 2025
Natthamon
Natthamon
Natthamon เป็นนักเขียนคอนเทนต์และผู้เชี่ยวชาญด้านประกันรถยนต์ มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ในอุตสาหกรรม FinTech ยานยนต์ และประกันภัย จบการศึกษา MBA สาขาการสื่อสารการตลาด และได้รับใบอนุญาตผู้แนะนำการลงทุน (IC License – Complex 2) รวมถึงเป็นตัวแทนประกันชีวิตที่ได้รับใบอนุญาต ด้วยพื้นฐานด้านการเป็นผู้แนะนำการลงทุนที่ได้รับใบอนุญาต ทำให้ Natthamon มีความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ประกัน ประกันสุขภาพ และบริการทางการเงิน สามารถสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ถูกต้อง น่าเชื่อถือ และตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง เชี่ยวชาญด้านการเขียนบทความประกันรถยนต์ การเปรียบเทียบความคุ้มครอง และการให้ความรู้ด้านประกันในหลากหลายประเภท Natthamon มีประสบการณ์ร่วมงานกับองค์กรชั้นนำ ได้แก่ Rabbit Care, CARSOME, DirectAsia Insurance และ GoBear
Natthamon
ตรวจทาน: คะน้าใบเขียว Last edited: มิถุนายน 1, 2025
Natthamon
คะน้าใบเขียว
นักเขียนมืออาชีพด้านการเงิน ประกัน และสุขภาพ จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาภาษาเพื่อการสร้างสรรค์สื่อ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีประสบการณ์มากกว่า 9 ปี ในการเขียนบทความด้านการเงิน ประกันชีวิต และประกันสุขภาพ โดยเริ่มต้นที่ Rabbit Finance จากนั้นย้ายมาทำงานที่ Rabbit Care และ Asia Direct เป็นนักเขียนที่รักการอ่าน และมีความหลงใหลในเนื้อหาด้านการบริหารเงิน สินเชื่อ บัตรเครดิต และประกัน ที่ผลิตผลงานเขียนด้วยความลึกซึ้ง การตรวจสอบข้อมูลที่รอบคอบ และเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผ่านประสบการณ์ในการแก้ไขและจัดการเนื้อหา (editorial experience)
ประกัน รถยนต์ กรณี เจ้าของรถเสียชีวิต

การเผชิญหน้ากับอุบัติเหตุทางรถยนต์เป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อุบัติเหตุที่เกิดความสูญเสียถึงแก่ชีวิต และหากเป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบนท้องถนน แบบนี้ประกันรถยนต์ กรณีเสียชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของรถ คู่กรณี หรือบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้อง จะให้ความคุ้มครองอย่างไร เคลลมได้อย่างไรบ้าง? ลองมาทำความเข้าใจกับสิทธิและขั้นตอนต่าง ๆ ที่ควรรู้กันดี

มีอะไรที่ต้องรู้บ้าง เกี่ยวกับประกันรถยนต์ในกรณีมีผู้เสียชีวิต 

เมื่อเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์และมีผู้เสียชีวิตเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกรณี ประกันรถยนต์ กรณีเสียชีวิต ของเจ้าของรถเอง หรือ รถชนกัน คู่กรณี เสียชีวิต ประกันรถยนต์จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการบรรเทาภาระความเสียหายและค่าสินไหมทดแทน โดยความคุ้มครองจากประกันต่าง ๆ จะให้ความคุ้มครอง ดังนี้

ความคุ้มครองจาก พ.ร.บ. (ประกันภัยภาคบังคับ)

พ.ร.บ. ถือได้ว่าเป็นประกันภัยภาคบังคับตามกฎหมายที่รถทุกคันต้องมี ซึ่งจะให้ความคุ้มครองพื้นฐานแก่ผู้ประสบภัยจากรถทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร หรือกรณีบุคคลอื่นเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์ รวมถึงกรณี เรียกค่าสินไหมจาก พ.ร.บ. จักรยานยนต์กรณีเสียชีวิต ด้วยเช่นกัน โดยวงเงินคุ้มครองกรณีเสียชีวิตจาก พ.ร.บ. นั้น จะให้ความคุ้มครอง ดังนี้

  • กรณีเสียชีวิต จ่ายค่าปลงศพและค่าใช้จ่ายอันจำเป็นในการจัดการศพเบื้องต้น 35,000 บาท/คน 
  • กรณีเสียชีวิต เมื่อพิสูจน์ความรับผิดแล้ว จะมีการจ่ายเงินชดเชยรวมกับค่ารักษาพยาบาล (ในกรณีเสียชีวิตภายหลัง) สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท (รวมเงินค่าปลงศพ 35,000 บาท)

ความคุ้มครองจากประกันภัยภาคสมัครใจ

นอกเหนือจาก พ.ร.บ. แล้ว ประกันภาคสมัครใจจะเข้ามาเสริมความคุ้มครองให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ซึ่งวงเงินความคุ้มครองในกรณีที่เสียชีวิต จะขึ้นอยู่กับประเภทของประกันและเงื่อนไขกรมธรรม์ที่คุณเลือก

  • ความคุ้มครองตามกรมธรรม์ส่วนบุคคล เช่น คนขับ/ผู้โดยสารในรถ จะได้รับวงเงินชดเชยตามแผนประกันที่เลือก ตั้งแต่ 100,000 – 500,000 บาท หรือมากกว่านั้น ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับกรมธรรมที่ผู้ทำได้เลือกเอาไว้ด้วย
  • ความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอก (คู่กรณี) หากผู้เอาประกันเป็นฝ่ายผิด ทางบริษัทประกันจะจ่าย ค่าสินไหมทดแทนให้ครอบครัวผู้เสียชีวิต เช่น ค่าชดเชยการเสียชีวิต, ค่ารักษาพยาบาลก่อนเสียชีวิต, ค่าปลงศพ ฯลฯ โดยวงเงินสูงสุดจะไม่เกิน 10 ล้านบาท/ครั้ง

เช่น ประกันชั้น 1 กรณีเสียชีวิต เนื่องจากเป็นประกันที่ให้ความคุ้มครองสูงสุด ครอบคลุมทั้งความเสียหายต่อรถยนต์คันเอาประกัน และความเสียหายต่อบุคคลภายนอก โดยความคุ้มครอง ประกันชั้น 1 ชนคนเสียชีวิต หรือ กรณีขับรถชนคนเสียชีวิต ประกันชั้น 1 จะเข้ามารับผิดชอบค่าสินไหมทดแทนต่าง ๆ ให้ ซึ่งจะให้วงเงินที่มากกว่า พ.ร.บ. รวมไปถึงให้วงเงินในด้านการประกันตัวอีกด้วย

ไม่แม้แต่กรณีเสียชีวิตเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงเงินชดเชยกรณีเสียชีวิต/ทุพพลภาพถาวร หากผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารในรถที่เอาประกันเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ประกันชั้น 1 เสียชีวิต จ่าย เท่า ไหร่ จะขึ้นอยู่กับวงเงินความคุ้มครองที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ในส่วนของ “ค่ารักษาพยาบาลและการประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล” ซึ่งบางกรมธรรม์อาจระบุแยกต่างหาก หรือรวมอยู่ในวงเงินความคุ้มครอง

กรณีบุคคลภายนอกเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง จะมีการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเต็มจำนวนเงินเอาประกันภัยสำหรับจำนวนเงินเอาประกันภัยตั้งแต่ 500,000 – 2,000,000 บาท สำหรับจำนวนเงินเอาประกันภัยส่วนที่เกินจาก 2,000,000 บาท ให้ชดใช้ตามความเสียหายที่แท้จริง

จะเห็นได้ว่า การมีประกันรถยนต์ที่เหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประกันชั้น 1 หรือประกันที่มีความคุ้มครองครอบคลุมถึงกรณีเสียชีวิต จะช่วยให้คุณและครอบครัวอุ่นใจได้ในทุกการเดินทาง แม้จะต้องเผชิญกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน การทำความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิความคุ้มครองและขั้นตอนการเคลมจะช่วยให้กระบวนการต่าง ๆ เป็นไปอย่างราบรื่นมากขึ้นอีกด้วย

แต่ทั้งนี้ หากขับขี่รถยนต์อย่างผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการเมาแล้วขับ, ไม่มีใบขับขี่, แข่งขันความเร็ว, ใช้รถทำสิ่งผิดกฎหมาย, ใช้รถยนต์ผิดประเภท หรือดัดแปลงสภาพรถยนต์โดยไม่แจ้งบริษัทประกันภัย ในกรณีนี้ ทางบริษัทประกันฯ อาจไม่ให้ความคุ้มครองในการเบิกเคลมได้

ประกันชั้น 1 เสียชีวิต จ่าย เท่า ไหร่

แล้วแบบนี้ ถ้าเจ้าของรถเสียชีวิต รถจะเป็นของใคร ?

ในกรณีที่เจ้าของรถเสียชีวิต รถจะเป็นของใคร นั้น ตามหลักกฎหมายแล้ว รถยนต์จะตกเป็นของทายาทโดยธรรมหรือผู้รับพินัยกรรมตามกฎหมายมรดก และจะต้องดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ 

ส่วนในด้านประกันรถยนต์ กรณีเจ้าของรถเสียชีวิต ประกันภัยจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้กับทายาทตามกฎหมาย หรือผู้รับผลประโยชน์ที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ (หากมีการระบุไว้) ต่อไป

ขั้นตอนการเคลมประกันรถยนต์กรณีเสียชีวิตมีอะไรบ้าง?

เมื่อเกิดกรณีเสียชีวิต จะมีขั้นตอนเคลมประกัน กรณีเสียชีวิต ดังนี้

  • ติดต่อบริษัทประกันภัยของคุณทันทีที่เกิดเหตุ เพื่อแจ้งรายละเอียดและขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่
  • เจ้าหน้าที่บริษัทประกันจะเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุและประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
  • เตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น ใบมรณบัตร, รายงานการชันสูตรพลิกศพ, สำเนาบันทึกประจำวันของตำรวจ, สำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนของผู้เสียชีวิตและทายาท เพื่อให้การยื่นเอกสารทั้งหมดให้บริษัทประกันภัยสามารถดำเนินการได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น
  • รอพิจารณาจ่ายค่าสินไหมทดแทน

หากคุณมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรมธรรม์ของคุณ หรือต้องการคำแนะนำในการเลือกประกันที่เหมาะสม ควรปรึกษาตัวแทนประกันภัย หรือบริษัทประกันโดยตรง

และสำหรับใครที่กำลังมองหาประกันรถยนต์ แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นเปรียบเทียบได้อย่างไรดี ต้องนี่เลย แรบบิท แคร์ โบรกเกอร์ประกันภัยที่ช่วยให้คุณเลือกเปรียบเทียบเบี้ยประกันรถยนต์ให้ได้ตามที่คุณต้องการ พร้อมเจ้าหน้าที่ แครืเอเจ้นท์ ที่ช่วยให้คำปรึกษาและช่วยเหลือตั้งแต่ก่อนซื้อและลริการหลังการขาย คลิกเลย!

สรุป

การเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์เป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่หากเกิดขึ้นจริง ประกันภัยรถยนต์มีบทบาทสำคัญในการบรรเทาความเดือดร้อนทางการเงินให้กับทายาทของผู้เสียชีวิต โดยความคุ้มครองจะมาจาก 2 ส่วนหลัก ๆ คือ ประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) และ ประกันภัยภาคสมัครใจ ซึ่งจะให้วงเงินแตกต่างกันออกไป

ที่มา

แรบบิท แคร์ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยรถยนต์

แรบบิท แคร์ รวบรวมประกันภัยรถยนต์จากหลายบริษัทมาให้คุณเปรียบเทียบประกันรถยนต์ ทั้งราคา ความคุ้มครองประกันรถยนต์ แต่ละประเภท บริการเคลม เลือกแบบที่เหมาะกับการใช้งาน และงบประมาณ คุณสามารถเช็คเบี้ยและเปรียบเทียบประกันรถยนต์ออนไลน์ จากหลายบริษัทได้ทันทีในที่เดียว

  • เปรียบเทียบประกันรถยนต์จากหลายบริษัทในหน้าเดียว
  • มีทุกชั้นความคุ้มครอง ทั้งชั้น 1, 2+, 3+, และชั้น 3
  • มีทีมผู้เชี่ยวชาญช่วยแนะนำตลอดการเลือกซื้อ

บริษัท แรบบิท แคร์ โบรคเกอร์ จำกัด เป็นนายหน้าประกันภัยที่ได้รับใบอนุญาตจาก คปภ. ก่อนตัดสินใจทำประกันภัยโปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นทุกครั้ง

 

บทความแคร์เรื่องประกันยานยนต์

ประกันชั้น 1 รถ 15 ปี ยังทำได้ แต่ตัวเลือกน้อยลงมาก

แคร์เรื่องประกันยานยนต์

ประกันชั้น 1 รถ 15 ปี ยังทำได้ไหม ? หรือควรเปลี่ยนเป็นชั้น 2+ ?

รถอายุ 15 ปี ยังทำประกันชั้น 1 ได้ในบางบริษัท เช่น วิริยะและกรุงเทพประกันภัย แต่เบี้ยสูงขึ้น 30–50% และตัวเลือกน้อยลงอย่างมาก บทความนี้เปรียบเทียบชั้น 1 กับชั้น 2+ ตรงๆ ทั้งเรื่องความคุ้มครอง เบี้ยโดยประมาณ และเงื่อนไขบริษัท พร้อมไกด์ตัดสินใจว่าสถานการณ์ไหนควรเลือกชั้นไหน รวมถึงข้อมูลที่หลายคนไม่รู้ว่าประวัติการต่ออายุกระทบโอกาสรับประกันอย่างไร
กองบรรณาธิการ
05/06/2026
รถยนต์อายุ 10 ปี ทำประกันชั้น 1 ได้ไหม

แคร์เรื่องประกันยานยนต์

รถยนต์ 10 ปี ทำประกันชั้น 1 ได้ไหม ? คำตอบ + เงื่อนไขครบในที่เดียว

รถยนต์ 10 ปี ทำประกันชั้น 1 ได้ไหม? คำตอบคือ ได้ - บริษัทประกันชั้นนำส่วนใหญ่รับรถอายุไม่เกิน 10–15 ปี แต่จะมีความแตกต่างจากรถใหม่ 3 ด้าน ได้แก่ เบี้ยที่สูงขึ้น การซ่อมอู่แทนศูนย์ และการถ่ายภาพรถก่อนออกกรมธรรม์ บทความนี้รวบรวมเงื่อนไขจริงของแต่ละบริษัท เบี้ยโดยประมาณตามประเภทรถ และวิธีผ่อนชำระเบี้ยประกันชั้น 1 แบบ 0% สูงสุด 10 เดือน
กองบรรณาธิการ
05/06/2026
ความคุ้มครองประกันรถยนต์ชั้น 3

แคร์เรื่องประกันยานยนต์

ประกันรถยนต์ชั้น 3 คุ้มอะไรบ้าง แล้วต่างจาก พ.ร.บ. ยังไง

ประกันรถยนต์ชั้น 3 เบี้ยต่ำสุดในทุกชั้น คุ้มครองเฉพาะความรับผิดต่อคู่กรณี ไม่มีซ่อมรถเรา รถหาย หรือไฟไหม้ เหมาะกับรถเก่าที่ยังต้องการคุ้มครอง กรณีชนรถราคาแพงในราคาประหยัดที่สุด
กองบรรณาธิการ
02/06/2026